ณ สำนักโอสถตระกูลจง ท่านย่าผู้นำตระกูลจงเข้ามาดูแลสำนักเฉกเช่นทุกวัน ทว่า ผู้คนในวันนี้มีมากมายมากกว่าปกติเข้ารับการรักษา สิ่งที่แปลกไปในวันนี้คือ ผู้คนที่เข้ามาจะมีอาการคล้ายกัน คือ มีการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อบางจุด เช่น หนังตาตก มีอาการกลืนลำบาก พูดไม่ชัด หนักมากก็จะมีอาการแขนขาอ่อนแรง หายใจไม่สะดวก จากการตรวจสอบของาุโสำนัก วินิจฉัยว่านี่เป็อาการเหมือนกับโดนงูพิษร้ายแรงกัด แต่โดยปกติ บนร่างกายจะมีรอยกัดสองรอยอยู่คู่กัน หรือบางครั้งก็อาจจะเป็เพียงรอดเดียว แต่ก็เห็นได้ว่าบางรายมีมากกว่าสองรอยหรือสองจุด แสดงว่าโดนกัดมากกว่าหนึ่งครั้ง
หลังจากดูอาการแล้ว จึงจัดยาให้ไปรักษา แม้จะแปลกใจว่า บนรอยแผล จะมีรอยไหม้สีดำรอบแผลและเหมือนรอยไหม้เ่าั้คล้ายหิมะที่ละลายกลายเป็น้ำ เพียงแต่มีสีแดงดำ ทำให้น่ากลัวมาก ผู้าุโสามเองก็ไม่เคยเห็นมาก่อน จึงสอบถามปรึกษากับาุโใหญ่และผู้นำตระกูล แต่ทุกคนก็ส่ายหัว ไม่เคยเห็นมาก่อนเช่นกัน
โดยปกติ ถ้าเป็เขียวลักษณะนี้ มักจะเป็กลุ่มงูพิษเขี้ยวหลัง ได้แก่ งูหนอนปล้องนิล, งูชะโดสาบคอลาย, งูหางกระดิ่งหัวกะโหลก ซึ่งมีพิษค่อนข้างแรง และจะมีอาการปวด บวม แดง แสบร้อนบริเวณที่ถูกกัด แต่ที่แตกต่างกันคือ รอยไหม้ และอาการที่รุนแรงมาก
สิ่งที่ทำได้ในยามนี้คือ จัดสมุนไพรลดพิษ กำจัดพิษ ในกลุ่มโดนสัตว์ร้ายกัดให้แต่ละคน เมื่อจัดสมุนไพรให้ทั้งหมดแล้ว ให้ผู้าเ็พักและให้กลับไปพักที่บ้าน ทว่าไม่นานบางส่วนก็ต้องพากลับมาใหม่ เพราะอาการรุนแรงมากยิ่งขึ้น บางรายก็ทนพิษไม่ไหว เสียชีวิต
นอกจากที่สำนักโอสถตระกูลจงแล้ว สำนักโอสถอื่น ๆ ก็มีผู้คนไปรับการรักษามากมายเช่นกัน เรียกได้ว่า ผู้คนในเมือง โดนพิษชนิดนี้มากมายทีเดียวโดยไม่รู้สาเหตุแน่ชัด
ภายใต้ภาวะความวุ่นวายและกดดัน ผู้คนร้องระงม จงเป่าและผู้าุโในสำนักคิดกันอย่างนัก เพื่อแก้ไขสถานการณ์เช่นนี้ ทว่าไม่มีใครหาคำตอบได้ รวมถึงสำนักอื่น ๆ ในเมืองเช่นกัน
ลู่ซือเดินเข้ามากับพี่เลี้ยง พบภาพคนเจ็บมากมาย ก็แปลกใจ หลังจากได้คุยกับจงเป่าและได้ยินการปรึกษาแล้ว ก็ไม่ได้กล่าวอะไร จงหมานลูกพี่ลูกน้อง ลูกของลุงใหญ่ ก็ะโไล่ลู่ซือให้ออกไปไกล ๆ ไม่ต้องมายุ่งวุ่นวายเก๊ะกะขวางทาง
"เ้าออกไปไกล ๆ ไม่มีความรู้อะไรก็อย่ามาขวางทาง อย่ามาให้เห็นรกหูรกตาข้า" จงหมานะโใส่ลู่ซือด้วยความเกลียดชัง
ลู่ซือไม่แม้จะสนใจคำพูดของจงหมาน หากแต่เดินเลี่ยงออกไปดูอาการเจ็บของแต่ละคนที่นอนเจ็บ บางคนก็ขยับไม่ได้ บางคนก็นอนร้องไห้ด้วยความทรมาน
ลู่ซือเดินกลับมาหาจงเป่าที่กำลังนั่งคิดอยู่บนเก้าอี้ด้านใน
"ท่านย่า ... ท่านรู้ไหม พวกเขาเป็อะไร" ลู่ซือจงใจถามให้แน่ใจว่า จงเป่ากำลังคิดแก้ไขปัญหาอยู่
"อืม ... ข้าไม่แน่ใจ ข้าเองก็ไม่เคยพบเห็นพิษชนิดนี้มาก่อนเลย น่าจะเป็งูพิษสักอย่าง เพียงแต่ข้าไม่รู้จัก ยาที่ใช้ก็ยังรักษาไม่ได้" จงเป่าตอบกลับมาเบา ๆ ด้วยความเหนื่อยใจ
"ท่านย่า ... ท่านลองดูนะ คนพวกนี้ ไม่ได้โดนงูกัด ท่านย่าสังเกตดูที่แผล มันไม่ได้เป็รอยเขี้ยวงู แต่มันเป็รอยแผลคู่กัน ใช่ไหม"
"ว่ากันแล้ว แผลที่เห็น เกิดจากตัวต่อิญญาหิมะ ตัวมันจะมองเห็นยาก โดยตัวมันจะมีเข็มพิษที่ก้นสองอัน ที่มันจะใช้ต่อยหรือทำร้ายศัตรู ที่สำคัญ มันแปลกตรงที่ เมื่อโดนต่อย ศัตรูของมันจะไม่รู้ตัวเลย จนกระทั่งผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วยาม ถึงจะมีรอยไหมปรากฏบนบริเวณแผล"
"ทำให้เราเรียกกันว่า ต่อิญญาหิมะ เพราะเป็การยากมากที่จะเห็นตัว เสมือนมันเป็ิญญาล่องหน มองไม่เห็น เพราะความใสของตัวมันนั่นเอง"
"ลู่ซือ เ้ารู้ได้อย่างไร ข้าไม่เคยสอนเ้าเลย ไหนไปดูกัน" จงเป่าตกตะลึงในสิ่งที่ลู่ซือบอก พร้อมกับลุกไปพร้อมกับาุโสองคน ไปดูแผลของผู้ได้รับาเ็
"จริงอย่างที่เ้าว่า มันเป็รอยทิ่มคู่กัน ดูเผิน ๆ จะเหมือนเขี้ยวงู แต่มันไม่ใช่" าุโสองรีบสำรวจแผลแต่ละคน
"ลู่ซือ เ้ารู้ได้อย่างไร เ้ามีวิธีแก้ไขไหม" จงเป่าสอบถามกลับมาด้วยความไม่แน่ใจว่า เด็กวัยหกขวบจะรู้เื่นี้ เื่ที่ผู้ใหญ่วัยร่วมร้อยยังไม่รู้มาก่อนเลยด้วยซ้ำไป
"ท่านย่า อย่าไปเชื่อมัน มันก็พูดไปเรื่อย แค่อยากทำตัวให้มีค่าเท่านั้นเอง" จงหมานที่ยืนดูอยู่ใกล้ ๆ วิ่งมาพร้อมอารมณ์ที่รุนแรง
"ท่านย่า ท่านใช้ รางัจืด บดคู่กับหญ้าม่วงหกราก นำไปเคี่ยวในน้ำพอท่วมสมุนไพร อย่าให้มากไป มันจะไปล้างพิษออกหมด และเคี่ยวอย่าให้เกินหนึ่งก้านธูป ได้มาแล้วให้บดรวมผสมสเลดพังพอนและคักเฮีย ตำให้ละเอียดแล้วนำไปพอกที่แผล ไม่เกินครึ่งก้านธูป แผลจะยุบและหายจากอาการเ็ป" ลู่ซือบอกจงเป่ากับาุโสอง าุโสาม โดยไม่ติดขัด
"เ้าสั่งเด็กไปจัดการ ลองดูตามที่ลู่ซือบอก ดูซิว่าได้ผลหรือไม่ เราไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้" จงเป่าสั่งาุโสามให้ดำเนินการ แม้ในใจจะไม่แน่ใจ แต่ก็ยังคงเชื่อใจลู่ซือ เพราะที่ผ่านมาลู่ซือไม่เคยโกหก หรือพูดอะไรเรื่อยเปื่อย