ห้องนอนเมญ่า คฤหาสน์ซานเดียร์
ความเงียบสงัดของคฤหาสน์ซานเดียร์ในยามค่ำคืนไม่ได้ช่วยให้จิตใจของเมญ่าสงบลงเลยแม้ร่างกายจะอ่อนล้าจนแทบจะแตกสลาย แต่ทุกครั้งที่หลับตาภาพวิถีะุที่พุ่งเข้าชนกระจกรถก็ยังตามมาหลอกหลอนในมโนภาพ เธอฝันเห็นภาพซ้ำๆว่ากระจกนั่นแตกละเอียดและะุพุ่งเจาะเข้าที่หัวของเธอจนต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยหยาดเหงื่อกาฬโทรมกาย
สุดท้ายเธอต้องพยุงกายอันอ่อนล้าลงมานั่งขดตัวบนโซฟาเปิดการ์ตูนดูผ่านสมาร์ทโฟนหวังให้สีสันสดใสพรากความสยดสยองออกไปจากหัวใจ
แกร๊ก!!!
เสียงเปิดประตูเบาๆแต่ชัดเจนในความเงียบทำเอาเมญ่าสะดุ้งสุดตัวเธอละสายตาจากจอสมาร์ทโฟนมองไปยังร่างสูงใหญ่ที่ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าประตูเงาทมิฬทาบทับลงมาจนบดบังร่างบางเสียมิดจนเธอดูเล็กลงไปถนัดตา
“คะ...คุณ...” เมญ่าพึมพำด้วยความใที่จู่ๆ เขาก็เข้ามาในยามดึกแบบนี้
อเล็กซ์ไม่ได้ตอบอะไรเขาเดินตรงไปที่เตียงนอนกว้างของเธอด้วยท่าทางเคร่งขรึมก่อนจะล้มตัวนอนและหันมาสั่งเสียงเรียบ “ขึ้นมานอน” ความจริงคือเขานั่งเฝ้ามองเธอผ่านจอมอนิเตอร์รักษาความปลอดภัยมาตลอดและเห็นว่าเธอนอนไม่หลับ กระสับกระส่ายจนน่ารำคาญใจ(หรืออาจจะเป็ความรู้สึกอย่างอื่นที่เขาไม่ยอมรับ)เขาจึงตัดสินใจเดินเข้ามาจัดการด้วยตัวเอง
เมญ่ากะพริบตาปริบๆก่อนจะวางสมาร์ทโฟนลงแล้วเดินขึ้นเตียงอย่างว่าง่ายอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนทันทีที่เธอล้มตัวลงนอนอเล็กซ์ก็ใช้แขนแกร่งฉุดรั้งร่างที่ยังคงสั่นเทาแ่เบาของเธอเข้ามากองไว้ในอ้อมอกอันอบอุ่นและแข็งแรง
“พักผ่อนซะ” เขาเอ่ยสั้นๆ
ในวินาทีนั้นเองความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัวของเมญ่าจนทำให้เธอเริ่มมั่นใจขึ้นมาจริงๆ แล้วว่าข่าวลือที่ว่าอเล็กซ์ ซานเดียร์ เสือร้ายแห่งวงการธุรกิจใต้ดินคนนี้ แท้จริงแล้วอาจจะบุรุษผู้ร่วงโรยจนสิ้นฤทธิ์เดชในเชิงกามารมณ์ไปแล้วจริงๆ!เพราะเท่าที่เห็นเขาก็เอาแต่กอดและขู่ประชดประชันไปวันๆ ไม่เห็นจะทำเื่"อย่างว่า" เหมือนในข่าวฉาวเลยสักนิด
เมื่อคิดได้ดังนั้นความหวาดระแวงเื่จะเสียตัวก็ลดน้อยลง เมญ่าจึงกล้าที่จะมุดเข้าไปซุกในอกแกร่งหาองศาที่นอนสบายที่สุดสำหรับตัวเองแล้วปล่อยให้ความอบอุ่นที่ดูปลอดภัยอย่างประหลาดนี้พากันกล่อมให้เธอเข้าสู่ห้วงนิทราไปในที่สุดโดยทิ้งให้คน "ไร้สมรรถภาพ" (ในสายตาเธอ)นอนนิ่งเป็หมอนข้างให้เธอกอดจนรุ่งเช้า
ขณะที่อเล็กโอบกอดเธอดวงตาคมกริบที่เคยเยือกเย็นกลับทอดมองกลุ่มผมของเธอด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา
ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา...คฤหาสน์ซานเดียร์ตกอยู่ในความเงียบงันที่แฝงไปด้วยปฏิบัติการลบเลือนตัวตนอย่างไร้ร่องรอยของอเล็กซ์ เขาใช้เวลาเพียง 30 วันลบตัวตนของเมญ่าออกจากโลกความจริงอย่างเบ็ดเสร็จเพื่อนสนิทอย่าง จุ่ม ถูกส่งไปทำงานต่างจังหวัดคนรู้จักคนอื่นถูกกระจายตัวออกไปราวกับมัดรวมแล้วหว่านทิ้งไปทั่วประเทศบ้างก็ไกลถึงต่างแดน ทุกกล้องวงจรปิดทุกฟุตเทจที่เคยมีใบหน้าเธอถูกถูกจารึกทับด้วยเงามืดแห่งอนธการ
ในขณะที่เมญ่าดำรงชีพประหนึ่งดวงจิตที่ไร้ร่างอยู่ในกรงทอง เธอกลับมองโลกในแง่ดี จนเกือบซื่อบื้อว่าข่าวคราวผู้หญิงของอเล็กซ์ที่หลุดออกมาประปรายนั้น เป็เพียงการสร้างภาพเพื่อปกปิดอาการไร้สมรรถภาพของเขาเท่านั้นโดยที่เธอไม่รู้เลยว่าเื้ัข่าวเ่าั้คือการสังเวยด้วยโลหิตและการสถาปนาขั้วอำนาจใหม่ขั้วเพื่อล้อมกรอบความปลอดภัยให้เธอ
ทว่าความสงบสุขจอมปลอมก็พังทลายลงเมื่อปู่ฟรอสกลับมาพร้อมกับเจตจำนงที่สวนทางกับหลานชายอย่างสิ้นเชิง!
าประสาทกลางโต๊ะอาหาร
บรรยากาศในห้องโถงคฤหาสน์ตอนนี้ตึงเครียดจนมวลอากาศรอบกายแทบปริร้าวเสียงคำรามโต้ตอบกันด้วยภาษาโบราณทุ้มต่ำที่เมญ่าฟังไม่รู้เื่ดังระงมไปทั่วปู่ฟรอสฟาดฝ่ามือลงบนโต๊ะจนแรงสั่นะเืส่งผ่านไปถึงหัวใจจนจานเซรามิกสั่นะเื
เมญ่าขดกายลีบเล็กอยู่กึ่งกลางสมรภูมิแห่งวาจามองชายต่างวัยสองคนที่มีใบหน้าถอดแบบความดุดันกันมาไม่ผิดเพี้ยนเธออยากจะะโออกไปให้ก้องคฤหาสน์ว่า ‘ถามฉันบ้างเถอะ!ท่านขุนทั้งสอง’ แต่สิ่งที่ทำได้มีเพียงการเม้มปากแน่นจนห่อเื
“หยุดเถอะค่ะ!” เมญ่ารวบรวมความกล้าพูดแทรกขึ้นมาท่ามกลางเสียงคำราม“ในเมื่อเมญ่าไม่อยากจัดงานแต่งเอง... งั้นงานเลี้ยงต้อนรับอะไรนั่นก็ไม่ต้องจัดได้ไหมคะ?”
อเล็กซ์หันขวับมามองเมญ่าด้วยสายตาคมกริบที่อ่านไม่ออกส่วนปู่ฟรอสก็ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหันมาส่งยิ้มที่เมญ่าเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่ามันคือความใจดีหรือความเผด็จการกันแน่
“ไม่ได้หรอกหลานรัก...” ปู่ฟรอสเอ่ยเสียงนุ่มแต่หนักแน่น “ในโลกนี้ถ้าเธอไม่มีหัวโขนที่แข็งแกร่งพอ พวกมดปลวกมันจะคิดว่าเธอเป็เหยื่อและปู่ไม่ยอมให้ใครหยามเกียรติสตรีแห่งซานเดียร์ให้เป็เพียงเบี้ยล่าง”
อเล็กซ์แค่นยิ้มเย็น“และถ้าหัวโขนนั้นมันหนักจนหักคอเธอตายล่ะปู่? การเป็เป้านิ่งให้คนทั้งโลกเล็งปืนใส่มันคือการยกย่องตรงไหน?”
บรรยากาศที่เคยตึงเครียดจนแทบะเิกลับกลายเป็ความเงียบงันชั่วขณะเมื่อเมญ่าตัดสินใจโพล่งข้อเสนอที่เป็เหมือนจุดศูนย์ถ่วงระหว่างอำนาจสองขั้วออกมา
“อะ...เอาแบบนี้ไหมคะ” เธอเอื้อนเอ่ยด้วยสุ้มเสียงที่สั่นพร่าทว่าแน่วแน่พยายามสะกดกั้นความกลัวะุนัดนั้นที่ยังตามหลอกหลอน“ในเมื่อยกเลิกงานแต่งไปแล้ว... ครั้งนี้จัดงานเลี้ยงก็ได้ค่ะแต่ให้คนอื่นสวมหน้ากากเป็ฉัน... ส่วนฉันจะยืนข้างๆ คุณอเล็กซ์ในฐานะอื่นก็ได้”
นี่คือทางออกที่เมญ่าคิดว่าฉลาดที่สุดเท่าที่สมองน้อยๆของเธอจะเค้นออกมาได้จากคลังความรู้ใน นิยายมาเฟีย ที่เธอเคยอ่านผ่านตา
“หึม...แล้วหนูจะเลือกใครไปยืนแทนหนูละ เมญ่า?” ปู่ฟรอสเลิกคิ้วถามพลางลูบคางอย่างใช้ความคิดแววตาเ้าเล่ห์ของคนแก่ผ่านโลกมามากเริ่มฉายประกายบางอย่าง
อเล็กซ์หันขวับมามองเมญ่าด้วยสายตากดดันจนเธอแทบจมลงไปในเก้าอี้“ไปเอาความคิดนี่มาจากไหน?”
“นิยาย... นิยายมาเฟียค่ะ” เมญ่าตอบอ้อมแอ้ม มองซ้ายทีขวาทีอย่างหาที่พึ่ง
“ฮ่าๆๆ! โอ๊ย... หนูเมญ่า!”ผู้าุโะเิเสียงหัวเราะกึกก้องจนร่างกายสั่นคลอน “อย่าไปอ่านเยอะลูกเ้าอเล็กซ์มันไม่หวานเหมือนพระเอกในนิยายหรอก ฮ่าๆๆ!”
ปัง!!!
เสียงฝ่ามือหนาตบลงบนโต๊ะอาหารจนจานชามกระเด็นหวิดตกพื้น“ตาแก่!!” อเล็กซ์คำรามลั่น เส้นเืที่ขมับปูดโปนจนเมญ่าผวาปู่ฟรอสหยุดหัวเราะทันทีแต่รอยยิ้มกวนประสาทที่มุมปากยังไม่จางหายไป
“แกคิดว่าไงล่ะ?” ปู่ฟรอสกลับเข้าเื่เสียงขรึม“ให้เมญ่ายืนข้างแก แล้วเอาตัวปลอมมาแทน มุกเก่าๆ แต่ได้ผลเสมอเพราะยังไงพวกมันก็ต้องเดาทางระหว่างผู้หญิงทุกคนที่อยู่รอบตัวแก”
อเล็กซ์พ่นควันบุหรี่ออกมาอย่างแรงไอสังหารและความกดดันแผ่ซ่านประหนึ่งเงามืดที่พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพสิ่งจนบรรยากาศรอบตัวเขาดูเหมือนปีศาจที่กำลังวางแผนล่าเหยื่อ“สลับกันซะ... ใช้ตัวจริงไปยืนข้างบาร์โชว์ แล้วหาอีกคนมายืนข้างฉันส่วนอีกสามคนไปยืนล้อมรอบปู่”
เขายอมจำนนต่อข้อเสนอเพราะรู้ดีว่าการที่คนหัวแข็งอย่างปู่ฟรอสยอมถอยเื่งานวิวาห์มาเป็งานเลี้ยงต้อนรับนับว่าเป็การประนีประนอมขั้นสูงสุดแล้ว
“ห๊ะ... ฉะ...ฉันต้องไปยืนข้างบาร์โชว์เหรอคะ?” เมญ่าทวนคำอย่างงุนงงจินตนาการไม่ออกว่าตัวเองในชุดอื่นที่ไม่ใช่ชุดเด่นที่สุดจะไปยืนข้างลูกน้องหน้าตายคนนั้นได้อย่างไร
“ใช่... ถ้าผู้หญิงคนเดียวมันปกป้องไม่ได้ ก็ปล่อยให้มันไปตายซะ!”อเล็กซ์พูดพลางปรายตาไปทางบาร์โชว์ที่ยืนนิ่งเป็หินอยู่มุมห้อง
“ห้าคนสินะ... ต้องหาคนเพิ่มอีกหน่อย”ปู่ฟรอสพึมพำพลางคำนวณในใจอย่างรวดเร็ว
เมญ่านั่งอึ้งจดจ้องมองภาพเบื้องหน้าด้วยความฉงนฉงายมองสองปู่หลานที่กำลังวางหมากบนกระดานชีวิตของเธอราวกับเป็เื่ปกติธรรมดาโลกของนิยายมาเฟียที่เธอเคยอ่านว่าโหดร้ายแล้วยังเทียบไม่ได้กับวิถีซานเดียร์ของจริงที่เธอต้องเผชิญอยู่ตอนนี้เลยสักนิด
ห้องนอนเมญ่าคฤหาสน์ซานเดียร์
เมญ่าเดินกลับเข้าห้องด้วยฝีเท้าที่หนักอึ้งมโนสำนึกพลันยุ่งเหยิงประหนึ่งสายไหมที่พันกันยุ่งเหยิงจนขมับเต้นตุบเดิมทีเธอคิดว่าการมีคนคนเดียวคอยตามบงการชีวิตมันก็มืดมนพออยู่แล้วแต่นี่ถึงขั้นต้องใช้ห้าชีวิตมาเป็โล่มนุษย์เพื่อปกป้องเธอ... 'นี่ฉันเป็ตัวอะไรกันแน่ เป็เป็เ้าหญิงในนิทานเพ้อฝันหรือเป็กาลกิณีที่นำพาความพินาศมาสู่คน'
แกร๊ก!!!
เสียงลูกบิดประตูหมุนทำเอาเมญ่าสะดุ้งสุดตัวเธอหันขวับไปมอง พบว่าเป็อเล็กซ์ที่เดินตามเข้ามาติดๆใบหน้าของเขาดูเคร่งเครียดกว่าทุกครั้งที่เห็น
“เอ่อ...” เมญ่ายังไม่ทันอ้าปากถาม
อเล็กซ์ก็เดินตรงไปทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาตัวเดิมเขาตบเบาะข้างกายเป็สัญญาณเรียกให้เธอมานั่งลงใกล้ๆ ก่อนจะจุดบุหรี่ขึ้นสูบอัดนิโคตินเข้าปอดเฮือกใหญ่ราวกับ้าดับความร้อนรุ่มในใจ
เมญ่าเดินไปนั่งลงอย่างว่าง่ายตามสัญชาตญาณที่เริ่มถูกฝึกมาตลอดหนึ่งเดือน“มีอะไรหรือเปล่าคะ?” เธอถามเสียงแ่
อเล็กซ์ยกมือนวดขมับที่เส้นเืยังเต้นประท้วงไม่หยุดเขาพ่นควันสีขาวขุ่นออกมาจนบดบังใบหน้าคมคร้ามนั้นไปชั่วขณะก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบแต่หนักแน่น “อย่าเอาตรรกะในหน้ากระดาษมาใช้ในชีวิตจริง”
เขาอัดบุหรี่อีกรอบแล้วโน้มตัวลงมาจนใบหน้าชิดกับเธอกลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นกายชายหนุ่มวนเวียนอยู่ที่ปลายจมูกเมญ่าจนเธอตัวสั่น“เพราะมันไม่มีมาเฟียคนไหนว่างเอาประสบการณ์ชีวิตไปเขียนลงกระดาษหรอก...ทั้งหมดที่เธออ่าน มันคือจินตนาการ”
เขามองลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นไหวของเธอ “จำใส่หัวไว้”
“แต่... แต่คุณ...”เมญ่าพยายามจะแย้งว่าสิ่งที่เธอเสนอไปเขาก็เอาไปใช้จริงๆ
“เมญ่า... แยกจินตนาการกับชีวิตจริงให้ออกสักทีเถอะ”อเล็กซ์ถอนหายใจยาวเหยียดอย่างเหนื่อยหน่าย “ชีวิตจริงน่ะ...ถ้าหากพลาดพลั้งเพียงก้าวเดียวเธอไม่สามารถพลิกหน้ากระดาษเพื่อเริ่มต้นใหม่ได้อีก”
เขาลุกขึ้นยืนทิ้งระยะห่างให้เธอได้หายใจแต่รังสีอำนาจยังคงปกคลุมไปทั่วห้อง
เมญ่ามองตามแผ่นหลังกว้างของอเล็กซ์ที่เดินไปถึงริมหน้าประตูด้วยความรู้สึกตัดพ้อในใจ‘อย่างน้อยคุณก็ช่วยปกป้องภรรยาในนามคนนี้ให้เหมือนพระเอกในนิยายบ้างไม่ได้หรือไง...อ่อนโยนกว่านี้สักนิดมันจะตายไหม’ เธอกวาดสายตามองไปรอบห้องนอนที่กว้างขวางทว่ากลับให้ความรู้สึกเหมือนกรงขังล้ำสมัยโดยเฉพาะไอ้จอ LED ขนาดมหึมาที่ติดอยู่ที่หน้าต่างนั้นเห็นแล้วมันก็น่าทุบทิ้งชะมัด! เมญ่ายังจำฝังใจได้ดีวันก่อนที่เธอแอบดูซีรีส์จนโต้รุ่งแล้วตื่นสายแต่อเล็กซ์กลับใช้ระบบสื่อสารภายในะโผ่านจอนั่นจนเสียงดังลั่นห้องทำเอาเธอใแทบตกเตียง ขวัญหนีดีฝ่อประหนึ่งถูกกระชากิญญาไปหมด
เขาไม่เคยปลุกเธอด้วยจุมพิตอ่อนโยนหรือเดินมาเขย่าตัวเบาๆ เลยสักครั้ง มีแต่เสียงตวาดดุดันกับคำสั่งเผด็จการ
เมญ่าค่อยๆพิงศีรษะลงกับขอบโซฟา ปล่อยให้ความอัดอั้นตันใจที่สะสมพรั่งพรูออกมาหยาดน้ำตาอุ่นๆ ล่วงหล่นกระทบแก้มช้าๆ
“สอนฉันให้เข้าใจบ้างก็ได้นี่...” เธอกระซิบเสียงแ่ปนสะอื้น“ไม่ใช่เอาแต่ตะคอก... ฉันไม่ใช่มาเฟียเหมือนคุณนะที่จะรู้ไปหมดทุกเื่ว่าอะไรคือจริง อะไรคือจินตนาการ”
เมญ่าถือสมาร์ทโฟนค้างไว้ในมือนิ้วเรียวสั่นระริกขณะจ้องมองรายชื่อ แม่ บนหน้าจอความคิดถึงมันบีบคั้นจนจุกอก เธอแค่อยากได้ยินเสียงปลอบโยนอยากระบายความอัดอั้นทั้งหมดที่มี
แต่แล้วคำพูดเ็าของอเล็กซ์ก็แวบเข้ามาหัว...‘ถ้าพลาดนิดเดียวคือตาย’
หยาดน้ำตาหยดหนึ่งหยาดหยดลงบนแผ่นกระจกที่เยือกเย็นและไร้ความรู้สึกเย็นเฉียบความโดดเดี่ยวที่เธอเผชิญอยู่ในตอนนี้มันทรมานยิ่งกว่าการถูกขังในกรงเหล็กเสียอีกเพราะมันคือกรงขังที่มองไม่เห็นแต่น่าสยดสยอง เธอจำต้องลดมือลงช้าๆพลางสะอึกสะอื้นจนตัวโยน
‘ฉันติดต่อใครไม่ได้เลย... แม้แต่คนที่รักที่สุด’
เธอรู้สึกราวกับตัวเองเป็พาหะนำโรคร้ายที่ชื่อว่าซานเดียร์หากเธอขยับตัวเข้าใกล้ใครหรือส่งเสียงไปถึงใคร คนคนนั้นอาจจะต้องเผชิญชะตากรรมเดียวกันที่หน้าโรงแรมหรืออาจจะอันตรธานหายไปสู่หุบเหวแห่งความว่างเปล่าเหมือนประวัติสิบปีของเธอที่อเล็กซ์ลบกวาดจนเกลี้ยง
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไปไว้เหมือนนิยายที่เมญ่าอ่าน
ณ โรงแรมหรูระดับเจ็ดดาวห้องงานเลี้ยง
ห้องจัดเลี้ยงชั้นที่ 20
บรรยากาศในงานเลี้ยงดูหรูหราสง่างามจนน่าเกรงขามแต่สำหรับเมญ่ามันคือนรกขุมย่อยๆเธออยู่ในชุดสูทสากลตัดเย็บอย่างประณีตในเฉดสีรัตติกาลที่รัดรึงไปทุกส่วนโดยเฉพาะสัดส่วนความเป็สตรีที่เด่นชัดเกินกว่าจะเป็เพียงเงารับใช้จนเกินหน้าเกินตาตัวปลอมอีกห้าชีวิตที่ปู่ฟรอสพามา
เธอยังจำความสยองเมื่อเช้าได้ติดตาเมื่ออเล็กซ์จ้องหน้าอกเธอด้วยสายตาเ็าแล้วเอ่ยปากว่าจะเฉือนทิ้งเพื่อให้เนียนไปกับตัวแสดงแทนคนอื่นแถมเขาเล่นหยิบมีดพกออกมาจริงๆ จนเมญ่าหน้าซีดเผือดแทบทรุดลงกับพื้นดีที่ป้านาเข้ามาช่วยชีวิตไว้ด้วยการใช้ผ้าพันรัดหน้าอกเธอจนแบนราบที่สุดเท่าที่จะทำได้
แต่ผลที่ตามมาคือความอึดอัดที่แทบจะหายใจไม่ออก!
ตอนนี้เมญ่าต้องยืนอยู่ข้างหลังบาร์โชว์ในฐานะลูกน้องหญิงผู้ติดตามมือขวาของซานเดียร์ในกระเป๋าสูทมีปืนพกกระบอกเล็กที่อเล็กซ์ยัดใส่มือเธอหลังจากที่จับเธอไปฝึกเคี่ยวกรำการใช้อาวุธท่ามกลางเสียงกัมปนาทจนโสตประสาทเกือบจะดับวูบมาตลอดสัปดาห์
“อื้อออ... มันแน่นไปหมดแล้วนะ” เมญ่าพึมพำกับตัวเองเธอไม่อาจยืนนิ่งเป็หินเหมือนคนอื่นได้ร่างบางในชุดสูทขยับดุ๊กดิ๊กไปมาเหมือนตัวการ์ตูนที่พยายามจะสลัดคราบรัดรึงนี้ออก
บาร์โชว์ที่ยืนหน้านิ่งเป็รูปปั้นถึงกับต้องลอบถอนหายใจและยกมือนวดขมับไปหลายครั้งสายตาคมดุภายใต้หน้ากากนิ่งเฉยหันมามองคนข้างกายที่ดูยังไงก็ไม่ใช่บอดี้การ์ดมืออาชีพ
“มาดาม... ยืนนิ่งๆ ครับ” บาร์โชว์กระซิบเตือนด้วยสุ้มเสียงเย็นเฉียบ
“นิ่งไม่ได้หรอกบาร์โชว์! มันแน่นจนปอดจะแฟบอยู่แล้วเนี่ยถ้าหัวใจฉันหยุดเต้นขึ้นมา คุณต้องรับผิดชอบนะ!”เมญ่าเถียงกลับเสียงเบาแต่แฝงไปด้วยความทรมานเธอขยับบ่าไปมาหวังจะให้ผ้าพันหน้าอกมันคลายตัวลงบ้าง
“ถ้าคุณยังไม่หยุดดิ้น... ผมจะไปรายงานคุณอเล็กซ์ว่าคุณไม่ร่วมมือ”
คำขู่ของบาร์โชว์ได้ผลชะงัดเมญ่าหยุดกึกในท่าที่กึ่งจะขยับกึ่งจะหยุด แข็งทื่อไปทั้งตัวราวกับโดนสาปเธอเม้มปากแน่นส่งสายตาอาฆาตใส่แผ่นหลังของบาร์โชว์แทน