ข่าวการหย่าขาดพระชายารองและเหล่าอนุของท่านอ๋องสาม เฉินเฟยเทียนแพร่กระจายไปทั่วทุกหย่อมหญ้า มิมีที่ใดมิพูดถึงเื่นี้ บ้างก็ว่าเหล่าชายาอนุของท่านอ๋องได้กระทำผิดตามที่ได้ระบุโทษเอาไว้ แต่บ้างก็ว่าเป็เพราะท่านอ๋องโปรดปรานพระชายาเอกเสียจนยอมหย่าขาดจากเหล่าชายาอนุเ่าั้ แต่ทว่าข่าวการตั้งครรภ์ของพระชายาเอกท่านอ๋องสามกลับถูกปิดเงียบ มิมีผู้ได้ล่วงรู้ถึงเื่นี้ คงจะมีเพียงคนภายในครอบครัวและคนสนิทที่ไว้ใจได้เท่านั้น
“พวกเ้าระวังๆ หีบนั้นเป็ยาบำรุงชั้นดีจากแคว้นโจว จะให้เสียหายมิได้เป็อันขาด” เสียงหวานแต่แฝงไปด้วยอำนาจของฮองเฮาหลี่เอ่ยเตือนข้ารับใช้ ที่ช่วยกันขนของกำนัลและยาบำรุงชั้นดีเข้าจวนท่านอ๋องสาม เพราะหลังจากที่ท่านหมอจ้าวให้การรักษาเจียวซินเรียบร้อยแล้วก็รีบนำข่าวดีไปแจ้งคนรักของตน องค์รัชทายาทจึงเร่งนำเื่ที่เจียวซินตั้งครรภ์ไปทูลฮ่องเต้และฮองเฮาทันที ทำให้่สายของวันนี้จวนอ๋องสามต้องวิ่งวุ่นรับเสด็จองค์ฮ่องเต้ ฮองเฮา องค์รัชทายาท องค์หญิงเฟยเฟิ่ง องค์ชายหนิงหลง และท่านหมอจ้าวที่ตามมาตรวจอาการ พระชายา
“พวกเ้ารีบจัดการให้เรียบร้อยอย่าให้ตกหล่นแม้แต่หีบเดียว…เื่ทางนี้ปล่อยให้จิ้นหนานควบคุมไปเถิดเรารีบเข้าไปหาหลานกันเถิดเฟิงเฟิง” ฮ่องเต้ เฟยหลงสั่งข้ารับใช้แล้วหันไปชักชวนฮองเฮาหลี่เข้าไปด้านใน
“คิก หลานยังมิเกิดเพคะ สะใภ้เรายังตั้งครรภ์ได้มิถึงสองเดือน”
“โถ่ ก็หลานคนแรกของพี่ หลานคนแรกของราชวงศ์ จะไม่ให้พี่ดีใจได้อย่างไรเล่า”
“เพคะๆ” ฮองเฮาหลี่ยกยิ้มขำสวามีของตน แล้วจึงเดินเข้าไปหาโอรสและสะใภ้ในตำหนักทันที
“เป็อย่างไรท่านหมอ หลานข้าแข็งแรงดีหรือไม่” ฮ่องเต้เฟยหลงที่พึ่งเดินเข้ามาก็เอ่ยถามจ้าวจินเยว่ทันที
“ปลอดภัยและแข็งแรงดีพ่ะย่ะค่ะ หลังจากนี้อาจจะมีอาการแพ้บ้างเป็เื่ปกติ”
“ดีๆ ฮ่าๆ เฟยเทียนจากนี้ดูแลชายาเ้าให้ดี นาง้าสิ่งใดก็ให้รีบหามาให้อย่าได้ชักช้าเข้าใจหรือไม่ ส่วนเจียวซิน เ้ารักษาตนเองให้ดีอย่าได้เจ็บป่วย” ฮ่องเต้เฟยหลงยกมือตบไหล่โอรสอย่างอารมณ์ดี
“เพคะเสด็จพ่อ”
“พวกเ้าก็เช่นกันอย่าได้คลาดสายตาจากนายเ้า ข้าเตรียมของบำรุงมามากจัดการดูแลให้สะใภ้ข้าอย่าให้ขาด” ฮองเฮาหลี่หันไปกำชับคนสนิทของเจียวซิน
“เพคะฮองเฮา”
“เจียวซินเป็อันใดหยือ ไม่สบายหยือ” องค์ชายตัวน้อยที่นั่งบนตักเฟยเฟิ่งอยู่นานขยับลงจากตักผู้เป็พี่แล้วจึงเดินไปหาเจียวซินที่นอนอยู่บนเตียง
“เจียวซินสบายดี อาหลงมิต้องกังวล”
“หนิงหลง ต่อไปเ้าจะให้พี่สะใภ้เ้าอุ้มเทียวไปเทียวมามิได้แล้วนะ หลานของเ้าจะเจ็บเอาได้” องค์รัชทายาทเฟยฉีเอ่ยเตือนน้องชาย เพราะกลัวว่าขนาดตัวที่ไม่เบาของหนิงหลงจะทำให้น้องสะใภ้ของตนลำบาก
“ทำไมหยือ ฮึก ผู้ใดคือหยานหยือ” เด็กน้อยยืนเกาะขอบเตียงมองไปที่ เจียวซินอย่าง้าคำตอบ ร่างเล็กเริ่มสะอึกสะอื้นขึ้นเมื่อพี่ชายเอ่ยห้ามมิให้เจียวซินอุ้มเขา
“องค์รัชทายาทกล่าวเช่นนั้นได้อย่างไร องค์ชายร้องไห้แล้ว” จ้าวจินเยว่กล่าวเตือนคนรักของตนเบาๆ
“ก็…ข้าเพียงตักเตือนเขาเท่านั้น”
“มิเป็ไรเพคะ อาหลงขึ้นมาหาเจียวซินบนเตียงมา” องค์ชายหนิงหลงหันไปมองท่าทีพี่ชายคนโตครู่หนึ่งดั่ง้าขออนุญาตเพราะเมื่อครู่พี่ชายพึ่งกล่าวเตือนเขาไป เมื่อเห็นว่าพี่ชายมิได้กล่าวอันใดร่างเล็กกลมจึงพยายามปีนขึ้นไปบนเตียงอย่างทุลักทุเลแต่ก็เป็ภาพที่น่ารักไม่น้อย เมื่อขึ้นไปได้แล้วร่างเล็กก็ถูก เจียวซินดึงเข้าไปกกกอดทันที
“อาหลงอยากเป็พี่ชายหรือไม่”
“พี่ชาย…เหมือนพี่ใหญ่กับพี่สามหยือ” ใบหน้าเล็กเงยขึ้นมองเจียวซินตาแป๋ว
“ใช่แล้ว เป็พี่ชายที่ดูแลน้อง สอนน้องพูด สอนน้องเดิน สอนน้องเล่น” เจียวซินกล่าวพลางใช้มือลูบแผ่นหลังเล็กเพื่อให้อาหลงของเขารู้สึกอุ่นใจที่จะตอบคำถาม องค์ชายน้อยขมวดคิ้ว ยกนิ้วชี้เล็กๆ ขึ้นมาเคาะที่ศีรษะเบาๆ จนทุกคนอดยิ้มให้กับท่าทางการคิดที่แสนน่าเอ็นดูขององค์ชายน้อยมิได้
“อืม…อยากเป็! น้องอยากเป็ น้องจะสอนให้เขาวาดรูปหงส์ที่เหมือนเป็ดด้วย คิกๆ” คำตอบขององค์ชายน้อยทำเอาเจียวซินและทุกคนในห้องถึงกับหัวเราะออกมา
“หากอาหลงอยากเป็พี่จะต้องช่วยกันดูแลน้อง ตอนนี้น้องยังนอนอยู่ในท้องเจียวซิน เจียวซินจึงมิอาจอุ้มอาหลงได้นานเหมือนเมื่อก่อน แต่เรายังกอดกันได้ จูงมือกันได้ เล่นด้วยกันได้ดังเดิม”
“น้องอยู่ในท้องเจียวซินหยือ ตรงไหนหยือ” ตากลมเบิกกว้างคล้ายกับใ
“ตรงนี้…ตอนนี้น้องยังเล็กนัก แต่เขาจะโตขึ้นเรื่อยๆ ท้องเจียวซินก็จะยื่นออกมาเรื่อยๆ เช่นกัน” เจียวซินจับมือเล็กไปวางทาบทับที่หน้าท้องของตนเอง มือเล็กลูบไปมา พยักหน้าหงึกหงักคล้ายกับว่าเข้าใจที่เจียวซินบอกทุกคำ
“พี่อาหลงจะช่วยเจียวซินดูน้องเอง จะไม่งอแงให้เจียวซินอุ้มด้วย แต่…พี่ขอกอดๆ ได้หยือไม่ สัญญาจะไม่ทำให้น้องเจ็บแน่นอน” องค์ชายตัวน้อยก้มลงเลื่อนหน้าไปตรงท้องของเจียวซินพลางเอ่ยพูดคุย ขออนุญาตจากน้องของเขา
“หึๆ เ้าเลือกมารดาของบุตรเ้าได้ดีนักเฟยเทียน” ฮองเฮาหลี่ที่มองเจียวซินพูดคุยกับหนิงหลงอยู่นานก็กล่าวขึ้นตามความคิดของตน ทุกคนในห้องต่างพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของฮองเฮาหลี่โดยเฉพาะเฟยเทียนที่ยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ภูมิอกภูมิใจกับชายาของตนมิน้อย
“เจียวซินจะสร้างสำนักศึกษาให้ชาวบ้านยากจน นี่เป็แบบที่เจียวซินจะให้ช่างสร้างให้” เจียวซินยื่นแบบร่างของสำนักศึกษาให้เฟยเฟิ่งและหนิงหลงดู หลังจากที่ฮองเฮาและท่านหมอจ้าวสอนการดูแลตนเองและบุตรในท้องให้แก่เจียวซินแล้วเสร็จ ทุกคนก็เดินทางกลับวังหลวงเว้นก็แต่เฟยเฟิ่งและหนิงหลงที่อ้อนวอนมารดาขออยู่เล่นที่จวนอ๋องก่อน
“โอ้ งดงามๆ เจียวซินของน้องเก่งที่สุด” หนิงหลงปรบมือแปะๆ ปากน้อยๆ ขยับชมไม่หยุด ไม่ว่าเจียวซินจะทำอันใดก็ดีทั้งนั้น เฟยเฟิ่งเห็นท่าทีของน้องชายจึงมองไปที่กระดาษ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่น
ประตูสำนักก็ไม่มี หลังคาก็ไม่มี เสาก็ไม่มี จะเป็สำนักศึกษาได้อย่างไรกันเล่า
“เอ่อ…ข้ามองอย่างไรก็มองไม่ออกว่ามันสำนักได้อย่างไร แหะๆ”
“คิกๆ เป็แค่โครงร่างเท่านั้น ทำไว้เพื่อบอกแก่ช่างไม้ว่าจะสร้างอย่างไร มีกี่ห้อง มีผนังกั้นอย่างไร เอาประตูไว้ที่ใด หน้าต่างไว้ที่ใดเท่านั้น มิได้วาดละเอียดเพื่อความงดงาม”
“อ่อ เป็เช่นนี้นี่เอง แล้วในสำนักจะสอนเื่ใดหรือ”
“คาดว่าจะมีงานหัตถกรรม อย่างตัดเย็บผ้า ปักผ้า จักรสานเครื่องใช้ อาจจะมีสอนภาษาชาวตะวันตกและการคำนวณด้วย เ้าว่าควรมีสอนสิ่งใดเพิ่มหรือไม่”
“อืม…ข้าว่ามีดนตรีมาร่วมด้วยคงจะดีไม่น้อย”
“น้องว่าสอนวาดภาพด้วย น้องชอบๆ” องค์ชายหนิงหลงยกมือขึ้นเสนอความคิดของตนออกไป
“ดีๆ เช่นนั้นจิตกรมือหนึ่งของแคว้นคงต้องมาสอนด้วยตนเองแล้วกระมัง” เจียวซินรวบตัวหนิงหลงมากกกอด หยอกล้อกันจนเสียงหัวเราะดังไปทั่วจวน
“คิกๆ พอแล้ววว น้องหิวขนมเราไปเอาขนมกันดีหรือไม่เจียวซิน” มือเล็กลูบท้องกลมๆ ของตนเองให้เจียวซินรู้ว่าเขาหิวจนทนแทบจะมิได้แล้ว
“ได้ เฟิ่งเออร์ไปด้วยกันหรือไม่ พี่กับอาหลงจะเข้าครัวเสียหน่อย”
“ข้ากับโรงครัวมิค่อยจะลงรอยกัน ขอนอนรออยู่ที่นี่ดีกว่า” ว่าแล้วเฟยเฟิ่ง ก็ถดตัวลงนอน ซึมซับบรรยากาศโดยรอบ ปล่อยให้พี่เจียวซินกับหนิงหลงเข้าครัวไปเถิด นางขอรอกินอย่างเดียวเป็พอ ยิ่งใกล้ถึงวัยปักปิ่นเท่าใดเสด็จแม่ก็ยิ่งเข้มงวดเื่งานบ้านงานเรือน นางจึงเบื่อหน่ายโรงครัวเป็ที่สุด เห้ออออ อยู่ในวังใช่ว่าจะทำตัวสบายได้เหมือนอยู่ที่จวนพี่สาม ที่แน่ๆ นางมิอาจนอนตากลมเล่นที่ศาลาในวังได้เพราะหากใครมาเห็นเข้าก็จะนำไปนินทาได้ โดยเฉพาะสนมของเสด็จพ่อที่จ้องจะแขวะเสด็จแม่อยู่ตลอดเวลา
“อื้มมมมม สบายเสียจริง” ตากลมหลับพริ้ม ริมฝีปากแย้มยิ้มออกมามิยอมหุบแสดงถึงอารมณ์ที่แสนเบิกบานของเ้าของร่าง
แต่ทว่า…
“อนุคนใหม่ของท่านอ๋องหรือ มีเต็มจวนเช่นนี้ยังจะหามาเพิ่มอีก น่าสงสารน้องข้าเสียจริง!” เฟยเฟิ่งที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ก็รีบลืมตาขึ้น แล้วเอียงใบหน้าไปมองต้นเสียงทั้งที่ยังนอนอยู่ก็พบเข้ากับชายสูงวัย? หนวดและผมยาวเฟื้อยยืนอยู่นอกศาลา ร่างบางเด้งตัวขึ้นทันที
“เ้าเป็ผู้ใด! เหตุใดจึงกล้ามาเดินไปมาในจวนอ๋องเช่นนี้” ร่างบางยกมือเท้าสะเอววางท่าเสียใหญ่โต
“เป็ผู้ใดก็มิเกี่ยวกับอนุเช่นเ้า ท่านอ๋องนี่อย่างไรแต่งอนุเข้ามาคัดสรรเพียงหน้าตาหรือ จึงเสียกิริยาต่อแเื่เช่นนี้”
“เ้า!!! บังอาจมาว่าองค์หญิงอย่างข้าหรือ หน้อยยย! เ้าดีนักหรือผมเผ้าพะรุงพะรังทั้งหนวดยังยาวเฟื้อยเช่นนี้คงจะเป็แขกมิได้รับเชิญมากกว่า บอกมา!!! เ้าเป็โจรใช่หรือไม่” ข้ารับใช้ที่นั่งอยู่ได้ยินองค์หญิงกล่าวเช่นนั้นก็รีบเข้ามา กันองค์หญิงจากคนแปลกหน้าผู้นี้ทันที ก่อนหน้าพวกเขาคิดว่าคงจะเป็แขกของท่านอ๋องจึงเข้ามาเดินในจวนได้จึงมิมีผู้ใดกล้าเสียมารยาท
“ฮ่าๆ หากอย่างเ้าเป็องค์หญิง ข้าก็คงเป็เทพเซียนแล้วกระมัง” เฟยเฟิ่งโกรธจนหน้าแดงก่ำ ทั้งถูกว่าเป็อนุของพี่ชายตนเองมิพอ ยังมาว่านางโป้ปดเื่เป็องค์หญิงอีก ตากลมเหลือบไปเห็นแท่นฝนหมึกของหนิงหลงจึงเอื้อมมือไปหยิบแล้วปาใส่ชายผู้นั้นทันที
ฟิ๊ว!ชายหนุ่มเอียงตัวหลบแท่นฝนหมึกที่ลอยมาอย่างรวดเร็ว
“หึๆ คิดว่าเพียงเท่านี้จะทำให้รองแม่ทัพเช่นข้าาเ็ได้อย่างนั้นหรือ”
“เ้าโจรถ่อยอย่างเ้ากล้าสวมรอยเป็ถึงรองแม่ทัพเลยหรือ มันจะมากเกินไปแล้ว ทหาร!!! ช่วยด้วย มีโจรอยู่ทางนี้”
“เห้ยยยย พวกเ้าหยุดนะ ข้ามิใช่โจร” ชายหนุ่มใไม่น้อยที่เฟยเฟิ่งและข้ารับใช้ร้องะโโหวกเหวกโวยวายเสียงดัง เจียวซินที่ได้ยินเสียงะโของ เฟยเฟิ่งก็เกรงว่าจะเกินเื่อันตรายขึ้นจึงสั่งให้หนิงเออร์ไปตามท่านอ๋อง ส่วนตนเองนำทหารห้านายไปที่ศาลาริมน้ำ จึงพบเข้ากับชายหนุ่มท่าทางมิน่าไว้ใจยืนอยู่นอกศาลากำลังถกเถียงบางอย่างกับเฟยเฟิ่งอยู่ ทหารทั้งห้านายรีบเดินนำและคุ้มกันเจียวซินทันที
“เฟิ่งเออร์เกิดอันใดขึ้น” เจียวซินะโถามทั้งที่ยังจูงมือน้อยๆ ของหนิงหลง
“ซินเออร์!…ซินเออร์น้องพี่” เฟยเฟิ่งที่เห็นว่าชายแปลกหน้าผู้นั้นกำลังจะเดินไปทางพี่สะใภ้ นางจึงรีบะโบอกให้ทหารจัดการทันที
“ทหาร! ควบคุมตัวมันเดี๋ยวนี้ อย่าให้เข้าใกล้พี่สะใภ้ข้า”
“พวกเ้าออกไปให้หมดข้าจะไปหาน้องข้า ฮึ่ย! เ้าพวกนี้ อยากเจ็บตัวหรืออย่างไร” ชายแปลกหน้าทำท่าฮึดฮัดเมื่อทหารของจวนอ๋องต่างกันท่า และพยายามจะจับเขาให้ได้ เจียวซินที่ตื่นตระหนกในคราแรกหยุดชะงักกับคำพูดของชายหนุ่ม “ซินเออร์น้องพี่” “ข้าจะเข้าไปหาน้องข้า” หรือว่า…
“เกิดอันใดขึ้น!!!” เสียงเข้มเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นเหตุการณ์วุ่นวายตรงหน้า ร่างสูงรีบเข้าไปประคองชายาของตนทันที ร่างสูงมองสำรวจชายาของตนจนมิได้ใส่ใจชายแปลกหน้าให้ละเอียด
“เ้าโจรถ่อยนี่มันจะเข้าไปทำร้ายพี่เจียวซิน ทั้งมันยังว่าเป็อนุของท่านด้วย! โจรบ้าเอ้ยย”
หนิงเออร์ที่วิ่งตามเฟยเทียนมาเหนื่อยหอบอยู่ไม่น้อยแต่ก็ไม่หยุดวิ่งจนมาถึงหน้าศาลา ใบหน้ากลมเงยขึ้นมองเหตุการณ์ตรงหน้าก็พบว่าชายหนุ่มที่กำลังถูกทหารกันอยู่นั้น…
“คุณชายใหญ่!!! คุณชายกลับมาแล้ว” เมื่อหนิงเออร์กล่าวดังนั้นทหารทุกนายต่างรีบเก็บอาวุธของตนทันที หากคนสนิทพระชายาเรียกชายผู้นี้ว่า “คุณชายใหญ่” คงจะเป็ใครไปไม่ได้นอกจาก รองแม่ทัพจางซีห่าว
“ใช่หรือหนิงเออร์…แม้ข้าจะจำสิ่งใดมิได้ แต่ข้าว่าพี่ชายข้าต้องรูปโฉมงดงาม มิต่างจากข้า แต่นี่…” เจียวซินมองไปที่พี่ชายของตน แม้จะคาดเดาไว้แล้วแต่ว่าสภาพพี่ชายของนางตอนนี้นางรับไม่ได้จริงๆ เฮ้อออออ
“โถ่! ซินเออร์ของพี่เหตุใดจึงพูดกับพี่เช่นนี้เล่า ฮื่อออออ” ซีห่าวที่ถูกน้องสาวที่รักพูดใส่เช่นนั้นถึงกับงอแงขึ้นมาทันที แม้จะเป็ถึงรองแม่ทัพแต่เมื่ออยู่กับคนในครอบครัวซีห่าวมันจะทำตัวเป็พี่ชายเห่อน้องสาวเช่นนี้เสมอ
“จริงเพคะพระชายา ถึงแม้จะดู…เอ่อ มอมแมมไปบ้าง แต่เป็คุณชายใหญ่จริงๆ เพคะ” ซีห่าวเมื่อได้ยินดังนั้นถึงกับถลึงตาใส่คนสนิทของน้องสาว
“พี่ยืนยันด้วยอีกคน เป็รองแม่ทัพซีห่าวจริงๆ”
“เช่นนั้นพวกเ้ารีบพาพี่ชายข้าไปอาบน้ำอาบท่าทีเถิด เอาให้สะอาด ผมเผ้า หนวดเครา จัดการให้เรียบร้อย” เมื่อได้ยินคำสั่งของน้องสาว ซีห่าวก็รีบเดินตามนางกำนัลไปอาบน้ำทันที หากตัวเขาสะอาดสะอ้านน้องสาวตัวน้อยของเขาต้องยอมให้เขากอดจนหายคิดถึงเป็แน่
“ขอประทานอภัยที่กระหม่อมล่วงเกินองค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ” ซีห่าวก้มศีรษะคำนับต่อองค์หญิงเฟยเฟิ่ง เขาเคยพบองค์หญิงเมื่อเยาว์วัย ในงานสมรสของ ท่านอ๋องกับเจียวซินเขาเองก็วิ่งวุ้นด้วยที่ท่านพ่อพึ่งเสียเขาเองต้องจัดการสิ่งต่างๆ ด้วยตัวคนเดียวจนมิได้ใส่ใจมองผู้ใดแม้แต่น้อย จึงได้เอ่ยวาจาล่วงเกินองค์หญิงเฟยเฟิ่งไป แต่เขายอมรับผิดเพียงที่เขากล่าวล่วงเกินว่าองค์หญิงเป็อนุของ ท่านอ๋อง
แต่เื่เสียกิริยาเขาพูดไปตามสิ่งที่เห็น
“เหอะ!” เฟยเฟิ่งยกแขนขึ้นกอดอก ใบหน้าสวยสะบัดเชิดจนคอแทบหลุด คิดจะมาเอ่ยวาจาดูถูกกันแล้วก็เอ่ยขอโทษเท่านั้นก็พอหรือ ฝันไปเถิด!
“เฟิ่งเออร์ ซีห่าวเองก็ขอโทษเ้าแล้ว ให้อภัยเขาเสียเถิด เ้าเองก็ผิดที่กล่าวหาว่าเขาเป็โจร ทั้งยังขว้างแท่นฝนหมึกใส่เขาอีก” เฟยเทียนที่ได้ฟังเื่ราวจากทั้งสองฝ่ายก็เข้าใจว่าเป็เพราะความเข้าใจผิด จึงพยายามไกล่เกลี่ยให้ทั้งสองเข้าใจกันแต่ดูเหมือนว่าน้องสาวของเขาจะมิยอม
“พี่สามมมม ข้าเป็น้องท่านนะ!” เจียวซินเห็นว่าสองพี่น้องเริ่มถกเถียงกันจึงรีบเข้าไปไกล่เกลี่ย
“เฟิ่งเออร์ พี่ขออภัยแทนท่านพี่ซีห่าวที่แก่จนสายตาพร่ามัว เ้าอย่าได้ถือสาเขาเลย แล้วพี่จะให้เขาไถ่โทษให้แก่เ้าดีหรือไม่” เจียวซินยกมือขึ้นลูกแขนของเฟยเฟิ่งหวังให้ใจเย็นลง
“เช่นนั้นก็ได้ ท่านติดค้างข้าเข้าใจหรือไม่” ใบหน้ากลมฉายแววความดื้อรั้นหันไปมองรองแม่ทัพซีห่าวที่นั่งอยู่ตรงข้าม
“พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมติดค้างพระองค์” ถึงซีห่าวจะมิอยากตกปากรับคำ แต่น้องสาวเขาว่าอย่างไรเขาก็ต้องว่าตามนั้น
“เื่ที่เ้ากลับมามีผู้ใดรู้หรือไม่” เฟยเทียนที่เห็นว่าเื่ได้คลี่คลายลงแล้ว ก็รีบเปลี่ยนประเด็นทันที
“ตอนเดินทางมามิมีผู้ใดทราบ แต่ตอนนี้ข่าวคงกระจายไปทั่วจวนอ๋องแล้ว พ่ะย่ะค่ะ” ซีห่าวมองไปที่เฟยเฟิ่งที่นั่งกินขนมอยู่กับหนิงหลง จนร่างบางรู้สึกได้
“ก็ท่าน-” เฟยเฟิ่งยังมิทันได้ตอบกลับเฟยเทียนก็รีบแทรกขึ้นมาทันที
“หากเป็เช่นนั้นก็วางใจได้ ข้าพึ่งจะกวาดล้างจวนไป ระหว่างนี้เ้าพักที่จวนก่อนเถิด ข้าจะให้คนจัดเตรียมห้องไว้ให้”
“พ่ะย่ะค่ะ เอ่อ…กระหม่อมถามได้หรือไม่ว่ากวาดล้างจวนที่ท่านอ๋องกล่าวหมายถึงสิ่งใด” ได้ยินพี่ชายของชายาว่าเช่นนั้นเขาจึงเริ่มเล่าเื่ราวั้แ่ที่ เจียวซินตกน้ำจนถึงตอนนี้ให้ซีห่าวฟัง แต่มิได้บอกว่าคุณหนูจางได้จากไปแล้ว ซีห่าวจึงเข้าใจว่าน้องสาวของตนตกน้ำจนความจำหดหายเท่านั้น
“เื่ก็เป็เช่นนี้เ้าค่ะ แม้น้องจะจดจำสิ่งใดมิได้แต่น้องก็รู้สึกรักและผูกพันกับท่านมิได้มองท่านเป็คนอื่นไกลแม้แต่น้อย ทั้งน้องเองก็คิดถึงท่านพี่มาก” เจียวซินพูดทุกคำที่คุณหนูจางฝากไว้ ต่อจากนี้ท่านพี่ซีห่าวคือพี่ชายของเจียวซิน ผู้นี้ นางจะรักและดูแลเขาดังที่นางให้สัญญาไว้กับคุณหนูจาง
“พี่เองก็คิดถึงเ้า ตอนนี้เ้าสุขทั้งกายและใจใช่หรือไม่” ซีห่าวถามย้ำให้มั่นใจว่าเขาสามารถวางใจให้ท่านอ๋องดูแลน้องสาวของตนเองได้ ต้องยอมรับตามตรงว่าเขามิได้เห็นดีกับการที่ให้เจียวซินแต่งเข้าจวนอ๋อง แต่ตอนนั้นท่านพ่อจากไปกระทันหัน หน้าที่รับผิดชอบต่างๆ ตกมาอยู่ที่เขา หนึ่งในนั้นคือการออกรบ กับพวกนอกด่านทางเหนือซึ่งเขารู้ว่ามิอาจนำน้องสาวไปด้วยได้ การแต่งเข้าจวนอ๋องจึงเป็หนทางที่ดีที่สุดในยามนั้น ซีห่าวคิดมาตลอดว่าหากน้องสาวของเขามิมีความสุขเขาจะกลับมารับตัวน้องกลับไปอยู่ด้วยกันที่เรือนสกุลจาง
“เ้าค่ะ น้องมีความสุขและน้องก็อยากให้ท่านมีความสุขเช่นกัน”
“เพียงเ้ามีความสุขพี่ก็มิหวังสิ่งใด” สองพี่น้องกอดกันกลมจนทำให้หนิงเออร์ที่มิเห็นภาพเช่นนี้มานานถึงกับน้ำตาไหลออกมาอย่างตื้นตัน
“อะแฮ่ม!!! นานเกินไปแล้ว ประเดี๋ยวบุตรข้าจะอึดอัดเอา” เฟยเทียนกระแอมขึ้นเสียงดังพลางยกชาขึ้นมาดื่ม แม้จะเป็พี่ชายแต่เขาก็อดหวงไม่ได้อยู่ดี ด้านเจียวซินที่ได้ยินเสียงกระแอมของสวามีก็รีบผละออกจากอ้อมกอดผู้เป็พี่ทันที นางลืมไปเสียสนิทว่ากิริยาเช่นนี้มิสมควร แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็พี่ชายก็มิอาจหักล้างได้
“ขออภัยเพคะ”
“มิเป็ไร พี่เข้าใจเพียงแต่…หวงเท่านั้น” เฟยเทียนรีบเอ่ยอธิบายเพราะกลัวว่าชายาจะตีความการกระทำของเขาผิดไปจากที่ตั้งใจ
“เดี๋ยว…เดี๋ยวนะพ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋องเอ่ยว่า…บุตรหรือ” ซีห่าวที่นั่งอึ้งทบทวนคำพูดของท่านอ๋องครั้งแล้วครั้งเล่า
“คิกๆ น้องกำลังตั้งครรภ์เ้าค่ะ ท่านกำลังจะได้เป็ท่านลุงแล้ว”
“ใช่ๆ ข้าก็จะได้เป็พี่อาหลงแล้วเช่นกัน” องค์ชายตัวน้อยที่อยากมีส่วนร่วมรีบเอ่ยขึ้นมาทันใด
“ฮ่าๆ ดียิ่งๆ ข้าจะได้เป็ท่านลุงแล้วหรือนี่” เสียงหัวเราะอย่างมีความสุขดังไปทั่วบริเวณ พลอยทำให้ข้ารับใช้ได้ยิ้มตามไปด้วย
.
.
“คนของเราถูกส่งไปที่ฝ่ายตรวจการแล้วขอรับ หากมิรีบจัดการเกรงว่าจะ…”
“ไปจัดการให้เรียบร้อย อย่าให้หลงเหลือหลักฐานโยงมาถึงเราได้” ชายหนุ่มบีบจอกชาในมือจนแน่น ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็กำจัดเฟยเทียนมิได้ ทั้งยังต้องเสียแหล่งข่าวภายในจวนอ๋องไปอีก ต่อจากนี้คงต้องลำบากขึ้นเป็แน่
“ขอรับนายท่าน”
Knock knock! วันสบายๆไม่มีอยู่จริง วุ่นวายอยู่เด้อ55555 โดยเฉพาะซีห่าวกัยเฟยเฟิ่งของเรา คิกๆ