ทะลุมิติสู่ยุคโบราณกับร้านชำวิเศษ (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 55 หน้าที่ผู้นำตระกูล

            “พี่รอง หากแผนการของท่านไม่ได้ผลเล่าเจ้าคะ” ฉางฝูเยว่ถามอย่างกังวล นางไม่มีความมั่นใจเหมือนตอนแรกที่รับปากแล้ว

            หลังจากที่ฉางฝูจิ้งตกลงร่วมมือกับโจวม่านหรู เขาก็นำเรื่องดังกล่าวกลับมาปรึกษากับฉางฝูเยว่ เพราะเขารู้ว่าฉางฝูเยว่มีใจให้กู้เยี่ยนเฉิงอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ทั้งฉางฝูเยว่ยังไม่ยอมรับว่าคุณหนูอย่างตนจะแพ้ให้กับหญิงชาวบ้านอย่างถังหลี นางจึงตอบตกลงร่วมมือกับพี่ชายที่จะจับตัวถังหลีและกู้เยี่ยนเฉิงไปให้โจวม่านหรู สองพี่น้องเลือกที่จะลงมือในวันแต่งงานของเป่ยหย่าซินและลิ่วจื่อ ซึ่งก็คือวันนี้ และขณะนี้ทั้งสองคนก็กำลังจะปลอมตัวเข้าไปในงาน

            “เยว่เอ๋อ เจ้าจะกลัวไปทำไม หากเจ้ากลัว เจ้าก็จะไม่ได้ตัวกู้เยี่ยนเฉิงมา” ฉางฝูจิ้งบอกน้องสาว วันนี้เขาตั้งใจจะให้น้องสาวปลอมตัวเป็นสาวใช้ที่ทำหน้าที่ดูแลเจ้าสาวในห้องหอ เมื่อสบโอกาสเขาจะให้น้องสาววางยาสลบแล้วพาตัวเป่ยหย่าซินกับถังหลีออกมา ถังหลีกับเป่ยหย่าซินสนิทสนมและนับถือกันเป็นพี่น้อง เพราะฉะนั้นถังหลีก็ต้องมาอยู่เป็นเพื่อนเจ้าสาวก่อนที่เจ้าบ่าวจะเข้ามาในห้องหออยู่แล้ว ส่วนกู้เยี่ยนเฉิง เขาก็ให้เงินสหายสนิทคนหนึ่งให้ช่วยมอมเหล้ากู้เยี่ยนเฉิงที่ห้องจัดเลี้ยงด้านนอก อย่างไรลิ่วจื่อก็เป็นผู้ติดตามของกู้เยี่ยนเฉิง เพราะฉะนั้นกู้เยี่ยนเฉิงก็ต้องมาร่วมงานแต่งครั้งนี้อย่างแน่นอน

            เพียงแต่ฉางฝูจิ้งไม่ได้บอกฉางฝูเยว่ว่าโจวม่านหรูไม่มีทางปล่อยกู้เยี่ยนเฉิงมาให้นางสมหวังแน่ แผนการครั้งนี้เขาแค่หลอกใช้น้องสาวเท่านั้น ‘เยว่เอ๋อ อย่าโทษพี่รองเลยนะ แม้พี่รองจะรักเจ้ามากขนาดไหน แต่ความสุขของพี่รองก็ต้องมาก่อนจริงไหมเล่า’

     

            หลังจากที่ลิ่วจื่อส่งเจ้าสาวเข้าห้องหอ เขาก็ต้องออกไปกินเลี้ยงกับแขกด้านนอกก่อนที่จะถึงเวลาส่งตัวเข้าหออย่างแท้จริง กู้เยี่ยนเฉิงมาร่วมงานในฐานะสหาย และเห็นว่าเจ้าบ่าวถูกแขกแกล้งให้ดื่มเหล้าจนเมามาย เขาเป็นห่วงกลัวว่าลิ่วจื่อจะพลาดคืนสำคัญในชีวิตไป เขาจึงช่วยลิ่วจื่อดื่มเหล้าอวยพร จนในที่สุดกู้เยี่ยนเฉิงก็ดื่มต่อไม่ไหว เขาจึงขอตัวกลับไปนอนพักที่ห้องรับรองเพื่อให้สร่างเมา ในขณะที่เขานอนหลับไม่ได้สติ เขาก็ถูกคนแบกออกไปทางประตูด้านหลัง

            ส่วนถังหลีที่นั่งเป็นเพื่อนเจ้าสาวอยู่ในห้องหอ หลังจากพูดคุยกันอยู่นานและไม่มีทีท่าว่าเจ้าบ่าวจะกลับมา ทั้งสองคนหิวจึงกินขนมและน้ำชาที่เตรียมไว้ จากนั้นทั้งคู่ก็สลบไม่ได้สติไปเช่นกัน

            ฉางฝูเยว่ไม่สามารถพาถังหลีกับเป่ยหย่าซินออกไปพร้อมกันได้ แต่พี่ชายคนรองบอกไว้แล้วว่าโจวม่านหรูต้องการตัวถังหลีไปส่งที่หอคณิกา ก่อนหน้านี้ถังหลีทำให้นางถูกขอทานเปลื้องผ้าและยังถูกผู้คนนินทาไปทั่วเมืองหลวง ครั้งนี้นางก็จะทำให้ถังหลีรู้ซึ้งถึงความอัปยศเหมือนที่นางเคยโดนบ้าง นางจึงเลือกที่จะพาถังหลีออกไปแค่คนเดียว

     

            “ทำไมเจ้าถึงได้มาช้านักเล่า” ฉางฝูจิ้งที่รอน้องสาวอยู่บนรถม้าอดที่จะบ่นไม่ได้ เขารีบลงมาช่วยน้องสาวแบกร่างสตรีนางนั้นขึ้นไปบนรถม้า จากนั้นเขาก็เปิดผ้าคลุมหน้าของผู้หญิงคนนั้นออก “ถังหลีหรือ? แล้วเป่ยหย่าซินเล่า”

            “พี่รอง ข้าแค่คนเดียวจะแบกคนสองคนออกมาได้อย่างไร ข้ารู้ว่าท่านเสียดายเป่ยหย่าซิน แต่ข้าต้องเลือกพาถังหลีออกมา ไม่ใช่ว่าโจวม่านหรูต้องการตัวถังหลีมากกว่าหรือเจ้าคะ” ฉางฝูเยว่บอกพี่ชายอย่างไม่พอใจ กว่านางจะแบกถังหลีออกมาได้ นางเหนื่อยจนแทบจะก้าวไม่ไหว แต่พี่ชายก็ยังมาตำหนินางอีก “หากพี่รองยังเสียดาย ท่านก็กลับไปอุ้มเป่ยหย่าซินออกมาเองเถิดเจ้าค่ะ ประตูด้านหลังสะดวกมาก ไม่มีบ่าวรับใช้คอยเฝ้าสักคน”

            ฉางฝูจิ้งขมวดคิ้วคิด เป็นอย่างที่น้องสาวพูดจริงๆ ตอนที่เขาพากู้เยี่ยนเฉิงออกมาก็ไม่เห็นมีคนเฝ้าทางประตูด้านหลังเลยสักคน “เรื่องนี้มันแปลกๆ อยู่นะ หรือว่าเราจะถูกซ้อนแผน”

            ฉางฝูเยว่ไม่ได้คิดมากเท่าพี่ชาย “ซ้อนแผนอะไรกันเจ้าคะ ข้าว่าพวกเขามัวแต่ดื่มฉลองจนไม่ทันระวังความปลอดภัยมากกว่า ข้าว่าเรารีบเอาคนไปส่งให้โจวม่านหรูก่อนดีกว่าเจ้าค่ะ เกิดคนในบ้านนั้นรู้ว่าถังหลีกับกู้เยี่ยนเฉิงหายตัวไป สิ่งที่เราทำไปจะเสียเปล่า”

            “มันก็จริง งานมงคลเช่นนี้พวกเขาคงไม่ทันระวังตัว”

            ฉางฝูจิ้งกับฉางฝูเยว่นั่งรถม้าออกไปนอกเมืองโดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่ามีคนติดตามพวกเขาออกไปขบวนใหญ่

     

            “ข้าพาคนมาให้เจ้าดูแล้ว ในเมื่องานสำเร็จ ข้าขอพาตัวแม่นางถังกลับไปเลยก็แล้วกัน” ฉางฝูจิ้งบอกพร้อมกับจะเดินไปอุ้มถังหลี

            ฉางฝูเยว่ก็เตรียมที่จะเข้าไปประคองกู้เยี่ยนเฉิงเช่นกัน แต่นางกลับถูกโจวม่านหรูห้ามไว้ “พี่ซิงซิง ท่านหมายความว่าอย่างไร”

            “กู้เยี่ยนเฉิงเป็นของข้า เจ้าพาเขาไปไม่ได้”

            “ได้อย่างไร ตกลงกันไว้แล้วไม่ใช่หรือว่าขอแค่เราพาถังหลีกับคุณชายกู้มาได้ ท่านจะมอบคุณชายกู้ให้ข้า ส่วนถังหลี ท่านจะส่งนางไปที่หอคณิกา หรือว่าท่านคิดจะกลับคำพูด” ฉางฝูเยว่พูดอย่างไม่พอใจ “อ้อ...ท่านก็เป็นคนเช่นนี้ ก่อนหน้านั้นก็หลอกให้ข้าไปต่อว่าถังหลี จนข้าถูกท่านพ่อสั่งกักบริเวณ ส่วนท่านก็หนีไปอย่างสบายใจ พอมาตอนนี้ก็หลอกให้ข้าพาคุณชายกู้มา แต่ท่านก็จะยึดเขาไว้ หรือว่าท่านก็ชอบคุณชายกู้เหมือนกัน”

            “ข้าชอบกู้เยี่ยนเฉิงแล้วจะทำไม เจ้าชอบเขาได้คนเดียวหรือไงกัน”

            “แต่ท่านเป็นสตรีที่ออกเรือนแล้ว สามีท่านก็ยังยืนอยู่ตรงนั้น” ฉางฝูเยว่ชี้ไปที่ถังหย่งเจ๋อ

            โจวม่านหรูหัวเราะ “ข้ากับสามีแต่งงานกันแล้วอย่างไร”

            “เป็นสตรีที่ออกเรือนแล้วก็ต้องซื่อสัตย์ต่อสามี ท่านจะมาทำตัวเป็นหญิงสองใจได้อย่างไร”

            “เยว่เอ๋อ เรากลับกันเถอะ” ฉางฝูจิ้งฉุดแขนน้องสาว

            “พี่ชายของเจ้าไม่บอกเจ้าหรือว่าข้อตกลงในความร่วมมือครั้งนี้คืออะไร”

            “นางหมายความว่าอย่างไรเจ้าคะพี่รอง”

            “ตกลงอย่างไรก็ไม่สำคัญ รู้แค่ว่าเจ้าพาตัวกู้เยี่ยนเฉิงไปไม่ได้ก็พอ” ฉางฝูจิ้งฉุดแขนน้องสาวให้เดินอีกครั้ง “เรากลับกันก่อนเถอะ พี่รองจะอธิบายให้เจ้าฟังทีหลัง”

            ฉางฝูเยว่ดึงแขนตนเองกลับเพื่อให้หลุดจากการเกาะกุมของพี่ชาย “ข้ายังไม่กลับ! หากจะกลับก็ต้องพาคุณชายกู้กลับไปด้วย”

            “พวกเจ้าไม่ต้องทะเลาะกันแล้ว มีแต่พวกเจ้าสองคนที่ต้องออกไป นอกนั้นไม่มีใครออกไปได้ทั้งสิ้น” ถังหย่งเจ๋อเดินเข้าไปอุ้มถังหลี “หลีเอ๋อเป็นของข้า”

            “วางถังหลีลงเดี๋ยวนี้ นางเป็นของข้า” ฉางฝูจิ้งร้องห้ามก่อนจะหันไปจ้องโจวม่านหรู “เราตกลงกันไว้แล้วว่าข้าจะได้ถังหลี ส่วนเจ้าจะได้กู้เยี่ยนเฉิงไป ที่พวกเจ้าทำอยู่นี้หมายความว่าอย่างไร”

            “ก็หมายความว่าเราแค่หลอกใช้เจ้าอย่างไรเล่า” โจวม่านหรูหัวเราะออกมาอย่างพอใจ “วันนี้ข้าได้ตัวถังหลีกับกู้เยี่ยนเฉิงมาโดยที่ไม่ต้องลงมือทำอะไรด้วยซ้ำ มีเพียงเจ้าสองคนที่ไปพาตัวพวกเขาออกมา หากถูกทางการจับได้ เรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับเราแล้ว”

            “พวกเจ้า...” ฉางฝูจิ้งโมโหจนพูดไม่ออก

            “ไม่มีใครออกไปจากที่นี่ได้ทั้งนั้น เพราะพวกเจ้าทุกคนถูกจับแล้ว” เฟิ่งเฮ่าเดินเข้ามาพร้อมกับเฟิ่งฮวนและเจ้าหน้าที่ทางการอีกหลายคน “คุณชายรองฉาง คุณหนูฉาง พวกเจ้าถูกจับข้อหาลักพาตัว ส่วนพวกเจ้า...โจวม่านหรู ถังหย่งเจ๋อ พวกเจ้าขัดราชโองการที่ต้องทำงานชดใช้ความผิดอยู่ที่ชายแดน คราวนี้พวกเจ้าต้องถูกประหารสถานเดียว”

            ถังหลีกับกู้เยี่ยนเฉิงลุกขึ้นยืนเหมือนว่าก่อนหน้านี้ตนเองไม่เคยถูกวางยา ถังหลีเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าถังหย่งเจ๋อ “เจ้ามันเป็นคนคิดอะไรไม่ได้จริงๆ ข้าเคยบอกเจ้าแล้วว่าหากเจ้ากลับไปเป็นพี่หย่งเจ๋อที่แสนดีและซื่อสัตย์คนเดิม ชีวิตเจ้าก็จะไม่ตกต่ำแบบนี้ แต่เจ้ากลับเลือกที่จะทำชั่วเหมือนเดิม”

            ถังหย่งเจ๋อหัวเราะเสียงดัง “แล้วที่ข้าต้องเลือกทำความชั่วเพราะใคร ก็ไม่ใช่เพราะเจ้าหรือ หากเจ้าไม่แต่งงานแล้วรอให้ข้าสอบเป็นขุนนางได้ ถึงตอนนั้นข้าก็จะกลับมาแต่งกับเจ้า ท่านพ่อก็จะห้ามข้าไม่ได้ แต่เจ้าไม่รอ เจ้ากลับไปแต่งกับไอ้คนแซ่กู้ มันมีดีอะไรที่เจ้าทิ้งข้าไปแต่งกับมัน”

            “เจ้าอย่ามาพูดจาเหลวไหล เจ้ากับอาหลีไม่ได้เป็นอะไรกัน เจ้าจะมาบอกว่านางทิ้งเจ้าไปได้อย่างไร” กู้เยี่ยนเฉิงพูดขึ้นอย่างโมโห “เจ้าทำชีวิตตัวเองพังแต่กลับเอาความผิดทั้งหมดมาลงที่อาหลีและข้า ข้าจะบอกให้ ถ้าเจ้าไม่โลภและหวังที่จะปีนขึ้นที่สูงด้วยทางลัด ชีวิตเจ้าก็จะไม่ต้องมาตกต่ำแบบนี้ ท่านลุงไช่กับถังมู่เจียวก็ไม่ต้องมาตายอย่างอนาถเพราะเจ้า”

            “ไม่! ท่านพ่อตายเพราะพวกเจ้า หากพวกเจ้ายอมยกโรงงานให้เราดีๆ ท่านพ่อก็ไม่ต้องถูกประหาร”

            โจวม่านหรูเห็นถังหย่งเจ๋อควบคุมตัวเองไม่ได้คล้ายว่าจะเสียสติไปแล้ว และเมื่อเห็นว่าไม่มีใครสนใจนาง นางค่อยๆ เอามีดเล็กที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อออกมากำไว้แน่น ขัดราชโองการอย่างไรก็ต้องถูกประหาร เช่นนั้นนางก็จะสังหารถังหลีกับกู้เยี่ยนเฉิงให้ตายไปพร้อมกัน

            “ถังหลี! เจ้าตายเสียเถอะ”

            แต่ไม่ทันที่โจวม่านหรูจะได้เข้าใกล้ถังหลี ผู้คุ้มกันเงาก็ออกมาขวางและเตะโจวม่านหรูกระเด็นไปไกล จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็เข้ามาควบคุมตัวโจวม่านหรู ถังหย่งเจ๋อ ฉางฝูจิ้ง และฉางฝูเยว่ไปขังไว้ในกรมอาญา

            โจวม่านหรูกับถังหย่งเจ๋อไม่ได้อยู่ใช้แรงงานที่ชายแดนเท่ากับพวกเขาขัดราชโองการ ไม่ต้องรอให้ศาลไต่สวน ทั้งคู่ถูกสั่งให้ประหารชีวิตในอีกสามวันข้างหน้า 

            ส่วนฉางฝูจิ้งและฉางฝูเยว่เป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในคดีลักพาตัว อย่างไรคดีนี้ผู้เสียหายคือบุตรสาวบุญธรรมและบุตรเขยของตระกูลเฟิ่ง และผู้ก่อเหตุยังเป็นบุตรชายและบุตรสาวของตระกูลฉาง การพิจารณาคดีจึงต้องทำอย่างรัดกุมและชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาในภายหลัง และให้เจ้าหน้าที่มีเวลาได้รวบรวมพยานหลักฐานอย่างเพียงพอ การพิจารณาคดีจึงจะจัดขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า

     

            “ท่านพ่อ เราจะช่วยเจ้ารองกับเยว่เอ๋อออกมาได้อย่างไรขอรับ” ฉางฝูหยางถามบิดาอย่างร้อนใจ แม้จะรู้ว่าน้องชายกับน้องสาวทำความผิดจริง แต่เขาก็ไม่อยากให้น้องๆ ต้องรับโทษ “เราโยนความผิดทั้งหมดไปให้โจวม่านหรูกับถังหย่งเจ๋อรับไปดีหรือไม่ขอรับ”

            “วิธีการของเจ้ามันอาจจะช่วยเจ้ารองกับเยว่เอ๋อได้ แต่เจ้าลองนึกดูว่าจะไม่มีคนสงสัยเลยหรือว่าตระกูลฉางของเราไปเกี่ยวข้องกับนักโทษอย่างโจวม่านหรูและถังหย่งเจ๋อได้อย่างไร” นายท่านฉางพูดอย่างปวดใจ เขาเป็นนายท่านที่ต้องดูแลคนทั้งตระกูล หากต้องเลือกระหว่างลูกกับตระกูล เขาจำเป็นต้องเลือก… “เรื่องที่เจ้าติดสินบนแล้วพาโจวม่านหรูกับถังหย่งเจ๋อกลับมาเมืองหลวง รวมถึงที่เจ้าช่วยพวกเขาเปลี่ยนชื่อแซ่ก็โยนไปให้เจ้ารองกับเยว่เอ๋อรับไปให้หมด”

            ฉางฝูหยางเงยหน้าขึ้นมองบิดาอย่างตกใจ “ท่านพ่อ! หากทำอย่างนั้น เจ้ารองกับเยว่เอ๋อก็จะถูกประหาร...”

            “ถือว่าพวกเขาสองคนได้แสดงความกตัญญูต่อวงศ์ตระกูลไปก็แล้วกัน ข้ารู้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้มันโหดร้ายกับพวกเขา แต่ตระกูลฉางของเราจะล้มไม่ได้” นายท่านฉางกลั้นน้ำตา “ต่อให้เจ้าไปสารภาพความผิดเรื่องช่วยเหลือนักโทษกับทางการ แต่เจ้ารองกับเยว่เอ๋อก็ต้องรับโทษคดีลักพาตัวอยู่ดี เช่นนั้นก็ไม่มีประโยชน์ที่เจ้าจะไปสารภาพความจริง เจ้าใหญ่...แม้การตัดสินใจบางครั้งจะทำให้เจ้าเจ็บปวด หรือบางครั้งเจ้าอาจจะต้องสูญเสียคนที่ตัวเองรัก แต่เจ้าก็ต้องทำ เพราะนั่นคือหน้าที่ของผู้นำตระกูล”

            “ข้าเข้าใจแล้วขอรับ” ฉางฝูหยางกำมือแน่น ‘ถังหลี กู้เยี่ยนเฉิง ตระกูลเฟิ่ง พวกเจ้าทำให้ข้าต้องสูญเสียน้องชายและน้องสาว ข้าจะจำความแค้นครั้งนี้ไว้’

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติสู่ยุคโบราณกับร้านชำวิเศษ (มี e-book นะคะ) ที่คุณอ่าน