บทที่ 3 ข้านี่แหละมารดาผู้แสนดี
จางมู่เหยียนผู้บอบช้ำจากการถูกคนรักหักหลัง สัญญากับตัวเองว่าจะดูแลลูกในท้องให้ดีที่สุด เธอจะเป็ทั้งแม่และพ่อให้เด็กคนหนึ่ง
ระหว่างนี้มู่เหยียนทำงานปกติ ไม่มีใครรู้ว่าเธอตั้งท้อง จนกระทั่งถูกรับมอบหมายให้ไล่จับคนร้าย แน่นอนว่ามู่เหยียนไม่สามารถปฏิเสธงานหลักเพราะเื่ส่วนตัว
แต่ใครจะรู้ว่านั่นกลายเป็วันสุดท้ายที่เธอจะได้มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ จางมู่เหยียนตายทั้งที่มีเด็กในท้อง ความห่วงหาอาทรและติดอยู่ในบ่วงวัฏสงสารทำให้ตำรวจหญิงกลับมาเกิดใหม่ในโลกคู่ขนาน
เพราะพื้นหลังของมู่เหยียนก็หนักหนาพอกัน เธอจึงค่อนข้างเข้าใจหัวอกร่างเดิมที่เพิ่งตายไป และ้าที่จะได้ลูกทั้งสองคนกลับมาอยู่ข้างกาย ยิ่งได้เห็นหน้าอ้วนกลมเหมือนซาลาเปาของเสี่ยวอู่ มู่เหยียนยิ่งรู้สึกว่าความปรารถนาในชาติก่อนของตนถูกเติมเต็มเข้าแล้ว
“อู่เอ๋อร์ มาหาท่านแม่ของเ้าสิ”
มู่เหยียนอ้าแขนกว้างคล้าย้าโอบกอด สีหน้าต่างเว้าวอนและแสนดีผิดธรรมชาติ เสี่ยวอู่หลงกลท่านแม่เข้าแล้ว เท้าสั้นป้อมของนางพยายามปีนป่ายรั้วไม้ไผ่ ข้ามมาอีกฝั่งอย่างทุลักทุเล ภาพตรงหน้านี้มันน่าเอ็นดูเสียนี่กระไร
“แต่ท่านแม่…ไม่เคยเรียกอู่เอ๋อร์มาก่อน อย่างมากก็เรียกเสี่ยวอู่ ส่วนใหญ่ยามท่านแม่อารมณ์ไม่ดี จะเรียกจางเสี่ยวอู่!”
เ้าลูกเต่าเริ่มตงิดใจ เท้าที่ก้าวข้ามรั้วบ้านมาแล้วครึ่งหนึ่งหดกลับอย่างเร็วไว นั่นทำให้ผู้เป็มารดารีบโผเข้าไปรับร่างอ้วน เพราะกลัวว่าเสี่ยวอู่จะตกลงมาจากที่สูง
ปากก็บอกให้ไปเข้าทางประตู ปีนป่ายเป็ลิงเป็ค่างไปได้...
ไม่รู้ว่าสองคนไปทำอิท่าไหน การพยายามพยุงลูกข้ามรั้วของมู่เหยียนถึงได้ดูเหมือนการฉุดกระชากลากดึง ส่วนเสี่ยวอู่ก็ออกเสียงอ้อแอ้ เพราะเถาวัลย์เกี่ยวข้อเท้าอีกข้างไว้แน่น ส่วนท่านแม่ก็ออกแรงดึงไม่ลืมหูลืมตา ใจก็คงอยากรีบพาเสี่ยวอู่ลงมาจากที่สูงโดยเร็วเพราะกลัวตก
“ท่านแม่จ๋า…เสี่ยวอู่เจ็บ”
ปากเล็ก ๆ เริ่มเบะ แอ่งลูกตาเริ่มชื้นรื้นหยาดน้ำใส
“ไหน! อู่เอ๋อร์ของแม่เจ็บตรงไหน เ้าคนสารเลวคนนั้นซื้อเ้าไปไม่ถึงครึ่งวันก็ทุบตีเ้าแล้วหรือ”
มู่เหยียนดวงตาร้อนผ่าว ยังไม่ทันฟังคำขยายความใด ๆ ก็ด่าทอไว้ก่อน เป็ชนวนเหตุที่ว่า หัวเด็ดตีนขาดอย่างไรจางมู่เหยียนก็จะหาทางซื้อลูกกลับมาให้ได้!
“จางมู่เหยียน! เ้าจะทำอะไร! คนก็ขายแล้ว เงินก็จ่ายแล้วเ้ายังไม่พอใจอีกหรือ”
จังหวะนรกเข้ามาแทรกแซงทันที!
เสียงกรรโชกอึกทึกที่ลอยมาแต่ไกลนี้ คือเสียงของถานถงอวี่ เพื่อนบ้านใจคดในคราบนักบุญผู้จ่ายเงินยี่สิบตำลึงทองซื้อลูกของนาง ห่างไม่ถึงสองก้าวเป็จางเจี้ยนซื่อ ที่พอเห็นสภาพอาภรณ์ขาดวิ่นของมารดา และได้เห็นสีหน้าปูดบวม ทั้งยังได้ยินข่าวร้ายของท่านแม่มาหมาด ๆ
ท่านแม่ของเจี้ยนซื่อ เพิ่งตายแล้วฟื้น
เด็กชายก็รีบหดคอไปหลบหลังถานถงอวี่ด้วยความกลัว
เสียงเล็ก ๆ ของเด็กชายพยายามกระซิบอยู่รำไรว่า
“ระวังตัวด้วยนะขอรับท่านลุง”
ถานถงอวี่ ผู้ว่าการหนุ่มที่เดินทางไกลจากเมืองหลวงเซ่าซาง รับราชโองการจากเหนือหัว ให้ตรวจสอบความโปร่งใสของอุตสาหกรรมเหมืองแร่ ที่มีรองเสนาบดีหลินเป็ผู้รับผิดชอบส่งส่วย
สองสามปีให้หลังตรวจพบความผิดปกติของบัญชีหลายส่วน ฝ่าาไม่วางพระทัยจึงส่งขุนนางมือดี คุณธรรมสูงส่ง และไว้ใจได้อย่างถานถงอวี่มาคอยสอดส่อง
เขาคนนี้ฐานะไม่ธรรมดา ถานถงอวี่เป็ถึงขุนนางน้ำดีแห่งเซ่าซาง แม้แต่มหาอุปราชที่ดูแลหัวเมืองย่อยยังต้องค้อมหัวคำนับ ว่าก็ว่าผู้หนุนหลังของเขาเป็ถึงฮ่องเต้ผู้ปรีชาสามารถ ใครหน้าไหนจะไม่ยำเกรง
พื้นฐานดูสูงส่งเอาปานนั้น แต่ถงอวี่ยังยินยอมปักหลักอยู่ในชนบทต้าซ่ง ในฐานะหัวหน้าผู้ตรวจการต่ำต้อยโดยไร้ซึ่งข้อกังขา แต่การทำเช่นนี้หากมองผิวเผิน คงเหมือนถูกกลั่นแกล้ง ไม่ก็…เป็การทำให้ชื่อเสียงตนด่างพร้อยโดยใช่เหตุ
แต่ช่างเถอะ ถานถงอวี่ไม่ให้ค่าคำซุบซิบนินทาพวกนั้น หากว่าชนบทต้าซ่งไม่ถึงคราววิกฤติจริง ๆ ฝ่าาที่มองถงอวี่เป็เหมือนบุตรบุญธรรม คงไม่ยอมส่งเขามาอยู่ในพื้นที่อันทุรกันดารเช่นนี้
อีกอย่างต้องไม่ลืมว่า ถานถงอวี่เป็ที่พูดถึงในวงกว้าง กิตติศัพท์ความดีขึ้นชื่อลือชาในเมืองหลวง แต่ยามอยู่ในชนบทต้าซ่งที่ข่าวคราวไม่ค่อยลอยมาถึง
ต่อให้เขาโอ้อวดประกาศปาว ๆ ถึงกิตติศัพท์ความใหญ่โตของตน ชาวบ้านที่ก้มหน้าก้มตาหาเช้ากินค่ำ คงไม่มีใครให้ความสำคัญกับตำแหน่งอะไรพวกนั้นสักเท่าไหร่ ด้วยเหตุนี้เป็แค่หัวหน้าผู้ตรวจการต๊อกต๋อยก็ดีแล้ว
โบราณว่าไว้ ผู้ใดโดดเด่นผู้นั้นมีภัย เปรียบได้ดั่งสำนวนที่ว่า ต้นไม้สูงย่อมมีวันหักโค่น
.
.
“ท่านมาก็ดีแล้ว ข้ามีเื่อยากคุยกับท่านอยู่พอดี”
ถานถงอวี่ไม่ได้สนใจสิ่งที่มู่เหยียนพูดมากนัก เขาสนก็แต่ความปลอดภัยของเสี่ยวอู่สามขวบ ลำคอใหญ่และแผงอกหนากำยำ เข้ามาโอบร่างเด็กน้อยลงจากรั้วบ้านอย่างทะนุถนอม พร้อมด้วยปลดเถาวัลย์ที่เกี่ยวขาเสี่ยวอู่ออก
ชายหนุ่มไม่คิดว่าสตรีที่เพิ่งตายแล้วฟื้นอย่างนางจะมีเื่ดี ๆ พูดกับเขานอกจากไถเงิน อันที่จริงถงอวี่ไม่ได้อยากปล่อยให้เสี่ยวอู่อยู่ที่บ้านลำพังเช่นนี้หรอก หากไม่ใช่ว่ารีบร้อนไปเรียกร้องความเป็ธรรมให้กับศพที่โดนรังแก
จะใครอีกล่ะ! ก็ไปให้ความเป็ธรรมกับการตายของจางมู่เหยียนนั่นแหละ
ต่อให้ถงอวี่ไม่เต็มใจทำ หรือไม่ได้อยากทำ เขาก็คงเมินเฉยไม่ได้อยู่ดี ก็เ้าเจี้ยนซื่อเล่นคุกเข่าขอร้องซะขนาดนั้น พอหันไปเห็นหน้าเสี่ยวอู่ที่กำลังนอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงนอน เพราะไม่เคยได้ััฟูกนุ่ม ๆ เช่นนี้
ในใจของถงอวี่ก็เกิดใจอ่อนขึ้นมาเสียอย่างนั้น ว่าก็ว่าเขาสอดขาเข้าไปเกี่ยวอย่างจำใจ มิวายต้องไปประสานงานกับสายลับ ที่แฝงตัวอยู่ตามตรอกซอกซอยต่าง ๆ ให้ดักจับพ่อค้าทาสกับลูกน้องอีกสองคน ที่พลั้งมือฆ่าคนตายโดยเจตนา ยังอุตส่าห์กำชับอีกว่า ให้พาตัวคนผิด! ส่งศาลต้าหลี่เร่งตัดสินโทษที่เมืองหลวงในทันที
แต่ไม่ทันไรข่าวลือหนาหูก็ทำให้ผู้ตรวจการหนุ่มต้องเหนื่อยเปล่า เมื่อได้ยินชาวบ้านลือเป็ทอดเป็ลำว่า จางมู่เหยียนสตรีโสโครกที่ขายลูกกิน ตายแล้วฟื้น
ดูสิ! แม้แต่นรกยังไม่้านาง แล้วเื่อะไรพวกเราจะต้องยอมให้ตัวเสนียดอย่างนางอยู่ในหมู่บ้านด้วยเล่า
หากปล่อยให้จางมู่เหยียนอยู่ที่ต้าซ่งต่อไป เกรงว่าคงมีเภทภัย เมฆดำปกคลุมท้องฟ้า ผืนดินสั่นะเื พืชผลเกิดโรคระบาด ฝนฟ้าไม่ตกตามฤดูกาล หนึ่งในนั้นพินิจพิเคราะห์ฉะฉานแต่ไร้มูล ผนวกกับความหัวอ่อนหูเบาของชาวบ้าน ยิ่งทำให้ตีโพยตีพายไปกันใหญ่
“ไปกัน! พวกเรารวมตัวไปขับไล่นาง”
โชคดีถงอวี่อยู่แถวนั้นพอดี จึงอาสาใช้เวลานี้ระงับเหตุ เสียเวลาไปมากกับการอธิบายให้ชาวบ้านเข้าใจเหตุและผล เลิกเชื่อเสียทีกับคำพูดเลื่อนลอยที่อยากป้ายโคลนใส่ใคร ก็พูดออกมาอย่างไร้หัวคิด โดยไม่สนผลกระทบของผู้ถูกกล่าวหา
จางมู่เหยียนแม้นางจะใจร้ายกับลูก และดูเลอะเลือนเชื่อถือไม่ได้ แต่นางก็แค่สตรีที่น่าสงสารคนหนึ่ง ไม่ใช่ภูตผีปีศาจหรือผู้มีมนต์ขลังจำพวกเล่นแร่แปรธาตุ ที่มีอิทธิพลต่อลมฟ้าอากาศ
“เป็เพื่อนบ้านนางมาแล้วไม่ต่ำกว่าเจ็ดวัน ข้ากล้าเอาหัวเป็ประกัน ว่าคำพูดของท่านป้าผู้นั้นเชื่อถือไม่ได้ ที่พูดมากเอาปานนั้น ก็เพียงเพราะขโมยถุงเงินของมู่เหยียนไปต่างหาก พอกลัวเื่แดงจึงหาทางกุเื่หาคนหนุน ดังสำนวนที่ว่ายืมดาบสังหารคนอื่นนะสิท่า”
ถานถงอวี่พูดมาทั้งหมดล้วนเฉียบแหลมและตรงจุด ทำเอาหญิงวัยกลางคนในอาภรณ์สีตุ่นหน้าเสียฉับพลัน จากที่ชาวบ้านให้ความสนใจคำพูดยุแยงของนางอย่างโง่งม บัดนี้เปลี่ยนมาให้ความสนใจกับถุงเงินที่ห้อยอยู่บนเอวของนางแทน
ชาวบ้านที่ยืนอยู่ฝั่งเดียวกันต่างออกเสียงว่า ถุงเงินหรูหราเช่นนั้น ไม่น่าใช่ถุงเงินของนางั้แ่แรก ท่านป้าจอมโลภะแก้ตัวไม่ออก เพราะลวดลายบนถุงเงินดูหรูหราเกินกว่าที่ชาวบ้านธรรมดา ๆ จะซื้อได้ หากหญิงวัยกลางคนผู้นั้นมีเงินซื้อของพวกนี้ มิสู้เอาเงินที่มีไปซื้อข้าวสารสักถุงจะไม่ดีกว่าหรือ
ถงอวี่เอ่ยปากว่าถุงเงินนั้นเป็ของตน ซึ่งเขาเป็คนซื้อลูก ๆ ของมู่เหยียนไว้ด้วยเงินถุงนั้น แล้วเื่อะไรเขาจะจำถุงเงินของตัวเองไม่ได้ เื่ก็เป็เช่นนี้ ในเมื่อปลาตัวใหญ่ติดอวนดิ้นไม่หลุด ท่านป้าผู้โง่งมสมองน้อย จึงยอมคืนถุงเงินให้เ้าตัวอย่างว่าง่าย
ส่วนชาวบ้านที่เสียเวลาสอดเื่คนอื่น ก็แยกวงกลับไปทำมาหากินกันเสียส่วนใหญ่ อย่างนั้นเื่ของจางมู่เหยียนก็แล้วไปเถิด นางจะกิน จะอยู่ จะเกิด จะตายอย่างไรก็แล้วแต่นาง ขอแค่ไม่ออกมาสร้างความเดือดเนื้อร้อนใจให้คนอื่นก็พอ
“ขอบคุณทุกท่านที่เข้าใจ และยอมให้โอกาสท่านแม่ของเจี้ยนซื่อขอรับ”
เด็กชายวัยเจ็ดขวบรู้ความมาก รีบวิ่งมาโค้งตัวจนหน้าผากแทบติดหัวเข่า ขอบคุณเป็การใหญ่ การกระทำที่แสนดีนี้ ต่างอยู่ในระยะสายตาของถานถงอวี่อย่างเด่นชัด
นิยายเื่ : เกิดใหม่เป็มารดาเลี้ยงเดี่ยวผู้ยากไร้ ในชนบทต้าซ่ง
อ่านรวดเดียวจบก่อนใครได้ที่ Meb ค่า
มุมแนะนำนิยาย
1.กลยุทธ์ความร่ำรวย ของแม่หม้ายลูกหนึ่ง
2.เกิดใหม่เป็มารดาเลี้ยงเดี่ยวผู้ยากไร้ ในชนบทต้าซ่ง
3.บันทึกการเดินทางไกล ของเ้าก้อนแป้ง (มีหนังสือเสียงแล้ว)
4.พลิกชะตาภรรยาพรานป่า กับระบบรับรู้อัจฉริยะ (มีหนังสือเสียงแล้ว)
5.ข้านี่แหละมารดาเลี้ยงผู้โจษจัน (มีหนังสือเสียงแล้ว)
6.ข้ามมิติมาเป็สตรีชาวไร่ ข้าจะร่ำรวยให้ได้ (มีหนังสือเสียงแล้ว)
7.ทะลุมิติไปเป็บิดาตัวร้าย (มีหนังสือเสียงแล้ว)
8.เกิดใหม่เป็มารดาของเ้าวายร้าย พร้อมระบบร้านสารพัดนึก (มีหนังสือเสียงแล้ว)
9.เมื่อท่านราชเลขาธิการ กลายเป็บิดาของหลินเซียว 1 (มีหนังสือเสียงแล้ว)
10.ย้อนเวลามามีครอบครัวอบอุ่น เพื่อเ้าสองวายร้าย