เจมส์ดูภาพฉายที่ทอยแอบถ่ายนำกลับมา เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเห็นใจออย
แต่อย่างใดก็ดีต้นเหตุทุกอย่างดูเหมือนจะเกิดจากหญิงชราชื่อขิม
หล่อนเป็นแม่นายสิงห์ เป็นย่าของโอมพอเห็นว่าพวกเขาเสียชีวิตจึงมุ่งมั่นที่จะฆ่าเจมส์
เจมส์อยากจะบอกเหลือเกินว่าเขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายเหล่านั้น แต่พอคนเราโกรธมักจะขาดสติ ดังนั้นการอธิบายจึงเปล่าประโยชน์
“เจ้านาย จะดำเนินการตามแผนขั้นถัดไปเลยดีไหมครับ” ทอยถามพร้อมกับถูไม้ถูมือ ดูเหมือนไม่กี่วันที่ผ่านมาหุ่นแบนเนอร์ยอดนักเต้นรายนี้จะสนุกมาก ถึงได้มีท่าทางร่าเริงผิดวิสัย
“แน่นอน แผนการจะต้องดำเนินต่อ!” เจมส์เก็บความเห็นใจหล่อนไว้ในส่วนลึก
เรื่องนี้จะโทษว่าเขาใจร้ายก็ไม่ได้ เพราะฝ่ายเริ่มคือครอบครัวของนายสิงห์ งั้นก็ควรจะให้มันจบได้แล้ว
ทอยพยักหน้ากระตือรือร้น มองเจ้านายหยิบของบางสิ่งออกมาจากหน้าหนังสือ
สิ่งที่เห็นอยู่มีลักษณะเหมือนกับโดรนขนาดใหญ่ แต่รูปร่างบางมุมดูคล้ายกับแมลง
'เครื่องพ่นสสาร บรรจุสารได้มากกว่า 20 ลิตร นอกจากนั้นยังมีโหมดล่องหน'
'ผลเสียด้านลบ สารจะเรียกแมลงเข้ามากัดกินต้นไม้ใบหญ้า หรือสิ่งใดก็ตามที่สัมผัสสสาร'
เจมส์พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
นี่คือสิ่งประดิษฐ์ของแดรรี่ กริมม์บิสต์ 'อัจฉริยะเหนือมนุษย์'
ในเนื้อเรื่องแดรี่ใช้แก้ปัญหาแปลงดอกไม้ของภรรยา เนื่องจากเขาขี้เกียจเกินกว่าที่จะเดินไปรดน้ำต้นไม้เอง จึงสร้างเครื่องพ่นอัตโนมัติที่มีลักษณะคล้ายโดรนและแมลง
ผลเสียด้านลบนี้ทำให้เจมส์พอใจ
ทีแรกเขาคิดว่าจะใช้'น้ำยาปรับสภาพผิว'แต่ทว่าพอนึกถึงครั้งล่าสุดใช้กับไร่พยัคฆ์ มันเกือบทำให้คนข้างในไร่เสียชีวิตทั้งหมด
เจมส์เห็นภาพการล่มสลายมากับตา ดังนั้น'น้ำยาปรับสภาพผิว'จึงถูกจัดอยู่ในตัวเลือกสุดท้าย
ชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม ทอยในสภาพถือโดรนแมลงด้วยมือขวาเดินขึ้นไปบนดาดฟ้าเรือ'เมจิกเชี่ยน'
ตอนนี้คนที่อยู่บนเรือนอกจากเขาแล้วก็มีเจ้านาย สุนัขสองตัว เดย์และหุ่นกะลาสีเรือ
ส่วนเบียร์และมิวสิคเห็นว่าติดธุระที่วิทยาลัย
วางโดรนแมลงสีขาวไว้บนดาดฟ้าเรือ เดินถอยออกมาเล็กน้อย หยิบรีโมทควบคุมที่ดูคล้ายจอยสติ๊กขึ้นมา เปิดการใช้งานด้วยการกดค้าง
เจมส์นั่งอยู่ไม่ไกล คอยดูทอยเล่นเจ้าแมลงสีขาวตัวใหญ่
สักพักปีกเริ่มขยับ นัยน์ตาคู่นั้นเป็นสีฟ้าแล้วเริ่มบินขึ้นท้องฟ้า
เสียงมอเตอร์เงียบสงบ ไม่ได้ยินเสียงแม้มันจะบินอยู่ต่ำ ราวกับว่าเสียงรบกวนทั้งหมดถูกตัดออก
ทอยขยับปุ่มในมือด้วยความชำนาญ
อาจจะเห็นว่าบางครั้งเขาขี้เล่นหรือชอบเล่นเกินจริง แต่ทักษะการขับเครื่องบินนั้นเป็นของจริง แถมยังเก่งพอตัว
โดรนแมลงบินผาดโผนบนท้องฟ้า มันเคลื่อนไหวได้เร็วอย่างกับเครื่องสอดแนมราคาหลายร้อยล้านเหรียญของชาวต่างชาติ
เมื่อทอยกดไปที่ปุ่มล่องหน ทันใดนั้นเครื่องได้หายไปจากวิสัยทัศน์ มองเห็นแต่ท้องฟ้าว่างเปล่า นอกเสียจากคุณจะเป็นผู้ควบคุมรีโมทเท่านั้นจึงจะเห็นเครื่องบนหน้าจอขนาดเล็ก
“เจ้านาย น้ำผลไม้ค่ะ” เดย์ที่อยู่ในชุดแนบเนื้อเดินเข้ามา
“ขอบใจนะ” เจมส์พยักหน้า หยิบเครื่องดื่มขึ้นมากิน
ใช่นี่เป็นวันปกติธรรมดาสำหรับเจมส์ แต่สำหรับครอบครัวออย กำลังจะเผชิญหายนะ
........
หลังจากเล่นจนพอใจบนดาดฟ้าเรือ ทอยใช้งาน'ประตูสายรุ้ง'เพื่อมาที่เชียงใหม่
ด้วยลักษณะเขาที่ดูโดดเด่น แม้จะหัวล้านก็ไม่มีใครกล้าหัวเราะเยาะ กลับกันมีผู้หญิงหลายคนในโรงแรมอยากเข้าไปทำความรู้จัก
แต่อย่างใดก็ดีในตอนนี้ทอยไม่มีผู้หญิงอยู่ในสายตา กำลังคึกเพราะของเล่นในมือ อยากขับรถไปถึงไร่ชาโดยเร็วที่สุด จึงเดินย่ำไวๆ โดยไม่รอใครสักคน
อย่างรวดเร็วรถโรลส์ รอยซ์ขับมาถึงที่หมาย
ทอยไม่ได้เลือกเข้าไปในไร่โดยตรง แต่อยู่ห่างออกมาหลายร้อยเมตร
เมื่อลงจากรถก็หยิบอุปกรณ์ออกมา สวมใส่แว่น รีโมทควบคุม เปิดการทำงานโดรนแมลง พร้อมกับหัวเราะคิกคัก
เมื่อโดรนแมลงบินขึ้นท้องฟ้ามันเข้าสู่โหมดล่องหน
ด้วยการบังคับระดับผู้เชี่ยวชาญโดรนบินมาถึงไร่ชาของแดเนียล จากนั้นทำการปล่อยสสารเพื่อที่จะเรียกแมลงให้มากัดกินใบชา
ถึงแม้ไร่ชาจะมีขนาดใหญ่โตแต่โดรนแมลงก็มีประสิทธิภาพมาก
ทอยสามารถปรับโหมดกระจายสสารเป็นวงกว้าง ทำให้การบินเหนือไร่ชาใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงก็แล้วเสร็จ
“ฮี่ฮี่ คอยดูว่าพวกเขาจะทำหน้ายังไง สนุกจริงๆ” ทอยตบโดรนแมลงด้วยความย่ามใจ
จัดการภารกิจเสร็จไม่คิดแช่อยู่นาน รีบกลับออกไปทันที
.......
วันนี้เจมส์มาเรียนตามปกติ กำลังจะกลับไปบนเรือเพราะไม่มีเรียนคาบบ่าย
แต่ครั้นออกมาจากห้องได้ไม่กี่ก้าว ก็ถูกเสียงหนึ่งเรียกจากด้านหลัง
“นักศึกษาคนนั้น อาจารย์มีธุระจะคุยด้วย ตามอาจารย์มานี่หน่อยสิ”
เขาจำได้แม่นว่าหล่อนคือเกรซ เพื่อนสาวตีนหนักที่ขับ Ford Mustang คันสีแดงวันนั้น
“ครับ ได้อยู่แล้ว” แม้จะตกใจที่อยู่ๆ หล่อนเข้าหา แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ปฏิเสธคำเชิญ
เป็นเวลาเที่ยงวัน ดังนั้นในห้องพักอาจารย์จึงไม่มีคนอยู่นอกจากทั้งสองคน
เจมส์นั่งลงบนเก้าอี้ มองหญิงสาววัย 28 ปีตรงหน้าพร้อมกับตั้งคำถาม “อาจารย์มีอะไรจะพูดหรือเปล่าครับ ถ้าไม่ผมจะไปแล้วนะ”
“อย่าเพิ่งไป!” สำหรับเกรซโอกาสที่จะได้อยู่กับเจมส์ไม่ใช่เรื่องง่าย หล่อนต้องใช้เวลาและหาจังหวะที่เหมาะสม ดังนั้นจะปล่อยให้เขาไปแบบนี้ได้ยังไง
เจมส์เลิกคิ้วหนึ่งข้าง รอให้หล่อนเปิดปากพูด
เกรซผ่อนลมหายใจครู่หนึ่ง ตามด้วยกล่าว “อาจารย์รู้ว่าเธอสนิทกับท่านอธิการบดีมาก เลยมีเรื่องอยากให้ช่วย”
“นึกว่าอาจารย์จะสารภาพรักผมซะอีก ถึงได้ทำตัวลับๆล่อๆ”
“ใช่ซะที่ไหนล่ะ!” เกรซค้อนวงหนึ่ง “อาจารย์เป็นอาจารย์ ไม่เคยคิดเรื่องไร้ยางอายอย่างนั้นหรอก อีกอย่างเธอก็มีแฟนตั้งสองคน ยังไม่พออีกเหรอ!”
“อาจารย์มั่นใจได้ยังไงว่าผมมีสอง...” เจมส์กระตุกยิ้มมุมปาก เห็นใบหน้าหล่อนฉายแววร้อนรนก็รู้สึกน่ารักไปอีกแบบ จึงอยากเย้าแหย่
“ไม่ได้มีสองเหรอ...” เกรซทำหน้าเหวอ สักพักจึงตวาดเสียงดัง “เดี๋ยวสิ ออกนอกเรื่องแล้วอาจารย์ไม่ได้อยากรู้สักหน่อย!”
“ฮ่าฮ่า อย่าโกรธสิครับพอดีเห็นอาจารย์ดูเครียดๆ ก็เลยแกล้งเท่านั้นเอง แต่เรื่องที่ผมพูดน่ะเป็นเรื่องจริงนะ”
เกรซตัดบทไร้ยางอายของชายหนุ่ม “นั่นมันเรื่องของเธอ ตอนนี้อาจารย์มีปัญหาอยู่หนึ่งอย่างไม่รู้ว่าเธอจะช่วยอาจารย์ได้ไหม”
“ได้สิครับ” เจมส์ไม่รู้ว่าเรื่องอะไรแต่ก่อนหน้านั้นหล่อนพูดเกี่ยวกับท่านอธิการบดี นั่นหมายความว่าเขาสามารถช่วยได้
“ความจริงอาจารย์ไม่ชอบอาชีพครูสอนหนังสือแต่ที่บ้านบังคับ ก็เลยอยากออกไปทำงานที่ตัวเองชอบ ไม่ต้องมาอึดอัดแบบนี้...” เกรซบอกความอัดอั้นของตัวเองที่ต้องทนมาหลายปี
“งั้นก็ลาออกสิครับ”
“ไม่ง่ายแบบนั้นน่ะสิ ที่บ้านอาจารย์ไม่ยอมหรอก ดังนั้นเลยอยากให้เจมส์ช่วย...”
“เข้าใจแล้วครับ แต่อาจารย์มีอะไรมาแลกเปลี่ยน?”
“เอ๋...ไม่ได้ทำให้ฟรีๆ เหรอ” เกรซเบิกตาโพลง มองลูกศิษย์ที่กำลังยิ้มให้ตนอย่างไม่พอใจ
“อาจารย์เองก็น่าจะรู้ว่าผมทำธุรกิจ ดังนั้นในพจนานุกรมของผมจะมีคำว่าขาดทุนได้ยังไงจริงไหมครับ”
“เอาล่ะเธอต้องการอะไร!” เกรซสูดหายใจเข้าลึก เตรียมรับข้อเสนอพิศดาร
“ตอนนี้ยังคิดไม่ออก อาจารย์ลองบอกผมหน่อยว่าหลังจากออกจากวิทยาลัยกุหลาบขาวจะทำอะไรต่อ” เจมส์แบมือว่า
เกรซตอบแน่วแน่ “คาเฟ่ นั่นคือสิ่งที่อาจารย์อยากทำมาตลอด มันคือความฝันของอาจารย์!”
“โอเค ผมจะเปิดคาเฟ่ให้อาจารย์ก็แล้วกัน แต่ผมเป็นเจ้าของนะ” เจมส์สรุปง่ายๆ
“เอ๋...มันจะดีเหรอ เธอเปิดร้านเกี่ยวกับอาหารทะเลไม่ใช่เหรอ”
“ผมไม่ได้จำกัดในกรอบแคบๆ เลยอยากลองทำอะไรใหม่ๆ ดูบ้าง อีกอย่างคือ...อาจารย์จะได้อยู่ในสายตาของผมยังไงล่ะครับ”
คำตอบเรียบง่าย แต่ก็ทำให้คนฟังหน้าแดงได้
“เดี๋ยวเถอะ! อาจารย์เป็นอาจารย์ของเธอนะ กล้าดียังไงคิดเรื่องแบบนี้”
“แค่ตอนนี้เท่านั้นแหละครับ” เจมส์พูดเหมือนกับกำลังล้อเล่น
เกรซอยากจะกำราบความมั่นใจของเขา แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำ เพราะยังต้องพึ่งพาอีกฝ่ายเรื่องออกจากวิทยาลัย
...
“เอ๋...หมอนั่นเข้าไปทำไมในห้องอาจารย์?” อาจารย์หนุ่มเห็นเจมส์เดินเปิดประตูออกมาพอดี จึงเกาศีรษะเหมือนคนโง่งม
เมื่อเขาหมุนลูกบิดประตูเข้ามาในห้อง เห็นอาจารย์เกรซหน้าแดงจึงเกิดความคิดด้านลบ
“อาจารย์เกรซ เขาไม่ได้ทำอะไรคุณใช่ไหมครับ!” อาจารย์หนุ่มถาม
เกรซเงยหน้าขึ้น “หมายความว่ายังไงเหรอคะ?”
“เขาไม่ได้ทำอะไรคุณใช่ไหมครับ..เช่น...”
เกรซดูเหมือนจะเข้าใจสิ่งที่เขาต้องการสื่อ รีบส่ายหน้าทันที
อาจารย์หนุ่มเห็นแบบนั้นก็คิดว่าใช่แน่ๆ
ส่วนสาเหตุที่หล่อนไม่ยอมบอกก็เพราะกลัวอำนาจของเจมส์ในวิทยาลัย
“ไอ้เด็กเวร! คอยดูเถอะกูจะหาหลักฐานมาไล่มึงออก!” อาจารย์หนุ่มตั้งใจแน่วแน่ นิ้วมือทั้งสิบกำแน่นด้วยความโกรธ
......
เชียงใหม่
แดเนียลเดินลงจากห้องทำงานมาดูไร่ชาทุกเช้าเป็นเรื่องปกติ
แต่วันนี้แค่เดินมาได้ไม่กี่ก้าว ขาของเขาถึงกับไร้เรี่ยวแรง