
คอนโดมิเนียม“ลูมินัส ไฮต์” ตั้งตระหง่านอยู่กลางเมืองเหมือนแสงไฟที่ไม่มีวันดับอาคารสูงสามสิบชั้น ผนังกระจกสะท้อนท้องฟ้าและชีวิตผู้คนที่หมุนวนอยู่ภายในไม่มีใครรู้ว่าภายใต้ความหรูหรานั้น มีชั้นหนึ่งที่ไม่มีอยู่ในแผนผัง—ชั้นที่สิบสาม
ณัฐนักเขียนนิยายสยองขวัญที่กำลังหมดไฟ ตัดสินใจย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ด้วยหวังว่า“บรรยากาศใหม่” จะช่วยจุดประกายไอเดีย เขาเช่าห้อง 1413 ชั้นสิบสี่ ห้องกว้างมองเห็นวิวแม่น้ำ แต่มีข้อแปลกอยู่อย่างหนึ่ง—ลิฟต์ของที่นี่ไม่มีปุ่มเลข 13
“เค้าถือเคล็ดกันครับ” รปภ.บอกเขาในวันย้ายเข้า “เลขไม่เป็มงคล”
ณัฐยิ้มรับแต่ลึกๆ แล้วเขาไม่เชื่อเื่นี้
คืนแรกเขาสะดุ้งตื่นด้วยเสียงเคาะเบาๆ จากพื้นห้อง
“ใครวะมาเคาะอะไรตอนนี้”เขาพึมพำในใจก่อนพยายามหลับต่อ
แต่เสียงเคาะไม่หายไปมันเป็จังหวะสม่ำเสมอ…เหมือนมีใครบางคนกำลังพยายามสื่อสาร
ตึก…ตึกตึก…ตึก
ณัฐหยุดฟังเขาลองเคาะตอบลงไปบนพื้น
ตึก…ตึก
เงียบไปครู่หนึ่งแล้วเสียงจากด้านล่างก็ตอบกลับมา
ตึก…ตึกตึก
หัวใจเขาเต้นเร็ว
คืนต่อมาเสียงนั้นกลับมาอีกครั้ง คราวนี้มันดังขึ้นและชัดเจนกว่าเดิม
ตึก…ตึก…ตึกตึกตึก
ณัฐเริ่มจดจังหวะเขาเคยอ่านเื่ “มอร์สโค้ด” และลองแปลเล่นๆ
มันได้คำว่า“ช่วย”
“บ้าไปแล้ว” เขาหัวเราะออกมา
แต่เขาก็ยังเคาะตอบ
ใคร?
เสียงตอบกลับมาหลังจากนั้นไม่นาน
ตึก…ตึก…ตึก…ตึก
เขาแปลออกได้คำว่า“ติดอยู่”
คืนนั้นณัฐนอนไม่หลับเขาเปิดอินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับคอนโดแห่งนี้ และพบข่าวเก่าเมื่อสิบปีก่อน
“หญิงสาวหายตัวไปอย่างลึกลับในคอนโดหรู—ไม่พบร่องรอย”
รูปภาพในข่าวเป็หญิงสาวหน้าตาธรรมดาใส่แว่น ผมยาวประบ่า ชื่อ “พิม”
ข่าวระบุว่าเธออาศัยอยู่ที่ชั้นสิบสาม
ณัฐหยุดอ่านทันที
“ชั้นสิบสาม?”
แต่คอนโดนี้ไม่มีชั้นสิบสาม
หรือมันเคยมี?
วันต่อมาณัฐลงไปถามนิติบุคคล
“ขอโทษนะครับ คอนโดนี้เคยมีชั้นสิบสามไหม?”
พนักงานหญิงชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะตอบเรียบๆ
“ไม่มีค่ะ เราข้ามเลข 13 ค่ะ”
“แล้วมีคนเคยหายตัวไปไหม?”
เธอยิ้มจางๆ
“ั้แ่หนูมาทำงานไม่มีค่ะ”
คำตอบดูเหมือนถูกเตรียมไว้แล้ว
คืนนั้นณัฐกลับมาในห้อง เสียงเคาะดังขึ้นทันทีเหมือนมันรอเขาอยู่
ตึก…ตึกตึก…ตึกตึกตึก
เขาแปลได้ว่า“หนี”
“หนีอะไร?” เขาเคาะถาม
ไม่มีคำตอบ
เสียงเงียบไป
หลังจากนั้นไม่นานไฟในห้องก็ดับลงเอง ณัฐรีบลุกไปดูสวิตช์ แต่ไฟทั้งห้องดับสนิทเขาเปิดมือถือเป็ไฟฉาย ขณะที่กำลังจะเดินไปที่ประตู เขาได้ยินเสียงลิฟต์เปิด
ติ๊ง
เขาค่อยๆเปิดประตูออก
โถงทางเดินเงียบสนิทไฟสลัว และที่ปลายทาง—ลิฟต์เปิดค้างอยู่
บนแผงไฟเหนือประตูแสดงเลข “13”
ณัฐรู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้น
เขาลังเลที่จะก้าวเข้าไปดูใกล้ๆ
ภายในว่างเปล่าแต่มีรอยหยดน้ำบนพื้นเหมือนมีใครพึ่งทำหก
ติ๊ง
ประตูลิฟต์ปิดเองต่อหน้าเขา
และเลข “13”หายไป กลายเป็ “14” เหมือนเดิม
เช้าวันต่อมา เขาตัดสินใจใช้บันไดหนีไฟอยากรู้ว่าระหว่างชั้นสิบสองกับสิบสี่มีอะไรอยู่จริงๆ หรือไม่
เขาเดินลงจากชั้นสิบสี่ไปสิบสองระหว่างนั้น ไม่มีชั้นสิบสาม แต่เมื่อเขาเดินช้าลงและสังเกตผนังทึบตรงตำแหน่งชั้น13
ณัฐเอามือแตะมันเย็นเฉียบ
ทันใดนั้นเขาได้ยินเสียงกระซิบเบาๆ จากอีกฝั่ง
“ช่วย…”
เขาผงะถอยหลังเสียงนั้นเป็เสียงผู้หญิง
ผนังเงียบลงอีกครั้ง
หลังสำรวจทั้งชั้นเขาพบห้องเซอร์วิสที่ขอบวงกบมีร่องรอยงัดแงะ สลักลูกบิดติดอยู่หลวมๆ
คืนนั้นเขากลับมาที่ห้องและเตรียมอุปกรณ์ เขาตั้งใจจะลงไปให้ได้
ประมาณตีสองเสียงเคาะดังขึ้นอีกครั้ง
ตึก…ตึก
“ฉันจะไปหา” เขาเคาะตอบ
เงียบ
แล้วมีเสียงตอบกลับมาเพียงคำเดียว
อย่า
“ทำไม?”
ไม่มีคำตอบ
แต่เขาตัดสินใจแล้วเขาคว้าโทรศัพท์ เตรียมเครื่องมือ เดินไปยังห้องเซอร์วิส ประตูเหมือนเปิดรอเขาหย่อนตัวลงไปชั้นข้างล่างได้ไม่ยาก
เบื้องหน้าคือทางเดินแคบมืด และมีกลิ่นอับเหมือนที่ถูกทิ้งร้างมานาน
ณัฐก้าวออกไป
ไฟด้านหน้าติดขึ้นทีละดวงเหมือนมีใครนำทาง
เขาเดินตามไปจนถึงห้อง
1313
ประตูแง้มอยู่
เขาผลักเข้าไปช้าๆ
ภายในเต็มไปด้วยคราบดำบนผนังณัฐเดินเข้าไปแล้วรู้สึกทันทีว่าอากาศในห้องนี้เบากว่า เหมือนมีอะไรบางอย่างถูกเอาออกไปจนไม่เหลือแม้แต่ความอบอุ่น
และรอยขีดเส้นนับเหมือนคนที่ถูกขังและนับวัน แต่จำนวนเส้นมากเกินกว่าจะนับได้ในชีวิตเดียว
และตรงกลางห้อง—มีหญิงสาวนั่งอยู่
ผมยาวปิดหน้าเสื้อผ้าเก่าและเปียกชื้น
“คุณ” เขาเอ่ยเบาๆ
เธอเงยหน้าขึ้นช้าๆ
ใบหน้าซีดขาวดวงตากลวงโบ๋
เธอไม่ได้มองเขาแต่มองผ่านเขาไป เหมือนลืมวิธีมองคนแล้ว
“คุณมาช้า” เธอพูด
“ฉัน…ฉันจะช่วยเธอ” ณัฐถอยหลัง
เธอยิ้มบางๆ
“ขอบคุณ”
ทันใดนั้นประตูปิดกระแทก
ณัฐหันไปที่ประตูแล้วกลับมามองยังหญิงสาวคนนั้น
รอยยิ้มบนใบหน้าเรียบเฉยดวงตาไร้ความรู้สึก
“คุณไม่ควรลงมาที่นี่” เธอพูดเสียงราบเรียบเหมือนท่องจำมา
“ฉันไม่ได้เลือกที่จะอยู่ที่นี่”เธอพูดเบาๆ เหมือนพูดกับตัวเอง “แต่ที่นี่เลือกฉัน เหมือนที่มันเลือกคนก่อนฉันและจะเลือกคนหลังเธอ”
ผนังห้องเริ่มบิดเบี้ยวเสียงเคาะดังขึ้นรอบด้าน เธอกระโจนเข้าหาเขา
ณัฐหันหลังวิ่ง
แต่สายไปแล้ว
เขารู้สึกเย็นวาบทะลุทุกอย่าง
แล้วทุกอย่างก็เงียบ
—
แสงแดดยามเช้าส่องผ่านม่านบางเข้ามาในห้อง1413
หญิงสาวลืมตาขึ้นอย่างช้าๆนอนอยู่บนเตียงขาวสะอาด เพดานห้องสูง แอร์เย็นพอดี เสียงเมืองดังเบาๆ อยู่ข้างนอก
เธอนอนอยู่นิ่งๆสักครู่
แล้วก็ลุกขึ้นนั่ง
เธอเดินเข้าห้องน้ำล้างหน้า แปรงฟัน เรียบร้อยและเป็ระเบียบ เหมือนคนที่ทำสิ่งเดิมมานานจนไม่ต้องคิดเธอเปลี่ยนเสื้อผ้า เลือกชุดสีเรียบที่ขนาดไม่ใช่ของเธอ ไม่มีลวดลายไม่โดดเด่น แบบที่ไม่มีใครจำได้ในฝูงชน
เธอหยิบหนังสือที่อ่านค้างไว้ที่เื่ความไม่สมดุลระหว่างพลังงานและสถานที่ขึ้นมาดูก่อนวางกลับที่เดิม
ก่อนออกจากห้องเธอเดินผ่านกระจกบานใหญ่ข้างประตู
และหยุด
ในกระจกแสงแดดสะท้อนทุกอย่างในห้องได้ชัดเจน เตียงที่เพิ่งลุกขึ้นมา กระเป๋าบนโต๊ะผ้าม่านที่ปลิวเบาๆ
แต่ดวงตาของเธอในกระจก
ไม่สะท้อนอะไรเลย
ดำสนิทลึกและนิ่ง เหมือนผิวน้ำในบ่อที่ไม่มีก้น ไม่มีแสง ไม่มีเงา ไม่มีสิ่งที่อยู่ข้างหลังมันมีแต่ความมืดที่เงียบและอดทน
เธอมองกระจกอยู่ครู่หนึ่ง
แล้วก็ยิ้ม
ยิ้มแบบที่คนปกติยิ้มถูกต้องทุกมุม อบอุ่นพอดี น่าไว้วางใจพอดี
เธอเปิดประตูออกเดินเข้าไปในโถงทางเดิน กดลิฟต์
ตัวเลขบนแผงไฟเปลี่ยนช้าๆ
14… 13… 12…
ลิฟต์หยุดที่ล็อบบี้
ประตูเปิดออก
และเธอก็เดินออกไปในเมืองเหมือนคนธรรมดาทุกคน
—
หลายเดือนต่อมามีผู้อยู่อาศัยใหม่ย้ายเข้ามาที่ห้อง 1413
คืนแรกเขาได้ยินเสียงเคาะจากพื้น
“เฮ้ย ใครวะ” เขาะโด้วยความรำคาญ
มีเสียงตอบกลับมาเบาๆ
เขาก้มลงใช้หูแนบพื้น
“ผมณัฐ”
“ช่วยผมด้วย”