ความมืดมิดของยามค่ำคืนคืบคลานเข้าปกคลุมคฤหาสน์หรูหลังใหญ่ ทว่าความเงียบสงัดภายในบ้านกลับน่ากลัวและบีบคั้นหัวใจยิ่งกว่าคืนไหน ๆ 'มารุต' นั่งหมดสภาพอยู่ที่โต๊ะทำงานส่วนตัวในบ้าน เบื้องหน้าของเขามีแก้วเหล้าวิสกี้ที่พร่องไปกว่าครึ่งและเอกสารสำคัญสองฉบับที่เพิ่งถูกส่งมาถึงเมื่อ่บ่าย
ก่อนหน้านี้ มารุตได้เดินก้าวสะเปะสะปะลงบันไดหินอ่อนไปยังห้องครัวกว้างขวางเพื่อหาอะไรมารองท้องใส่กระเพาะที่แห้งแล้ง ทว่าทันทีที่ผลักประตูกระจกกรอบอลูมิเนียมเปิดเข้าไป กลิ่นน้ำยาทำความสะอาดรสส้มผสมกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียกลับโชยเข้ากระทบจมูกอย่างแรง ปลุกเร้าและขุดคุ้ยความทรงจำเื่ราวแสนชั่วช้าศีลธรรมที่เขาลอบมีสัมพันธ์ทางกายรุ่มร้อนสิเน่หาอย่างวิปริตกับแพรวตรงขอบเคาน์เตอร์ครัวหินอ่อนสีขาวคาร์ราราตัวใหญ่นี้ ภาพใบหน้าหวานที่เปียกปอนไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความผิดหวังปวดร้าวและเสียงะโก้องสบตาประจวบเค้นความจริงของพราว ย้อนกลับมาตบกระแทกใบหน้าของเขาอย่างแรงจนหูอื้อและหน้าชาไปหมด 'สารเลวที่สุด!... พวกคุณสองคนทำเื่สกปรกน่าเกลียดแบบนี้บนเตียงและในห้องครัวของพราวได้ยังไง!' มารุตรู้สึกจุกแน่นในลำคอจนหน้ามืดคลื่นไส้อยากจะอาเจียนออกมารุนแรง เขาเปิดประตูตู้เย็นบานั์หาขวดน้ำเย็นดื่มดับความเครียดแต่กลับพบเพียงกล่องถ้วยโยเกิร์ตรสสตรอว์เบอร์รี่โปรดของพราวที่ซ้อนทับกันอยู่ มารุตบันดาลโทสะกิเลสร้ายหยิบถ้วยโยเกิร์ตเ่าั้ขว้างปาใส่ฝาถังขยะอย่างบ้าคลั่งรุนแรง และหันไปคว้าแก้วน้ำคริสตัลขว้างลงกระทบกับผนังครัวปูนปั้นเสียงดังลั่นแตกกระจายเกลื่อนกลาดพินาศเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย เขาทรุดกายซบหน้าร้องไห้กระซิกสะอื้นกับเคาน์เตอร์หินอ่อนเย็นเฉียบอันเป็ฉากหลังเวทีรักรอยบาปของตนเองอย่างหมดอาลัยตายอยากและสิ้นแรงกำลังสู้ชีวิต
เขากลับขึ้นมาที่ห้องทำงาน ทันใดนั้น เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น แผดเสียงดังลั่นลายหู มารุตรีบคว้ากดรับสายทันทีเพราะหวังว่าจะเป็ข่าวดีจากฝ่ายกฎหมายของบริษัท
"สวัสดีครับวิโรจน์ ฝ่ายกฎหมายจัดการเื่ธนาคารเรียบร้อยหรือยังครับ?" มารุตถามเสียงแหบแห้งกระวนกระวาย
"คุณมารุตครับ... ฝ่ายกฎหมายของธนาคารร่วมไม่ยอมรับข้อเสนอประนีประนอมเลยครับ ทางนั้นยืนยันว่าการถอนค้ำประกันของท่านประธานเกริกฤทธิ์ (พ่อของพราว) มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายโดยทันที และเนื่องจากมูลค่าทรัพย์สินค้ำประกันที่เหลือของบริษัทเราลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ความเสี่ยง ธนาคารให้เวลาเราเพียงสิบสี่วันในการหาหลักทรัพย์ค้ำประกันใหม่มูลค่าห้าสิบล้านบาท หรือนำเงินสดมาชำระหนี้ก้อนเดิมทั้งหมดครับ หากเราทำไม่ได้ตามกำหนด พวกเขาจะระงับระบบบัญชีสินเชื่อและเข้าสู่กระบวนการฟ้องล้มละลายยึดทรัพย์คลังสินค้าของเราครับ... ยิ่งกว่านั้น ทางบริษัทั์ใหญ่ของอนลตอนนี้ก็เตรียมส่งทีมทนายและบอร์ดรอซื้อคลังสินค้าของเราทันทีที่ถูกขายทอดตลาดแล้วครับ" ปลายสายตอบเสียงเครียดหนักหน่วง
ทันทีที่วางสายจากทนาย โทรศัพท์ก็สั่นอีกครั้ง คราวนี้เป็สายจาก 'คุณนิภา' เ้าหน้าที่วิเคราะห์สินเชื่อาุโของธนาคารผู้ดูแลบัญชีตระกูลมารุตมานับสิบปี นิภาเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงลำบากใจแต่เฉียบขาด "คุณมารุตคะ นิภาต้องขอโทษจริง ๆ ค่ะ คณะกรรมการบริหารธนาคารอนุมัติเร่งรัดเรียกคืนหนี้ก้อนนี้ตามคำสั่งเร่งรัดค่ะ เนื่องจากท่านประธานเกริกฤทธิ์เป็ผู้ถือหุ้นรายใหญ่และฝากเงินฝากกระแสรายวันกับเรากว่าสองร้อยล้านบาท ท่านแจ้งกับผู้บริหารระดับสูงโดยตรงว่า หากเราต่อสัญญาหรือผ่อนปรนการค้ำประกันให้คุณมารุต ท่านจะถอนเงินฝากและธุรกิจทั้งหมดออกจากธนาคารเราทันที ธนาคารเราจำเป็ต้องเลือกความมั่นคงทางการเงินของส่วนรวมและผู้ถือหุ้นหลักค่ะ หวังว่าคุณมารุตจะเข้าใจและเตรียมชดใช้หนี้สินนะคะ"
มารุตกัดฟันแน่นจนระบม ทุบกำปั้นลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังปัง "โธ่โว้ย! พวกคุณเห็นแก่เงินกันหมดเลยสินะ! ข่าวลือมันรั่วไหลไปถึงหูอนลเร็วขนาดนั้นได้ยังไง! พวกมันจ้องจะฮุบกิจการของปู่ผมอยู่แล้วสินะ!" มารุตตะคอกเสียงสั่นก่อนจะกดวางสายไปอย่างไร้ทางสู้
มารุตยกแก้วเหล้าวิสกี้ขึ้นดื่มรวดเดียวหมดแก้ว ความร้อนของแอลกอฮอล์แผดเผาลำคอทว่ามันเทียบไม่ได้เลยกับความรุ่มร้อนเ็ปในอก เขารู้สึกมืดแปดด้านและตื่นกลัวอย่างไม่เคยเป็มาก่อน มารุตพยายามกดโทรศัพท์มือถือหาพราวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทว่าสัญญาณที่ตอบกลับมามีเพียงระบบอัตโนมัติแจ้งว่าหมายเลขของเขาโดนบล็อกและตัดสายทิ้งทันที เขาพยายามโทรหาพ่อตาเพื่อกราบกรานอ้อนวอนขอโอกาสแก้ไข แต่เลขานุการส่วนตัวของพ่อตากลับตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดว่า "คุณมารุตคะ ท่านประธานแจ้งว่าไม่มีเื่อะไรต้องพูดคุยส่วนตัวอีกแล้วค่ะ หากมีข้อสงสัยใด ๆ กรุณาติดต่อผ่านทางทีมทนายความเท่านั้นค่ะ"
มารุตลุกขึ้นยืนก้าวเดินโซเซไปรอบคฤหาสน์ที่มืดสลัวและไร้เงาของพราว เขาเดินก้าวลึกเข้าไปในห้องทำงานออกแบบของพราวที่ชั้นสอง พราวเผลอทิ้งไม้บรรทัดเหล็ก ดินสอเขียนแบบ และกระดาษพิมพ์แบบพิมพ์เขียวแบบแปลนโครงการรีสอร์ทเชียงใหม่สีฟ้าที่ยังคงกางคาอยู่บนโต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่ บนบอร์ดไม้ก๊อกข้างโต๊ะเครื่องเขียน มีรูปถ่ายภาพวาดลายเส้นสเก็ตช์ด้วยดินสอสีดำสนิทชิ้นหนึ่ง มันเป็รูปสลักความทรงจำของมารุตและพราวยืนกอดคอกันหัวเราะร่าเริงริมชายหาดทะเลหัวหินใน่ปีแรกที่ย้ายเข้ามาแต่งงานสร้างครอบครัวร่วมกัน พราวบรรจงวาดภาพนี้ขึ้นด้วยดวงใจที่รักและเปี่ยมล้นฝันหวาน มารุตยังจำคำมั่นสัญญาที่เขาเคยให้ไว้กับเธอตอนไปเที่ยวฮันนีมูนที่เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ใต้ต้นดอกซากุระสีชมพูที่ร่วงหล่นว่า เขาจะขยันทำงานสร้างบ้านหลังใหญ่ที่อบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะและความอบอุ่น และจะดูแลปกป้องพราวไม่ให้เสียน้ำตาชั่วชีวิต ทว่าในเวลานี้เขากลับทำลายคำสัญญาเ่าั้ลงอย่างไม่มีชิ้นดี มารุตเอื้อมมือสั่นเทาไปดึงกระดาษรูปถ่ายภาพสเก็ตช์นั้นมาถือไว้แ่า หยาดน้ำตาเม็ดใสร่วงไหลอาบสองแก้มสากหยดลงบนเนื้อกระดาษสเก็ตช์จนหมึกดินสอจางซึมและเปรอะเปื้อนเป็ปื้นใหญ่ ความคิดหวนคำนึงนึกถึงความแสนดีอ่อนโยน รอยยิ้มสดใสราวกับดอกไม้บาน และอ้อมกอดอุ่นของพราวที่คอยพยาบาลดูแลเขาในยามที่เหนื่อยล้าจากการทำงาน พราวคือหัวใจและิญญาความสว่างไสวชิ้นเดียวของคฤหาสน์หรูหลังนี้ ทว่าตัวเขาเองกลับเป็คนชั่วร้ายที่ใช้น้ำมือและกิเลสตัณหาสารเลวแผดเผาทำลายจิติญญาและหัวใจของพราวจนแหลกสลายไม่มีชิ้นดี มารุตทรุดเข่าลงกระแทกกับพื้นไม้ปาร์เก้ นั่งร้องไห้โฮสะอื้นตัวสั่นกอดกระดาษแปลนงานและภาพสเก็ตช์ของพราวไว้แนบอกแน่นด้วยความรู้สึกสำนึกผิดและเสียใจระทมระคนโง่เขลาปางตาย
หลังจากสะกดกั้นอารมณ์ มารุตหยัดกายเดินก้าวตรงไปยังห้องนอนแขกของแพรวเพื่อกอดรัดและหาที่พึ่งพิงระบายความอัดอั้นตันใจที่อก
มารุตผลักประตูห้องนอนแขกของแพรวเข้าไปทันที ทว่าสิ่งแรกที่ปะทะสายตาคือความว่างเปล่าและระเบียบที่สะอาดสะอ้านผิดปกติ เตียงนอนกว้างปูเรียบตึงไม่มีคราบน้ำมันและกลิ่นน้ำหอมรสเข้มแบล็คออร์คิดของแพรวหลงเหลืออยู่เลย มารุตรีบตรงดิ่งไปเปิดตู้เสื้อผ้า พบว่ามันว่างเปล่าสนิท เสื้อผ้าเดรสสายเดี่ยวและเครื่องประดับหรูหราของแพรวถูกเก็บกวาดไปจนหมดสิ้น แพรวได้หนีออกจากบ้านหลังนี้ไปแล้วโดยไม่บอกกล่าวทิ้งคำร่ำลา
บนโต๊ะเครื่องแป้งไม้โอ๊คสีขาว มีเพียงกระดาษโน้ตสีขาวแผ่นเล็ก ๆ วางทับไว้ด้วยขวดน้ำหอมเปล่า มารุตเอื้อมมือสั่นเทาไปหยิบขึ้นมาเปิดอ่าน ข้อความสั้น ๆ ด้วยลายมือขรุขระระบุว่า
'มารุตคะ... พี่แพรวขอโทษพราวและมารุตสำหรับเื่บ้า ๆ ทั้งหมดที่เกิดขึ้น พี่ตระหนักดีแล้วว่าเซ็กซ์และความรักชั่วคราวของเรามันช่างชั่วร้ายไร้ศีลธรรมและจอมปลอมสิ้นดี ยามที่พายุร้ายพัดเข้ามา มารุตก็พร้อมจะสะบัดทิ้งและทำลายพี่เพื่อเอาตัวรอด พี่ทนรับความรู้สึกผิดชอบและสมเพชตัวเองในกระจกนี้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว พี่แพรวขอเก็บกระเป๋าเดินทางย้ายออกจากบ้านหลังนี้และจะเดินทางกลับอเมริกาไปเผชิญหน้ากรรมส่วนตัวค่ะ อย่าได้พยายามติดต่อหรือพบเจอกันอีกเลยชั่วชีวิต ลาก่อนค่ะ'
มารุตขยำกระดาษโน้ตแผ่นนั้นแน่นในกำมือจนยับย่นร่วงหล่นลงพื้นห้อง เขาฉีกกระดาษโน้ตแผ่นนั้นออกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยปลิวว่อนร่วงหล่นสู่พื้นไม้ราวกับเกล็ดหิมะสีขาวที่ไร้ค่า เขาซบหน้าลงกับฝ่ามือปล่อยให้น้ำตาร่วงไหลออกมาด้วยความรู้สึกสมเพชเวทนาในชะตากรรมของตัวเองอย่างถึงที่สุด มารุตทรุดตัวลงนั่งบนเตียงนอนแขกที่เย็นเฉียบ คฤหาสน์หลังใหญ่โตมโหฬารมูลค่าหลายสิบล้านบาทในยามนี้กลับกว้างขวางและอ้างว้างเกินไปจนรู้สึกะเืและเปล่าเปลี่ยว
เขาลดสายตาที่พร่ามัวลงจ้องมองดูแหวนแต่งงานสีเงินเรียบง่ายบนนิ้วนางข้างซ้ายของตนเอง แหวนวงนี้ที่พราวบรรจงสวมใส่ให้เขาในวันวิวาห์อันแสนหวาน ทว่าในวันนี้มันกลับไม่มีคุณค่าหรือความหมายหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มันเป็เพียงเศษเหล็กสีเงินเย็นเฉียบเตือนใจถึงความผิดบาป พันธนาการสมรสที่เคยผูกมัดชีวิตแต่งงานที่งดงามบัดนี้ได้ขาดสะบั้นพังทลายลงอย่างย่อยยับจนไม่เหลือชิ้นดี มารุตสูญเสียพราวภรรยาที่รักและแสนดีที่สุดไป สูญเสียแพรวชู้รักผู้แสนร้อนแรงเย้ายวนใจ และเขายังกำลังจะสูญเสียบริษัทโลจิสติกส์ที่ปู่ของเขาก่อตั้งและสร้างรากฐานขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรงไปในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้แล้ว ความละโมบโลภมากในธุรกิจและตัณหาความใคร่ลักลอบที่เขาร่วมกันก่อร่างสร้างขึ้นมาโดยก้าวข้ามเส้นศีลธรรมอันดีงาม บัดนี้มันได้ย้อนกลับมาทิ่มแทง แผดเผาทำลายล้างวิถีชีวิต หน้าตาในสังคม และความหวังทั้งหมดของเขาจนวอดวายราบคาบสิ้นซาก มารุตทิ้งกายลงนอนราบบนฟูกเตียงที่เย็นเฉียบสวมกอดสองเข่าคู้แ่า ปล่อยให้น้ำตาไหลอาบร่องแก้ม ร้องไห้สะอื้นโฮเสียงสั่นพร่าระทมก้องอยู่ภายในห้องนอนแขกอันเงียบงันมืดมิด รอคอยวันตัดสินพิพากษาล้มละลายและความล่มจมที่กำลังคืบคลานเข้ามาทิ่มแทงในอีกไม่ช้าชั่วข้ามคืน