“ท่านหมอ! ท่านหมอช่วยลูกข้าด้วยขอรับ”
“เสียงเอะอะอะไรอยู่ด้านนอกเ้าคะท่านลุง” ซูหยุนหรานเดินออกมาจากห้องตรวจ
“ลุงก็ไม่รู้เหมือนกัน ไป...เราออกไปดูพร้อมกันเลย” ลั่วฉือเดินนำหลานสาวออกไปด้านหน้าโรงหมอ
“ท่านหมอลั่วเดินออกมาโน่นแล้ว”
ทันทีที่ได้ยินเสียงชาวบ้าน ชายคนนั้นรีบคุกเข่าโขกศีรษะ “ท่านหมอขอรับ โปรดช่วยลูกชายข้าด้วยขอรับ”
“เ้าลุกขึ้นมาก่อนเถิด” ลั่วฉือเดินเข้าไปดูอาการคนป่วย
“ท่านพ่อ ข้า...ข้าหายใจไม่ออกขอรับ” เสียงแ่เบาดังขึ้น
ซูหยุนหรานรีบเดินเข้าไปตรวจดูอาการ “ท่านลุง รอยแดงที่คอเกิดจากแมลงชนิดใดเ้าคะ”
“ผึ้ง...ลูกชายของข้าถูกผึ้งต่อย”
“เด็กๆ รีบพาคนไข้เข้าไปด้านใน!” ซูหยุนหรานะโสั่งก่อนหันไปบอกท่านลุง “ท่านลุงเ้าคะ คนไข้น่าจะมีอาการแพ้ผึ้ง ข้าต้องพาเขาเข้าไปรักษาด่วน หากช้าอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้เ้าค่ะ”
“ท่านหมอ โปรดช่วยลูกชายข้าด้วยเถิดขอรับ”
”รีบพาคนไข้เข้าไปด้านใน!” ซูหยุนหรานะโขึ้นอีกครั้ง
เป็เพราะคนงานในร้านถูกซูหยุนหรานอบรมมาอย่างดี การทำงานของพวกเขาจึงเป็ระเบียบและว่องไวมาก
เมื่อพาคนไข้เข้ามาในห้องตรวจ อาการของคนไข้ก็เริ่มแย่ลง ซูหยุนหรานจึงเริ่มการรักษาด้วยการฉีดอะดรีนาลีนเพื่อช่วยให้หลอดเืหดตัวเพิ่มความดันโลหิต ลดอาการบวม รวมถึงเป็การคลายกล้ามเนื้อทางเดินหายใจเพื่อให้คนไข้หายใจได้ง่ายขึ้น
แต่ถึงอย่างนั้นคนไข้ยังอยู่ในภาวะหายใจลำบาก ซูหยุนหรานจึงนำเครื่องให้ออกซิเจนจากมิติออกมาใช้กับคนไข้
“อาการเขาเป็อย่างไรบ้าง” ลั่วฉือถามหลานสาว
“ดีขึ้นแล้วเ้าค่ะ” ซูหยุนหรานถอนหายใจ “ดีที่บิดาของเขาพาเขามาส่งได้ทันเวลา ไม่เช่นนั้นก็ไม่มีทางรักษาแล้วเ้าค่ะ”
“ยาและอุปกรณ์การแพทย์จากแดนเซียนของเ้าช่างยอดเยี่ยมนัก หากไม่ใช่เ้าแล้วเปลี่ยนเป็ข้ากับท่านพ่อ คนไข้คนนี้คงไม่มีทางรอด” ลั่วฉือถอนหายใจโล่งเช่นกัน
“ท่านลุงเ้าคะ วิชาแพทย์ของข้ารวมถึงอุปกรณ์การแพทย์ที่ข้าเอามาจากแดนเซียน ต่อไปข้าจะยกให้เป็สมบัติของตระกูลลั่วทั้งหมด และข้าจะเป็ผู้ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้ทุกคนเองเ้าค่ะ” ซูหยุนหรานบอกความตั้งใจ ความจริงนางอยากเปิดโรงเรียนแพทย์และสอนวิชาแพทย์ให้ทุกคนเลยด้วยซ้ำ แต่นางเห็นแล้วว่าไม่ใช่ทุกคนจะมีจิตใจเมตตาและอยากช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์
ดูอย่างซูจิ้นจงกับซูชิงหว่านที่เกิดจากเป็ตระกูลแพทย์นั่นอย่างไร ทั้งที่ตนเองมีวิชาแพทย์ติดตัวแต่กลับไม่สนใจจะรักษาผู้ป่วยฐานะยากจน พวกเขาทำทุกวิธีที่จะได้เข้าไปทำงานในสำนักแพทย์หลวงเพียงเพื่อตำแหน่งที่เหนือกว่าหมอคนอื่นเท่านั้น
ดังนั้นหากนางจะถ่ายทอดวิชาแพทย์ให้ใคร ตระกูลลั่วย่อมเป็ตัวเลือกที่ดีที่สุด อย่างน้อยคนในตระกูลยังมีกฎของตระกูลไว้บังคับให้ทุกคนประพฤติตัวอยู่ในกรอบอันดีงามได้
“จริงหรือ? เ้าจะถ่ายทอดวิชาแพทย์ของเ้าให้ลูกหลานตระกูลเราจริงหรือ แต่ท่านเซียนจะไม่ตำหนิเ้าใช่หรือไม่”
“ไม่ตำหนิหรอกเ้าค่ะ ท่านเซียนบอกข้าว่าให้ข้ารักษาคนเพื่อเป็การสั่งสมบุญ เช่นนั้นการที่ข้าถ่ายทอดวิชาแพทย์ออกไปก็ถือว่าข้าได้สั่งสมบุญอีกทางหนึ่งไม่ใช่หรือเ้าคะ” ซูหยุนหรานยิ้มให้ลั่วฉือ “ข้าคิดว่าลูกหลานตระกูลลั่วของเราเหมาะสมที่จะได้เรียนวิชาแพทย์ของแดนเซียนที่สุดแล้วเ้าค่ะ เริ่มจากพี่ชายกับพี่หญิง ต่อไปพวกเขาต้องเข้าไปเป็ผู้ช่วยข้าในห้องผ่าตัด เมื่อได้เห็นและได้ทดลองทำบ่อยๆ ต่อไปพวกเขาก็จะเป็หมอผ่าตัดเหมือนข้าเ้าค่ะ”
“นายท่านลั่วฉือ คุณหนูหยุนหราน ลุงกัวขอเข้าพบขอรับ” ลูกจ้างในร้านเข้ามารายงาน
“ให้เขาเข้ามาเถิด” ลั่วฉือบอก
ไม่นานกัวจ้งก็เดินเข้ามาคุกเข่า “ขอบคุณท่านหมอลั่วฉือและแม่นางหยุนหรานที่ช่วยชีวิตลูกชายข้าไว้ขอรับ”
“เ้าลุกขึ้นมาก่อนเถิด เอะอะอะไรก็เอาแต่คุกเข่า เห็นพวกเราเป็คนอย่างไร” ลั่วฉือเดินเข้าไปพยุงกัวจ้งให้ลุกขึ้น
“ลูกข้ารอดชีวิตมาได้เพราะพวกท่าน คุกเข่าแค่นี้นับเป็อะไรได้ขอรับ” กัวจ้งยกแขนขึ้นปาดน้ำตา “ข้ากับลูกชายมีกันอยู่แค่สองคน หากครั้งนี้ลูกชายจากข้าไป ข้าคงอยู่ต่อไม่ได้แล้วขอรับ”
“ท่านลุงเ้าคะ ลูกชายของท่านยังต้องนอนดูอาการอยู่ที่นี่อีกสักสองสามวัน ท่านจะอยู่ที่นี่เพื่อดูแลเขาหรือจะกลับไปพักผ่อนที่บ้านแล้วค่อยมาเยี่ยมเขาใหม่ในวันพรุ่งนี้ก็ได้เช่นกัน” ซูหยุนหรานบอก
“ต้องนอนดูอาการต่อหรือขอรับ” กัวจ้งทำหน้าลำบากใจพร้อมกับล้วงเงินทั้งหมดที่มีออกมา “ทั้งเนื้อทั้งตัวข้ามีเงินอยู่แค่ยี่สิบอีแปะ ข้ารู้ว่ามันคงไม่พอกับค่ารักษา แต่ข้าสัญญาว่าข้าจะหาเงินมาคืนพวกท่านจนครบ หรือไม่ก็ให้ข้าลงนามในสัญญาหนี้ได้ขอรับ”
ลั่วฉือหันไปมองหลานสาวอย่างขอความเห็น หากให้เขาเป็คนตัดสินใจ เขาย่อมต้องยกเว้นค่ารักษาจำนวนนี้ให้คนตรงหน้าไปแล้ว แต่เมื่อนึกถึงภรรยาที่ยืนถือไม้หน้าสามรออยู่หน้าบ้าน เขาจึงไม่กล้าทำอย่างที่คิด
ซูหยุนหรานไม่มีความคิดที่จะละเว้นค่ารักษา เพราะหากทำเช่นนั้น คนไข้คนอื่นก็ต้องเอาอย่าง และหากไม่มีเงินทุนมาหมุนเวียนในร้าน ต่อไปโรงหมอของท่านตาก็ต้องเข้าสู่สภาวะขาดทุนเหมือนที่ผ่านมา แต่จะให้ท่านลุงกัวจ้งลงนามในสัญญาหนี้ นางก็ไม่อยากทำ
“คารวะท่านลุง” ฉินจื่อฉิงเดินเข้ามาก็ต้องใเมื่อเห็นว่ามีคนอื่นอยู่ในห้องด้วย “ขออภัยขอรับ ข้าไม่รู้ว่าท่านลุงกับหรานหรานคุยธุระอยู่ ประเดี๋ยวข้าจะออกไปรอที่ด้านนอกนะขอรับ”
“ไม่ต้องหรอก เ้าเข้ามานั่งเถิด” ลั่วฉือบอกหลานเขย
ฉินจื่อฉิงนั่งเก้าอี้แล้วมองคนที่ยืนอยู่ “ท่านลุงกัวใช่หรือไม่”
กัวจ้งก้มหน้า “ท่านอ๋องจำคนผิดแล้วขอรับ”
ฉินจื่อฉิงยิ้ม “หากข้าจำคนผิด เช่นนั้นท่านก็ความจำดีมาก เพราะเราไม่ได้เจอกันมาหลายปี แต่ท่านยังจำข้าได้”
“ท่านพี่รู้จักท่านลุงกัวจ้งด้วยหรือเ้าคะ” ซูหยุนหรานถาม
“รู้จักสิ ท่านลุงกัวเคยเป็ผู้ดูแลจวนของข้า” ฉินจื่อฉิงยังยิ้มให้กัวจ้ง “กิจการทุกอย่างในจวน นอกจากแม่นมเฟิงก็มีท่านลุงกัวนี่ล่ะที่ช่วยดูแลให้ แต่เวลานี้ไม่มีเขา แม่นมเฟิงจึงรับหน้าที่นี้แทน ท่านลุง...ท่านไม่อยากกลับมาทำงานกับข้าอีกหรือ”
“ท่านอ๋องยัง้าคนทรยศเช่นข้าอยู่หรือขอรับ”
“ข้าบอกแล้วว่าเหตุการณ์ครั้งนั้นไม่เกี่ยวกับท่าน” ฉินจื่อฉิงถอนหายใจ “ท่านกับแม่นมเฟิงเลี้ยงดูข้ามาั้แ่ข้ายังเล็ก ท่านภักดีต่อข้าเพียงใดข้าจะไม่รู้หรือ ว่าแต่วันนี้ท่านมาทำอะไรที่โรงหมอ”
“ข้าพาลูกชายมารักษาที่นี่ขอรับ แต่ว่า...ข้าไม่มีเงินค่ารักษา จึงอยากลงนามในหนังสือสัญญาหนี้ไว้กับโรงหมอขอรับ”
“เสี่ยวต้งป่วยหรือ? แล้วเขาเป็อะไรมากหรือไม่” ฉินจื่อฉิงรีบถาม
“พ้นขีดอันตรายแล้วเ้าค่ะ” ซูหยุนหรานยิ้มกับสามี “ข้ากำลังกังวลอยู่เชียวว่าจะให้ท่านลุงกัวลงนามในสัญญาหนี้ดีหรือไม่ แต่พอได้ยินท่านพี่บอกว่าท่านลุงกัวเคยเป็คนดูแลจวนมาก่อน ท่านพี่เ้าคะ หากว่าข้าอยากให้ท่านลุงกัวจ้งมาช่วยงาน ท่านมีความเห็นว่าอย่างไรเ้าคะ”
“เื่นี้เ้าต้องถามเขาเองแล้ว” ฉินจื่อฉิงบอก
“ลุงกัวเ้าคะ ท่านก็คงจะเห็นแล้วว่าโรงหมอของข้ายังขาดคนดูแล ข้ากับท่านลุงรวมถึงพี่สาวพี่ชายล้วนยุ่งอยู่กับการรักษาคนไข้ บุรุษพยาบาลกับนางพยาบาลของเราก็ยุ่งอยู่กับการดูแลคนไข้เช่นกัน ทำให้ข้าไม่มีเวลาที่จะมาดูแลจัดการความเรียบร้อยหรือแม้แต่การรับซื้อสมุนไพรเพื่อมาทำยา ท่านสนใจจะมาช่วยงานข้าหรือไม่เ้าคะ”
“หรานหรานของข้ามองคนได้เก่งยิ่งนัก หากได้เขากับเสี่ยวต้งมาช่วยงาน รับรองว่าเ้ากับท่านลุงจะมีเวลาตรวจรักษาคนไข้ได้อย่างสบายใจเชียวล่ะ”
“ท่านอ๋อง ท่านกับแม่นางหยุนหราน...” กัวจ้งไม่กล้าถามต่อ
แต่ฉินจื่อฉิงกลับตอบอย่างไม่ปิดบัง “หรานหรานคือพระชายาของข้า”
กัวจ้งน้ำตาคลอ “ดีจริง ต่อไปท่านอ๋องก็จะไม่เหงาแล้ว”
“เป็ห่วงข้าถึงขนาดนี้แต่ยังใจดำทิ้งข้ากับแม่นมเฟิงไป”
“ข้าผิดไปแล้ว...ข้าผิดไปแล้วขอรับ ท่านอ๋องอย่าได้พูดเื่เก่าอีกเลย แล้วท่านอย่าบอกเื่ที่ได้พบข้าให้แม่นมเฟิงรู้นะขอรับ”
“ทำไมถึงห้ามไม่ให้ท่านอ๋องพูด” แม่นมเฟิงเดินเข้ามาอย่างถือวิสาสะ “ปล่อยให้ข้าดูแลจวนคนเดียวจนเหนื่อยแทบตาย แต่เ้ากลับหนีไปใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรี คอยดูเถอะ ข้าจะขออนุญาตท่านอ๋องกลับบ้านเกิดแล้วปล่อยให้เ้าทำงานในจวนคนเดียว”
“ข้าจะมาอยู่โรงหมอเพื่อช่วยงานพระชายา” กัวจ้งรีบบอก
“พระชายาไม่้าเ้าหรอก” แม่นมเฟิงพูดขึ้น
“ใครบอก พระชายาเพิ่งบอกให้ข้ามาเป็ผู้ดูแล รอให้เสี่ยวต้งหายดีเสียก่อน จากนั้นเราสองพ่อลูกก็จะเริ่มงานได้แล้ว”
“เดี๋ยวนะ! เสี่ยวต้งเป็อะไร ทำไมต้องรอให้เขาหายดี” แม่นมเฟิงเลิกเถียงกับกัวจ้งทันที
“ข้าพาเขาเข้าไปเก็บของป่า ไม่ทันระวังเลยโดนผึ้งต่อย แต่ไม่คิดว่าเสี่ยวต้งจะแพ้ผึ้ง ถ้าไม่ได้พระชายาช่วยไว้ ป่านนี้ลูกชายข้าคงตายไปแล้ว”
“ก่อนหน้าลูกชายข้าก็ได้รับาเ็เหมือนกัน ดีที่พระชายาช่วยไว้ ไม่เช่นนั้นต้าโกวของข้าก็คงจะตายไปแล้วเหมือนกัน
“แล้วเวลานี้ต้าโกวเป็อย่างไร เขาปลอดภัยแล้วหรือยัง”
“หายดีแล้ว ตอนนี้ท่านอ๋องให้เขาเข้าไปช่วยข้าดูแลจวนแล้วด้วย” แม่นมเฟิงพูดยิ้ม “ข้าก็เลยสัญญากับท่านอ๋องว่าข้าจะดูแลจวนให้ท่านอ๋องไปตลอดชีวิต”
“เช่นนั้นข้าก็จะดูแลโรงหมอให้พระชายาจนกว่าข้าจะตายเหมือนกัน ข้าไม่ยอมน้อยหน้าเ้าหรอก”
คุยกันดีๆ ได้สักพักแม่นมเฟิงกับท่านลุงกัวจ้งก็ทะเลาะกันต่อ หลังจากนั้นก็กลับมาพูดดีกันใหม่สลับกันไปอย่างนั้น
“พวกเขาเป็อย่างนี้ประจำหรือเ้าคะ” ซูหยุนหรานถาม
“อืม...เดี๋ยวทะเลาะกันเดี๋ยวดีกันอยู่อย่างนี้ล่ะ” ฉินจื่อฉิงยิ้ม
“แล้วเื่วางยาพิษเป็มาอย่างไรเ้าคะ”
“ตอนนั้นไม่รู้ว่ามีข่าวลือที่ฝ่าาจะรับข้ากลับเข้าราชวงศ์มาจากที่ใด ขุนนางในราชสำนักต่างระส่ำระสาย ตระกูลฉินของท่านตาก็ถูกจับตามอง เพื่อลดความระแวงและเพื่อความปลอดภัยของคนทั้งตระกูล ท่านตาจึงทูลขอสละตำแหน่งแม่ทัพใหญ่พร้อมคืนทหารทั้งหมดให้ฝ่าา
ฝ่าาไม่อยากให้เกิดเื่วุ่นวายภายใน พระองค์จึงรับข้อเสนอของท่านตา เพียงแต่ทหารในกองทัพตระกูลฉินทั้งหนึ่งแสนนายไม่ได้ถูกยึดคืนทั้งหมด พระองค์รับคืนแค่ครึ่งหนึ่งเท่านั้น”
“ข้ายังไม่เข้าใจอยู่ดีว่ามันเกี่ยวกับที่ท่านถูกวางยาได้อย่างไร”
“เพราะมีคนกลัวว่าฝ่าาจะมอบทหารห้าหมื่นนายมาให้ข้าน่ะสิ” ฉินจื่อฉิงพูดต่อ “แต่คนพวกนั้นคำนวณความคิดของฝ่าาผิดไป เป็เพราะชายแดนอาจเกิดาได้ทุกเมื่อ สุดท้ายพระองค์ก็ยังยกทหารตระกูลฉินทั้งห้าหมื่นนายมาให้ข้าดูแลต่ออยู่ดี
คนพวกนั้นจึงซื้อตัวพ่อครัวในจวนของข้า ส่วนท่านลุงกัวก็เชื่อในความซื่อสัตย์ของพ่อครัว วันนั้นเขายกรังนกตุ๋นมาให้ข้าดื่มโดยไม่ได้ตรวจสอบ ข้าจึงดื่มยาพิษเข้าไป ดีที่เซียนเยี่ยช่วยถอนพิษได้ทัน จากนั้นข้าจึงสืบจนรู้ว่าเื่นี้ไม่เกี่ยวกับท่านลุงกัว แต่เขากลับแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกและพาเสี่ยวต้งย้ายออกจากจวนไป”
“ท่านพี่เ้าคะ” ซูหยุนหรานขมวดคิ้ว “หากไม่ใช่เสียนอ๋อง ท่านคิดว่ามีใครเหมาะสมที่จะเป็รัชทายาทเ้าคะ”
“ทำไมเ้าถึงถามเช่นนั้นเล่า” ฉินจื่อฉิงจ้องภรรยา
ตามประวัติศาสตร์ หลังจากเสียนอ๋องขึ้นครองบัลลังก์ ด้วยอยากสร้างผลงานให้เป็ที่ประจักษ์ เขาจึงทำข้อตกลงกับแคว้นชิงว่าจะยกดินแดนบางส่วนเพื่อแลกกับสัญญาสงบศึกเป็เวลายี่สิบปี แต่ครั้งนั้นแคว้นชิงหักหลัง หากไม่เพราะกองทัพของฉินจื่อฉิงต้านทานไว้ แคว้นต้าสุ่ยคงล่มสลายไปแล้ว
“ข้าคิดว่าเสียนอ๋องยังไม่เหมาะสม หากเปลี่ยนเป็ผู้อื่นขึ้นครองบัลลังก์แทน สถานการณ์กับแคว้นข้างเคียงอาจจะดีขึ้น หรือไม่เราอาจเปลี่ยนจากามาเป็ความร่วมมือทางการค้าก็ได้เ้าค่ะ”