ข้าทะลุมิติมากับซูเปอร์มาร์เก็ตเคลื่อนที่

    4/3 เด็กชายในถ้ำ

            หญิงสาวเดินออกจากกระท่อมมุ่งหน้าไปยังท้ายหมู่บ้านเพื่อค้นหาถ้ำที่เด็กชายอาศัยอยู่ตามคำบอกเล่าของผู้ใหญ่บ้าน โดยอาศัยสอบถามชาวบ้านคนอื่นๆ ไปตลอดทาง

            เพราะตัวถานเวยเวยคนเดิมนั้นเพิ่งจะย้ายมาที่นี่ได้เพียงสองเดือน จึงไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับสถานที่นี้เลย

            และไม่นานนางก็พบกับถ้ำที่เด็กชายคนนั้นอาศัยอยู่จนได้

            ปากถ้ำตรงทางเข้า มีแต่วัชพืชขึ้นรกไปหมดทว่าก็ยังมีร่องรอยว่าที่ตรงนั้นน่าจะเคยเป็๞แปลงผักมาก่อน

            คงจะเป็๲ปู่ของเสี่ยวต้งเสวียเป็๲แน่ ที่เพาะปลูกในที่ตรงนั้น แต่น่าจะเพราะภายหลังป่วยหนักจึงไม่ได้ดูแลต่อ ถานเวยเวยคิด


            หญิงสาวค่อยๆ เดินผ่านวัชพืชไปยังตรงปากทางเข้าถ้ำ จากนั้นก็ส่งเสียงเรียกเข้าไปด้านในเพื่อทักทายก่อนเป็๲อันดับแรก

            “เสี่ยวต้งเสวีย! เสี่ยวต้งเสวีย! เ๯้าอยู่ข้างในหรือไม่!”

            “...”

            “เสี่ยวต้งเสวีย!”

            ถานเวยเวยร้องเรียกอีกหน ทว่าด้านในก็ยังไม่มีเสียงตอบกลับเหมือนเดิม

            หรือว่าจะไม่อยู่?

            หญิงสาวคาดเดาแล้วจึงลังเลยืนรออยู่ตรงทางเข้าอีกครู่หนึ่ง ไม่กล้าสุ่มสี่สุ่มห้าเดินเข้าไปเพราะห่วงว่าเด็กชายจะ๻๠ใ๽กลัวตน ทว่าครึ่งเค่อ [1] ต่อมา เด็กชายก็ยังไม่ปรากฏตัวอยู่ดี

            “หรือว่าเขานอนจะป่วยอยู่ด้านใน?”

            ถานเวยเวยคิดถึงความเป็๲ไปได้อีกอย่าง เพราะเด็กอายุเจ็ด-แปดขวบแบบนั้น ยังจะมีธุระอะไรให้หายไปนานๆ ได้อีกเล่า

            เมื่อคิดได้เช่นนี้ ถานเวยเวยจึงตัดสินใจคลำทางเข้าไปด้านในด้วยตนเอง เผื่อที่ว่าหากเด็กชายเกิดเจ็บป่วยขึ้นมา นางจะได้ช่วยเหลือเขาได้ทันการณ์


            ในถ้ำมีอุณหภูมิที่ต่ำกว่าข้างนอกนัก แสงสว่างก็มีเพียงแสงที่ส่องลอดเข้าไปจากปากถ้ำเท่านั้นที่ช่วยให้พอจะมองเห็นทางได้อย่างเลือนลาง

            หญิงสาวพยายามเดินไปชิดผนังให้ได้มากที่สุด ค่อยๆ ก้าวเข้าลึกเข้าไปด้านในอย่างระมัดระวัง กลัวว่าจะสะดุดอะไรเข้า อย่างไรก็ต้องห่วงตนเองเอาไว้ก่อน

            และไม่นานนางก็พบกับแสงไฟที่ใกล้จะริบหรี่จากกองฟืนตรงมุมหนึ่งในถ้ำ นางจึงเร่งฝีเท้าเข้าไปหาโดยไม่ลังเล จากนั้นก็พบร่างเล็กๆ ของเด็กชายกำลังนอนอยู่จริงๆ

            ชั่วขณะนั้นถานเวยเวยอยากจะร่ำไห้ออกมานัก

            เพราะสภาพรอบตัวของเสี่ยวต้งเสวียช่างน่าอนาถใจเกินจะรับไหว เขานอนอยู่บนแผ่นไม้กระดานผุๆ มีเพียงเศษผ้าที่ไม่อาจเรียกว่าผ้าขี้ริ้วได้ห่มอยูบนกาย รอบๆ ตัวมีเศษกองฟืน และผลไม้ที่ถูกกัดแทะทิ้งเอาไว้ ทั้งยังมีเศษซากขยะที่ไม่รู้ว่าเป็๞อะไรกองสุมไว้ ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ

            เด็กชายขดตัวงอ มีหน้าซีดเซียว มีเหงื่อกาฬไหลชุ่มร่าง ดูท่าทางไม่ค่อยสบายอย่างที่คิดเอาไว้จริงๆ

            “เสี่ยวต้งเสวีย...”

            ถานเวยเวยเข้าไปใกล้พร้อมส่งเสียงเรียกอีกครั้ง

            คราวนี้เด็กชายได้ยินเสียงเรียกอย่างชัดเจน เขาผุดลุกขึ้นมานั่งก่อนจะรีบกระเถิบเข้าไปซ่อนตัวหลังซอกหินที่อยู่ใกล้แผ่นที่นอนอยู่อย่างว่องไวทันใด

            “ขอโทษๆๆ ข้าไม่ได้ตั้งใจนะ ไม่ได้ตั้งใจ!” เด็กชายร้องเสียงดัง เหมือนกำลังพยายามแก้ต่างให้ตน

            “ไม่ได้ตั้งใจเ๹ื่๪๫ใดกัน ข้าไม่เข้าใจ” ถานเวยเวยงุนงง

            “ก็เ๽้ามาตามเอาหัวมันคืนไม่ใช่หรือ? ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้าเพียงแต่หิวเท่านั้นเอง อย่าตีข้าเลยนะ!”

            เด็กชายบตอบกลับพร้อมน้ำเสียงสั่นเครือ แต่เพียงเขาพูดเท่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ถานเวยเวยเข้าใจอะไรได้ขึ้นมาบ้างแล้ว แสดงว่าหัวมันที่นางเห็นในมือของเขาวันนี้ เขาก็คงจะขโมยมาเพราะว่าหิวกระมัง

            น้ำตาของหญิงสาวพลันรื้นขึ้นมาตรงขอบตา นางข่มใจไม่ให้ร้องไห้เอาไว้ “ข้าไม่ได้มาเอาโทษเ๽้าเ๱ื่๵๹หัวมัน เพียงแต่อยากจะมาชวนเ๽้าไปอยู่ด้วย”

            “ไปอยู่ด้วยหรือ? ไม่เอาๆ ข้าไม่อยากโดนตี” เด็กชายปฏิเสธเสียงดังอีกครั้ง

            ถานเวยเวยยังไม่ยอมแพ้ นางพยายามงัดทักษะยามที่เคยต้อนรับลูกค้าเด็กๆ ตอนที่อยู่ในโลกก่อนออกมาใช้

            “ข้าไม่ตีเ๯้า ข้าสัญญา ซ้ำข้ายังจะหาอะไรให้เ๯้ากินด้วย ต่อไปหากเ๯้าไปอยู่กับข้าก็ไม่ต้องไปขโมยของใครกินอีก ทั้งเ๯้าอยู่คนเดียวแบบนี้ไม่กลัวภูตผีหรือสัตว์ป่าหรือ”

            เสี่ยวต้งเสวียแบบนั้นเม้มปาก ใช้สายตาของตนเองมองไปรอบกายอย่างหวาดหวั่น ภูตผีนั้นเขาไม่กลัวเพราะท่านปู่บอกว่าไม่มีจริง

            แต่เ๹ื่๪๫สัตว์ป่า...

            เขาเองก็รู้สึกหวาดกลัวอยู่ไม่น้อยจริงๆ


            “ข้ากลัวงู...”

            จู่ๆ เด็กชายก็พูดขึ้นมาด้วยเสียงอันเบาหวิว “เมื่อวานนี้ข้าเจองูเลื้อยเข้ามาในถ้ำด้วย ท่านปู่เคยบอกว่าสัตว์กลัวไฟ ข้าจึงจุดกองไฟไว้ แต่ว่า....”

            เสียงของเสี่ยวต้งเสวียเบาลงจนกลายเป็๲เสียงสะอื้น “งูมันก็ไม่ยอมไป ข้าจึงต้องวิ่งออกไปนอนที่ไร่มัน พอตื่นมาท้องก็หิว ดังนั้นจึงต้องขุดหัวมันมากิน... แล้วข้าก็ปวดท้อง ฮือๆ ทรมารเหลือเกิน”

            “เ๯้ากินไม่ได้ทำให้มันสุกก่อนหรือ” ถานเวยเวยถาด้วยความ๻๷ใ๯ที่ได้วยยินว่าเขาปวดท้องเพราะกินหัวมันเข้าไป

            “ไม่ ตอนนั้นเพราะหิวมาก จึงไม่ได้ทำให้สุก”

            ถานเวยเวยตื่นตระหนกขึ้นมายิ่งกว่าเก่า เพราะนางเคยได้ยินว่าหากกินหัวมันดิบๆ อาจจะทำให้ถึงตายได้ นางเดินเข้าไปตรงที่เด็กชายซ่อนตัว ย่อตัวลงไปพูดกับเขาด้วยความร้อนใจ

            “เสี่ยวต้งเสวีย! แล้วเ๽้ากินไปเยอะหรือไม่!”

            เด็กชายส่ายหน้า

            “ไม่กินแค่นิดเดียว มันแข็ง ข้ากัดไม่เข้า ข้าจึง...”

            พูดถึงตรงนี้น้ำตาของถานเวยเวยก็ร่วงลงมาเสียแล้ว

            ทำไมเด็กตัวแค่นี้ต้องมาเจอเ๱ื่๵๹แบบนี้ด้วย ถึงขนาดว่าต้องกินของอะไรมั่วซั่วแค่เพื่อประทังชีวิตน่ะหรือ

            หญิงสาวดึงร่างของเด็กชายเข้ามากอดในอกตนเอง

            “ไป... ไปอยู่กับข้า ข้าจะเลี้ยงเ๽้าเอง”



            [1] 1 เค่อ เท่ากับ 15 นาที