ตอนที่15 น้องสาวมีแฟนหรือยัง
จ้าวหลงชะงักแวบหนึ่งอย่างเข้าใจเขาส่งเสียงตอบรับกับพนักงานหญิงว่า “อ้อ.....ได้ครับ”
เขาลงทะเบียนโดยใช้ชื่อปลอมก่อนจ่ายเงินแล้วรับรหัสผ่านเข้าใช้งานคอมพิวเตอร์ซึ่งเขาแอบพยักหน้าด้วยความพอใจกับบริการของพนักงานร้านที่มีมิตรไมตรีกับลูกค้าและเข้มงวดกับกฎระเบียบที่ตนออกแบบไว้เป็อย่างดี
จากนั้นเดินไปนั่งใช้งานคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งที่อยู่ใกล้ตัวเพื่อตามหาเลขไอพีที่อยู่ภายในร้านซึ่งจะแสดงที่อยู่ของเครื่องคอมพิวเตอร์เ้าปัญหาเขาพบว่าเครื่องเป้าหมายอยู่ในมุมด้านในสุดของร้านเป็โซนที่มีคนใช้บริการน้อยที่สุด
“หึๆเลือกใช้เครื่องที่อยู่ด้านในเสียด้วย ช่างรู้จักมุมซ่อนเร้นเสียจริง”
จ้าวหลงหัวเราะเบาๆพลางพึมพำอย่างสนใจบุคคลปริศนาที่เก่งกาจในการสร้างโปรแกรมมากขึ้นเพราะไม่คาดคิดว่าจะมีคนในประเทศที่เก่งกาจกว่าตนเองในขณะที่เขาเป็มือแฮ็กอันดับหนึ่งของประเทศมานาน
เมื่อเห็นว่าเครื่องเป้าหมายไม่มีลูกค้าใช้งานแล้วเขาเปลี่ยนไปใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ดังกล่าวทันทีพร้อมกับเริ่มงานตรวจสอบโปรแกรมต้องสงสัยอย่างจริงจัง ซึ่งเขาพบร่องรอยบางอย่างทว่าไม่สามารถตามหาตัวโปรแกรมได้อย่างชัดเจน
‘ไม่เลวทักษะสูงทีเดียว การเขียนซอร์สโค้ดดูแปลกตา ไม่เหมือนที่ฉันเคยเรียนรู้มาก่อนอยากรู้จริงว่าเป็ใคร?’
จ้าวหลงคิดชื่นชมอีกฝ่ายอย่างจริงใจเขาพบว่าซอร์สโค้ดที่กำลังตรวจสอบอยู่นั้น ไม่ใช่รูปแบบที่เคยเรียนรู้มาก่อน ยิ่งเรียกความสนใจจากเขามากขึ้นให้ตามหาคนเขียนโปรแกรมนี้อย่างจริงจัง
ในที่สุดจ้าวหลงพบร่องรอยคำสั่งบางอย่างเขาพยายามถอดรหัสจนพบว่าเป็โค้ดแสดงการค้นหาข้อมูลจากเครือข่าย ทำให้เขารู้สึกแปลกใจและ้ารับรู้การทำงานโปรแกรมปริศนามากขึ้นรวมถึงสิ่งที่อีกฝ่าย้าค้นหา
“เอ๊!เขา้าตามหาอะไรงั้นหรือ? อยากรู้เสียจริง”
จ้าวหลงขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเขาพบว่าคนปริศนาที่เก่งกาจมีการใช้ซอร์สโค้ดแปลกตา ซึ่งเขาสามารถถอดรหัสได้แค่บางคำเป็การค้นหาบางสิ่งยิ่งทำให้เขารู้สึกสงสัยเกี่ยวกับคนปริศนามากขึ้น เพราะกังวลว่าการค้นหาจะเป็ภัยอันตรายต่อประเทศ
อย่างไรก็ตามจ้าวหลงไม่สามารถถอดรหัสโค้ดตัวอื่นได้ยิ่งเป็การท้าทายความสามารถของเขาให้พยายามเอาชนะโค้ดทั้งหมดของณิชาเพื่อรับรู้ความ้าของคนปริศนาว่ามีเจตนาใดกันแน่
“ทักษะฉันแย่ขนาดนั้นเลยหรือ? รหัสพวกนี้ฉันถึงไม่สามารถถอดรหัสได้?”
จ้าวหลงบ่นให้ตัวเองด้วยความหงุดหงิดเขาใช้เวลาทั้งวันอยู่ในร้านฟิวเจอร์อินเทอร์เน็ตเพื่อถอดรหัสโค้ดของณิชาให้ได้ทว่าสุดท้ายแล้วเขาจำต้องยอมแพ้ไปก่อน และคิดว่าจะหาโอกาสเอาชนะโปรแกรมปริศนานี้ให้ได้เขาไม่้าสั่งให้ลูกน้องลงระบบปฏิบัติการใหม่เพราะเหมือนกับว่าเขายอมรับความพ่ายแพ้ของตนเอง
“ฮึ่ม! ผมจะต้องเอาชนะให้ได้ อยากเห็นหน้าคนเขียนโปรแกรมนี้เสียจริง”
จ้าวหลงบ่นให้ตัวเองก่อนเดินออกจากร้านด้วยความหงุดหงิดใจเพราะนับเป็ครั้งแรกที่เขาไม่สามารถคลี่คลายสถานการณ์ได้
..........
ระหว่างเรียนรู้การวิเคราะห์และตรวจสอบโบราณวัตถุเพิ่มเติมจากกู้เลี่ยงหวงเพื่อทำหน้าที่เป็นักประเมินโบราณวัตถุของร้านรวมทั้งเรียนรู้ประวัติศาสตร์บางส่วนจากชายชรา ณิชาจามเป็ระยะเหมือนกับว่ามีคนเอ่ยถึงเธอจนทำให้ชายชราสอบถามเธอด้วยความห่วงใยว่า
“เหยาเหยาไม่สบายหรือเปล่า?ปู่เห็นจามหลายทีแล้วนะ หรือว่าจะไม่คุ้นกับอากาศเย็นในประเทศจีน?”
“ไม่เป็ไรค่ะปู่กู้หนูแค่จามเฉยๆ คงมีคนบ่นถึงหนูมังคะ ถ้างั้นหนูขอตัวไปเก็บของที่โรงแรมก่อนนะคะ”
ณิชาโบกมือปฏิเสธอย่างไม่กังวลเธอคาดเดาสาเหตุที่ทำให้ตนเองจามอย่างไม่มีต้นสายปลายเหตุพลางเอ่ยขอตัวไปเก็บของใช้ส่วนตัวจากโรงแรม ซึ่งชายชราเคยอนุญาตเธอมาก่อน ถ้าหากว่าเธอเรียนรู้งานได้ครบถ้วนแล้ว
“ได้สิปู่จะโทรไปบอกแม่บ้านที่หอพักไว้ ถ้าเหยาเหยาไปถึงแล้วก็อ้างชื่อปู่เลยเดี๋ยวอาจวนจะพาไปดูห้องเอง”
กู้เลี่ยงหวงพยักหน้าเข้าใจเพราะเขากังวลว่าจะมืดค่ำก่อนที่ณิชาจะเข้าหอพักเช่นกันจึงพูดถึงการเตรียมการของตนเอง ซึ่งเขารู้สึกโล่งใจที่มีหญิงสาวมาทำงานด้วยกันเนื่องจากเธอสามารถเรียนรู้และเข้าใจทักษะการวิเคราะห์โบราณวัตถุได้อย่างรวดเร็วช่วยให้เขาคลายกังวลในการทำงานของทางร้านไปได้มาก
……….
หลังจากนั้นณิชากลับโรงแรมที่พักเพื่อเช็กเอาต์และเก็บเสื้อผ้ารวมของใช้ออกมาเธอนั่งแท็กซี่ไปลงหน้าหอพักของทางร้านโดยตรง เป็หอพักที่มีขนาดกว้างพอสมควรโดยมีทั้งหมดห้าชั้น แต่ละชั้นมีห้องพักห้าห้องชั้นล่างมีห้องลงทะเบียนสำหรับผู้เข้าพักซึ่งณิชาแจ้งชื่อโดยตรงกับหญิงวัยกลางคนร่างท้วมผมสั้นว่า
“สวัสดีค่ะฉันชื่อเหยาเหยา มาจากร้านจินหลงแอนทีค ปู่กู้ให้มาแจ้งการเข้าพักที่นี่ค่ะ”
วั่นจวนเหลือบตาขึ้นมองสาวสวยตรงหน้าด้วยความแปลกใจทว่าเธอเข้าใจคำสั่งของกู้เลี่ยงหวงเป็อย่างดีจึงให้การ
ต้อนรับอย่างเป็มิตรว่า
“สวัสดีฉันชื่อวั่นจวน เรียกฉันว่าพี่สาวจวนก็ได้ อะนี้กุญแจห้องของน้องสาวห้องอยู่ชั้นสองทางริมสุด ต้องให้ฉันเดินไปส่งไหม?”
ท้ายประโยควั่นจวนสอบถามณิชาอย่างไม่แน่ใจเนื่องจากเธอกำลังติดพันกับงานด่วนที่เข้ามาพอดี จึงไม่้าผละไปส่งณิชาแต่เลือกที่จะถามความสมัครใจก่อน
ณิชาเหลือบมองเห็นเอกสารกองเต็มหน้าวั่นจวนทำให้เธอเข้าใจในทันทีว่าอีกฝ่ายคงกำลังยุ่งกับงานตรงหน้าจึงไม่สะดวกไปส่งตนเองเธอตอบกลับอย่างผ่อนคลายว่า
“ไม่เป็ไรค่ะฉันเดินไปเองได้ แล้วที่นี่เป็หอพักรวมชายหญิงหรือคะ?”
ณิชาสอบถามวั่นจวนอีกครั้งด้วยความสงสัยเนื่องจากเธอเหลือบมองเห็นชายหนุ่มและหญิงสาวหลายคนเดินขึ้นลงบันไดทำให้เธอต้องสอบถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง
“ใช่พวกผู้ชายอยู่ชั้นบน ก็ชั้นที่สามสี่ห้านั่นแหละ ส่วนผู้หญิงมีไม่กี่คนเลยได้อยู่ชั้นหนึ่งและสอง ห้องฉันอยู่ข้างๆ ห้องนี้แหละ ถ้ามีอะไรก็มาเรียกได้ ที่นี่รับรองเื่ความปลอดภัยไม่ต้องกังวล”
วั่นจวนอธิบายให้ณิชาฟังอย่างใจเย็นซึ่งเธอพอจะเข้าใจความกังวลของอีกฝ่ายอยู่บ้าง เนื่องด้วยณิชาเป็หญิงสาวที่กล่าวได้ว่าสวยมากกว่าดาราหลายคนฉะนั้นจึงไม่แปลกที่สาวสวยจะเกิดความกังวล พร้อมทั้งยืนยันเื่ความปลอดภัย
เนื่องจากเป็มาตรการที่ชัดเจนจากเ้านายซึ่ง้าดูแลความปลอดภัยให้กับพนักงานในเครือฟิวเจอร์กรุป
“อ้อ! ขอบคุณมากค่ะ”
ณิชาพยักหน้ารับอย่างเข้าใจเธอรู้สึกคลายกังวลไปบางส่วน รวมทั้งสบายใจเกี่ยวกับความปลอดภัยมากขึ้นซึ่งแสดงว่าผู้บริหารของร้านจินหลงแอนทีคใส่ใจกับความปลอดภัยและสวัสดิการของพนักงานดีทีเดียว
เมื่อรับทราบข้อมูลที่ควรรับรู้แล้วณิชาหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าเดินขึ้นบันไดชั้นสองไปเองเพราะหอพักแห่งนี้ไม่มีลิฟต์ไว้คอยบริการ ทว่าอย่างน้อยเธอก็ไม่ต้องเดินไกลนักรวมทั้งการได้อยู่ในห้องริมสุดซึ่งทำให้เธอรู้สึกพึงพอใจกับหอพักนี้ทีเดียว
สภาพแวดล้อมของหอพักโดยรวมมีความสะอาดสะอ้านเป็ระเบียบมีพื้นที่สำหรับจอดรถยนต์ประมาณเจ็ดแปดคันและพื้นที่สำหรับจอดรถจักรยานยนต์อีกนับสิบคันมีตู้บริการน้ำร้อนเย็นที่ด้านล่างหอพัก รวมทั้งที่ทิ้งขยะแยกเป็สัดส่วน
ณิชาเดินลากกระเป๋ามาถึงหน้าห้องพักของตนเองพอดีเธอกำลังหยิบกุญแจไขลูกบิดประตูห้อง พลันมีหญิงสาวสวยจากห้องข้างๆโผล่หน้าออกมาตรวจสอบเธอด้วยความแปลกใจ
“เอ๊! เป็คนใหม่หรอกหรือ? ฉันนึกว่าลี่เอ๋อร์จะกลับมาแล้ว”
เสียงทักทายที่เอ่ยถึงชื่อหญิงสาวคนอื่นทำให้ณิชาเลิกคิ้วมองด้วยความแปลกใจเธอยังไม่ทันได้ตอบกลับอีกฝ่ายไป ทว่าหญิงสาวผมยาวคนดังกล่าวเดินออกจากห้องมาทักทายเธออย่างจริงจังว่า
“สวัสดีฉันชื่อจางซิยี่ เรียกว่าคุณจางก็ได้ คุณเป็พนักงานใหม่ร้านไหนหรือ? แล้วชื่อว่าอะไรละ? ฉันจะได้เรียกถูก”
ณิชายิ้มน้อยๆ ให้อย่างเป็มิตรโดยเธอแนะนำตัวเองกับจางซิยี่อย่างเป็ทางการเพราะััได้ว่าอีกฝ่ายเป็คนพูดมากจึง้าเว้นระยะห่างและไม่ควรให้ความสนิทสนมเกินไป
“สวัสดีค่ะฉันชื่อเทียนอู๋เหยา เรียกฉันว่าเหยาเหยาก็ได้ค่ะ ฉันทำงานอยู่ร้านจินหลงแอนทีคแล้วคุณละคะคุณจาง?”
จางซิยี่พยักหน้าเข้าใจข้อมูลเบื้องต้นของณิชาเธอแอบอิจฉาในความสวยและสาวของเพื่อนข้างห้องทว่าเธอไม่ได้แสดงออกน่าเกลียดจนเกินไป ซึ่งเธอตอบกลับคำถามของณิชาอย่างโอ้อวดว่า
“ฉันทำงานเป็นักประเมินโบราณวัตถุที่ร้านยู่หลง”
ณิชายิ้มมุมปากด้วยความสนใจกับท่าทางโอ้อวดหน้าที่การงานของอีกฝ่ายเธอพบว่าตำแหน่งงานนี้มีความสำคัญสำหรับร้านขายโบราณวัตถุเป็อย่างมากฉะนั้นจึงไม่แปลกที่อีกฝ่ายจะแสดงท่าทางข่มตนเช่นนี้
“หรือคะ? ดีจริง” ณิชาพยักหน้าเข้าใจ
“น้องสาวมีแฟนหรือยัง?” จางซิยี่โพล่งถามต่อด้วยความสงสัยเนื่องจากเห็นณิชาเดินทางมาคนเดียว โดยไม่มีคนช่วยถือกระเป๋า
“ฉันขอตัวไปเก็บของก่อนนะคะ”
ณิชายิ้มน้อยๆให้อีกฝ่าย แล้วกล่าวขอตัวทันทีเพราะไม่้าสนทนากับจางซิยี่อีกเนื่องจากเธอไม่้าพูดเื่ส่วนตัวของตนรวมทั้งไม่พบประโยชน์ในการสร้างสัมพันธ์ครั้งนี้กับเพื่อนข้างห้อง จึง้าพื้นที่ส่วนตัวในการจัดห้อง
พักใหม่ดีกว่า
ขณะณิชาลากกระเป๋าเข้าห้องพักตนเองเธอได้ยินเสียงพูดพึมพำของจางซิยี่ลอยมาอย่างตั้งใจว่า
“สงสัยน้องสาวเหยาจะเป็พนักงานประชาสัมพันธ์ร้านสาขาจินหลงเปลี่ยนกลยุทธ์ใช้คนสวยแล้วหรือ?ไม่ได้การละ ต้องบอกผู้จัดการร้านยู่หลง ไม่งั้นร้านจินหลงแย่งลูกค้าไปหมดแน่ๆ”
ณิชาเข้าใจความหมายที่จางซิยี่พึมพำออกมาอย่างชัดเจนเนื่องจากเมืองซีอานมีร้านจำหน่ายโบราณวัตถุของเครือฟิวเจอร์กรุปมากถึงสามแห่งได้แก่ ร้านจินหลง ร้านยู่หลง และร้านเฉียนหลงฉะนั้นเงินเดือนและเงินโบนัสแต่ละร้านมีความเหมือนหรือแตกต่างบางรายการเป็ผลให้แต่ละร้านเกิดการแข่งขันกันในทียกเว้นการรับซื้อที่ไม่มีผลได้หรือเสียกับร้านสาขาใดๆ
..........
เมื่อณิชาเข้ามาในห้องพักตนเองเธอพบว่าเป็ห้องขนาดพอดีในการพักคนเดียว มีเตียงนอนขนาด 3.5 ฟุตพร้อมตู้เสื้อผ้าขนาดเล็กและโต๊ะเขียนหนังสือพร้อมเก้าอี้ด้านติดผนังห้องด้านหนึ่งมีโต๊ะกลางสำหรับกินข้าวและโซฟาตัวเล็กสองตัวมีห้องน้ำและห้องสุขาอยู่รวมกันด้านหลังห้องพร้อมกับระเบียงด้านหลังที่มีตาข่ายปิดกั้นไม่ให้โผล่ออกนอกระเบียงได้
“ห้องพักสะดวกทีเดียวเหมาะสำหรับคนโสดอยู่คนเดียว อย่างน้อยฉันก็ประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้มาก ดีจริงๆ”
ณิชาพยักหน้าอย่างพึงพอใจในห้องพักส่วนตัวเธอรีบจัดข้าวของให้เรียบร้อย โดยวางแผนที่จะไปกินข้าวด้านนอกพร้อมกับไปสำรวจร้านบริการอินเทอร์เน็ตเพื่อหาช่องทางสร้างรายได้ต่อไป
“มีคนแซ่เทียนอยู่ในเมืองนี้มากทีเดียวแต่ดูความเชื่อมโยงแล้ว ไม่น่าเกี่ยวข้องกับแม่เลย เดี๋ยวค่อยไปค้นหาอีกที”
ณิชาหยิบโทรศัพท์มาดูข้อความแจ้งเตือนเป็เนื้อหาส่งผ่านมาจากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ร้านฟิวเจอร์อินเทอร์เน็ตซึ่งเธอคิดที่จะไปเขียนโปรแกรมติดตั้งเพื่อค้นหาในร้านใหม่ เนื่องจากกังวลว่าจะมีคนตรวจสอบร่องรอยการฝังโปรแกรมของตนเอง
“ฉันคงกลับไปแก้โค้ดโปรแกรมที่ร้านเดิมไม่ได้แล้วเดี๋ยวจะมีคนสงสัย ไปหาร้านใหม่ดีกว่าหวังว่าจะพบข้อมูลที่เป็ประโยชน์มากกว่านี้นะ”
ณิชาพึมพำอย่างคาดหวังว่าจะพบข้อมูลที่ช่วยให้พบญาติตนโดยเร็วอย่างน้อยเธอจะได้วางแผนชีวิตในอนาคตได้เหมาะสมต่อไป
อย่างไรก็ตามณิชาไม่รู้เลยว่าการฝังโปรแกรมของเธอได้เรียกความสนใจจากจ้าวหลงไปเรียบร้อยโดยเขาพยายามฝึกฝนทักษะเพื่อเอาชนะโปรแกรมของเธออยู่อย่างจริงจัง