“ คารวะองค์ชาย ”สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า ไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มคนเดียวที่ตกตะลึง เฟิงอวิ๋น และจี้เฟิง ต่างใไม่แพ้กัน
“ พวกท่านทำอะไร ! ! ” ซีว่าง ถามด้วยความใ พลันรีบเดินเข้าไปประคองมารดาตนให้ลุกขึ้น แต่มารดาตนขัดขืนกับการกระทำของชายหนุ่มเหนี่ยวรั้งตัวเองไว้ มิยอมทำตามแต่อย่างใด
“ ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่าลุง , พวกท่านทำอะไรข้าไม่สนุกกับพวกท่านนะ ! ! ” ซีว่างพูดด้วยความโกรธ “ หากมีอันใดพวกท่านโปรดลุกขึ้นแถลงไขต่อข้าเถิด ว่าข้าทำการใดผิดไปพวกท่านจึงล้อข้าเล่นเช่นนี้ ” ชายหนุ่มพูดในขณะที่คุกเข่า พยายามทำให้ตนต่ำกว่าบุพการีของตน
“ หามิได้องค์ชาย พวกข้าต้องขอให้ท่านอภัยให้แก่พวกเราก่อน ”มารดาตนพูดขณะที่น้ำตารินไหลออกมา จากตาคู่งามของนางพร้อมกับมองไปทางชายหนุ่มด้วยความเว้าวอน
“ อภัย , พวกท่านไม่ได้ทำผิดอะไรเหตุใดต้องพูดเช่นนี้ด้วย ” ชายหนุ่มกล่าวออกไป ในขณะที่เอื้อมมือที่สั่นเทาพยายามจะเช็ดน้ำตามารดาของตน แต่มารดาตนเบี่ยงหน้าหนี
“ ได้โปรดเถิด..ลุกขึ้น..แล้วบอกข้าเถิด , อย่าทำแบบนี้ต่อข้าถ้าข้าทำอะไรให้พวกท่านไม่พอใจ ตีข้าเถิด ลงโทษข้าเลย …. ข้าขอร้อง ”ชายหนุ่มพูดเสียงอ่อน ข้อร้องต่อบุพการีของตน
“ เมื่อท่านกล่าวเช่นนั้น ” เมื่อพูดจบ บิดาของตนจึงลุกขึ้นในขณะที่คนอื่นรุกตามกันมาติด ๆ ซีว่างประคองมารดาตนให้ลุกขึ้นพลันเช็ดน้ำตาออกจากแกล้มนาง
“ ท่านพ่อ นี่มันเื่อันใด ” เฟิงอวิ๋น กล่าวถามบิดาตนเองด้วยความมึนงงสงสัย
“ เดี๋ยวเ้าก็รู้เอง ” เฟิงเจียวกล่าวบอกต่อบุตรตนเองแต่ไม่ได้หันไปสบตาบุตรของตน เพียงแต่มองไปที่ซีว่างเงียบ ๆ ด้วยสายตาที่หวาดหวั่น
“ ความจริงพวกข้าไม่ได้เป็พ่อแม่ที่แท้จริงของท่าน... ”เมื่อได้ยินดังนั้น ชายหนุ่มกลับรู้สึก เหมือนโดนมีดแทงเข้าที่กลางใจของตนเอง “ ไม่จริงพวกท่านแกล้งข้า , พวกท่าโกหก!! ”ชายหนุ่มพูดออกมาด้วยอารมณ์โกรธจัด พร้อมหากปากดังลั้น
“ มันเป็เื่จริง ” เฟิงเจียวกล่าวตอบชายหนุ่มด้วยเสียงเรียบ “ พี่จี้กับอาซ้อ ไม่ใช่พ่อแม่ของท่าน ”
บรรยากาศเงียบไปหลายอึดใจ‘ จะเป็ไปได้อย่างไร พวกเขาไม่ใช่พ่อแม่ข้า!! ’
เมื่อเห็นชายหนุ่มทำตัวไม่ถูกสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้นหญิงสาวในโลกิญญา จึงกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความสุขหนักหนา < โอ้...ภพที่แล้วก็ลูกกำพร้าภพนี้เ้ายังเป็... >
< หุปปาก!!!! > ชายหนุ่มะโเข้าไปในโลกิญญาของตนหญิงสาวได้ยินพลันเงียบลงไปทันที เพราะตลอดหนึ่งเดือน นอกจากถูกชายหนุ่มรังแกแล้วไม่ว่าตนจะด่าว่าขนาดไหน ชายหนุ่มไม่เคยทำกิริยาเช่นนี้ต่อนางเลยนางจึงหยุดที่จะแหย่ชายหนุ่ม ถึงแม้จะไม่ชอบใจนักที่โดนตะคอกใส่ก็ตาม
เมื่อเห็นบรรยากาศเงียบมานานเฟิงเจียวจึงกล่าว “ ท่านคือองค์ชาย ซี ว่าง บุตรชายองค์โตของ เยว่ เหวินพระสนมเอกของ องค์จักรพรรดิ ซี หยาง แห่งอณาจักรม่านนภา ” ชายหนุ่มพลันสับสนงงงวยกับสิ่งที่ได้ยินได้ฟังมา
“ องค์ชาย ?...ข้าคือองค์ชาย? ”ชายหนุ่มสงสัยในความซับซ้อนต่าง ๆ หากเป็ผู้อื่นกล่าวมันคงจะแค่หัวเราะกลับไปแต่นี่คือผู้เป็บิดาของตนเองบอกกล่าวด้วยตนเอง “ แล้วเหตุใดข้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้”
“ เนื่องด้วย ในปีนั้น องค์ชายอายุได้ 2 ปีพระสนมได้เสด็จ เยี่ยมชมงานประลองยุทธห้าอณาจักรแทนองค์จักรพรรดิและได้นำท่านไปด้วย ในระหว่างทางได้มี บุคคลผู้หนึ่ง.. ”เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ จี้ เซี่ยง พลันเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะเล่าต่อว่า “ มันผู้นั้นปิดหน้าพรางกายสีดำ...ลอบโจมตีขบวนเสด็จ , ฝีมือมันนั้นเหล่าองครักษ์กว่า100 นายไม่สามารถสู้กับมันเพียงตัวคนเดียวได้…ข้าจึงได้พาพระสนมหนีมาทางชายป่าขณะหนีมานั้น..พระสนมก็กอดท่านไว้แน่น มิยอมปล่อยจากอ้อมอกของตนเองเลยแม้แต่น้อย ”พูดจบสายตาของ จี้ เซี่ยงก็ฉายแววความกลัวอยู่ข้างใน
มือของชายวัยกลางคนสั่นเทาจนสามารถสังเกตเห็นได้ชัดเจน เมื่อเห็นสามีตนเป็เช่นนั้นภรรยาจึงกุมมือของสามีไว้ พร้อมกับเอามือลูบบนหลังมือเบา ๆเป็การให้กำลังใจต่อสามีของนางเอง
พอเห็นเช่นนั้นผู้เป็สามีพลันมองหน้าภรรยาด้วยความซึ้งใจ ก่อนจะกล่าวต่อว่า “ หลังจากหนีเข้าป่ามาชายชุดดำผู้นั้น ก็ยังตามมาอย่างไม่ลดละ … เมื่อวิ่งมาถึงภูผาแห่งหนึ่งจึงไปต่อมิได้ ข้าจึงคิดจะเอาชีวิตเข้าแลกกับมันเพื่อปกป้องพระสนม.. ”เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ จี้เซี่ยงบีบมือของภรรยาตนแน่น ก่อนจะกล่าวต่อว่า “ มันผู้นั้น..เมื่อเห็นข้าไร้ทางหนีมันจึงดาหน้าเข้ามาหวังจะสังหารข้ากับพระสนม , มันปล่อยคลื่นพลังซัดข้าชนกับพระสนมจนตกหน้าผา, ข้ากลับพระสนม ตกลงมาด้านล่างหน้าผา ลอยมาตามแม่น้ำ..นั้นคือสิ่งสุดท้ายที่ข้าจำได้ ”
“ พอข้าตื่นขึ้นมาพระสนมก็หายไปแล้ว เหตุการณ์ก่อนพระสนมหายไป ให้ภรรยาข้าเล่าต่อเถิด” สามีส่งสายตาขอความช่วยเหลือ ต่อผู้เป็ภรรยา
เมื่อเห็นสายตาของผู้เป็สามีตนจึงกล่าวต่อว่า “ ข้าไปพบ จี้เซี่ยง กับหญิงนางหนึ่งที่ปลายน้ำหญิงสาวนางนั้นกอดทารกน้อยไว้แน่..ไม่ยอมปล่อยข้าจึงพาทั้งสามคนกลับมารักษาตัวอยู่ที่บ้านข้า ”หญิงสาวกล่าวไปพลันมองหน้าซีว่างด้วยความอาวรณ์
“ พอวันรุ่งขึ้น ข้าก็พบว่านางไม่อยู่แล้ว เหลือเพียงท่านและสามีข้านอนอยู่, ข้างกายท่านมีกล่องใบหนึ่ง กับหินธาตุทองจำนวนหนึ่งพร้อมกระดาษที่มีข้อความเพียงว่า “ อย่าพาตัวลูกข้ากลับวังกลับไปมีแต่จะนำภัยมาสู่ตัวมันและองค์าา ฝากเลี้ยงดูลูกข้าแทนข้าด้วย..กล่องใบนี้มอบให้เขาเมื่ออายุครบ18 ปี ”
หลังจากพูดจบจี้ฮว่าจึงยื่นกลองใบหนึ่ง ให้แก่ซีว่าง กล่องใบนี้ลวดลายสวยงามลวดลายสลักด้วยความประณีต “ ข้าพยายามเปิดเท่าใด กล่องก็ไม่สามารถเปิดออกได้ ”
ชายหนุ่มปล่อยพลังปราณเข้าไปในกล่องอย่างแ่เบาเมื่อพลังปราณไหลตรงเข้าไปในข้างในกล่อง กล่องใบนั้นจึงเปิดอ้าออก
ข้างในมีของ2 สิ่งพร้อมจดหมายหนึ่งซองสิ่งแรกเป็หน้ากากครึ่งหน้าใบหนึ่งอีกสิ่งหนึ่งคือสร้อยหยกรูปพระอาทิตย์ ข้างในพระอาทิตย์คือจันทร์เสี้ยว
ชายหนุ่มพลันแกะจดหมายออกมาอ่านภายในจดหมายนั้น มีคราบน้ำหยดอยู่หลายจุดชายหนุ่มจึงทราบนั้นคือคราบน้ำตาของผู้เขียนจดหมาย

เมื่อชายหนุ่มอ่านจบพลันเหมือนมีบางอย่าง ที่อัดเข้าไปในอกของตน ทั้งความรักจากแม่ทั้งความรู้สึกผิดที่ตนคิดเมื่อครู่ก่อนอ่านจดหมาย และเหมือนมีความว่างเปล่าเคว้งคว้างในหัวใจ
ชายหนุ่มไม่ได้รู้สึกผูกพันต่อมารดาผู้ให้กำเนิด แต่ตอนนี้ตนเองกำจดหมายไว้แน่น น้ำตาไหลออกมาจากดวงตา ในชีวิตนี้ชายหนุ่มร้องไห้อยู่สองครั้ง ครั้งแรกคือภพก่อน ตอนอาจารย์เสียครั้งที่สองคือตอนนี้
อ่านจดหมายฉบับนี้ตนได้รู้ถึงความรักของมารดา ทั้งความเป็ห่วง และความเศร้าเสียใจของมารดาจึงทำให้ชายหนุ่มตั้งเป้าหมาย ‘ ข้าจะกลับไป ข้าต้องแก้แค้นให้ท่านแม่’
ชายหนุ่มหยิบสร้อยมาสวมคอเก็บหน้ากากเข้าในโลกิญญา ก่อนจะกล่าวกับคนรอบข้างว่า “ ข้าจะกลับไปที่ของข้า” เสียงดังฟังชัด
เมื่อได้ยินที่ซีว่างพูดจี้เซียงจึงตอบกลับไปว่า “ ถ้าองค์ชายมี... ” ยังพูดไม่จบ ซีว่างรีบพูดแทรกขึ้นมา“ ไม่ใช่ ” จี้เซียงสับสนกับสิ่งที่ชายหนุ่มกล่าว จึงถามไปว่า “ ไม่ใช่อะไรหรือองค์ชาย ”
ชายหนุ่มจ้องหน้าจี้ เซี่ยง ก่อนกล่าวว่า“ พวกท่านคือพ่อ และ แม่ของข้า ถึงไม่ได้มีสายเืเดียวกันแต่ความผูกพันต่าง ๆ มันก่อเป็สายใยต่อข้า ต่อให้ท่านจะตัดพ่อลูกกับข้าตอนนี้มันก็ไม่ทันเสียแล้ว ” ก่อนที่ชายหนุ่มจะส่ายสายตา มองทุกผู้รอบห้อง “ ฉะนั้นข้าไม่ใช่องค์ชายของพวกท่าน ข้าคือ ซีว่าง ลูก..หลานชายและพี่น้องของพวกท่าน !! ”
เมื่อพูดจบจี้ฮว่า พลันวิ่งไปสวมกอดลูกชายตน ร้องไห้โฮออกมาเป็การใหญ่ “ โอ้ว..ลูกแม่แม่คิดว่าข้าต้องเสียเ้าไปเสียแล้ว ลูกแม่...ลูกแม่... ”น้ำตาหยดลงไปที่หลังชายหนุ่ม ชายหนุ่มพลันเอามือ ลูบหลังมารดา ก่อนกล่าวต่อมารดาของมันด้วยถ้อยคำที่อ่อนโยนว่า “ ถึงตอนแรกพวกท่านเลี้ยงข้าตามสถานการณ์บังคับแต่ข้ารับรู้ถึง...ความรักความและเป็ห่วงต่าง ๆ ของพวกท่านได้ และตอนนี้..ข้ายังไม่ได้ตอบแทนบุญคุณที่เลี้ยงข้าจนเติบใหญ่พวกท่านจะให้ข้าเป็คนอื่นได้อย่างไร ”
จี้เซี่ยงพลันเดินเข้ามาก่อนจะยื่นมาไปลูบหัวชายหนุ่ม ก่อนจะพูดออกมาแค่ไม่กี่คำ “ เด็กดีเ้าเป็เด็กดีของข้าเสมอมา ว่างเอ๋อร์ ”
ขณะที่กำลังมีความสุขกันอยู่นั้นจี้เฟิงที่เงียบมานานไม่ได้พูดอะไร จึงพูดขึ้นมาว่า “ แล้วข้าเป็ลูกแท้ ๆของพวกท่านหรือไม่ ?..หรือข้าเองก็ถูกเก็บมาเลี้ยง ”
เด็กน้อยกล่าวออกมาด้วยท่าทางที่ดูสับสนพร้อมกับแสดงสีหน้าที่ดูไม่มั่นใจในสิ่งที่ตนเองกล่าวออกไป
เมื่อได้ยินดังนั้นจี้เซี่ยงพันเอามือเขกหัวจี้เฟิงเต็มแรง ก่อนพูดกับเด็กน้อยว่า “ ดูสิ้...ข้าเกือบจะเสียว่างเอ๋อร์ไปแล้วเ้าคิดจะไปจากข้าอีกเหรอ..ไอ้ตัวแสบ”
เด็กหนุ่มเอามือถูหัวตัวเองก่อนจะถอยออกห่างไปหนึ่งก้าว “ ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร..ข้าเห็นท่านพี่ั้แ่จำความได้แต่ตอนนี้ท่านพี่เป็องค์ชาย..แล้วพวกท่านจะไม่ให้ข้าคิดเช่นนั้นได้อย่างไร ว่าพวกท่านเป็พ่อแม่ของข้าจริงรึเปล่า? ” เด็กหนุ่มพลันทำหน้างอเล็กน้อย ก่อนจะทำแกล้มโตเป็ลูกซาลาเปา
“ เ้าเป็ลูกข้าแน่นอนอยู่แล้ว ความหล่อของเ้า..คิดว่าไม่ได้ข้า เ้าจะพิมพ์ออกมาดีขนาดนี้ได้อีกหรือ? ” ผู้เป็พ่อพลันทำหน้าเก๊กหล่อก่อนกล่าวต่อว่า “ ถ้าไม่ใช่เพราะหน้าหล่อเหลาของข้า...แม่เ้าคงไม่ช่วยเหลือข้าตอนตกมาจากหน้าผาเป็แน่”
เมื่อได้ยินสามีพูดโอ้อวดผู้เป็ภรรยาพลันเอามือหยิกไปที่เอว ก่อนจะกล่าวว่า “ เพราะข้ากลัวปลาแถวนั้นมันต้องกินของเน่า ๆ เป็อาหาร จึงได้ช่วยเ้าไว้หรอก ” เมื่อมารดาพูดจบสองบุตรชายพลันขำกับสิ่งที่ได้ยิน
“ อะแฮ่ม อะแฮ่ม ” เมื่อเห็นบรรยากาศกลับมาดี เฟิงเจียวพันไอขัดขึ้นมาก่อนจะกล่าวว่า “ พวกเ้าเข้าใจกันก็ดีแล้วแต่ตอนนี้เราต้องทำตามแผนที่วางไว้ดีหรือไม่ ? ”
“ จริงสิ.. ” จี้เซี่ยงพลันนึกออก ก่อนกล่าวว่า “ ว่างเอ๋อร์..เฟิงเอ๋อร์ , ข้ายังมีบางอย่างบอกไม่หมด , ความจริงแล้วชื่อแซ่ที่ข้าสองคน...ใช้เป็ชื่อปลอมความจริงแล้วข้ามีนามว่า จิ้น หลิง (ิญญาที่ซื่อสัตย์) ส่วนแม่เ้ามีนามว้า จิ้นซิน (ความสวยงามที่ซื่อสัตย์) ซึ่งแน่นอน เ้าชื่อ จิ้น เฟิง(ความซื่อสัตย์แห่งสายลม) เป็คนของตระกูลจิ้น ”
ไม่แปลกใจเลยที่บิดาของตนเองถึงไม่ได้ทิ้งตนไว้เมื่อ 16ปีก่อน เพราะเป็คนตระกูลจิ้น ที่ความซื่อสัตย์มีค่ากว่าชีวิต
เมื่อได้ยินพลันทำให้เื่นี้ยิ่งสับสนมากขึ้น ซีว่างจึงกล่าวถามไปว่า “เหตุใดถึงต้องปลอมชื่อแซ่สิ่งที่ท่านหนีมาอัตรายขนาดนั้นเลย? ”
“ ข้าเองก็ไม่รู้มันเป็ผู้ใด แต่ระดับพลังของมันเมื่อ 16 ปีก่อน แน่นอนว่าไม่ต่ำกว่า หยั่งรู้นภา ระดับ 5 ”
ชายหนุ่มได้ยินพลันเสียวสันหลัง‘ หยั่งรู้นภา !! ’