“ไม่เป็นไรค่ะ”
เมื่อเห็นซูลั่วยืนกราน อาจารย์ก็ไม่ได้ว่าอะไรต่อ เขาหันหลังกลับเข้าไปหยิบยาให้เธอ
แต่แล้วเด็กหนุ่มที่นอนรอขาใหม่งอกอยู่บนเตียงคนไข้อีกฝั่งกลับเงยหน้าขึ้นมาพูด “คู่หูของเธอตายหรือว่าทิ้งเธอไปแล้วรึไง?”
เป็นประโยคที่ปากคอเราะร้ายไม่ใช่เล่น
ซูลั่วที่อารมณ์ไม่ดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้วหันขวับไปมองเขา แล้วพูดสวนกลับไปนิ่ง ๆ “ฉันว่าอสูรจระเข้ไม่น่าจะกัดขาเธอนะ น่าจะกัดคอให้ขาดไปเลยมากกว่า”
“โอ้โห ที่แท้เธอก็แอบสนใจฉันอยู่เหมือนกันสินะ”
“ไม่ใช่สนใจ แต่ไม่เคยเห็นใครโง่พอที่จะยอมให้อสูรจระเข้กัดขาตัวเองขาด”
“...”
ตอนนั้นเอง อาจารย์ก็นำยาออกมาให้พอดี ซูลั่วรับมาแล้วกลืนลงไปโดยไม่ลังเล ก่อนจะหันหลังเดินจากไปทันที
เด็กหนุ่มปากเสียคนนั้นจะทำแบบนั้นไปทำไม ซูลั่วไม่คิดจะใส่ใจ เพราะลำพังแค่เรื่องของตัวเองก็วุ่นวายจะแย่อยู่แล้ว
เมื่อกลับมาถึงหอพัก ซูลัวยังพอมีเวลาให้พักผ่อนอยู่บ้าง เธอทิ้งตัวลงนอนบนเตียงทั้งชุดฝึก พลางนึกถึงบทสนทนาในห้องรับรองพิเศษของราชวงศ์เมื่อครู่
คนคนหนึ่ง...ตอนอยู่ในช่วงอ่อนไหวกับตอนปกติจะแตกต่างกันได้ขนาดนี้เลยเหรอ?
เหมือนเป็นคนละคนอย่างสิ้นเชิง!
ซูลั่วหรี่ตาลง สัมผัสได้ถึงฤทธิ์ยาที่เริ่มออกฤทธิ์ เหงื่อเย็นค่อย ๆ ผุดซึมออกมาทั่วผิว
อีกสองวันนี้คงจะทรมานหน่อย แต่แค่กัดฟันทน เดี๋ยวก็คงผ่านไปได้เอง
ตอนนั้นเอง เพื่อนร่วมห้องอีกสองคนก็กลับมาพอดี ทั้งสองคนดูเหนื่อยมาก รีบอาบน้ำลวก ๆ แล้วก็ล้มตัวลงนอนทันที
เสียงกุกกักนั้นปลุกให้จินแอนนี่ตื่นขึ้นมา เธอขยี้ตาแมวของตัวเอง กวาดตามองไปรอบ ๆ ก็เห็นซูลั่วนอนลืมตาอยู่บนเตียง ไม่พูดไม่จา
เธอถามอย่างสงสัย “ซูลั่ว เธอไปไหนมา? ทำไมออกไปแป๊บเดียว กลับมาสภาพเป็นแบบนี้ไปได้?”
จากหมาป่าดุร้าย กลายเป็นลูกหมาป่วยไปซะแล้ว?
“ไม่เป็นไร เธอนอนต่อเถอะ การฝึกพรุ่งนี้โหดกว่านี้อีก”
“อ้อ...”
“อ้อ จริงสิ พรุ่งนี้เธอไม่ต้องมาจับคู่กับฉันนะ”
“ทำไม?!” จินแอนนี่ตาสว่างวาบ เธอแทบจะกระโจนลงมาจากเตียง “ซูลั่ว หรือว่าเธอเก่งขึ้นแล้วก็เลยจะสลัดฉันทิ้ง ไปหาคนที่เก่งกว่าเกาะงั้นเหรอ? เธอจะไปหาใคร? หรือว่าจินเวยเวยมาหาเธอ?”
ซูลั่วกำลังอดทนต่อความเจ็บปวดรุนแรงในช่องท้อง เหงื่อเย็นไหลท่วมตัว เธอชะงักไปเล็กน้อย “ใครคือจินเวยเวย?”
“ก็ลูกพี่ลูกน้องฉันไง คนที่อยู่ในคณะสวรรค์ขององค์รัชทายาทน่ะ! เฮ้! หรือว่าเมื่อกี้เธอไปเจอคนจากคณะสวรรค์มาจริง ๆ”
“ไม่ใช่ ฉันง่วงแล้ว นอนเถอะ”
ซูลั่วพลิกตัวหันหลังให้ แล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมใบหน้าที่เริ่มซีดเผือดของตัวเอง
คณะสวรรค์อะไรกัน คนที่เธอเพิ่งไปเจอมาคือองค์ชายเก้าจอมเอาแต่ใจที่อารมณ์แปรปรวนสุดขั้ว เทียบกับตอนอยู่ในช่วงอ่อนไหวแล้วเหมือนเป็นคนสองบุคลิกต่างหาก!
นี่ฉันไปยั่วโมโหจอมมารนั่นเข้าได้ยังไงกัน!
เหลือเวลาอีกไม่ถึงชั่วโมงก็จะเช้า ซูลั่วรีบข่มตาหลับไปงีบหนึ่ง เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ผ้าห่มก็ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเย็นแล้ว
ร่างกายของเธออ่อนแอถึงขีดสุด
แย่แล้ว...การฝึกวันนี้ สงสัยจะได้ศูนย์คะแนนแน่ ๆ
หกโมงเช้า เสียงสัญญาณเรียกรวมพลดังขึ้นอีกครั้ง จินแอนนี่ที่ได้นอนเต็มอิ่มเพราะเมื่อวานกลับมาเร็วตื่นขึ้นอย่างสดชื่น แต่พอเธอหันไปเห็นสภาพของซูลั่ว เจ้าแมวน้อยก็ตกใจจนตาเหลือก!
“โอ้แม่เจ้า! ซูลั่ว เธอเป็นอะไรไปเนี่ย? หรือว่าเมื่อคืนตอนพวกเราหลับ เธอแอบไปวิ่งมาอีกร้อยกิโลเหรอ?”
“เปล่า ฉันกินยาคุมเข้าไป”
จินแอนนี่ยืนอึ้ง อ้าปากค้างไปพักใหญ่กว่าจะหาเสียงตัวเองเจอ “งั้นเธอก็ต้องอ่อนแอไปสองวันเต็มเลยน่ะสิ? ที่เมื่อกี้เธอบอกว่าไม่ต้องให้ฉันจับคู่ด้วย ก็เพราะกลัวว่าจะเป็นตัวถ่วงฉันเหรอ?”
“จะคิดยังไงก็แล้วแต่” ซูลั่วก้าวออกจากห้อง เสียงสัญญาณดังแล้ว ต้องรีบไปรวมพล ไม่อย่างนั้นจะโดนหักคะแนนอีก
จินแอนนี่รีบวิ่งตามไป “แต่ทำไมต้องกินยาด้วยล่ะ? เด็กหนุ่มคนนั้นไม่ได้ติดเธอแจเหรอ? หรือว่า...เวรเอ๊ย! ฉันรู้แล้ว! เป็นเพราะเขาพ้นช่วงอ่อนไหวแล้ว ก็เลยไม่รับผิดชอบแล้วทิ้งเธอไปใช่ไหม?!”
ต้องยอมรับว่าจินแอนนี่เดาถูกไปครึ่งหนึ่ง และซูลั่วก็ไม่ได้ปฏิเสธ
คุณหนูจินผู้รักความยุติธรรมถึงกับขนลุกซู่ “เฮ้ย! เรื่องจริงเหรอเนี่ย! นี่มันไม่ใช่แค่ใจหมาแล้วนะ นี่มันชาติหมาเลย!”
“แค่ก...”
“อ๊ะ! ฉันไม่ได้ว่าเธอที่เป็นหมาป่านะ”
ทั้งสองคุยกันไปพลางรีบเดินไปยังจุดรวมพล
รายการฝึกของวันนี้คือการยิงปืน แบ่งออกเป็นการยิงปืนแบบปกติ และการยิงปืนขณะสวมชุดเมคคา
เพราะทุกคนเป็นนักเรียนนายร้อย ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นภาควิชาหน่วยรบเดี่ยว ภาควิชาการบัญชาการ หรือภาควิชาเมคคา ก็ล้วนต้องยิงปืนเป็น ซึ่งนี่คือทักษะพื้นฐานที่สุด
ซูลั่วถอนหายใจอย่างโล่งอก ยิงปืนก็ยังดีกว่า
แต่วินาทีต่อมา อาจารย์เฮอร์เบิร์ตซึ่งเป็นหัวหน้าครูฝึกก็พูดขึ้น “พวกเธอคงโล่งใจกันสินะ ที่คิดว่าการฝึกของวันนี้ไม่เหนื่อย? เหอะ ๆ พวกเธอดีใจเร็วเกินไปแล้ว!”
นักศึกษาทุกคนถึงกับหน้าเจื่อน อาจารย์คนนี้ร้ายจริง ๆ
เฮอร์เบิร์ตพอใจกับสีหน้าที่ถอดสีของเหล่านักศึกษามาก เขาพูดต่อ “การยิงปืนแบบปกติ พวกเธอจะต้องยิงเป้าที่เคลื่อนที่ไปมาในสนาม ใครตามเป้าไม่ทัน ก็เตรียมรับศูนย์คะแนนไปได้เลย!”
จินแอนนี่พอได้ยินแบบนั้น ก็หันมามองซูลั่วด้วยความเป็นห่วง เธอกระซิบเสียงเบา “ซูลั่ว หรือเธอจะลาป่วยกับอาจารย์ดีไหม?”
ผลข้างเคียงของยาชนิดนั้นรุนแรงมาก แม้แต่บีสต์แมนที่กลายร่างได้สมบูรณ์ก็ยังแทบทนไม่ไหว
ซูลั่วส่ายหน้า “ไม่เป็นไร ถึงตอนนั้นยิงทันกี่เป้าก็เอาเท่านั้น”
“เธอสองคนน่ะ คุยอะไรกัน? เธอนั่นแหละ จินแอนนี่ ซูลั่ว ออกมา!”
อาจารย์คนนี้หูดีเป็นบ้า
ซูลั่วกับจินแอนนี่ก้าวออกมาข้างหน้า แล้วทำความเคารพเฮอร์เบิร์ต “รับทราบ!”
“ฉันจำได้ว่าเมื่อวานพวกเธอสองคนคะแนนดีไม่ใช่เหรอ ลำพองใจขึ้นมาแล้วรึไง?”
“รายงานอาจารย์ ไม่ได้ลำพองใจค่ะ!”
เฮอร์เบิร์ตแค่นเสียง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ “ลำพองใจก็ไม่เป็นไร แต่ลืมบอกไปอย่าง...จำนวนเป้าเคลื่อนที่จะถูกกำหนดตามคะแนนของเมื่อวาน และมันก็จะโจมตีพวกเธอด้วย! เช่น คนที่ได้อันดับสุดท้าย จะมีเป้าแค่สิบอันไล่ตาม ส่วนคนที่ได้อันดับหนึ่ง ก็อาจจะมีเป้าเป็นร้อยอันไล่ตาม!”
ยิ่งอันดับสูง ถ้าทำด่านนี้ได้ดี คะแนนก็จะยิ่งพุ่งกระฉูด
แต่ในทางกลับกัน ถ้าทำได้ไม่ดี คะแนนก็จะยิ่งดิ่งลงเหว!
แถมถ้าถูกเป้ายิงสวนกลับมา ก็จะถูกหักคะแนนด้วย
หน้าแมวน้อยของจินแอนนี่ถึงกับซีดเผือด เธอหันไปมองซูลั่ว แล้วพูดเสียงอ่อย “ฉันเสียใจแล้วล่ะ เมื่อวานไม่น่าไปเกาะขาเธอเลย...”
เธอได้อันดับที่สิบเอ็ดเชียวนะ แล้วเป้าที่จะไล่ตามเธอจะมีกี่อันกันล่ะเนี่ย!
สีหน้าของซูลั่วก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันนัก ถ้าเธอไม่ได้กินยาเข้าไปก็ยังพอสู้ไหว แต่ตอนนี้...การฝึกครั้งนี้ คะแนนของเธอคงจะเละไม่เป็นท่าแน่
ตอนนั้นเอง ฉู่ซิงหลานในชุดทหารก็เดินผ่านมาพอดี คนที่เดินเยื้องไปด้านหลังเขาสองก้าวคืออเล็กซานเดอร์ ผู้บัญชาการฐานทัพ และเหลยหย่วน คณบดีคณะการทหาร
เพราะซูลั่วถูกเรียกให้ออกมายืนข้างหน้า
ฉู่ซิงหลานจึงเห็นใบหน้าที่ซีดขาวผิดปกติของเธอเข้าอย่างจัง