เพียซยกถ้วยกาแฟเย็นๆ ขึ้นจิบ อลีเซียมีความรู้สึกอยู่ว่า เขาอยากจะทำอะไรบางอย่างเพื่อกลบเกลื่อนความสนใจใคร่รู้เกี่ยวกับเื่นี้ มากกว่าจะอยากดื่มกาแฟ
“แล้วคุณไม่คิดเสียใจบ้างเลยหรือ?”
“ไม่แม้แต่น้อย... ฉันรักคาร์เตอร์ในฐานะที่เขาเป็เพื่อนที่ดีของจิมกับครอบครัวเราเสมอมา แล้วฉันก็รักสโลนซึ่งทุกวันนี้เธอก็ยังเป็เพื่อนที่ดีที่สุดของฉันอยู่ ฉันกลับดีใจเสียด้วยซ้ำที่เป็คนชักนำคนทั้งสองให้ได้มาพบกัน เขาต่าง้าในกันและกันอย่างแท้จริง”
“แล้วั้แ่จิมตายลง ยังไม่เคยมีใครอื่นก้าวเข้ามาในชีวิตของคุณอีกเลยหรือ...?”
ไม่มีเลยค่ะ
เธอพยายามใช้ชีวิตแบบสาวโสดอยู่ระยะหนึ่ง แต่ก็ได้พบว่าชีวิตแบบนั้นไม่เหมาะสำหรับเธอ ก่อนหน้าที่เธอกับคาร์เตอร์จะได้ตระหนักว่าได้กระทำในสิ่งที่ผิดพลาดลงไป ทั้งเขาและเธอได้เดินทางไปเล่นสกีตอน่วันหยุดสุดสัปดาห์ที่ทาโฮ... ซึ่งเพื่อนคนหนึ่งที่คุ้นชินกับการใช้ชีวิตแบบไร้คู่มากกว่าอลีเซีย เป็คนชวนเธอไป อลีเซียยอมรับว่าเป็่เวลาที่สนุกมาก แล้วเธอก็ยังได้พบสุภาพบุรุษคนหนึ่งนามว่าแมค ความสัมพันธ์จบลงที่เธอไปค้างคืนอยู่ในห้องของเขามันเป็ความรู้สึกดีเหลือเกินที่ถูกกอด ถูกรัก สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับคาร์เตอร์นั้นไม่เคยเกินเลยกว่าความเป็พลาโตนิกเฟรนด์ชิปเลย ความรักความใคร่ที่แมคมอบให้เป็สิ่งที่เธอรู้สึกว่าตัวเองกำลัง้าอย่างยิ่งในเวลานั้น
แต่ต่อมา เมื่อเขาเดินทางจากบ้านในโอเรกอนเพื่อมาเยี่ยมเธอ เขาก็ยังดูสุภาพ ใจดีกับเธอ ยังเป็คนน่ารักและ
พร้อมที่จะปรนนิบัติเธอเหมือนเช่นเคย แต่มนตราที่ผูกมัดเธอไว้กับเขาตอน่วันหยุดสุดสัปดาห์มันเสื่อมความขลังลงแล้วต่างฝ่ายต่างรับประทานอาหารค่ำด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ในที่สุดเขาก็กล่าวคำราตรีสวัสดิ์กับเธอตรงหน้าประตู ต่างฝ่ายต่างเสียดายที่ทุกสิ่งทุกอย่างมันไม่เหมือนเดิมแล้ว เขาไม่ได้รุกเร้าหรือพยายามบีบบังคับสร้างความกดดันแต่อย่างใดทั้งสิ้น ซึ่งเธอพอใจและดีใจอย่างมาก ที่นับแต่วันนั้นแล้วเขาไม่ได้ติดต่อมาหาเธออีกเลย
ยังมีเพื่อนที่ตั้งใจดี ซึ่งเชื่อผิดๆ ว่าเธอยังเสียใจกับการที่ต้องสูญเสียคาร์เตอร์ไปอยู่มาก พยายามจับคู่เธอกับชายหนุ่มที่เห็นว่าน่าจะเหมาะสมกัน ปรากฏว่ามันกลับกลายเป็ความเลวร้ายเสียส่วนใหญ่ ทั้งเธอและผู้ชายเ่าั้ต่างโล่งใจที่ยุติความสัมพันธ์ลงเสียได้
บ่อยครั้งที่เธอเข้าไปหาความสุขในบาร์ของคนโสดและเต้นดิสโก้กับเพื่อนหญิงที่ล้วนเป็สาวโสดไร้คู่เหมือนๆ กัน ซึ่งปัจจุบันไม่ได้คบหากันแล้ว เธอสังเกตเห็นว่าเพื่อนสาวเ่าั้ทำตัวเหมือนเหยี่ยวที่บินวนรอเวลาที่จะได้พบผู้ชายที่ตนพอใจ เพื่อจะได้ทิ้งตัวลงโฉบเฉียวเอาไปครอง ซึ่งภาพที่ปรากฏอยู่ต่อหน้าทำให้อลีเซียมีความรู้สึกเหมือนกำลังทำตัวเองให้ไร้ค่า ดังนั้นเธอจึงเริ่มปฏิเสธที่จะออกเที่ยวกับเพื่อนกลุ่มนี้ จนในที่สุดทุกคนก็เลิกชวน ชีวิตทางสังคมของเธอยุติลงเมื่อเธอได้พบงานที่มีใจรักและอยากจะทำ นับแต่นั้นเธอไม่เคยหวนหาอาวรณ์ชีวิตในสังคมเช่นที่เคยผ่านพบมาอีกเลย
เพิ่งจะตอนนี้เอง ที่เธอเพิ่งได้ตระหนัก...ว่าเธออยากจะได้พูดคุยกับผู้ชายที่อยู่ในวัยเดียวกันมากเท่าไร... แต่มันยิ่งกว่านั้นนะอลีเซีย สิ่งที่มันขาดหายไปจากชีวิตเธอคือกลิ่นอายและพลังของชายชาตรี ยอมรับเสียเถอะว่า... เธอเกิดความรู้สึกดีมากๆ ที่มีผู้ชายคนนี้อยู่ใกล้...
โดยความเป็จริงแล้วยังมีบางสิ่งที่ขาดหายไปจากชีวิตอีกด้วย เพียงแต่เธอไม่ยอมให้ตัวเองคิดถึงมันเท่านั้น ความรักที่เธอกับจิมเคยมีต่อกันในเตียงวิวาห์เป็สิ่งพิเศษสุด เธอย่อมไม่้าสิ่งใดที่มีค่าน้อยกว่านั้นอยู่แล้ว แต่ถึงกระนั้นเพียซก็ช่างมีเสน่ห์ดึงดูดใจเสียเหลือเกิน เธอรู้สึกได้อยู่ว่าภายใต้กิริยาท่าทางและมารยาทสุภาพ เขายังมีเสน่ห์ทางเพศที่เดือดพล่านแฝงเร้นอยู่ เธออยากรู้เหลือเกินว่าเขาจะเป็คู่รักแบบไหน นุ่มนวลอ่อนโยน เอาอกเอาใจหรือดุดัน เต็มไปด้วยความตั้งใจที่มุ่งมั่น... หรือว่ามีลักษณะผสมที่สร้างความตื่นเต้นให้ได้มากกว่า...?
เธอรีบดึงตัวเองออกมาจากภวังค์แห่งความคิด เอ่ยออกไปว่า
“กู๊ดไนต์ค่ะ”
“ครับ กู๊ดไนต์ อย่าลืมนะครับพรุ่งนี้เรามีนัดไปตกปลากันแต่เช้า”
“โอ...” เธอครางออกมาเบาๆ “ทั้งเดวิดและอดัมตื่นเต้นเื่เรือมากเลยล่ะค่ะ แต่ฉันออกจะเป็ห่วง เพราะแกไม่เคยออกไปกลางทะเลสาบด้วยเรือลำเล็กๆ อย่างนั้นมาก่อน คุณคิดว่ามันจะปลอดภัยแน่หรือคะ?”
“เราจะต้องท่องกฎ กติกา มารยาท ในการเดินเรือก่อนที่จะออกเรือกันเลยล่ะ” เขายกมือขึ้นแตะขมับในท่าทำความเคารพแบบทหารเรือ และเธอก็หัวเราะอย่างขบขัน
“ฉันรู้ค่ะว่าฉันทำตัวเป็คุณแม่มากเกินไป”
คุณเป็ผู้หญิงที่น่ารักเต็มไปด้วยความอาทรห่วงใยต่างหาก
คำพูดของเขาทำให้เธอรู้สึกตีบตันแห้งผากในลำคอ
“อลีเซีย คุณดีใจไหมที่ได้อยู่ที่นี่...?” เงามืดบดบังสายตาเธอไว้ ทำให้ไม่อาจมองเห็นใบหน้าของเขาได้ ซึ่งทั้งแววแห่งความปรารถนาและอาวรณ์ฉายฉาบอยู่อย่างไม่ปิดบัง
“ดีใจสิคะ” เธอพยายามแต่งน้ำเสียงให้สดใส รื่นเริงและเปี่ยมด้วยความกระตือรือร้นเข้าไว้ ไม่ให้เขาจับความรู้สึกของตนเองได้
“ดี” ... เขาผงกศีรษะช้าๆ “ดี”
อีกครั้งหนึ่ง... ที่เธอพยายามเลียความชุ่มชื่นให้กับริมฝีปาก
“คุณจะเข้าบ้านหรือยังคะ...จะให้ฉันดับไฟทุกดวงได้หรือยัง...?”
“อย่าเพิ่งเลย...” เขาสั่นศีรษะเบาๆ “เดี๋ยวผมจะตามเข้าไป”
เสียงบานประตูมุ้งลวดปิดตามหลัง แล้วเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเบาๆ ของเธอที่เดินขึ้นบันไดไปยังที่นอนชั้นบน เขายังได้กลิ่นเรือนผมของเธอ ยังเห็นภาพดวงตาที่สะท้อนเงาแสงจันทร์ ก่อให้เกิดภาพคู่ของพลอยไพลินกับเพชรน้ำงามใต้เรียวคิ้ว ทั้งเขายังมองเห็นภาพส่วนโค้งของเนินทรวงได้อย่างแจ้งชัดถนัดตา
ที่เขาไม่ตามเธอเข้าไปในบ้านทันที ก็เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าถ้าทำอย่างนั้นเขาจะไม่มีทางยับยั้งตัวเองที่จะไม่ให้รวบร่างเธอเข้าไว้ในอ้อมแขน ประทับจูบดูดดื่มลงได้เลย ไม่เพียงเท่านั้น เขายังจะต้องโลมไล้ไปทั่วทุกสัดส่วนของเรือนร่าง ดื่มลิ้มชิมความหวานของเธอและทำให้เธอเป็ของเขาให้จงได้
มันเป็เช้าวันที่สองที่อลีเซียลืมตาตื่นขึ้นภายใต้หลังคาบ้านของเพียซ และเช่นเดียวกับเช้าวันแรก ที่เธอ
ได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่ เธอเหยียดตัวบิดร่างขับไล่ความง่วงงุนแล้วก็มองไปยังอีกเตียงหนึ่ง ปรากฏว่าเดวิดลุกขึ้นแล้วเธอตามใจตัวเองด้วยการนอนนิ่งๆ ต่ออีกเล็กน้อย ฟังเสียงนกร้องเพลงอยู่บนต้นไม้รอบบ้าน
และทันใดนั้น เธอก็นึกขึ้นมาได้ว่ามันเป็เพียงเสียงเดียวที่เธอได้ยินอยู่ขณะนี้ เช้าวันนี้ยังไม่มีเสียงเอะอะดังมาจากห้องครัว เธอแปลกใจที่ลูกชายทั้งสองเงียบเสียงอย่างผิดสังเกตแล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่า เช้าวันนี้มีนัดจะออกไปตกปลากัน
อลีเซียปัดผ้าห่มออกจากตัวเดินไปที่หัวบันไดทั้งเท้าเปล่า เมื่อคืนนี้เธอนอนในชุดนอนของตัวเอง แต่ความบางเบาของเนื้อผ้าดูจะปิดบังเนื้อตัวได้มากกว่าเสื้อเชิ้ตผู้ชายตัวเมื่อวานเพียงเล็กน้อยและเพียงแต่ยาวลงมาถึงข้อเท้าเท่านั้นคอเสื้อที่คว้านกว้างเผยให้เห็นเนียนเนื้อสีน้ำตาลอ่อนแบบแคลิฟอร์เนียแทนกับท่อนแขนที่เปล่าเปลือย
เธอรีบรุดลงบันได ความตระหนกดูจะเพิ่มขึ้นทุกย่างก้าว ภายในบ้านไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ เลย มันสงัดเงียบราวหลับใหล เป็ไปได้ที่ทุกคนจะตื่นนอนและออกไปตกปลาโดยไม่ปลุกเธอ แต่เธอก็ยังสงสัยว่าเพียซจะปล่อยให้เธออยู่กับความวิตกกังวลแบบนี้เชียวหรือ...? เมื่อลงมาถึงข้างล่าง เธอก็วิ่งไปที่ประตูบ้านด้านหน้าซึ่งแง้มอยู่ ดึงให้เปิดกว้างออกและกวาดสายตาไปจนทั่วบริเวณ แต่ไม่มีอะไรเลย...แน่นอนแล้ว...ทุกคนจะต้องไปกันหมดแล้วโดยไม่ชวนเธอ...
และตอนนั้นเอง ที่เธอได้ยินเสียงเคลื่อนไหวดังขึ้นข้างหลัง เธอหันขวับไปทางเสียงนั้น คุณพระช่วยเพียซยังนอนหลับสนิทอยู่เลย นอนอยู่เพียงลำพังในเตียงคู่หลังนั้น สัญญาณอันตรายที่ตั้งขึ้นในสมองทำให้หัวใจของอลีเซียเต้นระทึก เธอกวาดสายตามองไปรอบบ้านก็พบแต่ความว่างเปล่า เอามืออุดปากไว้ไม่ให้เสียงร้องด้วยความตระหนกหลุดลอดออกมาขณะเดียวกันก็กระโจนเข้าไปที่เตียงนอน...