Gashapong Cupid เมื่อผมสุ่มกาชาเเล้วได้เป็นกามเทพ

    บทที่ 44

    หลายวันผ่านไปในที่สุดก็ถึงวันที่ทางโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์แห่งไลเทน่า ได้นัดกับผู้หญิงวัยกลางคนที่ตั้งใจจะนำร่างไร้วิญญาณของสุนัขแสนรักมาประกอบพิธีกรรมทางศาสนานั่นเอง เธอนั้นมีชื่อว่าเรวดี ทรัพย์มหาศาล เป็นเศรษฐีณีผู้ก่อตั้งมูลนิธิเกี่ยวกับสุนัขจรจัด และหมาน้อยผู้ล่วงลับของเธอก็คือเจ้ากุชชี่นั่นเอง สนามหญ้าด้านหลังโบสถ์ถูกจัดแต่งขึ้นเพื่อใช้ประกอบพิธีครั้งนี้โดยเฉพาะ กรผู้ได้รับมอบหมายให้เป็นแม่งานจำเป็นเพราะทั้งหมดเป็นไอเดียของเขา ได้สั่งซื้อชั้นวางต้นไม้ปูนหล่อลวดลายกรีกโบราณแบบคลาสสิคมาทำเป็นแท่นพิธีการ จัดตั้งไว้ใต้ต้นจามจุรีร้อยปีอันร่มรื่นอย่างงดงาม นอกจากคุณเรวดีแล้ว ยังมีเพื่อนๆของเธออีกสี่ห้าคนที่เป็นหญิงวัยกลางคนเช่นเดียวกัน มาร่วมพิธีเล็กๆอันเต็มไปด้วยความอาลัยนี้ แต่นอกจากคนเหล่านี้ ยังมีสุนัขหลากหลายสายพันธุ์ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงของพวกเธอก็ตามมาด้วย โชคดีที่พวกนี้เป็นหมาไฮโซพวกมันได้รับการฝึกให้ทำตามคำสั่ง และเรียบร้อยสงบเสงี่ยม“เป็นยังไงบ้างกร มีปัญหาอะไรรึเปล่า?” ถังลู่ในชุดนักบวชสีดำประจำตำแหน่งเข้ามาถามกามเทพหนุ่มที่กำลังจัดของที่แท่นพิธี“ทุกอย่างเรียบร้อยดีครับคุณถังราบรื่นกว่าที่คิด พวกไอ้ต้าวหมาน้อยอยู่นิ่งไม่เพ่นพ่านหรือเห่าเลย ส่วนพวกคุณนายนั้นก็ดูเหมือนจะหลงเสน่ห์คุณเดวิดเข้าให้แล้ว ผมก็เลยให้เขาเป็นคนดูแลแขกอยู่ในศาลาน่ะครับ ของว่าง และถ้วยจานหรูหราที่จัดเตรียมมาพวกเขาก็ชอบมาก ทั้งที่ผมไปซื้อมาจากร้านมือสองแท้ๆ” กรเล่าออกมาอย่างมีความสุข อย่างกับว่าเขากำลังจัดงานเลี้ยงน้ำชายามบ่ายให้กับญาติผู้ใหญ่ยังไงยังงั้น“อืม...ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีแล้ว ถ้าใกล้ถึงฤกษ์ก็โทรหาผมแล้วกัน ผมอยู่บนห้องทำงานนะ” ถังลู่ตอบรับเล็กน้อยด้วยความเคร่งขรึมแล้วก็เดินจากไปเงียบๆ ซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติจากนิสัยปกติของเขาเป็นอย่างมาก‘คุณถังเขาเป็นอะไรนะ? ไม่ค่อยพูดค่อยจา’ กรที่เห็นความไม่ปกติในตัวของหัวหน้าก็ได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ เพราะงานของเขายังไม่เรียบร้อย ทางด้านผู้ดูแลโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อเขาเปิดประตูเข้ามาในห้องทำงาน ก็พบกับหญิงสาวผมดำยาวผู้สวมเสื้อโค้ทสีดำยาวเช่นกัน ยืนมองออกไปนอกหน้าต่างดูกิจกรรมที่กำลังจัดขึ้นในสวน ถังลู่แปลกใจเล็กน้อยที่พบเธอในห้องทำงานของตน แต่ดูเหมือนว่าทั้งสองจะรู้จักกันอยู่แล้ว“ไม่เจอกันนานเลยนะเหมย เควสด่วนเป็นยังไงบ้างล่ะ?” ถังลู่กล่าวถามขึ้นพร้อมรอยยิ้ม“เรียบร้อยดีค่ะ โชคดีที่วิญญาณอาฆาตตนนั้นยังมีพลังไม่มาก ไม่อย่างนั้นฉันคนเดียวคงรับมือไม่ไหวแน่” เหมยหันกลับมาตอบอย่างสุภาพกับบาทหลวงตรงหน้าเธอ“แต่สำหรับฉันนั้นคิดว่าความผิดพลาดครั้งนี้ ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีของเธอเลยนะ เพราะที่ผ่านมาการนำพาวิญญาณผู้ตายสู่สะพานมรณะถูกกำชับให้ทำตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด แต่ไม่เคยมีใครคิดวิธีการแก้ไขหากเกิดเหตุฉุกเฉินเมื่อวิญญาณหลุดจากการควบคุมเลยสักคน คราวนี้เธอควรเขียนคู่มือนี้ขึ้นมานะ” ระหว่างที่ถังลู่เดินไปที่เก้าอี้ประจำตำแหน่ง เขาก็ให้คำแนะนำแก่หญิงสาวไปด้วย“ฉันจะลองทำตามที่คุณถังแนะนำค่ะ แต่ถ้าจะให้พูดแล้วการที่ฉันทำงานพลาดง่ายๆในวันนั้น ก็เพราะไอ้กามเทพฝึกหัดนั่นคนเดียว” หญิงสาวกล่าวออกมาอย่างแค้นเคืองกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นโดยมีผู้อื่นเป็นต้นเหตุ“เหมย! ฉันเคยบอกไปแล้วนี่ว่าอย่าโทษคนอื่น แค่นายกามเทพที่เธอเคยเล่ามาเขาถามสิ่งที่ไม่รู้แค่สองสามข้อ มันไม่น่าจะทำให้เธอเสียสมาธิการควบคุมวิญญาณได้สักหน่อย แต่เป็นเพราะเธอคิดไม่ถึงเรื่องแรงอาฆาตแค้นที่ระเบิดขึ้นอย่างฉับพลันของวิญญาณโจรวิ่งราวคนนั้น แน่นอนว่าคนอื่นก็คาดไม่ถึงเหมือนกัน” ผู้ดูแลโบสถ์กล่าวเตือนสติหญิงสาว แต่เขาก็ไม่ได้ตำหนิเธอรุนแรง เพราะเข้าใจได้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นมันเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้ยากมากๆ“ขอโทษค่ะ เพราะมันเป็นเรื่องง่ายๆแต่กลับทำพลาดก็เลยอารมณ์ไม่ดีน่ะค่ะ” หญิงสาวกล่าวขอโทษอีกครั้ง และยอมรับถึงความใจร้อนของตัวเอง ถังลู่ที่เห็นว่ายิ่งพูดถึงเรื่องเควสนี้หญิงสาวจะยิ่งโมโหขึ้นไปใหญ่ เขาจึงคิดที่จะเปลี่ยนเป็นเรื่องที่ผ่อนคลายลงมา อย่างน้อยก็ให้เธอสบายใจมากขึ้นหลังจากเพิ่งผ่านภารกิจที่ยากลำบากมา“เธอเห็นงานที่กำลังจัดอยู่ในสวนแล้วใช่ไหม รู้รึเปล่าว่ามันเป็นงานอะไร?” เทพหนุ่มหล่ออายุหลายร้อยปีกล่าวถามหญิงสาวเพื่อเปลี่ยนเรื่องคุย“เหมือนจะเป็นงานเลี้ยงอะไรสักอย่าง แต่ทำไมพวกเขาถึงมาจัดที่โบสถ์ล่ะคะ แถมยังเอาน้องหมามาด้วยตั้งหลายตัว” เหมยรู้สึกสนใจสิ่งที่เกิดขึ้นในสวนไม่น้อย แต่เพราะเธอต้องการพบกับถังลู่เป็นการส่วนตัวจึงได้แต่รออยู่ที่ห้องด้วยความสงสัยใคร่รู้“เป็นพิธีส่งวิญญาณก่อนฝังร่างของน้องหมาน่ะ” ถังลู่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเขานั้นแฝงไว้ด้วยความนัยบางอย่าง“อะไรนะคะ!” เหมยตกใจจนร้องตะโกนลั่น เมื่อฤกษ์ยามมาถึงเวลา 13.13 น. กรจุดเครื่องหอมในตะเกียงด้านหน้าแท่นพิธีแล้วหลบไปยืนด้านซ้าย ซึ่งแน่นอนว่าบนแท่นนั้นมีร่างไร้วิญญาณของเจ้ากุชชี่สุนัขพันธุ์ชิสุอยู่ในกล่องไม้ขนาดพอดีตัวของมัน คุณเรวดี และเพื่อนๆรวมทั้งเหล่าสุนัขที่ตามมาด้วยต่างก็ยืนร่วมพิธีอย่างสงบอยู่ด้านขวาของแท่น บราเตอร์เดวิดเดินถือคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์เข้ามายืนตรงอยู่หน้าแท่นพิธีด้วยความสำรวม จากนั้นเขาก็เปิดคัมภีร์เพื่ออ่านวจนะศักดิ์สิทธิ์แห่งไลเทน่าบทหนึ่ง ซึ่งกล่าวถึงดวงวิญญาณที่ล่วงลับแล้วมียมทูตมานำพาวิญญาณนั้นสู่สะพานมรณะ เพื่อเดินทางต่อสู่ที่ทำการของจัดจ์ผู้ที่จะตัดสินว่าวิญญาณจะได้ไปเกิดเป็นอะไรในชาติต่อไป พิธีกรรมนี้แม้จะเล็กแต่ก็ให้ความรู้สึกเข้มขลังเป็นอย่างมาก ทั้งกลิ่นเครื่องหอมอ่อนๆที่ลอยฟุ้งอบอวลอยู่ในอากาศ สายลมแผ่วเบายามบ่ายที่เย็นสบายภายใต้เงาของต้นจามจุรี และเสียงโมบายแขวนดังกรุ๊งกริ๊งไปตามแรงลม ให้ทั้งความสงบ และผ่อนคลาย ปราศจากซึ่งเสียงรบกวนจากภายนอก คุณเรวดีรู้สึกถึงบรรยากาศนี้ได้อย่างชัดเจนเช่นเดียวกับคนอื่นๆในที่นี้ แต่ด้วยเธอที่มีความผูกพันกับสัตว์เลี้ยงแสนรักนั้นจึงมีอารมณ์ร่วมมากกว่าใคร หยาดน้ำตาสายเล็กของเธอหลั่งรินออกมาพร้อมกับรอยยิ้มปีติที่ออกมาจากจิตใจเบื้องลึก ทุกๆคนต่างก็แปลกใจกับสิ่งที่ผู้หญิงคนนี้แสดงออกมาไม่น้อย ห่างออกไปจากพิธีกรรมไม่ไกล ถังลู่ที่ยืนอยู่หลังพุ่มไม้สูงกำลังโบกไม้โบกมือ เพื่อควบคุมกระแสลมพัดพาใบจามจุรีให้ค่อยๆร่วงโรยลงมาอย่างอ่อนโยนที่สุด เป็นฉากหลังม่านใบไม้อันงดงาม ส่งเสริมให้พิธีกรรมส่งวิญญาณนี้สมบูรณ์แบบมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว แต่ก็มีบางคนที่รู้สึกแปลกๆกับสิ่งที่เขากำลังทำอยู่“เอิ่ม...คุณถังคะ นี่คุณถึงกับต้องลงมือจัดฉากขนาดนี้เลยเหรอ?” เป็นเหมยที่ยืนอยู่ด้านข้างกล่าวถามผู้ดูแลโบสถ์“ก็คุณกรเขาอยากให้งานออกมาดีนี่ เห็นไหมล่ะคุณนายเขาซาบซึ้งถึงกับต้องหลั่งน้ำตาออกมาเลยนะ แถมความรู้สึกโศกเศร้ากับการสูญเสียก็หายไปเป็นปลิดทิ้ง เพราะเธอคิดว่าพิธีส่งวิญญาณนี้มันจะส่งให้วิญญาณของเจ้ากุชชี่ไปสู่แดนสวรรค์อันสงบสุขได้จริงๆ” ถังลู่กล่าวออกมาด้วยสีหน้าภาคภูมิใจกับแผนการที่พวกเขาร่วมกันทำขึ้น“เฮ้อ! มันก็เล่นใหญ่เกินไปอยู่ดีนั่นแหละค่ะ แต่ถึงอย่างนั้นก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้วสินะคะที่ทำให้ผู้หญิงคนนั้นปล่อยวางจากความทุกข์ไปได้” ถึงแม้ว่าเหมยจะไม่เข้าใจว่าทำไมถังลู่ถึงต้องจริงจังกับเรื่องเล็กน้อยแบบนี้ แต่เมื่อเห็นว่าผลลัพธ์ออกมาดีเธอก็อดที่จะยินดีไปด้วยไม่ได้“ว่าแต่คุณกรคนนั้นหน้าตาคุ้นๆนะคะ เขาเป็นทูตสวรรค์เหมือนกับคุณถังรึเปล่า?” หญิงสาวกล่าวถามด้วยความสงสัยใคร่รู้“ไม่ใช่หรอก เขาเป็นกามเทพฝึกหัดที่ทำเควสพลาดจนแต้มติดลบ เลยต้องมาทำเควสเผยแผ่ความศรัทธาที่นี่น่ะ” ถังลู่ตอบกลับอย่างขอไปที“เอ๋! ว่าแล้วทำไมถึงหน้าคุ้นๆ!”

    คล้ายกับเรื่องGashapong Cupid เมื่อผมสุ่มกาชาเเล้วได้เป็นกามเทพ ที่คุณอ่าน