“ตอนนี้!”
“ถึงเวลาที่เราต้องมาสะสางเรื่องราวระหว่างเราแล้วละ!”
หวังเฉินถือดาบก้าวไปข้างหน้าดวงตาจับจ้องไปยังสามคนที่ยืนนิ่งอยู่ใต้กำแพงหินด้วยรอยยิ้มเย็นยะเยือก
ในตอนนี้ลูกสมุนทั้งสามที่ยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปก็สะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงเย็นชานั้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาสัมผัสได้ถึงเจตนาสังหารในสายตาของหวังเฉินพวกเขาพลันรู้สึกสิ้นหวังจนแทบจะขาดใจ
ก่อนมาถึงพวกเขาประเมินไว้ว่าการจัดการผู้ฝึกสัตว์อสูรยักษ์เป็นเรื่องง่ายดายยิ่งและหวังใช้โอกาสนี้เข้าหาเฉินฮ่าว
แต่ใครจะคาดคิดว่าแม้จะไม่มีสัตว์อสูรคอย ‘ช่วยเหลือ’ พวกเขาทั้งสามก็ยังไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับหวังเฉินได้เลยแม้แต่ปลายเล็บ
มนุษย์ผู้นี้แข็งแกร่งราวกับปีศาจ!
“หวัง... เฉิน พวกเราถูกบีบบังคับจริงๆ นายช่วยปล่อยพวกเราไปสักครั้งได้ไหม?”
“ใช่ๆๆ นี่เป็นเพราะเฉินฮ่าวบังคับพวกเรา พวกเราไม่อยากทำแบบนี้เลยจริงๆ นะ”
“ได้โปรดเถอะ ถือว่าเห็นแก่ความสัมพันธ์เพื่อนร่วมชั้นสามปีปล่อยพวกเราไปเถอะ”
เมื่อรู้ว่าตนเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหวังเฉินลูกสมุนทั้งสามก็รีบวิงวอนร้องขอชีวิตทันที
แม้กระทั่งลูกสมุนคนที่หนึ่งยังกล้าหน้าด้านอ้างเรื่องความสัมพันธ์เพื่อนร่วมชั้นสามปี
“หึๆ!”
หวังเฉินหัวเราะเยาะเมื่อได้ยินคำพูดของพวกเขา
ความสัมพันธ์เมื่อครั้งที่ยังเป็นเพื่อนร่วมชั้นงั้นหรือ?
แม้แต่ชื่อของพวกเขาสามคนเขายังไม่รู้ แล้วจะมีความรู้สึกใดๆ ต่อกันเล่า?
อีกอย่างตอนนี้เพิ่งจะมาพูดเรื่องความสัมพันธ์ ทำไมไม่ทำตั้งแต่แรก?
“หยุดพล่ามไร้สาระได้แล้ว เฉินฮ่าวอยู่ที่ไหน?”
“รีบพูดมา แล้วฉันจะให้พวกแกตายอย่างไม่ทรมาน!”
หวังเฉินมองทั้งสามด้วยสายตาเฉยเมยไม่ได้แสดงความรู้สึกใดๆ
เมื่อได้ยินคำพูดของเขาใบหน้าของทั้งสามก็ซีดเผือด ลูกสมุนคนที่หนึ่งยังคงไม่ยอมแพ้และกล่าวว่า
“หวังเฉิน นายต้องปล่อยพวกเราไปก่อน แล้วพวกเราจะยอมบอก...”
ฉับ!
แสงเย็นวาบหนึ่งส่องประกายออกไปศีรษะของลูกสมุนคนที่หนึ่งถูกตัดขาดทันที
“แกมีสิทธิ์อะไรมาต่อรองกับฉัน? โง่เง่าไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!”
หวังเฉินสะบัดเลือดบนดาบยาวออกไปเสียงของเขาเต็มไปด้วยการดูถูก
ข้างๆลูกสมุนคนที่สองและสามที่ถูกเลือดสาดใส่เต็มตัว ก็ทรุดลงกับพื้นสั่นสะท้านด้วยความกลัว
“เฉินฮ่าวอยู่ที่นอกหุบเขา!”
ทั้งสองอ่อนปวกเปียกราวกับโคลนพวกเขาทำได้เพียงแต่ตะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่ง
เมื่อได้ยินดังนั้นหวังเฉินก็จัดการปลิดชีพพวกเขาทั้งสองด้วยดาบสองครั้งจากนั้นก็หันไปหาซือถูอวี้แล้ววิ่งออกจากหุบเขาไป
อย่างไรก็ตามนอกหุบเขามีร่องรอยการเคลื่อนไหว แต่ไม่มีใครอยู่เลย ไม่พบร่องรอยของเฉินฮ่าว
กลับมาที่เดิมซือถูอวี้เตะก้อนหินด้วยความขุ่นเคือง ดูเหมือนจะโกรธจัด“ไอ้สารเลวนั่นหนีไม่รอดแน่ ฉันจะฉีกร่างมันเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยคอยดูสิ!”
หวังเฉินที่กำลังถอดอุปกรณ์อยู่ได้ยินดังนั้นก็มองไปยังเด็กสาวด้วยความประหลาดใจ
เขาไม่ได้สงสัยในความจริงที่ซือถูอวี้พูด
เพราะในเมืองตงหลิงไม่มีใครที่กล้าไปล่วงเกินตระกูลซือถูแล้วยังจะมีชีวิตรอดอยู่ได้
เขาแค่ประหลาดใจว่าเด็กสาวคนนี้ใจกล้าจริงๆ ก่อนหน้านี้ตอนฆ่าสัตว์อสูรก็ไม่ใจอ่อนบัดนี้กลับนึกจะสังหาร...
“มองอะไรของนาย?”
ซือถูอวี้สังเกตเห็นสายตาของหวังเฉินก็จ้องกลับด้วยความรำคาญใจ
“ไม่มีอะไร!”
หวังเฉินยักไหล่แล้วลุกขึ้นพร้อมกับอุปกรณ์ที่ถอดออกมา
“ไปกันเถอะ ไปตามมารเฉินหลุนจอมเวท ถ้าช้ากว่านี้ละก็เป็ดในปากก็จะบินหนีไปแล้ว”
หวังเฉินเรียกซือถูอวี้แล้วก้าวตรงไปยังส่วนลึกของหุบเขา
ส่วนซากศพของมารเฉินหลุนรอบกายพวกเขาและซือถูอวี้มิใคร่ใส่ใจจะเก็บกวาด
มารเฉินหลุนเป็นสัตว์อสูรประเภทที่ไม่มีวัสดุที่มีประโยชน์อะไรเลยเนื้อก็มีพิษ ให้เพียงค่าประสบการณ์ที่ค่อนข้างสูงเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้ทั้งสองจึงไม่ทันสังเกตเห็นว่าท่ามกลางร่างสัตว์อสูรที่สิ้นชีพ มีร่างหนึ่งซ่อนอยู่ร่างนั้นสิ้นสติไปเพราะความหวาดหวั่น
...
“เฮ้อ!”
เมื่อวิ่งมาถึงพงหญ้าลึกในหุบเขามารเฉินหลุนจอมเวทก็หันกลับไปมอง
เมื่อไม่พบมนุษย์ที่น่ารังเกียจทั้งสองตามมามันก็ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก
“ไอ้มนุษย์สารเลว!”
“สักวันข้าจะกลับมาแก้แค้นพวกเจ้า!”
มันสบถเสียงต่ำพลางใช้ไม้เท้าแหวกพงหญ้าข้างหน้าแล้วเดินเข้าไป
หลังพงหญ้าเป็นหลุมดำที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณสองเมตรมีไอเย็นแผ่ออกมาจากข้างใน
ทำให้พื้นดินบริเวณปากหลุมแข็งเป็นน้ำแข็ง
นี่คือทางลับที่มารเฉินหลุนจอมเวทบังเอิญค้นพบมันสามารถเดินผ่านอุโมงค์นี้เพื่อออกจากหุบเขาได้โดยตรง
เพราะสถานที่แห่งนี้ซ่อนเร้นมารเฉินหลุนจอมเวทจึงได้ตั้งรังของตนไว้ในอุโมงค์
“ข้าจะกลับมาอีกครั้ง!”
มารเฉินหลุนจอมเวทมองสภาพแวดล้อมโดยรอบด้วยความอาลัยอาวรณ์แล้วเดินเข้าไปในปากหลุม พร้อมกับใช้พงหญ้าปิดบังปากหลุมไว้อีกครั้ง
“หวังว่ามนุษย์สารเลวสองคนนั้นจะไม่พบที่นี่!”
มันคิดในใจแล้วเดินลึกเข้าไปในอุโมงค์
ทว่า...
ความคิดของมารเฉินหลุนจอมเวทในครานี้เกรงว่าคงไม่อาจเป็นจริง
ไม่นานหลังจากที่มันเข้าไปในปากหลุมเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นรอบๆ
“หวังเฉิน นายรู้ได้ยังไงว่ามันมีฐานลับอีก?”
เมื่อเห็นปากหลุมที่แผ่ไอเย็นออกมาซือถูอวี้ก็สะกิดหวังเฉิน ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
“ก็ใช้สมองคิดน่ะสิ”
หวังเฉินได้ยินดังนั้นก็ปัดมือของซือถูอวี้ที่สะกิดเขาไปมาออก
“หุบเขาแห่งนี้เป็นแอ่งกระทะ มีทางออกเพียงทางเดียวเมื่อมารเฉินหลุนจอมเวทเลือกที่จะวิ่งเข้าไปด้านใน ก็ต้องมีทางลับอื่นอย่างแน่นอน”
เขาอธิบายสั้นๆแล้วเดินไปที่ปากหลุม ใช้ดาบยาวแหวกพงหญ้าที่ปกคลุมออกไป
เมื่อสังเกตอย่างใกล้ชิดจะเห็นว่าขอบและพื้นผิวของปากหลุมนั้นเรียบเนียนมาก ไม่เหมือนกับหลุมที่ขุดขึ้นมาแต่ดูเหมือนกับว่ามีสิ่งมีชีวิตบางชนิดเจาะเข้าไป
“ระวังด้วย ข้างในนี้อาจจะมีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งและน่ากลัวซ่อนอยู่ก็ได้”
หวังเฉินเตือนซือถูอวี้ที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นแล้วเดินถือดาบเข้าไปในปากหลุม
เดินลงไปประมาณยี่สิบกว่าเมตรทางลาดชันก็หายไป ทางเดินเริ่มราบเรียบขึ้น
แคว้ก!
เมื่อม้วนคัมภีร์เวทมนตร์ส่องสว่างถูกฉีกออกแสงสว่างนวลตาก็สาดส่องไปทั่วบริเวณรัศมีสิบเมตรทันที
เมื่อมองดูผนังหินที่เรียบเนียนหวังเฉินก็มั่นใจในสิ่งที่ตนคาดเดาไว้ก่อนหน้านี้มากขึ้น
นี่ไม่ใช่ทางเดินที่ขุดขึ้นมาจริงๆผนังหินนั้นเรียบเนียนมาก และบางครั้งก็เห็นรอยประทับบางอย่างคล้ายกับเกล็ดที่ถูกกดทับ
“เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณสองเมตร ลำตัวมีเกล็ดสามารถเคลื่อนที่ใต้ดินได้อย่างรวดเร็ว...”
เมื่อมองสถานการณ์รอบๆหวังเฉินก็รวบรวมสิ่งที่เขาคิดไว้ทีละอย่าง
“นี่น่าจะเป็นโพรงที่หนอนทมิฬทิ้งไว้!”
ไม่นานเขาก็ได้คำตอบ
“หนอนทมิฬงั้นเหรอ?”
ซือถูอวี้ที่อยู่ข้างๆได้ยินเสียงพึมพำของหวังเฉิน ก็หดคอลงเล็กน้อยราวกับนึกถึงภาพน่าสยดสยองบางอย่าง
หนอนทมิฬ
สัตว์อสูรที่อาศัยอยู่ใต้ดิน
หากจะว่ากันตามจริงในบรรดาสัตว์อสูรแล้ว มันไม่ได้แข็งแกร่งมากมายนัก
แม้ว่ามันจะมีความยาวกว่าห้าเมตรและมีเส้นผ่านศูนย์กลางลำตัวกว่าสองเมตร แต่เลเวลของมันก็อยู่แค่ประมาณ 35-40เท่านั้น
สำหรับผู้เปลี่ยนอาชีพชั้นยอดที่เคลื่อนไหวอยู่ในเทือกเขาสรรพสัตว์แล้วมันไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่
แต่ด้วยรูปลักษณ์ที่น่าเกลียดและปากขนาดใหญ่ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางกว่าสามเมตรก็ทำให้ผู้เปลี่ยนอาชีพหญิงจำนวนมากพากันหลีกเลี่ยง
“ทำไม? กลัวแล้วเหรอ?”
หวังเฉินเห็นท่าทางของซือถูอวี้ก็หัวเราะแล้วถามออกไป
“ไม่เลย!”
ซือถูอวี้พูดอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก
หนอนตัวใหญ่กว่าห้าเมตรคิดแล้วก็น่าขนพองสยองเกล้าจริงๆ!