เปิดประตูสู่ความมั่งคั่งในยุค 90 : ความรุ่งโรจน์ของหญิงสาวผู้เกิดใหม่ 【จบ】

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 137 รู้เบื้องลึกเบื้องหลัง

            "ไปกันเถอะ ตอนนี้ยังไม่ร้อน ไปเช้ากลับเช้า" เจ๊ใหญ่หม่าตัดสินใจ

            "ไปเยี่ยมกี่ครอบครัวดี?" หลิวเหม่ยลี่ถาม

            "ก็ครอบครัวเดิมๆ นั่นแหละ ไม่มีเพิ่ม" เจ๊ใหญ่หม่าพูดด้วยท่าทีสบายๆ

            หลิวเหม่ยลี่กับเจ๊ใหญ่หม่าไปที่โกดังเพื่อรับสิ่งของบรรเทาทุกข์ พวกเขาใส่ของเหล่านั้นลงในถุงสองใบ จากนั้นก็เดินทางไปยังหอพักพนักงานของโรงงานหม้อไอน้ำเพื่อเยี่ยมเยียน

            หอพักพนักงานของโรงงานหม้อไอน้ำอยู่ด้านนอกโรงงาน เดินประมาณห้านาทีก็ถึง

            "นี่บ้านของลุงฟู่สินะ? บ้านเขาอยู่ชั้นสอง ไปที่บ้านเขาก่อนเลยแล้วกัน" เจ๊ใหญ่หม่าบอกหลิวเหม่ยลี่

            หลิวเหม่ยลี่กับเจ๊ใหญ่หม่าเดินมาถึงหน้าประตูบ้านของลุงฟู่ พวกเขาเคาะประตูเบาๆ 

            ไม่นานประตูก็เปิดออก ‘เอี๊ยด’ ผู้หญิงร่างสูงใหญ่คนหนึ่งปรากฏตัวอยู่ที่หน้าประตู ดูเหมือนเธอจะอายุเกือบสามสิบปีแล้ว แต่ด้วยความที่เธออ้วนจึงทำให้ดูแก่กว่าวัย เธอถามด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ว่า

            "พวกคุณเป็นใคร? จะมาหาใคร?”

            "เอ่อ พวกเราเป็นคนของโรงงานหม้อไอน้ำ มาเยี่ยมครอบครัวของลุงฟู่ค่ะ"

            นี่เป็นครั้งแรกที่เจ๊ใหญ่หม่าได้เจอผู้หญิงคนนี้ เธอที่ไม่รู้จักคนตรงหน้าจึงได้แนะนำตัว

            "อ้อ ที่แท้ก็เป็นหัวหน้าของโรงงานหม้อไอน้ำนี่เอง ฉันเป็นลูกสะใภ้ของเหมยเหนียงค่ะ"

            พอรู้ว่าเป็นคนของโรงงานหม้อไอน้ำมาเยี่ยม ไป๋เหลียนฮวาก็รีบยิ้มต้อนรับพวกเขาพร้อมพาเข้ามาในบ้าน

            หลิวเหม่ยลี่กับเจ๊ใหญ่หม่าต่างก็รู้จักคังอิง ดังนั้นพอได้ยินไป๋เหลียนฮวาแนะนำตัวแบบนี้ พวกเธอก็ตกใจมาก พวกเธอจำได้ว่าคังอิงไม่ได้ตัวสูงใหญ่ขนาดนี้ ต่อให้เธออ้วนขึ้นห้าสิบชั่ง [1] ก็คงไม่มีทางเปลี่ยนเป็นแบบนี้หรอก

            "เธอ...เธอคือคัง...คังอิงเหรอ?" เจ๊ใหญ่หม่าถึงกับพูดติดขัด

            ไป๋เหลียนฮวาอธิบายอย่างใจกว้างว่า "ฉันไม่ใช่คังอิง ฉันแซ่ไป๋ ชื่อไป๋เหลียนฮวา คังอิงหย่ากับฟู่ซินหลางไปแล้ว ส่วนฉันเพิ่งจะแต่งงานกับฟู่ซินหลางได้ไม่นานค่ะ"

            "อ้อ เข้าใจแล้ว ขอโทษทีนะ" เจ๊ใหญ่หม่าไม่คิดเลยว่าจะถามคำถามที่ยุ่งเรื่องชาวบ้านแบบนี้ จนเธอทำตัวไม่ถูก จึงได้แต่กล่าวขอโทษอย่างกระอักกระอ่วนใจ

            "ไม่เป็นไรๆ เชิญเข้ามาเลยค่ะ" ไป๋เหลียนฮวารีบเชื้อเชิญให้พวกเขาเข้ามาในบ้าน แถมยังชงชาให้ดื่มอีกด้วย

            เหมยเหนียงนอนครวญครางอยู่บนเตียงในห้องนอน ความดันโลหิตสูงของเธอกำเริบอีกแล้ว หมอบอกให้เธอกินยาลดความดันทุกวัน แต่เธอกังวลว่ายาพวกนี้จะมีผลข้างเคียง จึงไม่ยอมกินยาทุกวัน มักจะกินบ้างไม่กินบ้าง บางครั้งก็ไม่กินหลายวันติดต่อกัน การทำแบบนี้ทำให้ความดันโลหิตของเธอไม่คงที่ แต่ใครก็ห้ามเธอไม่ได้ 

            เจ๊ใหญ่หม่าเดินเข้าไปในห้องเพื่อพูดคุยกับเธอสองสามประโยค พอเห็นว่าเธอไม่มีเรี่ยวแรง เจ๊ใหญ่หม่าจึงเดินออกมาจากห้องนอน เธอไม่สนิทกับไป๋เหลียนฮวา หลิวเหม่ยลี่ก็เช่นกัน พวกเขาจึงกล่าวปลอบโยนอีกฝ่ายตามมารยาท จากนั้นก็ขอตัวไปเยี่ยมบ้านอื่นต่อ

            ทันทีที่พวกเขาออกมาจากบ้านของฟู่ซินหลาง ทั้งสองก็อดไม่ได้ที่จะพูดเรื่องชาวบ้านขึ้นมา เจ๊ใหญ่หม่าเอ่ยว่า "คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าเสี่ยวฟู่จะแต่งงานใหม่แล้ว แถมภรรยาของเขานะ โอ๊ย... ไม่ดีเท่าคนก่อนเลย”

            "ก็จริงนะ ถึงคังอิงจะไม่ค่อยแต่งตัว แต่หน้าตาของเธอก็ไม่ได้แย่อะไร น่าเสียดายจริงๆ”

            หลิวเหม่ยลี่มองในมุมของผู้หญิง เธอรู้สึกว่าฟู่ซินหลางคงทิ้งคังอิงไป

            หลังจากกลับถึงบ้าน หลิวเหม่ยลี่ก็เล่าเรื่องที่ได้พบเห็นในวันนี้ให้กับจางชางเซิ่งสามีของเธอฟัง ซึ่งก็คือเรื่องการหย่าร้างของฟู่ซินหลาง

            "เธอว่า...คังอิงหย่ากับฟู่ซินหลางแล้วเหรอ คังอิงคนนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร?”

            ด้วยความคาดไม่ถึง พอจางชางเซิ่งได้ยินภรรยาพูดถึงเรื่องนี้ จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ จึงเอ่ยถามอย่างจริงจัง

            "อ๊ะ เมื่อเร็วๆ นี้เจ๊ใหญ่หม่าให้ฉันไปจัดเรียงเอกสารของสหภาพแรงงาน เห็นว่ามีรูปถ่ายตอนที่ไปเยี่ยมเยียนครั้งที่แล้วอยู่ด้วย เดี๋ยวฉันลองหาดู ไม่แน่ว่าอาจจะมีรูปคังอิงอยู่ก็ได้”

            หลิวเหม่ยลี่หยิบแฟ้มเอกสารปึกหนึ่งออกมาจากห้องด้านใน เมื่อเร็วๆ นี้เจ๊ใหญ่หม่าให้เธอไปจัดเรียงแฟ้มเอกสารเก่าๆ พวกนี้ เธอทำไม่ทันในเวลาทำงาน เธอจึงนำมันกลับมาทำต่อที่บ้าน

            หลังจากค้นหาอยู่นาน หลิวเหม่ยลี่ก็พูดด้วยความตื่นเต้นว่า “เจอแล้ว รูปนี้ไง เธอดูสิ จำได้หรือเปล่า?”

            จางชางเซิ่งรับรูปถ่ายมาดู เห็นว่าในรูปนั้นมีเจ๊ใหญ่หม่ากำลังนั่งคุยกับผู้หญิงสองคนอย่างสนิทสนม

            จางชางเซิ่งเคยเห็นเจ๊ใหญ่หม่า แน่นอนว่าเขารู้จักเธอ ส่วนหญิงชราที่นั่งอยู่ตรงข้ามเจ๊ใหญ่หม่านั้นเขาไม่รู้จัก แต่ผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างๆ หญิงชรานั้น เขากลับจำเธอได้ทันที เขาอดไม่ได้ที่จะร้องออกมาว่า

            "นี่ไม่ใช่ประธานคังของพวกเราหรอกเหรอ? ใช่แล้ว เธอนั่นแหละ ถึงแม้ว่าจะแต่งตัวเชยๆ ทรงผมก็ต่างกัน แต่ฉันรับรองได้เลยว่าคนคนนี้ก็คือประธานคังจริงๆ”

            "ประธานคังอะไรกัน? คนนี้ก็คือคังอิง อดีตภรรยาของเสี่ยวฟู่นั่นแหละ” หลิวเหม่ยลี่กล่าวแก้

            "ไม่นะ เธอคือเจ้านายคนใหม่ของฉัน ประธานคังอิงต่างหาก!” 

            "ไม่จริงน่า เป็นไปได้ยังไงกัน? หลังจากคังอิงหย่ากับฟู่ซินหลางแล้ว เธอก็เป็นเหมือนกับหยาดน้ำค้างที่ไม่มีที่ไป แล้วจะไปเป็นประธานคังของพวกคุณได้ยังไง? ฉันได้ยินมาจากไป๋เหลียนฮวาว่า หลังจากที่ฟู่ซินหลางหย่าได้ไม่ถึงสองเดือน เขาก็แต่งงานกับเธอแล้ว”

            “คังอิงจะมีความสามารถมากขนาดนั้นเลยเหรอ? ภายในเวลาสองเดือนกว่าๆ ก็กลายเป็นเจ้านายของพวกคุณ?” หลิวเหม่ยลี่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ

            “ใครจะรู้ล่ะ ดูท่าว่าห้างสรรพสินค้ามิตรภาพจะมีเบื้องลึกเบื้องหลังเยอะแยะกว่าที่คิด ฉันว่าต้องสืบเรื่องนี้ให้รู้เรื่อง”

            ตอนนี้ จางชางเซิ่งเพิ่งรู้ตัวว่า คังอิงที่ภรรยาของเขาพูดถึงก็คือคังอิงคนนี้จริงๆ ในหัวของเขาพลันมีความคิดผุดขึ้นมากมาย

            เขารู้สึกว่าตัวเองกุมจุดอ่อนของคังอิงบางอย่าง เพียงแต่ตอนนี้เขายังคิดไม่ออกว่ามันคืออะไร แต่เขารู้สึกว่าข่าวกรองชิ้นนี้มีค่ามาก 

            “เธอจำเรื่องของคังอิงได้ไหม? บอกฉันมาให้หมด” จางชางเซิ่งเอ่ยกับภรรยา

            “ฉันจะจำอะไรได้ล่ะ ก็มีแค่นี้แหละ ฉันไม่ได้ติดต่อกับเธอโดยตรงสักหน่อย แค่ตอนที่เป็นตัวแทนสหภาพแรงงานไปเยี่ยม เธอก็เป็นแค่คนชงชา หรือเสิร์ฟน้ำเท่านั้นแหละ ฉันไม่ได้คุยกับเธอมากมายอะไรเลย” หลิวเหม่ยลี่กล่าวอย่างลำบากใจ

            “เธอมันโง่จริงๆ เลย ลองคิดดูสิ มีเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับคังอิงบ้างไหม? ลองนึกดีๆ สิ เรื่องนี้สำคัญมากสำหรับฉันนะ” จางชางเซิ่งกล่าวอย่างกระวนกระวายใจ

            หลิวเหม่ยลี่เค้นสมองอย่างหนักเพื่อครุ่นคิดถึงเรื่องนี้ ไม่นานเธอก็กล่าวขึ้นว่า “ก็ไม่มีอะไรหรอก ฉันเคยได้ยินมาจากเจ๊ใหญ่หม่าว่า หลังจากที่ลุงฟู่เสียชีวิตไปแล้ว ครอบครัวของเขาก็ได้แต่งงานกับลูกสะใภ้ที่ขยันขันแข็ง รับใช้ทั้งคนแก่และเด็ก ไม่เช่นนั้นครอบครัวฟู่คงลำบากมากแน่ๆ”

            “ส่วนเรื่องที่พวกเขาหย่ากันนั้น ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะว่าตอนที่พวกเราไป ไป๋เหลียนฮวาเป็นคนต้อนรับพวกเรา เราเลยไม่กล้าถามอะไรมาก”

            “เธอนี่มันโง่เสียจริง ไม่ได้การ ฉันต้องไปสืบเรื่องนี้ด้วยตัวเอง”

            แววตาของจางชางเซิ่งเป็นประกาย สำหรับเขาแล้ว การได้รู้จุดอ่อนของเจ้านายนับเป็นเรื่องที่ทำให้เขามีความสุขมากที่สุด 

            ผู้หญิงที่หย่าร้างคนหนึ่ง จู่ๆ ก็ร่ำรวยขึ้นมา ได้ตำแหน่งผู้จัดการใหญ่มาแบบกะทันหัน…เรื่องทั้งหมดนี้จะเกี่ยวข้องกับเรื่องอื้อฉาวหรือเปล่านะ?

            หลังจากจางชางเซิ่งไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน เขาก็รู้สึกว่ามันต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ ไม่เช่นนั้นแล้วผู้หญิงหย่าร้างอย่างเธอจะมีความสามารถมากขนาดนั้น จนจู่ๆ ก็กลายมาเป็นประธานของห้างสรรพสินค้ามิตรภาพได้อย่างไร?

            เรื่องนี้ช่างน่าสงสัยมาก เขาน่าจะทำอะไรกับเรื่องนี้ได้ จางชางเซิ่งเริ่มคิดแผนการบางอย่าง

            เขาไม่ใช่คนโง่ ไม่อย่างนั้นผู้จัดการไช่คนก่อนคงไม่อาจจัดการเขาได้แค่ย้ายแผนก เขาเองก็มีเพื่อนสนิทมากมายเช่นกัน

            คังอิงไม่รู้เลยว่า จางชางเซิ่งกำลังวางแผนขุดคุ้ยเรื่องราวในอดีตของเธออยู่เบื้องหลัง

            เชิงอรรถ

            [1] 1 ชั่ง เท่ากับ 500 กรัม ดังนั้น 50 ชั่งเท่ากับ 25 กิโลกรัม

    คล้ายกับเรื่องเปิดประตูสู่ความมั่งคั่งในยุค 90 : ความรุ่งโรจน์ของหญิงสาวผู้เกิดใหม่ 【จบ】 ที่คุณอ่าน