ดินแดนมหัศจรรย์

    ตอนที่​55 ดินแดนมหัศจรรย์ NC​

    สถาพเธอในตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับเขาเลย 

    ท่อนล่างที่เปลือยเปล่า เนินสวาทที่เปียกเยิ้ม 


    กำลังเคลื่อนกายลงมาช้าๆ

     ก่อนที่จะค่อยๆกลืนท่อนเอ็นขนาด 8 นิ้วนั้นเข้าไป


    "ซิ๊ดดดดดดดด" เธอสูดปากอย่างเร่าร้อน

     เนื่องจากพลังมาน่าที่ปั่นป่วนในร่างกาย

     มันก็ส่งผลกระทบให้ช่องคลอดของเธอบีบรัดรุนแรงขึ้นเป็นพิเศษ


     ทำให้ทุกครั้งที่เธอขยับสะโพกเข้าใส่

     หัวหยักก็จะยิ่งครูดไปมากับช่องคลอด

     นั่นก็ยิ่งทำให้เธอเสียวซ่านขึ้นเป็นทวี



     จนเธอต้องยิ่งกระแทกสะโพกหนักเข้าไปอีก ถึงตอนนี้

     ภายในรถตอนนี้มีเพียงเสียงเนื้อกระแทกกันป๊าบๆ

     สลับกับเสียงครวญครางอย่างเร่าร้อนที่ดังระงม


    "อาร์ตตตต อาร์ตตตตต ........ อ๊า ..........อ๊า" 

    วิเวียนร้องครางอย่างสุขสม

     มือที่ว่างอยู่ของเธอเอื้อมลงมาถลกเสื้อของเขาทิ้งไปอย่างรวดเร็ว


     จนตอนนี้สภาพของเขาเปลือยเปล่าปราศจากอาภรใดๆ

     สภาพแบบนี้แหละที่เธอรู้สึกเร้ารวญใจเป็นที่สุด

     แต่ไม่ทันที่เธอจะทำอะไรต่อชายหนุ่ม


    ก็เอื้อมมือไปจับสะโพกกลมสวยของเธอ

     ก่อนจะกระเด้าเอวสวนเข้าไปอย่างรุนแรง

     เล่นเอาหญิงสาวต้องผวาลงไปกอดร่างเปลือยเปล่าของเขาอย่างสุดเสียว


    "อย่าหยุดน่ะ อย่าหยุดน่ะ" 

    เธอพร่ำร้องอยู่ข้างหูเขาอย่างแผ่วเบา

     ตอนนี้ตัวเธอเดินทางมาถึงปลายทางแล้ว


     หญิงสาวยิ่งผวากอดชายคนรักตรงหน้าแน่นไปอีก

    พร้อมกับเด้งสะโพกสวนเข้าใส่ชายหนุ่มอย่างเร่าร้อน

     ริมฝีปากของเธอวางประกบกับปากของเขา


     ช่องคลอดของเธอก็บีบรัดเข้าไปอีกอย่างรุนแรง และใส่ที่สุด


    "อ๊ายยยยย" เธอหวีดร้องออกมาเสียงดังลั่น

     ตอนนี้เธอถึงจุดหมายที่ต้องการแล้ว

     พลังต่างๆที่อัดแน่นอยู่ในร่างกายถูกปล่อยออก

     พร้อมๆกับความเสียวซ่านที่ได้ระบายออกมา


    "โอ๊ะ" ส่วนชายหนุ่มก็ตกใจไม่แพ้กัน

     เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกถึงพลังที่ไหลออกมาจากตัวผู้อื่น


     พลังเหล่านั้นไหลผ่านเข้ามาสู่ร่างเขา ผ่านทางท่อนเอ็น

     แล้วไปสู่ทั่วร่างกาย แต่เมื่อมันแล่นเข้ามาสู่หัวเขานี่สิ

     ภาพบางอย่างก็ผุดขึ้นมาทันที


    นครศักดิ์สิทธิ์ แซงจูรี่ย์


    นครแห่งนี้แม้เนื้อที่บริเวนจะไม่ได้กินเนื้อที่มากมายเชกเช่นนครใหญ่อื่นๆ 

    แต่ความสำคัญนั้นกลับยิ่งใหญ่สำคัญกว่านครมนุษย์ไหนๆ

    ใน wonderland เสียอีก เนื่องจากนครแห่งนี้


     เป็นศูนย์กลางของศิลปวัฒนธรรมต่างๆทั่วโลก

     ซึ่งเห็นได้จากสถาปัตยากรรมต่างๆ

    ที่ขึ้นเรียงรายโดยล้อมนั้นมีความสวยงาม


    ตระการตายิ่งกว่าสถานที่ไหนๆ 

    ขนาดเวลาล่วงเลยผ่านพ้นมาหลายพันปี

     นครแห่งนี้กลับดูไม่เสื่อมโทรมลงเลย


    แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้นครแห่งนี้ถูกขนานนามว่านครศักดิ์สิทธิ์

     ก็เนื่องจากว่าที่นี่เป็นสถานที่ตั้งของโบสถ์คาดินัลล์

      โบสถ์ศักดิ์สิทธ์ที่ยิ่งใหญ่และงดงามที่สุดราวกับราชวังก็ไม่ปาน


     โบสถ์ที่เป็นสถานที่พำนักของสังฆราชสูงสุด

    ผู้ที่เป็นผู้นำของเหล่าพรีส ไม่แค่นั้น

     ภายในโบสถ์แห่งนี้ยังประกอบไปด้วย


    สถานที่ฝึกวิชาหลายแขนงที่ช่วยสรรสร้าง

    พรีสรุ่นใหม่ออกมามากมาย เปรียบแล้วก็เท่ากับว่า

     นครแห่งนี้ก็คือนครหลวงของเหล่าพรีสนั่นเอง


     ทำให้ผู้คนที่ใฝ่ฝันอยากเป็นพรีสเดินทางมาที่นครแห่งนี้ไม่ขาดสาย

     นครแห่งนี้จึงไม่เคยหลับใหลไม่ว่าจะทั้งกลางวันหรือกลางคืน


    "แม่จ๋า แม่จ๋า"

     เด็กหญิงตัวน้อยเอ่ยร้องเสียงใส

    พร้อมกับกระตุกแขนมารดาของเธอเบาๆ

    พร้อมกับชี้ให้ดูภาพเบื้องหน้า



     ภาพเบื้องหน้าที่เป็นร้านขายไอครีมเลื่องชื่อของที่นี่

     สิ่งที่ทำให้ร้านแห่งนี้พิเศษกว่าร้านอื่นก็คือรสชาติที่หอมหวาน


     แถมเจ้าของร้านยังสามารถตกแต่งตัวไอครีม

    จากไอครีมธรรมดาเป็นรูปทรงอะไรก็ได้

     ทำให้ร้านนี้มีไอครีมที่ปั้นเป็นรูปสิงสาราสัตว์อยู่เต็มไปหมด


    "ขอถ้วยหนึ่งจ๊ะ"

     หญิงผู้เป็นแม่ทนเสียงรบเร้าจากลูกสาวไม่ไหว

    จึงตัดสินใจซื้อให้เธอถ้วยหนึ่ง


     เป็นไอครีมก้อนที่ปั้นแต่งเป็นกระต่ายน้อยน่ารัก 3 ตัว

     ลูกสาวตัวน้อยของเธอร้องขึ้นอย่างดีใจ

    ก่อนจะตักไอครีมแสนหวานนี้เข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย


     มารดาของเธอต้องเผลอยิ้มแย้มอย่างมีความสุขตามไปด้วย

     แต่ชั่วขณะเดียวหญิงสาวก็ต้องหุบยิ้มลง

     เมื่อชายที่อยู่ด้านข้างขยับเข้าหาเธอพร้อมกับจ้องมาที่เธอเขม็ง


     แม้เขาจะไม่พุดอะไรแต่เธอก็เข้าใจความหมายนั้นดี


    "ไปต่อเถอะลูก เดี๋ยวท่านจะรอ"


    สองแม่ลูกเดินตามทางช้าๆโดยมีจุดหมาย

    ก็คือโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์คาดินัลล์ที่ตั้งอยู่กลางใจเหมือง


     โดยรอบข้างของเธอมีพรีสกลุ่มหนึ่งคอยอารักขาไม่ห่าง


     แต่ยิ่งเธอขยับเข้าใกล้โบสถ์มากเท่าไหร่

     เธอก็ยิ่งใจหายเพราะเท่ากับว่าเธอ

    ใกล้จะต้องแยกจากกับลูกสาวผู้เป็นที่รักของเธอ


    "ลูกอยู่นี่ต้องขยันตั้งใจเรียนนะ" 

    เธอบีบมือลูกสาวก่อนจะเอ่ยขึ้นเบาๆ


    "ค่ะแม่ .... หนูจะตั้งใจเรียนจะได้เป็นพรีสเร็วๆ 

    แล้วจะได้กลับมาที่หมู่บ้าน ปกป้องแม่ 

    ลุงอาโนลด์ ป้ามิเชล แล้วก็ทุกๆเลยด้วย" 


    เด็กหญิงตัวน้อยเอ่ยตอบเสียงใส

     ทำเอามารดาของเธอแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

     ต้องอุ้มเด็กหญิงตัวน้อยขึ้นมากอดไว้แนบอก 


    เพราะอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า เธอก็ต้องจากลูกสาวไปนาแสนนาน


    "ถึงแล้ว" เสียงพรีสที่ติดตามมากับเธอเอ่ยขึ้น

    ช่วยลุกเธอให้หลุดจากภวังค์

     และเมื่อเธอมองตามออกไปก็จะพบโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์



    ที่มีขนาดใหญ่โตยิ่งกว่าที่เธอจิตนการไว้เสียอีก

     โดยเฉพาะประตูหน้าของโบสถ์ที่ใหญ่โตจยิ่งกว่าประตูไหนๆ

     ราวกับเป็นประตูที่กั้นระหว่างโลกข้างนอกกับภายในยังไงยังงั้น


     แต่เธอก็ตื่นตะลึงกับตัวโบสถ์ได้ไม่นาน

     เธอก็ต้องพบสิ่งที่น่าตื่นตกใจยิ่งกว่า

     เมื่อมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งก้าวออกจากประตู


    "ทะ ..... ท่านสาธุคุณรอส"

     เหล่าพรีสที่ติดตามสองแม่ลูกเอ่ยขึ้นอย่างตกใจ

    ก่อนจะรีบก้มลงทำความเคารพแทบไม่ทัน


     โดยที่สังฆราชสูงสุดผู้นี้ไม่ได้ให้ความสนใจแม้แต่น้อย

     เพราะตอนนี้เขากำลังจับจ้องไปยังเด็กหญิงตัวน้อย

    ที่อยู่ภายในอ้อมกอดของมารดา


     ชายชราเปรยตาไปพรีสรับใช้คู่กายเล็กน้อย

     ซึ่งพรีสผู้นั้นก็เข้าใจคำสั่งทันที

     เดินไปอุ้มเด็กหญิงคนนั้นออกจากมารดาทันที

     พร้อมกับปลดฮูดที่คลุมศีรษะออก

     เผยให้เห็นผมยาวสลวยสีเงินแวววาวของเด็กน้อย


    "วิเศษๆ" ชายชราผู้อยู่เหนือพรีสทั้งมวลเอ่ยร้องอย่างยินดี

     ก่อน จะเอื้อมมือไปลูบไล้เรือนผมของเด็กหญิงตัวน้อย 



    "ตรงตามตำราว่าไว้ทุกอย่าง ไม่ผิดจริงๆ

     หนูน้อยคนนี้แหละคือผู้ใช้ธาตุแสงสว่าง

     ทีนี้แหละชัยชนะก็เป็นของข้าแล้ว ฮ่าๆๆ"


    "พานางออกไปได้แล้ว" 

    พรีสรับใช้ของสาธุคุณรอสเอ่ยดังลั่น 

    พรีสเหล่านั้นคำนับรับคำสั่งไปหนึ่งที 


    ก่อนจะกันหญิงสาวออกห่างออกไป

     ซึ่งเธอในตอนนี้ทำใจไม่ได้เสียแล้วกับการต้องจากลูกสาว

     น้ำตาของผู้เป็นแม่หลั่งไหลออกมาดังลั่นไม่สนใจใคร


    "แม่จ๋าๆๆ" เด็กหญิงร้องไฟ้ลั่นเมื่อเห็นแม่เดินห่างออกไป

     ครั้นเด็กหญิงจะวิ่งตามก็ไม่สามารถทำได้ 

    เนื่องจากมือของเธอ 


    โดนเกาะกุมโดยชายชราที่อยู่ด้านข้าง

     เด็กน้อยในตอนนี้ก็จึงทำได้แค่เพียงร้องไห้สะอึกสะอื้นเท่านั้น


    "โอ๋ ...... ไม่ต้องร้องน่ะหนูน้อย หนูชื่ออะไรหืม ?"

     สาธุคุณรอสเอ่ยปลอบประโลมเด็กหญิง

    พร้อมกับปาดน้ำตาที่ไหลลงมาอาบแก้ม


    "วิเวียนค่ะ" เด็กหญิงตอบ


    "ไม่ต้องเสียใจ อีกไม่นานหนูก็จะได้เจอแม่ของหนูอีกครั้งแล้ว

     ตอนนี้หนูก็อยู่กับลุงไปก่อนน่ะ มาลุงจะเป็นพ่อให้หนูเอง

     ไหนลองเรียกคุณพ่อสิ"

    คล้ายกับเรื่องดินแดนมหัศจรรย์ ที่คุณอ่าน