บทที่ 3
มอนสเตอร์
“ บอกว่าซื้อขายอย่างงั้นเหรอหมายความว่ายังไง? ” เดย์ถามขึ้นมาด้วยความสงสัย
“ เรียนนายท่านความสามารถสกิลภายในร้านค้าท่านสามารถซื้อมาและเก็บภายในกระเป๋ามิติได้สามารถส่งมอบให้กับผู้อื่นได้โดยการใช้งานสกิลซื้อขายโดยจะรับสินตอบแทนเป็ค่า SP ”
หลังจากที่ได้ฟังคำอธิบายเดย์เริ่มแสดงใบหน้าคิดหนัก
ตอนนี้กำลังทำความเข้าใจกับสิ่งที่ปรากฏอยู่บริเวณด้านหน้าของตนเอง “ ค่า SP จริงสิเราเองก็สังเกตมาสักพักแล้วพวกของต่างๆที่ถูกซื้อขายอยู่ภายในนี้มันจะมีราคาที่ต้องจ่ายเป็ค่าSP ”
ของภายในนี้มันไม่ถูกซื้อขายด้วยราคาหรือว่าจำนวนเงินแต่มันกลับถูกซื้อขายด้วยสิ่งแปลกประหลาดที่ชื่อว่าSP
เดย์หันไปมองสิ่งที่ตนเองกำลังมีอยู่ค่า SP ของเขามีเพียงแค่สิบเท่านั้น
มองดูพวกความสามารถที่ถูกขายอยู่ภายในร้านค้าล้วนแล้วแต่มีราคาที่สูงมากกว่านั้น
เดย์จึงรู้สึซึ่งสงสัยขึ้นมาแล้วก็ถามกับเสียงภายในหัวอีกครั้ง “ แล้วค่าSP สามารถได้รับมาจากที่ไหน ”
“ เรียนนายท่านเื่นั้น…..”
เสียงอธิบายภายในหัวยังอธิบายไม่จบความรู้สึกบริเวณรอบๆเริ่มเปลี่ยนไปดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างขึ้นััได้ถึงเสียงฝีเท้าที่กำลังกายเข้ามา
เดย์หันไปมองบริเวณรอบๆร่างกายของตนเองอย่างรวดเร็วสิ่งที่พบเห็นร่างของหมาป่าจำนวนมากกำลังล้อมรอบร่างกายของเขา
พวกหมาป่าเหล่านี้เป็ฝูงหมาป่าที่มีจำนวนประมาณสิบถึงสิบเอ็ดตัวเคลื่อนไหวเข้ามาด้วยท่าทีที่เชื่องช้า
มันเป็หมาป่าขนดำมีดวงตาสีแดงท่าทางดุร้ายตอนนี้ล้อมรอบเขาเป็วงกลมไม่มีทางใดที่สามารถหนีได้เลย
เดย์มองเห็นเ้าสิ่งมีชีวิตพวกนี้รู้ได้ในทันทีว่าไม่ใช่หมาป่าธรรมดาทั่วไป
ความรู้สึกภายในใจเป็หนึ่งอย่างที่สามารถยืนยันแต่อีกหนึ่งอย่างนั่นก็คือรูปลักษณ์ของพวกมันหมาป่าพวกนี้มีขนาดไม่ได้แตกต่างจากหมาป่าที่เขารู้จัก
แต่มีสิ่งหนึ่งที่มองเห็นและสังเกตได้อย่างชัดเจนพวกมันมีแววตาสีแดงที่ดุร้ายแถมบริเวณรอบๆร่างกายของมันยังมีคลื่นออร่าพลังบางอย่างที่มองเห็นแพ้สารออกมาอีก
เดย์แสดงท่าทางตกตะลึงแม้ว่าเข้าจะเป็คนที่สุขุมเพียงใดตกอยู่ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ก็ไม่อาจจะคงสติเอาไว้ได้
เดย์กำลังสับสนท่าทางที่ลนลานแสดงออกมาอย่างชัดเจน “ เ้าพวกนี้มันอะไรกัน?”
“ ไม่ใช่หมาป่าธรรมดาทั่วไปเ้าพวกนี้มัน… สัตว์ประหลาดอย่างงั้นหรอ?”
ด้วยปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้สายฝนสีเืและก็สถานที่ที่แปลกตาที่เขาอยู่หลังจากเกิดเหตุการณ์วุ่นวายนั้นขึ้นตอนนี้จะมีสัตว์ประหลาดปรากฏกายออกมาก็ไม่แปลกอะไร
เหมือนกับภายในหนังหรือว่าภายในนิยาย
ในขณะที่กำลังสับสนและลนลานเสียงภายในหัวอธิบายขึ้น “ เรียนนายท่านสิ่งที่อยู่รอบร่างกายของท่านในตอนนี้พวกมันคือมอนสเตอร์หรือเรียกอีกอย่างว่าอสูร ”
“ สัตว์อสูร? ”
“ เข้าใจถูกต้องแล้ว พวกมันคือสัตว์อสูร ค่า SP การได้รับมาคือการสังหารพวกมัน”
ผู้ช่วยระบบจะเป็คนอธิบายSP มันคือสิ่งที่ได้รับมาหลังจากสังหารมอนสเตอร์ หรือว่าสิ่งมีชีวิตอื่นๆ
เดย์สติในตอนนี้กำลังจะหลุดลอยออกไปจากร่างกายแต่เขาก็พยายามคงสติแล้วก็ดึงสติของตัวเองกลับมาเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
แม้ว่าจะไม่อยากเชื่อแต่มันเกิดขึ้นมาแล้วตอนนี้รอบร่างกายถูกล้อมรอบด้วยมอนสเตอร์ที่เป็หมาป่าสีดำ
“ คิดสิจะทำยังไงดีในสถานการณ์แบบนี้ถ้าเป็ภายในนิยายหรือว่าหนังก็คงจะเข้าสู้ ” เมื่อคิดแบบภายในนิยายหรือว่าหนังที่ตนเองเคยอ่านหรือว่าดูมาตัวเอกมักจะเข้าสู้กับพวกมอนสเตอร์เหล่านี้
แต่ว่าเมื่อคิดแบบนั้นและลองมองดูความดุร้ายของพวกมันที่อยู่บริเวณรอบๆก็สบถคำออกมาภายในใจทันที “ สู้กับมันก็บ้าแล้ว!!!ยังไงก็ไม่ไหว ”
“ มือเปล่าจะไปสู้กับหมาป่าทั้งฝูงได้ยังไงแถมพวกมันยังเป็มอนสเตอร์ตามความรู้พวกสิ่งมีชีวิตเหล่านี้มีความแข็งแกร่งกว่าพวกสัตว์ธรรมดาทั่วไปไม่ไหวหรอกต่อให้เป็หมาป่าธรรมดาใช้มือเปล่าสู้กับมันก็ไม่มีทางชนะแล้วยิ่งเป็พวกนี้…”
เดย์ไม่ใช่คนโง่รู้ดีว่าถ้าตนเองเข้าปะทะกับมันอย่างไรก็ไม่มีทางชนะ
ภายในหัวจึงหาหนทางใหม่มองดูบริเวณรอบๆพบเห็นต้นไม้ขนาดใหญ่พอจะปีนขึ้นไป
ตั้งใจจะเข้าไปที่ต้นไม้นั้นแล้วก็ปีนขึ้นไป้าเพื่อหลบพวกหมาป่าเหล่านี้
แต่ว่าเพียงขยับเล็กน้อยดวงตาสีแดงที่เต็มไปด้วยความดุร้ายที่จ้องมองเหยื่อของมันอยู่มองตรงมา
ร่างของหมาป่ากระโจนเข้ามาในทันทีมันเคลื่อนไหวพุ่งตรงเข้ามาหาเดย์ที่กำลังจะหนี
เห็นมันพุ่งตรงเข้ามาเดย์หันหลังไปมองแล้วถามกลับเสียงภายในหัวด้วยความตื่นตระหนก “ มันมาแล้วจะเอายังไง”
“ เข้าสู่โหมดช่วยชีวิตผู้ร้านค้าแห่งโลก ”
เสียงภายในหัวดังขึ้นมาเช่นนั้นร่างกายเริ่มเปลี่ยนไป ตอนนี้ราวกับว่าภาพทุกอย่างมันหยุดนิ่งรวมไปถึงร่างกายของเขาเองด้วย
มองเห็นจุดที่ตนเองสามารถะโหลบออกไปได้่เวลาคิดที่มีมากขึ้น
เดย์ะโหลบออกไปทางด้านขวาอย่างรวดเร็วหมาป่าตนนั้นพุ่งผ่านใบหน้าเข้าไปเพียงเล็กน้อย
หลังจากที่หลบการโจมตีของมันได้ออกแรงวิ่งไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วพุ่งตรงออกจากฝูงหมาป่าทำให้พวกมันนั้นวิ่งไล่ตามมาด้านหลัง
ขาทั้งสองข้างออกแรงวิ่งอย่างเต็มกำลังในขณะที่พวกมอนสเตอร์เ่าั้ก็ไล่ตามมา
เดย์ได้เพียงไม่กี่นาทีในขณะที่วิ่งนี่พวกมอนเตอร์เ่าั้ร่างกายเริ่มแบกรับความเหนื่อยล้าไม่ไหวความเร็วในการวิ่งเริ่มตกลง
ระยะห่างระหว่างเขากับพวกหมาป่าพวกนั้นเริ่มลดน้อยลงเรื่อยๆพวกมันกำลังจะไล่ทัน
แต่ในขณะที่พวกมันกำลังตามมาทันนั้นเองเสียงหนึ่งดังขึ้นมา “ หลบเร็ว!!!”
เสียงนั้นดังขึ้นมาจากด้านหน้าเดย์ย่อร่างกายของตนเองต่ำลงตามสัญชาตญาณเขาไม่รู้ว่าเสียงของใครแต่สัญชาตญาณบ่งบอกว่าเขาต้องทำแบบนี้
หลังจากนั้นลูกธนูเหล็กหลายลูกพุ่งทะยานผ่านเดย์ไปอย่างรวดเร็วมันพุ่งตรงไปแล้วก็ยิงใส่พวกหมาป่าเ่าั้ที่กำลังไล่ตามมา
“ ฉึก!!! ฉึก!!! ฉึก!!! ” หลังจากที่พรรคพวกของตนเองโดนโจมตีพวกมอนสเตอร์เ่าั้กระจายหายไปคนละทาง
เดย์หันไปมองด้านหลังเห็นศพของหมาป่าสามตัวนอนตายอยู่ที่พื้นเพราะโดนลูกธนูปักเข้าที่ศรีษะ
เขาแสดงใบหน้าโล่งใจที่ตนเองรอดพ้นความตายลมหายใจกำลังหายใจอย่างเหนื่อยหอบก่อนที่เสียงที่ดังขึ้นก่อนหน้านี้จะดังขึ้นมาอีกครั้ง “ เกือบไปแล้วเป็ยังไงบ้าง”
เดย์หันไปมองด้านหลังเมื่อหันไปมองก็พบเห็นร่างของคนผู้หนึ่งที่กำลังยืนอยู่ชายวัยกลางคนอายุราวๆสักประมาณสี่สิบกลางๆมีใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มผมสีดำขับร่างกายสูงโปร่งสวมใส่ชุดเป็เสื้อเชิ้ตและกางเกงขายาวในชุดวัยทำงาน
ภายในมือของคนผู้นั้นถือธนูไม้เอาไว้หนึ่งอันบริเวณด้านหลังสะพายพวกลูกธนูเหล็กเอาไว้จำนวนนึง
คนผู้นี้เป็คนช่วยเขา
มันเดินเข้ามาอย่างช้าๆแล้วก็มาหยุดลงบริเวณด้านหน้ายื่นมือมาให้เดยฺ์
เดย์จับมือนั้นก่อนที่อีกฝ่ายจะดึงขึ้นให้ขึ้นมาอยู่ในท่ายืน
มันแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มแล้วก็พูดขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะ “ เกือบไปแล้ว..เกือบไปแล้วเป็คนไทยใช่รึเปล่า ”
เดย์พยักหน้าตอบรับกลับไป “ คุณ? ”
“ อ๋อลืมแนะนำตัวสินะฉันเชื่อว่าคินมองดูจากสภาพแบบนี้แสดงว่าเพิ่งตื่นขึ้นมาหลังจากสลบไปสินะ ”
คนคนนี้ดูเหมือนว่าจะรู้บางอย่างที่เขาไม่รู้มองดูจากสภาพร่างกายและท่าทางที่ไม่มีความตื่นกลัวต่อพวกมอนสเตอร์เ่าั้เลยน่าจะเป็ตัวยืนยันได้
เดย์ตัดสินใจเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย “ นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ”
“ ก็อย่างที่เห็นนั่นแหละ นายจำเหตุการณ์ก่อนที่จะสลบได้หรือเปล่า ”
เดย์พยักหน้าตอบรับกลับไป
“ ถ้าแบบนั้นก็สามารถอธิบายได้ง่ายหน่อย หลังจากเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นโลกของพวกเราล่มสลายไปแล้ว”
เดย์เมื่อได้รู้ความจริงแบบนั้นดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นตระหนกแสดงใบหน้าไม่อยากเชื่อแล้วก็พูดขึ้นมา “ ที่พูด…หมายความว่ายังไง?”
จบบท