เหล้าบัวหิมะนั้นมีราคาที่แพงมาก ทว่ามันน่าจะอยู่ในงบที่ยูจินฮาสามารถซื้อได้
จุงกิ หรือ เ้าของร้านเหล้า เขานั้นได้รับร้านเหล้านี้สืบต่อมาจากปู่ของเขา
เขาเดินเข้าไปยังภายในส่วนด้านในของร้านก่อนที่จะหยิบขวดเหล้าขวดหนึ่งขึ้นมาจากเหล้าจำนวนกว่าหลายสิบขวดออกมา
"เหล้าบัวหิมะที่ฉันมี มีอายุมากกว่าหลายร้อยปี มันถูกบ่มมาั้แ่สมัยบรรพบุรุษของฉัน ยิ่งเหล้ามีอายุมากเท่าไหร่ราคามันก็ยิ่งแพงขึ้นเท่านั้น ยิ่งเหล้าที่มีประวัติด้วยแล้ว ราคามันยิ่งแพงขึ้นไปอีก"
จุงกิเข้าโหมดขายของ เขานั้นพยายามทำให้เหล้าดูมีราคาที่สูงขึ้น
ยูจินฮามองไปที่จุงกิก่อนที่จะส่ายหัวและพูดขึ้น
"นี่กำลังคิดที่จะรีดไถเด็กหรือยังไงกัน"
จุงกิยิ้มเมื่อได้ยินที่ยูจินฮาพูด เขายักไหล่ก่อนที่จะตอบกลับ
"เด็ก? ฮ่าๆ พูดเป็เล่น ถึงจะเป็เด็กก็เถอะ คนที่เข้ามาในบริเวณนี้ได้มีแต่พวกฮันเตอร์ไม่ก็พวกเด็กฝึกหัด มาตรฐานการขายแบบนี้ถือว่าเป็ปกติ อีกอย่างหนึ่งฉันบอกไปแล้วว่าพอซื้อได้สองขวดไม่ใช่หรือยังไง"
"สาม เงินจำนวนนี้ซื้อได้สามขวด"
ยูจินฮามองไปที่ขวดเหล้า เขาช่วยไม่ได้ที่จะหลี่ตาลงและขอเหล้าเพิ่มเป็สามขวด
"สามขวด? นี่เธอกำลังจะขูดรีดฉันกลับหรือยังไง สอง เงินเท่านั้นซื้อได้แค่สองขวดเท่านั้น"
จุงกิได้ยินแบบนั้นเขาก็ไม่ยอม ขายให้ในราคานี้ก็ถือว่าถูกมากแล้ว ราคาที่เขาขายนั้นอยู่ที่ขวดละหนึ่งล้านวอน(สองหมื่นกว่าบาท) มันถือว่าเป็ราคาที่ถูกมากๆเมื่อเทียบอายุและประวัติความเป็มาของเหล้า
แน่นอนเหล้าแบบนี้มันจะต้องขายได้ในราคาสูงกว่านี้มาก แต่ที่เขาขายราคานี้เพราะมันขายไม่ออก คนที่ดื่มมันเข้าไป ถึงจะบอกว่าอร่อยแต่กลับไม่มีใครกลับมาซื้ออีก
หลายปีที่ผ่านมาเขาขายเหล้าบัวหิมะไปได้แค่สามขวดเท่านั้น
เขาคงไม่รู้ว่า คนที่ซื้อเหล้าของเขาไป พวกเขาเอาไปทำอย่างอื่นที่ไม่ใช่การดื่ม อย่างเช่นนำไปใช้สำหรับล้างแผล
ที่มันกลายเป็ยาสำหรับล้างแผลเป็เพราะว่าไม่มีใครสามารถกินมันได้มากกว่าหนึ่งอึก ถ้ากินมากกว่านั้นพวกเขาจะป่วยเป็หวัดใหญ่
พวกเขา้าฟ้องร้องจุงกิที่ขายเหล้าแบบนี้ให้พวกเขา
ทว่าพวกเขาได้เอาเหล้าบัวหิมะไปทำการตรวจสอบและพบว่ามันไม่มีสารอันตรายอะไร ร่างกายของพวกเขาแค่อ่อนแอเกินไปที่จะกินมันก็เท่านั้นเอง
พวกเขาจึงไม่มีทางเลือกอื่น พวกเขาทำได้แค่เอามันมาเป็น้ำยาล้างแผลราคาแพงเท่านั้น และนอกจากนั้นพวกเขายังช่วยกันทำให้ร้านนั้นมีชื่อเสียงที่ตกต่ำ ทำให้ไม่มีฮันเตอร์คนไหนอยากจะเข้ามาที่ร้านนี้อีก
ยูจินฮาได้ยินที่จุงกิพูด เขาก็ช่วยไม่ได้ที่จะบอกความจริงเกี่ยวกับเหล้าที่เขาเอาออกมา
"เหล้าพวกนี้ถูกบ่มมาแบบผิดๆ ดูที่ขวดเหล้าที่ใช้และการบรรจุแล้ว ยังไงก็สามขวด"
"หมายความว่ายังไง บ่มมาแบบผิดๆ และขวดเหล้าที่ใช้และการบรรจุ"
จุงกิเริ่มโกรธ หากยูจินฮา้าจะให้เขาลดราคาก็ควรจะพูดมาแบบตรงๆ ไม่ใช่พูดแบบนี้
และก่อนที่จุงกิจะได้พูดอะไรที่เขาจะเสียใจทีหลัง ยูจินฮาก็พูดขึ้นมาก่อน
"นี่ล้อกันเล่นใช่ไหม ดูให้ดีๆ พาชนะที่ใช้ในการบ่มเหล้าคืออะไร"
"ขวดแก้ว"
"ใช่แล้ว ใครเขาบ่มเหล้าบัวหิมะในขวดแก้วกัน เขาบ่มกันในถังไม้ที่ทำมาจากไม้ของต้นไม้ในป่าหิมะ ส่วนการบรรจุจะใช้ผ้าจากใยไหมของไหมหิมะในการกรอง หลังจากนั้นก็ปิดฝาด้วยการผนึกไม้โดยใช้ไหมหิมะเป็ตัวทำให้แน่น แบบนั้นแล้วจะไม่เสียทั้งรสและไอเย็นจากบัวหิมะ ทำให้หยินนั้นบริสุทธิ์มากยิ่งขึ้นด้วย"
ยูจินฮาสั่งสอนจุงกิเกี่ยวกับการหมักเหล้าบัวหิมะ จุงกิถึงกับอ้าปากค้าง ทว่าเขานั้นพยายามจดข้อมูลทุกอย่างที่ยูจินฮาให้กับเขามา
เขาจำที่ปู่เขาพูดได้ว่า การบ่มเหล้าบัวหิมะนั้นหายไปเมื่อพันปีที่แล้ว ทำให้การบ่มเหล้านั้นไม่ดีเท่าที่ควร
"นี่เธอไปเอาความรู้แบบนี้มาจากไหนกัน"
"อ่านมาจากในอินเตอร์เนต"
"...เอาอย่างนี้ไหม ถ้ายอมบอกว่าไปหาความรู้นี้มาจากไหน ฉันจะให้เหล้าบัวหิมะกับเธอฟรีๆสามขวด"
"ห้าขวด"
"...ห้าขวดก็ห้าขวด"
"ดี ฉันจะบอกให้ว่าฉันได้ความรู้นี้มาจากไหน ในตอนนั้นที่ฉันไปยังวัดร้างแห่งหนึ่ง"
ยูจินฮาพูดมั่วๆไป ทว่าการมั่วของเขาเป็การมั่วที่มีหลักการ มันทำให้จุงกินั้นเชื่อสนิท วัดที่เขาไปมานั้น มันอยู่ในบันทึกครอบครัวของเขาจริงๆ และมันเป็วัดที่ยายทวดของยายทวดของยายทวดนั้นพบรักกับชายผู้หนึ่ง
น่าเสียดายที่ความรักของเธอนั้นไม่สมปรารถนา เธอนั้นหันหลังให้กับทางโลกและเขาวัดเพื่อศึกษาธรรมะ และท้ายที่สุดก็ได้สร้างสำนักของตัวเองขึ้นมา
เป็สำนักที่รักแต่หญิงบริสุทธิ์เท่านั้น
สำนักนั้นในตอนนี้ก็ยังโด่งดัง แถมยังมีกิลด์เป็ของตัวเองด้วย กิลด์นั้นก็เป็กิลด์ที่ใหญ่เป็อันดับต้นๆของประเทศด้วย