“องค์ชายนักฆ่าสองคนนั้นโดนจับได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ”
เพล้ง!!!
“สวะ!มีแต่พวกสวะ! เื่แค่นี้เ้าก็ยังทำพลาด”
เหล่าข้าหลวงองครักษ์ รวมถึงกงกงข้างกายองค์ชายสี่ ต่างสนลนลานคุกเข่าก้มหัวแนบพื้นด้วยความหวาดกลัว เมื่อเ้านายของพวกเขาตวาดเสียงดังลั่นตำหนักพร้อมปาถ้วยอาหารนกในมือแตกกระจายเต็มพื้น
“องค์ชายทรงอย่ากริ้วแม้ว่าสองคนนั้นจะโดนจับได้ แต่ก็ไม่มีทางสาวมาถึงเราได้แน่พ่ะย่ะค่ะ”
“เ้าคิดว่าพี่สามโง่หรือหากเขาอยากรู้ไม่ว่าเ้าหรือข้าก็ห้ามไม่ได้”
“เราก็ทำให้ท่านอ๋องไม่มีเวลาได้สืบสิพ่ะย่ะค่ะกระหม่อมได้ยินมาว่าก่อนนี้ท่านอ๋อง ทรงมีปากเสียงกับพระสนมเพราะนางโลมนางนั้นถึงขั้นเกือบตัดขาดกันพระองค์ว่าหากโอรสอกตัญญูต่อมารดาผู้ให้กำเนิดเพราะนางโลมฝ่าาจะรู้สึกเช่นไรพ่ะย่ะค่ะ”
สีหน้าโกรธเกรี้ยวไม่พอใจเมื่อครู่ก็เปลี่ยนไปในทันทีใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มเย็น แฝงไปด้วยความเ้าเล่ห์หันมองขันทีข้างกายที่ยิ้มเพทุบายไม่ต่างกันพลันความรู้สึกหงุดหงิดเมื่อครู่ก็จางหายไปราวสายลมที่พัดผ่านมา
“นั่นสินักฆ่าพวกนั้นก็เป็คนของท่านน้าจัดการถึงจับได้หลักฐานก็สาวไปที่รัชทายาทที่มักไม่พอใจพี่สามที่ชอบ่ชิงกับพระองค์ทั้งท่านแม่ยังรับรู้การกระทำของท่านลุง กว่าเื่ราวจะสาวมาถึงข้าบัลลังก์ันั้นก็คงตกเป็ของข้าแล้ว ฮ่าฮ่า”
“กระหม่อมขอแสดงความยินดีกับว่าที่องค์รัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ”
ซือซานตงเหลือบสายตาไปทางขันทีที่แสดงท่าทางคารวะพร้อมกล่าววาจาเอาอกเอาใจเขาอย่างรู้หน้าที่ก่อนฝ่ามือเรียวราวสตรีจะโบกไล่ไปกลางอากาศส่วนเขาเองก็กลับมาสนใจนกแก้วตัวน้อยในกรงทองที่ตนเลี้ยงดูต่อด้วยท่าทางอารมณ์ดี
“เ้าว่าครั้งนี้พวกเขาจะตายหรือไม่”
“ต้องตายจะต้องตาย จะต้องตาย”
ฮ่าฮ่า!!
ชายหนุ่มหัวเราะลั่นอย่างถูกใจเมื่อนกแก้วที่เลี้ยงไว้เอ่ยสิ่งที่เขาอยากฟังออกมาออกมา
เช่นเดียวกับตำหนักเกาเฟยที่เวลานี้ผู้เป็นายของตำหนักเดินวนไปมาอย่างกระวายใจเพราะเพียงนางลืมตาตื่นก็ได้รับข่าวว่ากลุ่มโจรที่นางว่าจ้างถูกฆ่าล้างบางไม่เหลือสักคน ศพถูกนำไปห้อยทิ้งที่หน้าผาปล่อยให้สัตว์ป่านกแร้งกัดกินเหลือเพียงกระดูก
“เ้าเ้าแน่ใจแล้วใช่หรือไม่”
“เพคะทั่วราชสำนักเล่าลือกันไม่ขาดปากว่าโจรพวกนั้นถูกกรรมตามทัน โดนฆ่าสิ้นซากนับว่าเป็ความชอบของผู้กระทำที่ช่วยราชสำนักกำจัดคนชั่ว”
“เช่นนั้นเช่นนั้นเ้าว่าไท่เออร์จะรู้เื่หรือไม่” น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความกังวลมือทั้งสองกำกันแน่นจนรู้สึกเจ็บแต่เ้าตัวก็ไม่สนเพียงนึกถึงสีหน้าผิดหวังของโอรส คนเป็มารดาอย่างนางก็อดไม่ได้ที่ใจจะสลาย
“…”
“แล้วหากไท่เออร์รู้เข้าเ้าว่าเขาจะเกลียดข้าหรือไม่ เขาจะรังเกียจมารดาเช่นข้าหรือไม่”ดวงตาของนางคลอไปด้วยน้ำตาที่พร้อมจะไหลลงมาทุกเมื่อ ใบหน้าหวาดกลัวกังวลเงยมองกูกูข้างกายอย่างไม่รู้ว่าต้องทำเช่นไร
“พระสนมทรงอย่าวิตกอย่างไรท่านอ๋องก็เป็โอรสของพระองค์ เืย่อมข้นกว่าน้ำแม้จะรู้ว่าเป็พระองค์ที่ส่งคนไปจัดการสตรีนางนั้นแต่ท่านอ๋องไม่มีทางเอาพระองค์ไปแลกกับกรวดไร้ค่าเช่นโสเภณีนางนั้นแน่”สนมเกาเฟยหันมองคนที่อยู่ข้างกายนางมานับสิบปี ก่อนจะพยายามสงบสติ ใช่นางเป็มารดา เขาไม่มีทางเลือกนางสตรีไร้ค่านั่นหรอก
“ถูกเ้าพูดถูก ข้าเป็มารดาเขา ทุกเื่ที่ทำย่อมเพื่อโอรสของข้า”ดวงตาคลอน้ำใสมองออกไปทางสวนอย่างมุ่งมั่น แทบไม่เหลือความหวาดกลัวเช่นเมื่อครู่
ตลอดสองสามวันมานี้ซานไท่อยู่เคียงข้างหลิวอีหรานไม่ห่าง แม้นางจะบอกว่าไม่เป็ไรแต่เขาก็สังเกตเห็นว่านางมันจะสะดุ้งใเมื่อมีคนเดินเข้าไปใกล้หรือมีบางคนเอ่ยเรียก รวมถึงเวลากลางคืนที่นางมักจะผวาร้องไห้ออกมาแม้ยังนอนหลับถึงจะน้อยลงบ้าง แต่ก็ทำเขาไม่อาจวางใจปล่อยไว้คนเดียวได้
ส่วนเื่ของมารดานอกจากเขาระบายโทสะลงกับคนพวกนั้นก็ไม่อาจจะอกตัญญูทำอะไรนางได้ลงจึงเพียงปล่อยไปแล้วปกป้องคนรักเอาไว้ให้ดี
ทั้งตลอดเวลาสองคืนที่ผ่านมาเขาไม่อาจจะข่มตาให้หลับลงได้เพราะเอาแต่ครุ่นคิดถึงสาเหตุที่มีอีกกลุ่มคนที่้าให้เขาตาย
แม้เบื้องต้นหลักฐานบางอย่างจะชี้ไปที่พี่ชายต่างมารดาอย่างรัชทายาทแต่เขาก็ยังไม่ปักใจเชื่อ เพราะนอกจากความเกลียดชังแล้วพระองค์จะมีเหตุผลอะไรที่จะต้องฆ่าเขาอีกทั้งนิสัยลอบกัดนั้นไม่ใช่นิสัยของพระองค์การที่ทิ้งหลักฐานที่ชี้ว่าพระองค์้าให้เขาตายนั้นโจ่งแจ้งเกินไปและไม่สมเหตุสมผล ทั้งไม่คุ้มที่เกลือจะมาแลกรวดนี่เลยเป็สาเหตุให้เขาคิดไม่ตกมาตลอด
“หรานหราน วันนี้เ้าไปที่หอหรงเซียนหรือไม่”
“ไปเพคะ”
“วันนี้่กลางวันข้ายังมีเื่ต้องไปสะสางฉะนั้นวันนี้ไม่อาจจะไปอยู่เป็เพื่อนเ้าได้ เ้าอยู่ได้หรือไม่”
“หม่อมฉันไม่เป็ไรแล้วพระองค์ไม่ต้องกังวลนะเพคะ”
หญิงสาวเดินเข้าไปกอดเอวสอบแน่นเพื่อหวังให้เขาคลายกังวลใบหน้าเรียวซบลงตรงแผงอกกว้างของคนที่โอบร่างนางตอบ
นางรู้ว่าตลอดหลายวันมานี้ท่านอ๋องลำบากดูแลนางอย่างมากทั้งต้องละทิ้งงานบางส่วนเพื่อมาอยู่กับนาง ฉะนั้นไม่ว่าอะไรที่พอจะให้เข้าคลายกังวลลงได้ นางก็จะทำทั้งหมด
“เ้าอ้อนเช่นนี้ข้าไม่เพียงจะไม่อยากไปทำงาน ข้ายังจะไม่ให้เ้าออกจากห้องด้วยหรานหราน”
“ฮ่าฮ่าท่านอ๋องปล่อยเพคะปล่อย พระองค์ยังมีงานต้องสะสางไม่ใช่หรือเพคะ”
“กลับมาคืนนี้เ้าต้องชดเชยให้ข้าหรานหราน”น้ำเสียงหวานหู กระซิบแ่ข้างใบหูเล็กก่อนเขาจะจูบเบาตรงข้างกกหูขาวแล้วผละออกด้วยความเสียดายส่วนคนที่โดนเย้าก็ยืนสะท้าน ขนอ่อนในกายลุกซู่ไปทั้งตัวยืนอมยิ้มก่อนจะรีบคว้าลำคอแข็งแรงเข้ามาหา แล้วจูบเร็วๆ ตรงกลีบปากหนาก่อนจะปล่อยลำคอของเขาเป็อิสระ
“หม่อมฉันรอพระองค์อยู่นะเพคะ”
กว่าซานไท่จะออกจากจวนได้ก็ต้องตัดใจอยู่นานและเมื่อขึ้นมาบนรถม้าสีหน้าชื่นมื่นเมื่อครู่ก็เปลี่ยนเป็เคร่งขรึมในทันทีบรรยากาศในรถม้าเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดก่อนที่คนบังคับจะหยุดระหว่างทางรับคนผู้หนึ่งขึ้นมา
ซานไท่เหลือบสายตามองคนในชุดดำสวมหมวกปกปิดใบหน้า ที่เฝ้ารอพบมาตลอดนับแต่ที่หญิงคนรักโดนทำร้ายและเขาก็ยังเป็คนเดียวกับจับนักฆ่าสองคนนั้นได้
“เป็อย่างไรบ้าง”
“เื่นี้องค์ชายสี่มีส่วนร่วมพ่ะย่ะค่ะ”
“น้องสี่?”
“พ่ะย่ะค่ะก่อนนี้หลังเค้นเอาความกับชายผู้นั้นที่บอกว่าเป็คนขององค์รัชทายาทกระหม่อมรู้สึกไม่ชอบมาพากล เลยแสร้งทำมันหลุดมือแล้วติดตามไม่ห่างจนเมื่อวานมันไปพบคนผู้หนึ่งซึ่งกระหม่อมจำได้ว่าเป็คนของท่านเสนาบดีซ้ายเลยคิดตามคนผู้นั้นไป ไม่คิดว่าคนผู้นั้นจะไปพบขันทีข้างกายองค์ชายสี่แต่เพราะเสียงรอบข้างดังมากเกินไปทำให้กระหม่อมไม่รู้ว่าพวกเขาจะทำสิ่งใดต่อรู้เพียงแต่พวกเขามีแผนชั่วอยู่พ่ะย่ะค่ะ”
“เท่านี้ก็เยอะมากแล้วแล้วนอกจากเื่นี้ยังมีอย่างอื่นอีกหรือไม่”
“นี่พ่ะย่ะค่ะ”ชายหนุ่มรับสมุดมาจากองครักษ์ของเขาพลางพลิกดูอย่างสนใจก่อนจะเปิดดูด้านในพบว่านี่เป็บัญชีสินบนรายชื่อของผู้ที่อยู่ในนี้ล้วนเป็ชื่อขุนนางที่เขารู้จัก คุ้นเคยทั้งยังมีบัญชีทุจริตการสร้างเขื่อนในหมู่บ้านฟูถิงทางเหนือของแคว้นเมื่อสามปีก่อน ซึ่งเป็่เดียวกับที่รัชทายาทาเ็หนักเพราะเขื่อนบางส่วนทลายลงมา
“บัญชีทุจริตนี้เป็ท่านเสนาบดีที่ริเริ่มโดยมีองค์ชายสี่รู้เห็นด้วยเพราะ่นั้นเขาได้ติดตามท่านน้าไปพ่ะย่ะค่ะ”
“มิน่าเสนาบดีไป๋ถึงได้เสนอให้ซานตงเข้าไปดูแลกรมโยธาเพราะจะได้เอื้อผลประโยชน์ของพวกเขาทั้งสองนี่เอง”
“เอาละเ้าไปได้สืบเื่ฉ้อโกงนี่ต่อไปส่วนเ้าคนโฉดที่อ้างว่าเป็คนขององค์รัชทายาทก็อย่าให้มันตายข้า้าตัวมันเป็ๆ”
‘เ้าลูกสุนัขจิ้งจอกเ้าเล่ห์ คิดจะทำร้ายคนของข้าเ้าต้องไม่ตายดีแน่’