เสียงบีบมือดังกร๊อบ! กรอบ! ด้วยความรู้สึกที่ร่างกายอยากปะทะกับจอมขมังเวทย์แล้ว ชิงพลบก้มหยิบไม้ตะพด ที่ใช้สร้างเขตอาคมขึ้นมา และวิ่งเข้าไปหวดร่างหุ่นพยนต์อย่างเต็มแรง เสียงไม้ตะพดกระทบกับศีรษะของร่างที่ยืนนิ่งดังลั่น ไม้ในมือก็ใส่ฟาดไม่ยั้ง ปากก็บ่นพึมพำพร้อมคาถา ถ้าเขาใช้ไม้ตะพดฟาดตรงไหนของร่าง มนต์ดำจะสะท้อนไปหาตัวจอมขมังเวทย์ตรงจุดนั้นด้วยเช่นกัน
ชิงพลบได้ใช้ไม้ฟาดไปยังร่างเกือบ 10 นาที จนเขามีอาการหอบเหนื่อย เหงื่อออกเต็มตัว แต่ร่างหุ่นพยนต์ยังยืนนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะชิงพลบใช้แค่วิชาสะท้อนคุณไสย เลยไม่สามารถทำอะไรกายหยาบของร่างที่แกร่งดั่งเหล็กได้
หมากฝรั่งที่ถูกเคี้ยวอยู่ในปากก็คายทิ้งลงในมือ ชิงพลบเอื้อมมือไปจับหน้าของร่างนั้น บีบปากให้ร่างหุ่นพยนต์พยายามเปิดปากขึ้นมา กลิ่นศพที่เหม็นคลุ้ง ลอยกระทบกับจมูกของเขาจนแทบสลบ ชิงพลบรีบบังคับให้ร่างกลืนหมากฝรั่งของเขาเข้าไปทันที เท่านี้ก็เป็อันเสร็จสิ้นพิธีกรรม เหลือแค่ปล่อยร่างหุ่นพยนต์กลับไปหาเ้าของที่ควบคุม เพื่อให้มันได้ลิ้มรสวิชาคุณไสยของตัวเองที่ทำใส่คนอื่น สะท้อนกลับให้รู้สึกถึงความเ็ปดูบ้าง
อ๊ากกกกก! เสียงกรีดร้องจากบุรุษจอมขมังเวทย์ดังลั่นจากซุ้มดินโบราณ ร่างที่เต็มไปด้วยยันต์อักขระ กำลังนอนดิ้นพล่านอยู่บนพื้น เนื้อตัวของเขาสั่นเทาด้วยความทรมาน จากความเ็ปเหมือนโดนไม้ทุบตีหลายจุดทั่วทั้งร่าง ถึงแม้ว่าเขามีวิชาคงกระพัน จากยันต์มหาอุดที่ด้านหลัง ก็ไม่ช่วยให้ความเจ็บลดลงได้เลย
เสียงหายใจแ่เบาด้วยอาการเหนื่อยจากความทรมานที่น่ากลัวยิ่งกว่าตาย เพราะพลังคุณไสย ได้สะท้อนกลับมาที่ตัวเขาทันที เมื่อทำพิธีเรียกร่างหุ่นพยนต์ กลับมาได้สำเร็จ
ร่างกายที่เคยดูแข็งแรงกำยำ ค่อย ๆ เริ่มผอมลงจนิัติดกระดูก ส่วนบริเวณที่โดนคุณไสยสะท้อนกลับ จะเกิดาแพุพองขึ้นตามตัวเหมือนโรคฝีดาษ ดูน่าสยดสยอง กลิ่นน้ำเหลืองเหม็นคลุ้งเต็มห้อง ถ้าใครได้เห็นสภาพเขาในตอนนี้ มองดูไม่ต่างจากศพ ที่เสียชีวิตมาหลายวันแล้วเท่าไร
อ๊าก อ๊ากก เสียงร้องจากความเ็ป ยังคงดังก้องอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืน ถึงแม้ว่าเขาจะสลบไปหลายครั้ง ทว่าความแค้นที่เกิดขึ้นในจิตใจ ตามไปทรมานเขาในความฝันด้วยเช่นกัน
เสียงนกร้องต้อนรับวันใหม่ เสียงพงไพรพร้อมขับขาน กับบรรยากาศของธรรมชาติที่คนเมืองถวิลหา กลิ่นดิน และน้ำค้าง หอมตลบอบอวลอยู่ในอากาศกับสถานที่ในพื้นป่าอันเงียบสงบที่ไม่น่ามีมนุษย์คนใดอาศัยอยู่ได้
แต่จู่ ๆ ก็มีกลุ่มชายฉกรรจ์สองคมกำลังเดินผ่านมา ณ สถานที่แห่งนี้ โดยกำลังแบกสิ่งของจำพวกอาหารแห้ง ของใช้ประจำวัน และสมุนไพรต่าง ๆ มาวางไว้บริเวณหน้าซุ้มดินโบราณของบุรุษจอมขมังเวทย์
ก๊อก.. ก๊อก.. เสียงเคาะประตูไม้ดังขึ้นเพื่อแจ้งเตือนคนที่อยู่ด้านในให้รับรู้ แต่คนที่อยู่ข้างในซุ้มไม่มีปฏิกิริยาตอบรับกลับมาเลย
เมื่อคนข้างนอกไม่ได้ยินเสียงตอบรับ ก็ทำการเคาะประตูให้เสียงดังขึ้นเรื่อยๆ ก๊อก.. ก๊อก.. ก๊อก.. ก๊อก..
ทันใดนั้นจอมขมังเวทย์ที่นอนสลบเหมือดอยู่บนพื้น ก็ได้สติขึ้นมาจากเสียงเคาะประตู พร้อมกับความเจ็บที่เป็เหมือนดั่งเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงอยู่ตามร่างกาย มืออันสั่นเทาค่อย ๆ ขยับ พยุงร่างที่เริ่มเน่า ลุกขึ้นมานั่งอย่างทรมาน
“พวกมึงเข้ามาได้” เสียงแหบพร่าดังขึ้นจากจอมขมังเวทย์ ที่กำลังนั่งพิงอยู่บนโซฟาโบราณด้วยท่าทางที่ดูเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด
แอ๊ด… ประตูไม้ด้านหน้าซุ้มถูกเปิดขึ้น พร้อมกับเสียงฝีเท้าของชายฉกรรจ์สองคน กำลังเดินเข้ามาอย่างนอบน้อม เมื่อทั้งสองมองเห็นอาจารย์นั่งคอพับอยู่บนโซฟา ที่ไม่ต่างจากคนตายเท่าไร ก็แสดงความใขึ้นมาทันที
“อาจารย์!!..” เสียงะโดังลั่นป่าด้วยความเป็ห่วงของเหล่าบรรดาลูกศิษย์ของจอมขมังเวทย์
ทั้งสองรีบเข้าไปพยุงร่างของอาจารย์ ให้กลับมานั่งอย่างสบายอีกครั้ง จอมขมังเวทย์คนนั้นก็ลืมตาขึ้นมามองบรรดาลูกศิษย์ด้วยสายตาแดงก่ำที่อัดแน่นไปด้วยความแค้นที่โดนพลังคุณไสยย้อนกลับ พร้อมกับปริปากออกมาอย่างช้า ๆ ด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบเรียบนิ่งว่า
“พวกมึงมาแล้วก็ดี รีบเอาว่านกำบังร้อยปี ไปแช่ในถังไม้ให้กูด่วน!! ไม่งั้นร่างนี้คงใช้งานอีกไม่ได้แน่” จอมขมังเวทย์สั่งลูกศิษย์ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เพราะตอนนี้สิ่งที่เขาต้องรีบทำก่อน คือการสกัดกั้นพลังคุณไสยมนต์ดำ ไม่ให้เข้าสู่ร่างกายไปมากกว่านี้ ด้วยการแช่ร่างในน้ำว่านกำบัง ที่มีฤทธิ์ป้องกันพลังคุณไสยมนต์ดำ เพื่อช่วยให้ร่างของเขา กลับมาเดินเหินอีกครั้ง
พอได้ยินคำสั่งอาจารย์ พวกลูกศิษย์ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบไปจัดการตามที่จอมขมังเวทย์บอกทันที เมื่อเตรียมว่านในถังไม้เสร็จ ลูกศิษย์ก็ช่วยกันอุ้มอาจารย์มาแช่ร่างลงในถังไม้ใบใหญ่ที่กว้างพอให้สองคนลงไปแช่ได้ ด้วยบรรยากาศของไอน้ำ ที่คุกรุ่นเหมือนน้ำเดือด กำลังขับพลังคุณไสยที่แฝงอยู่ในร่าง ให้ลอยออกมาเป็ควันสีดำจาง ๆ พร้อมกับเสียงบริกรรมคาถาจากบรรดาลูกศิษย์ที่ช่วยเร่งให้ว่านกำบังออกฤทธิ์ทำงานได้ดีมากขึ้น
เวลาได้ล่วงเลยมาประมาณสองทุ่ม เสียงบริกรรมคาถายังคงได้ยินอย่างต่อเนื่อง แต่น้ำเสียงเริ่มอิดโรยจากการทำพิธีกรรมอย่างยาวนาน บัดนี้น้ำในถังที่เคยเป็สีใส กลับกลายเป็สีดำสนิท และมีกลิ่นเหม็นเหมือนน้ำเน่าตลบอบอวลชวนให้อาเจียนอยู่เต็มห้อง
จอมขมังเวทย์ที่กำลังนั่งแช่ร่างอยู่ในถังไม้ใบใหญ่ก็ลืมตาขึ้นมาทันที พร้อมเสียงตบถังไม้ที่ดังสนั่น ปัง! เพื่อพยุงตัวลุกขึ้นมาจากน้ำว่าน มองไปเห็นร่างที่มีแผลเป็อยู่เต็มตัว ิัเหี่ยวย่นเหมือนคนแก่ จนแทนเชื่อไม่ได้เลยว่าร่างนี้ มาจากผู้ชายวัยกลางคนที่เคยดูแข็งแรงกำยำคนนั้น
เสียงน้ำกระเซ็นจากร่างกระทบกับอากาศภายนอก ก็กายเป็ไอร้อนทันที บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยหมอกควัน บดบังร่างของจอมขมังเวทย์ ที่กำลังเยียบย่ำลงบนพื้นอย่างช้า ๆ ส่วนลูกศิษย์ที่เห็นอาจารย์ ขึ้นมาจากถังน้ำได้ ก็รีบแจ้นไปเพื่อหาชุดมาคลุมร่างให้ทันที โดยไม่ปริปากถึงอาการเหนื่อยล้าเลยสักคำ