บทที่ 16 กลุ่มโจรบุกเข้าตึกสอง (รีไรต์)
หลังจากชายคนนั้นปีนออกมา เขาก็ค่อย ๆ ไต่ลงมาอย่างระมัดระวัง พอลงมาถึงชั้นสองเขาจึงเตรียมจะะโเข้าไปในทางเข้า แต่บังเอิญไปเตะตาฝูงซอมบี้เข้า พวกมันจึงพุ่งตรงไปที่ทางเข้า และพยายามจับชายคนนั้นที่ด้านนอก
เมื่อเห็นดังนั้น ชายคนนั้นจึงไม่สนใจว่าตัวเองยังห้อยอยู่กลางอากาศ เขารีบปล่อยมือและร่วงลงสู่พื้น ตุบ! ชายคนนั้นร่วงลงกระแทกพื้นอย่างแรง เขานอนนิ่งอยู่พักหนึ่ง ส่วนพวกซอมบี้ที่อยู่บนชั้นสองก็เริ่มกรูกันลงมาข้างล่าง
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของพวกซอมบี้ใกล้เข้ามา ชายคนนั้นจึงรีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจความเ็ป แล้วเดินกะเผลก ๆ ไปที่ตึกสองซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด
ตอนนี้ชาวบ้านในตึกสอง ต่างพากันมองดูเหตุการณ์ด้วยความตื่นตระหนกอยู่ที่หน้าต่าง จนกระทั่งชายคนนั้นวิ่งเข้ามา ทุกคนจึงจำได้ว่า คนที่วิ่งเข้ามานั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็หัวหน้าแก๊งที่ชื่อเฉียงนั่นเอง
ตอนนี้นายเฉียงวิ่งมาถึงประตูทางเข้าตึกสองแล้ว เขา้าจะพุ่งตัวเข้าไป แต่ประตูนี้ต้องใช้คีย์การ์ดของคนที่อาศัยในตึกเท่านั้นจึงจะเปิดได้ ไม่งั้นก็ต้องเป็คนที่อยู่ข้างบนที่กดปุ่มเปิดประตูให้ประตูถึงเปิดได้
นายเฉียงไม่มีคีย์การ์ด พยายามดันเท่าไหร่ก็ดันประตูเข้าไปไม่ได้ เขาเลยลองกดออดรัว ๆ แต่ก็ไม่มีใครเปิดประตูให้เขาเลยสักคน
ในขณะที่ฝูงซอมบี้ด้านหลังเริ่มขยับเข้ามาใกล้ ในตอนที่เขาคิดว่าตัวเองต้องตายแน่ ๆ ประตูก็เปิดออก ไม่รู้ว่าใครเป็คนเปิดประตูให้ นายเฉียงรีบวิ่งเข้าไปในอาคารทันที ฝูงซอมบี้ที่อยู่ด้านหลังพยายามจะพังประตูเข้ามา ตอนนี้เองก็มีคนเริ่มต่อว่าในกลุ่มแชทของคอนโด
[ใครมือบอนไปเปิดประตูให้ไอ้โจรนั่นวะ อยากตายหรือไง]
[นั่นดิ ปล่อยให้มันตายอยู่ข้างนอกก็สิ้นเื่ จะเปิดประตูทำไม]
ถ้อยคำด่าทอประณามดังระงมไปทั่วกลุ่ม จนกระทั่งมีผู้หญิงคนหนึ่งชื่อไกวไกวพิมพ์ขึ้นว่า
[ฉันแค่มองว่ามีซอมบี้เยอะขนาดนั้นวิ่งไล่ตามเขามา น่าสงสารออก พวกเราอย่าใจร้ายกันแบบนี้เลย]
ดูจากชื่อและการตอบแล้ว ไกวไกวน่าจะเป็ผู้หญิง แต่ในสถานการณ์แบบนี้อย่าหวังว่าจะมีใครมาเห็นใจ พวกเขากลับโกรธแค้นการกระทำอันโง่งมของผู้หญิงคนนี้ ่เวลานั้น ฉูเสี่ยวส่งข้อความเสียงว่า
[โหดร้ายงั้นหรอ คุณไม่เห็นภาพที่เขาฆ่าคนในตึกหนึ่งอย่างโเี้เลยหรือไง ในเมื่อคุณรู้สึกว่ามันโหดร้าย งั้นรบกวนคุณช่วยรับไอ้ฆาตกรโรคจิตนี่ไปดูแลหน่อยสิ]
คราวนี้ไกวไกวไม่พิมพ์อะไรอีก ในกลุ่มแชทมีคนด่าเธออีกสองสามประโยคก็เงียบไป เพราะหน้าประตู ไอ้โจรนั่นเริ่มเคาะประตูทีละห้อง แต่ไม่มีใครเปิดประตูให้เขา ชาวบ้านในกลุ่มแชทตึกสองเริ่มออกมาพูดจาถากถาง
[แล้วแม่พระใจบุญที่ให้มันเข้ามาอยู่ไหนล่ะ ไหนบอกสงสารโจรนี่ไง รีบพามันเข้าบ้านไปสิ]
จากนั้นทุกคนก็เริ่มรุมด่าเ้าของห้องที่ชื่อไกวไกว แต่เธอก็ไม่ได้ออกมาพูดอะไรอีก ส่วนซอมบี้ข้างล่างก็ยังคงพุ่งชนประตูอย่างไม่ลดละ ไอ้โจรนั้นเซไปเซมา เคาะประตูไปเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ตัวว่าตัวเองเดินขึ้นมาสิบกว่าชั้นแล้ว
ย่านหัวอันเป็ย่านคนรวย ทุกหลังมีลิฟต์หนึ่งตัวต่อสองครัวเรือน ตกแต่งอย่างหรูหราแข็งแรง นายเฉียงเดินอยู่นานก็พบว่าทุกบ้านต่างตกแต่งอย่างดี โดยเฉพาะประตูที่ส่วนใหญ่เป็ประตูโลหะผสม ไม่อาจพังเข้าไปได้โดยง่าย
จนกระทั่งเดินมาถึงชั้นสิบกว่า เขาก็ได้พบกับประตูกันขโมยธรรมดา ดูเหมือนว่าจะเป็แบบที่ผู้พัฒนาโครงการทิ้งไว้ ไม่ได้ตกแต่งอะไรมากนัก คราวนี้นายเฉียงมั่นใจ รีบตรงไปที่หน้าประตูบ้านหลังนั้นแล้วเริ่มทุบประตู
เสียงทุบประตู ดังสนั่น ซอมบี้ที่อยู่ชั้นล่างได้ยิน ต่างก็พากันวิ่งกรูกันมาชนประตูอย่างบ้าคลั่ง ส่วนบ้านหลังนี้ หลังจากที่ถูกนายเฉียงทุบไปหลายครั้ง บริเวณที่ล็อกประตูก็เริ่มบิดเบี้ยว
“เปิดประตู ถ้าแกยังไม่เปิดประตู รอให้ฉันพังประตูเข้าไปได้ ฉันจะฆ่าแก”
น้ำเสียงของนายเฉียงเ็าอย่างบอกไม่ถูก แฝงไปด้วยความโเี้ไม่กลัวตาย ในที่สุดประตูก็เปิดออก หญิงสาวร่างเล็กโผล่ศีรษะออกมา
“อย่าพังประตูเลย ฉันเปิดให้คุณแล้ว” หลังจากเห็นว่าเป็ผู้หญิงนายเฉียงก็แสยะยิ้มเยือกเย็น ก่อนจะกระชากประตูเปิดออกแล้วพุ่งเข้าไป
“อีสารเลว ทำไมเพิ่งจะเปิดประตูให้ฉัน” เสียงด่าทอของนายเฉียงดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงเสื้อผ้าของผู้หญิงคนนั้นถูกฉีกกระชาก เสียงตบหน้าดังผ่ามือไม่หยุด
ด้านนอก ซอมบี้ที่พยายามพังประตูอยู่ครู่หนึ่งก็ค่อย ๆ หมดความสนใจ พวกมันเดินโซเซไปมาอย่างไร้จุดหมายอยู่บริเวณตึกหมายเลขสอง เมื่อเห็นว่าซอมบี้ไม่พยายามพังประตูเข้ามาอีกแล้ว ทุกคนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ส่วนลั่วฉิงเทียนนั้น เธอไม่สนใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายนอกเลยั้แ่แรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เห็นชายที่ชื่อเฉียงเข้าไปในตึกหมายเลขสอง เธอยิ่งแสยะยิ้มเยือกเย็น ก่อนจะเข้าไปในพื้นที่ของเธอ
สิ่งแรกที่เธอทำคือการไปดูเสือขาวตัวน้อย แต่ไม่รู้ว่าเป็เพราะคิดไปเองหรือเปล่า วันนี้เธอกลับรู้สึกว่าเสือขาวตัวโตขึ้นกว่าเดิม หลังจากป้อนนมและช่วยเสือขาวขับถ่ายเรียบร้อยแล้ว ลั่วฉิงเทียนก็หยิบจอบขึ้นมา เธอเริ่มปลูกผักในพื้นที่ของเธอ
ผักที่เคยปลูกไว้ในพื้นที่นี้ถูกเก็บเกี่ยวจนหมดแล้ว แต่เนื่องจากเมล็ดยังมีเหลืออีกมาก เธอจึงตัดสินใจปลูกผักเพิ่ม พื้นที่เพาะปลูกในนี้กว้างขวางมาก เธอก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างขะมักเขม้น จนไม่รู้ตัวว่าผืนดินถูกปกคลุมไปด้วยต้นกล้าที่เธอเพิ่งหว่านลงไปจนเต็ม
ตอนที่ซื้อเมล็ดพันธุ์ เธอเก็บอย่างรีบร้อน จนเผลอเทเมล็ดพันธุ์ทุกชนิดรวมกันโดยไม่ได้ตั้งใจ ตอนนี้หลังจากปลูกไปมากมาย เธอเองก็จำไม่ได้ว่าตัวเองปลูกอะไรลงไปบ้าง
เธอกลับไปที่ห้องเพื่อป้อนนมให้ลูกเสือขาวอีกครั้ง แต่ต้องใเมื่อได้เห็นมัน ร่างกายของลูกเสือขาวไม่เพียงแต่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมรอบหนึ่ง แต่มันยังลืมตาขึ้นอีกด้วย ดวงตากลมโตจ้องมองมาที่เธอที่เพิ่งเดินเข้ามา
ลูกเสือขาวส่งเสียงร้องพร้อมกับสะบัดขาเล็ก ๆ ไปมา ขวดนมที่เคยมีน้ำนมเต็มเปี่ยมมาตอนนี้ว่างเปล่า เธอดีใจจนต้องรีบเข้าไปอุ้มมัน
“ไม่คิดเลยว่าจะโตเร็วขนาดนี้ แกตัวขาวแบบนี้ ต่อไปนี้แกชื่อต้าไป๋แล้วกันนะ” พูดจบก็อดไม่ได้ที่จะยื่นมือออกไปลูบหัวของต้าไป๋เบา ๆ อย่างเอ็นดู ดูเหมือนต้าไป๋จะชอบให้เธอลูบหัวแบบนี้ มันเอาหัวถูไถไปมาบนแขนของเธออย่างออดอ้อน
เธอกับเ้าเสือขาวตัวนี้ เล่นสนุกกันอยู่ในมิติพิเศษอยู่นานสองนาน จนกระทั่งลั่วฉิงเทียนคิดว่าควรออกไปดูสถานการณ์ จึงยอมออกจากมิติ
หลังจากออกมาแล้ว เธอก็ดูเวลาพบว่าเวลาผ่านไปแล้วหนึ่งวันหนึ่งคืนโดยไม่รู้ตัว ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแค่การเพาะปลูกของเธอ จะใช้เวลายาวนานขนาดนี้ เธอรีบหยิบของกินออกมาเติมพลังให้ตัวเอง จากนั้นก็เตรียมตัวฝึกฝนต่อ
อากาศข้างนอกยิ่งร้อนขึ้นเรื่อย ๆ อุณหภูมิบนเทอร์โมมิเตอร์พุ่งทะลุ 50 องศาไปแล้ว ในที่สุดวันนี้ก็มีชาวบ้านบางคนทนความร้อนไม่ไหว ตัดสินใจเปิดเครื่องปรับอากาศ
ทว่าพอเปิดเครื่องปรับอากาศปุ๊บ เสียงหึ่ง ๆ ของเครื่องก็ดังลั่น ดึงดูดความสนใจของเหล่าซอมบี้ได้ในทันที ฝูงซอมบี้มากมายกรูกันไปยังทิศทางที่ได้ยินเสียง ยิ่งไปกว่านั้น
พวกมันยังดูบ้าคลั่งกว่าสองสามวันที่ผ่านมา ประตูทางเข้าอาคารถูกพังทะลายลงมาอย่างง่ายดายด้วยฝูงซอมบี้ พวกมันกรูกันเข้ามาในตัวอาคาร ไล่ตามเสียงไป