"เปิดประตู! ข้ารู้ว่าเ้าอยู่ในนั้น! ข้ามีเื่จะคุยกับผัวของเ้า!"
เสียงตวาดอันทรงอำนาจของจางอี้ที่ดังมาจากหน้าประตูเปรียบเสมือนค้อนั์ที่ทุบลงมากลางใจของเสี่ยวเหลียนจนแหลกละเอียด ความรู้สึกแข็งแกร่งและควบคุมได้ที่นางเพิ่งสร้างขึ้นมาจากการโคจรพลังปราณเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความเย็นเยียบของความหวาดกลัวที่แล่นจับขั้วหัวใจ
เขามาทำอะไรที่นี่!? ในเวลากลางวันแสกๆ แบบนี้!?
ความคิดแรกที่แล่นเข้ามาในหัวคือเขาผิดสัญญา! เขาอาจจะยังไม่พอใจกับ "ค่าตอบแทน" เมื่อคืน และกลับมาเพื่อเรียกร้องบางอย่างเพิ่มเติม หรือเลวร้ายกว่านั้น... เขาอาจจะมาเพื่อเปิดโปงทุกอย่าง!
แล้วที่เขาบอกว่ามีเื่จะคุยกับ "ผัวของนาง"... นั่นหมายความว่าอย่างไร? หรือเขาจะไปหาเื่อาเฟยที่โรงตีเหล็กแล้วไม่เจอตัว เลยตามมาถึงที่นี่?
คำถามนับร้อยนับพันผุดขึ้นมาในหัวของเสี่ยวเหลียนจนปั่นป่วนไปหมด นางยืนตัวแข็งทื่ออยู่หลังประตู ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงๆ ได้แต่ภาวนาให้เขาเข้าใจผิดและจากไปเอง
ปัง! ปัง! ปัง!
"ข้าบอกให้เปิดประตู!!!" เสียงทุบประตูดังขึ้นอีกครั้ง รุนแรงและเกรี้ยวกราดยิ่งกว่าเดิมจนบานประตูไม้เก่าๆ สั่นะเืไปทั้งบาน "ถ้าเ้าไม่เปิดดีๆ ข้าจะพังเข้าไป!"
เสี่ยวเหลียนสะดุ้งสุดตัว นางรู้ดีว่าเขาทำจริงแน่ ถ้าเขาพังประตูเข้ามา ทุกอย่างจะจบสิ้น เพื่อนบ้านที่เริ่มมุงดูอยู่ห่างๆ จะต้องเห็นทุกอย่าง ชื่อเสียงของนางและอาเฟยจะป่นปี้ไม่มีชิ้นดี และที่สำคัญที่สุด... อาเฟยจะต้องรู้ความจริง
ไม่ได้! นางจะปล่อยให้เป็แบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด!
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็ความตายนั้นเอง พลังสีทองในท้องน้อยของนางก็หมุนวนขึ้นมาอีกครั้ง มันไม่ได้ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนก่อนหน้า แต่กลับส่งความรู้สึกที่เ็าและเฉียบคมเข้ามาในจิตใจของนาง มันกดทับความหวาดกลัวและความตื่นตระหนกทั้งหมดลงไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความคิดที่เยือกเย็นและมีเหตุผล
‘ควบคุมสถานการณ์... อย่าให้มันบานปลาย...’
‘เขา้าคุยกับอาเฟย... ไม่ใช่กับเ้า...’
‘ซื้อเวลา...’
เสี่ยวเหลียนสูดหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีแล้วเค้นเสียงตอบกลับไป พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะไม่ให้เสียงของนางสั่นเครือ
"ท่านหัวหน้าจาง... มีธุระอันใดหรือเ้าคะ?" นางกล่าวผ่านประตูออกไป "สามีของข้า... อาเฟย... เขาออกไปทำงานที่โรงตีเหล็กั้แ่เช้าแล้ว ตอนนี้ไม่อยู่ที่นี่หรอกเ้าค่ะ"
นางหวังว่าคำตอบนี้จะทำให้เขาจากไป แต่เปล่าเลย...
เสียงหัวเราะหยันดังขึ้นจากด้านนอก "ทำงานรึ? ข้าเพิ่งไปที่โรงตีเหล็กมา เถ้าแก่บอกว่าวันนี้มันไม่มาทำงาน! บอกว่าป่วย! ตอนนี้มันมุดหัวอยู่ที่ไหน!?"
หัวใจของเสี่ยวเหลียนดิ่งวูบอีกครั้ง! อาเฟยไม่ได้ไปทำงาน!? เขาป่วยงั้นหรือ!? ทำไมเขาไม่บอกนาง!? หรือว่า... เขาสังเกตเห็นความผิดปกติของนางเมื่อเช้าจนรู้สึกไม่สบายใจและไม่มีกะจิตกะใจจะไปทำงาน?
ความรู้สึกผิดแล่นปราดขึ้นมาทิ่มแทงใจนางอีกครั้ง แต่นางก็รีบสะบัดมันทิ้งไป ตอนนี้ไม่ใช่เวลามานั่งเสียใจ นางต้องจัดการกับพยัคฆ์ร้ายที่อยู่หน้าประตูก่อน
"เป็ไปไม่ได้เ้าค่ะ" นางแสร้งทำเสียงประหลาดใจ "เมื่อเช้าเขายังดูปกติดีอยู่เลย... บางทีเขาอาจจะรู้สึกไม่สบายระหว่างทาง เลยแวะไปหาท่านหมอก็ได้นะเ้าคะ ท่านลองไปดูที่นั่นหรือยัง?"
นางโยนชื่อของหมอออกไปอย่างสิ้นคิด หวังเพียงแค่จะเบี่ยงเบนความสนใจของเขาไปที่อื่นได้แม้เพียงชั่วครู่ก็ยังดี
แต่จางอี้ไม่ใช่คนโง่
"หึ! อย่ามาเล่นลิ้นกับข้า!" เขาสวนกลับมาทันที "ข้าให้คนของข้าเฝ้าอยู่ทั่วทุกตรอกแล้ว ไม่มีใครเห็นมันเดินไปทางร้านของหมอเลยแม้แต่คนเดียว! ข้าจะให้โอกาสเ้าเป็ครั้งสุดท้าย... เปิดประตู! แล้วบอกข้ามาว่ามันซ่อนตัวอยู่ที่ไหน! หรือเ้าอยากให้ข้าประกาศเื่สนุกๆ ของเราเมื่อคืนให้ชาวบ้านแถวนี้ได้ฟังกันทั่วหน้า!"
คำขู่สุดท้ายนั้นราวกับน้ำแข็งที่ราดลงบนกองไฟ มันดับความหวังทั้งหมดของเสี่ยวเหลียนจนหมดสิ้น เขารู้ว่านางกลัวอะไรที่สุด และเขาก็ใช้มันเป็อาวุธได้อย่างเืเย็นที่สุด
นางหมดหนทางแล้วจริงๆ
เสี่ยวเหลียนหลับตาลงช้าๆ ยอมรับชะตากรรม นางค่อยๆ เอื้อมมือที่สั่นเทาไปปลดสลักประตูไม้ที่กั้นขวางระหว่างโลกของนางกับความพินาศเอาไว้
เอี๊ยด...
บานประตูเปิดออกช้าๆ แสงแดดยามสายสาดส่องเข้ามาจนนางต้องหยีตา ที่หน้าประตูนั้น จางอี้ยืนกอดอกมองนางด้วยสายตาที่เ็าและดูแคลน องครักษ์อีกสองคนยืนขนาบข้างเขาด้วยท่าทีคุกคาม สายตาของชาวบ้านที่แอบมองอยู่ไกลๆ นั้นเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้
"ในที่สุดก็ยอมเปิด" จางอี้แค่นเสียงหยัน เขาไม่ได้มองหน้านางนานนัก แต่สายตาของเขากวาดมองเข้าไปในห้องเช่าแคบๆ ที่ว่างเปล่าอย่างรวดเร็ว "มันไม่ได้อยู่ที่นี่จริงๆ สินะ"
"ข้าบอกท่านแล้วเ้าค่ะ" เสี่ยวเหลียนตอบเสียงเรียบ ก้มหน้าลงเพื่อซ่อนแววตาของตัวเองเอาไว้
จางอี้หรี่ตามองนางอย่างพิจารณาอีกครั้ง ในตอนที่แสงแดดส่องกระทบใบหน้าของนางนั้น เขาก็สังเกตเห็นบางอย่าง... ความเปล่งปลั่งผิดหูผิดตา... และประกายบางอย่างในแววตาของนางที่มองสวนกลับมาเพียงชั่วครู่ก่อนจะก้มหลบไป มันเป็ประกายที่เขาคุ้นเคย... คล้ายกับประกายตาของพวกจิ้งจอกสาวในหอคณิกาชั้นสูง... แต่มันกลับดูอันตรายและเยือกเย็นกว่านั้นมาก
เขารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจกับมันมากนัก "แล้วมันไปไหน?"
"ข้า... ข้าไม่ทราบจริงๆ เ้าค่ะ"
"ไม่ทราบรึ?" จางอี้เลิกคิ้วขึ้น "ผัวของเ้าหายไปทั้งคน เ้ากลับบอกว่าไม่ทราบ? ช่างเป็ภรรยาที่ประเสริฐเสียจริง!"
คำพูดที่เสียดแทงนั้นทำให้นางกำหมัดแน่น แต่ก็ได้แต่ก้มหน้ารับเอาไว้
ทันใดนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังของกลุ่มชาวบ้านที่มุงดูอยู่
"เกิดอะไรขึ้นรึขอรับท่านหัวหน้า?"
ทุกคนหันไปมองตามเสียงนั้น และเสี่ยวเหลียนก็แทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น
คนที่เดินฝ่าวงล้อมเข้ามาคือ อาเฟย!
ใบหน้าของเขาดูซีดเซียวและอิดโรยเล็กน้อย แต่สายตาของเขานั้นเต็มไปด้วยความสับสนและเป็กังวล เขามองไปที่จางอี้และลูกน้องที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องของเขา สลับกับมองเสี่ยวเหลียนที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่ด้วยความไม่เข้าใจ
"อาเฟย!" เสี่ยวเหลียนอุทานออกมาเสียงแ่
"ในที่สุดก็โผล่หัวออกมา!" จางอี้หันไปเผชิญหน้ากับอาเฟยเต็มตัว "ข้านึกว่าเ้าจะหนีไปแล้วเสียอีก!"
อาเฟยขมวดคิ้วแน่น "หนี? ข้าจะหนีไปไหน? ข้าแค่รู้สึกไม่ค่อยสบาย เลยไปเดินเล่นสูดอากาศที่ริมลำธารท้ายหมู่บ้านมาเท่านั้น ข้าทำอะไรผิดรึขอรับ?"
ความซื่อตรงในแววตาและคำพูดของอาเฟยนั้นชัดเจนเสียจนทุกคนที่ได้ฟังเชื่อสนิทใจ แต่ไม่ใช่สำหรับจางอี้
"ทำอะไรผิดรึ?" จางอี้หัวเราะในลำคอ เขาเดินเข้าไปหาอาเฟยช้าๆ จนกระทั่งหยุดยืนอยู่ตรงหน้า ห่างกันไม่ถึงหนึ่ง่แขน "เมื่อวาน... เ้าไปทำอะไรที่ลานประลองของค่ายทหาร?"
อาเฟยสะดุ้งเล็กน้อย แต่ก็ตอบกลับไปตามความจริง "ข้า... ข้าเห็นพวกทหารฝึกซ้อมกันอยู่ ข้าเลยอยากจะลองดูบ้าง... ข้าแค่อยากจะแข็งแกร่งขึ้น... ไม่มีอะไรมากกว่านั้นขอรับ"
"อยากจะแข็งแกร่งขึ้นรึ?" จางอี้แสยะยิ้ม "ด้วยการไปทำลายกระสอบทรายฝึกซ้อมของพวกทหารจนพังไปสามใบ แถมยังทำดั้งจมูกของทหารเวรที่เข้าไปห้ามเ้าหักอีกคนน่ะรึ!?"
เสี่ยวเหลียนตาเบิกกว้างด้วยความใ! นางไม่เคยรู้เื่นี้มาก่อน! นี่คือเหตุผลที่จางอี้ตามหาตัวอาเฟยงั้นหรือ!?
อาเฟยหน้าซีดเผือดลงทันที "ข้า... ข้าไม่ได้ตั้งใจ! ข้าไม่รู้ว่าตัวเองมีแรงมากขนาดนั้น! ข้าขอโทษจริงๆ ขอรับ! ข้ายินดีจะชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด!"
"ชดใช้รึ?" จางอี้หัวเราะเสียงดัง "ค่ากระสอบทรายน่ะเื่เล็ก... แต่ค่ารักษาพยาบาลกับค่าเสียขวัญของทหารข้าล่ะ? แล้วที่สำคัญที่สุด... การที่สามัญชนอย่างเ้าบุกรุกเข้าไปในเขตทหารและทำร้ายเ้าพนักงาน... มันเป็ความผิดร้ายแรง! โทษของมันคือการโบยหนึ่งร้อยทีและจำคุกหนึ่งปี! เ้ามีปัญญาจะชดใช้ไหม!?"
คำว่า "โบยหนึ่งร้อยที" ทำให้อาเฟยตัวสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง ด้วยร่างกายที่ผอมบางของเขา แค่ห้าสิบทีก็อาจจะตายได้แล้ว ไม่ต้องพูดถึงหนึ่งร้อยทีเลย
"ได้โปรดเมตตาด้วยขอรับท่านหัวหน้า!" อาเฟยคุกเข่าลงกับพื้นทันที "ข้าไม่ได้ตั้งใจจริงๆ! ข้ามันโง่เขลาเบาปัญญา ได้โปรดอภัยให้ข้าด้วย!"
เสี่ยวเหลียนมองภาพคนรักของนางคุกเข่าอ้อนวอนอยู่แทบเท้าของชายที่เพิ่งย่ำยีนางมาเมื่อคืนแล้วหัวใจก็แทบจะแหลกสลายเป็ผุยผง นี่คือสิ่งที่นางกลัวที่สุด... ความซื่อและความขยันของอาเฟยกำลังจะนำภัยมาสู่ตัวเองจนได้
นางกำลังจะก้าวออกไปเพื่อคุกเข่าขอร้องด้วยอีกคน แต่จางอี้กลับยกมือขึ้นห้ามเอาไว้
"ลุกขึ้น" เขากล่าวกับอาเฟยด้วยน้ำเสียงที่เรียบลง "ข้าไม่ใช่คนไร้เหตุผล... ข้าเห็นว่าเ้าไม่ได้ตั้งใจ และดูท่าทางเ้าก็พอจะมีพละกำลังอยู่บ้าง... ข้าจะให้โอกาสเ้า"
อาเฟยเงยหน้าขึ้นมองอย่างมีความหวัง "จริงหรือขอรับ!?"
"ข้าจะยกโทษให้เ้าทั้งหมด... แลกกับข้อเสนอข้อเดียว" จางอี้กล่าวพลางเหลือบสายตามองมาทางเสี่ยวเหลียนแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปมองอาเฟย "นับั้แ่วันพรุ่งนี้เป็ต้นไป... เ้าต้องมาเป็ 'คู่ซ้อม' ให้กับทหารใหม่ในค่ายของข้าทุกวันหลังเลิกงาน"
"คู่ซ้อม?" อาเฟยทวนคำอย่างไม่เข้าใจ
"ใช่" จางอี้แสยะยิ้มอีกครั้ง เป็รอยยิ้มที่น่าขนลุกที่สุดเท่าที่เสี่ยวเหลียนเคยเห็น "หน้าที่ของเ้าคือการไปยืนเป็กระสอบทรายมนุษย์ให้พวกทหารใหม่ได้ฝึกซ้อมการต่อสู้... โดยที่เ้าห้ามต่อสู้กลับ ทำได้แค่ป้องกันตัวเท่านั้น ทำงานให้ข้าหนึ่งปีเต็ม... แล้วหนี้ทั้งหมดของเ้าจะถือเป็โมฆะ"
รอยยิ้มของอาเฟยที่เพิ่งจะปรากฏขึ้นมาเมื่อครู่ หุบฉับลงในทันที ชาวบ้านที่มุงดูก็เริ่มซุบซิบกันด้วยความสงสาร นี่มันไม่ใช่การให้โอกาส... แต่มันคือการทรมานอย่างถูกกฎหมายชัดๆ! การไปเป็กระสอบทรายให้ทหารใหม่ที่ยังควบคุมแรงตัวเองไม่ได้ทุกวันเป็เวลาหนึ่งปีเต็ม... ไม่ตายก็คงเลี้ยงไม่โต!
"ว่าอย่างไรล่ะ?" จางอี้ถามย้ำ "จะรับข้อเสนอนี้... หรือจะไปนอนในคุก?"
อาเฟยอ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออก เขามองไปที่เสี่ยวเหลียนด้วยสายตาที่สิ้นหวัง
เสี่ยวเหลียนมองสบตากับเขา ในวินาทีนั้นเอง นางก็เข้าใจทุกอย่างในทันที!
นี่ไม่ใช่การลงโทษเื่ที่อาเฟยทำลายข้าวของ... แต่นี่คือการแก้แค้นของจางอี้! เขาอาจจะรู้สึกเสียหน้าที่ถูกนาง "ขโมย" พลังปราณไปเมื่อคืน เขาจึง้าจะทรมาน "ผัว" ของนางเพื่อเป็การเอาคืน! เขา้าจะทำลายอาเฟยช้าๆ ต่อหน้าต่อตานาง!
และในขณะเดียวกัน... นี่ก็คือ "โอกาส" ที่เขาจงใจสร้างขึ้น!
การไปเป็คู่ซ้อมใหทหาร จะทำให้อาเฟยได้เรียนรู้การต่อสู้และการป้องกันตัวไปในเวลาเดียวกัน มันคือการฝึกฝนภาคปฏิบัติที่หาจากที่ไหนไม่ได้! และที่สำคัญที่สุด... มันคือหนทางเดียวที่อาเฟยจะได้เข้าใกล้ "วิชาการต่อสู้" อย่างถูกวิธี!
จางอี้ไม่ได้แค่้าแก้แค้น... แต่เขากำลัง "สอน" อาเฟยไปในตัว! เขากำลังทำตาม "ข้อตกลง" ที่นางใช้ร่างกายแลกมาเมื่อคืน... แต่ในรูปแบบที่โหดร้ายและบิดเบี้ยวที่สุด!
เขาคือปีศาจ... แต่เป็ปีศาจที่รักษาสัญญา
เสี่ยวเหลียนตัดสินใจในเสี้ยววินาที นางมองลึกเข้าไปในดวงตาของอาเฟยแล้วพยักหน้าให้เขาเบาๆ เป็การส่งสัญญาณว่า "รับข้อเสนอ"
อาเฟยแม้จะไม่เข้าใจว่าทำไมคนรักของเขาถึงยอมให้เขาไปตาย แต่ด้วยความรักและความเชื่อใจที่มีต่อนางอย่างเต็มเปี่ยม เขาก็ก้มหน้าลงและตอบจางอี้กลับไปเสียงดังฟังชัด
"ข้า... ตกลงขอรับ"
รอยยิ้มแห่งชัยชนะปรากฏขึ้นบนใบหน้าของจางอี้ "ดีมาก! พรุ่งนี้หลังเลิกงาน ไปรายงานตัวที่ค่ายทหาร... อย่าคิดหนีล่ะ"
เขากล่าวทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้น ก่อนจะหมุนตัวและเดินฝ่าฝูงชนจากไปพร้อมกับลูกน้อง ทิ้งให้สองหนุ่มสาวยืนเผชิญหน้ากับโชคชะตาที่เพิ่งถูกกำหนดขึ้นใหม่
เมื่อชาวบ้านเริ่มสลายตัวไป อาเฟยก็ลุกขึ้นและเดินเข้ามาหานางด้วยสีหน้าที่ยังคงเต็มไปด้วยความสับสน "เหลียนเอ๋อร์... ทำไมเ้าถึง..."
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ เสี่ยวเหลียนก็โผเข้ากอดเขาแน่น ซบใบหน้าลงกับแผงอกของเขาเพื่อซ่อนน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมา
"ข้าขอโทษ... ข้าขอโทษนะอาเฟย..." นางกระซิบเสียงสั่น "แต่เชื่อข้านะ... ทุกอย่างจะต้องดีขึ้น... นี่คือโอกาสเดียวของเรา"
อาเฟยยกมือขึ้นลูบหลังนางเบาๆ เพื่อปลอบโยน แม้จะไม่เข้าใจอะไรเลย แต่เขาก็เลือกที่จะเชื่อใจนาง "ข้าเชื่อเ้า... ข้าเชื่อเ้าเสมอ"
ค่ำคืนนั้น... หลังจากที่อาเฟยหลับไปด้วยความเหนื่อยล้าและสับสน เสี่ยวเหลียนก็ลุกขึ้นจากเตียงอีกครั้ง นางมองใบหน้าของชายผู้เป็ที่รักที่กำลังหลับสนิทด้วยแววตาที่ซับซ้อน ทั้งรัก ทั้งสงสาร ทั้งรู้สึกผิด และทั้งเด็ดเดี่ยว
นางรู้แล้วว่าคืนนี้นางต้องทำอะไร
นางจะรอช้าอีกต่อไปไม่ได้แล้ว อาเฟย้าพลังมากกว่าที่เคยเป็มาเพื่อจะเอาชีวิตรอดจากการเป็ "กระสอบทรายมนุษย์" ในวันพรุ่งนี้
นางค่อยๆ โน้มตัวลงไป... ริมฝีปากของนางประทับลงบนริมฝีปากของเขาอย่างแ่เบา ก่อนจะเริ่มถ่ายทอดพลังปราณธาตุทองอันบริสุทธิ์ที่นางเพิ่งควบคุมได้อย่างสมบูรณ์... เข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างช้าๆ
นี่คือการเริ่มต้นของการ "ปั้น" ยอดฝีมือ... ด้วยหยาดน้ำตาและเรือนร่างของนางเอง
แต่ในขณะที่นางกำลังจดจ่ออยู่กับการถ่ายทอดพลังนั้นเอง นางกลับไม่รู้เลยว่า... ที่มุมมืดบนหลังคาของตึกฝั่งตรงข้าม... มีเงาของใครคนหนึ่งกำลังยืนมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดในห้องของนางผ่านรูเล็กๆ บนหลังคาด้วยรอยยิ้มที่พึงพอใจ
เงาของ หมอหลี่ นั่นเอง