ตอนที่ 29เพื่อนมาเยี่ยม…เสือบอกรัก!
โดยปกติแม่จะขายเฉพาะ่ตอนเย็นคนเลิกงานเท่านั้น่กลางวันก็ให้ลูกจ้างเตรียมปรุงอาหารไว้ แต่ในวันนี้ทั้ง่เช้ากลางวันเย็น
ดูเหมือนร้านแม่ชบาจะยุ่งอยู่ตลอดแถมยังได้รับแม่ครัวมาเป็การเฉพาะอีกหลายคน
ดังนั้นแม่จึงแยกบัญชีร้านตามประสานักบัญชีเธอจึงสอนลูกหมี เกี่ยวกับการทำบัญชีเพราะจะคาดหวังให้เ้าเสือน้อยมันทำคงยากน่าดู แต่ก็ใช่ว่าเธอไม่เคยสอนตัวเสือน้อยเองก็ทำบัญชีคร่าว ๆ เป็ แต่ไม่ละเอียดแบบเธอ
ส่วนลูกหมีก็ซื้อโน้ตบุ๊กมาใหม่ใช้ Excel ในคอมช่วยทุ่นแรงได้เยอะและเสือน้อยเป็คนแนะนำวิธีนี้มาแก้ปัญหา
……
นักมวยส่วนใหญ่ที่อยู่ก็มีคิวขึ้นชกหรือไม่ก็เตรียมตัวก่อนถึงวันแข่ง เสียงเตะกระสอบทรายดังถี่ ๆ พร้อมเสียง “ชี่”ออกจากปากของนักมวยเป็ระยะ ๆ
กลุ่มเพื่อนที่โรงเรียนมาเห็นบรรยากาศของจริงก็ชวนกันตกตะลึง บนเวทีเ้าเพชรที่พึ่งเลิกเรียนหมาด ๆก็พันมือใส่นวมขึ้นชกเป้าล่อกับพี่เลี้ยง โดยมีครูเด่นชัยยืนกำกับอยู่ด้านล่าง
ทุกคนเหมือนไม่สนใจว่ามีกลุ่มคนหน้าใหม่มาเท่าไหร่ใครที่มีหน้าที่ต่างก็ทำงานของตัวเองไปเสือน้อยเดินพาเพื่อนชมค่ายอย่างกับบ้านของตัวเอง
และเมื่อเห็นเวทีหนึ่งว่างอยู่พวกเพื่อน ๆ ก็เอ่ยปากอยากลองของสักหน่อยทางด้านเสือน้อยก็ได้ะโขออนุญาตครูเด่นชัยอยู่สองสามคำ ก่อนจะไปหยิบนวมต่อยมวยกับเป้าล่อมาให้เพื่อน ๆ ลองของ
“มา!เข้ามาทีละคนเดี๋ยวกูถือเป้าล่อให้” เสือน้อยอธิบายวิธีการให้ฟังหลังจากนั้นพวกเพื่อน ๆนั้นก็ลองของกันคนละไม่กี่ทีก็หอบหมดแรงลงไปจากเวทีแต่โดยดี
เพื่อน ๆ ก็ถามว่า“ที่นี่เขารับสอนมวยมั้ยวะ?”
“เคยรับอยู่มีกูคนเดียวนี่แหละที่ไปจ้างครูแกมาสอนส่วนใหญ่ครูแกจะปั้นนักมวยขึ้นชกเสียมากกว่า พวกเด็กที่บ้านอยู่แถว ๆนี้ก็มาฝึกเตะต่อยกระสอบทรายแต่เด็ก คนไหนมีแววและมุ่งมั่นครูเด่นชัยแกก็จะปั้นขึ้นชก”
เปรมถามด้วยคำถามที่อยากรู้มานาน“แล้วมึงเคยขึ้นชกหรือเปล่าวะ?”
เสือน้อยยกยิ้มมุมปาก“เคยสิ!”
จนพวกเพื่อน ๆอดถามบรรยากาศไม่ได้ เช่นตอนไปชกตื่นเต้นมั้ย เจ็บตัวมากมั้ย?
เขาก็ตอบว่า“เอ่อ…ก็ตื่นเต้นนะ ส่วนไอ้คำว่าเจ็บกับนักมวยเนี่ยมันของคู่กันเลยนะถ้ามึงทนเขาต่อยไม่ได้ ร่วงั้แ่ยกแรกแล้ว!”
เขายังนึกไปถึงเทอมก่อนที่ชกกับไอ้หมาหมู่ห้าตัว มีหมักชกเข้ามาที่ท้องและที่ขมับเขาแต่สำหรับเขาแล้วที่ฝึกทนมือทนตีนมาแต่เด็ก จึงไม่มีปัญหาเท่าไรนัก
ทั้งกลุ่มขึ้นมาบนบ้านทางแม่บ้านถามไว้แล้วว่าจะกินข้าวที่นี่ดี หรือว่าจะห่อกลับบ้าน? พวกเธอถามก่อนที่เสือน้อยพาเพื่อนไปดูทองสุขและค่ายมวยทั้งกลุ่มก็ตอบอย่างเกรงใจว่าเอากลับบ้านดีกว่าดังนั้นแม่บ้านทั้งสองก็มัดใส่ถุงสำรับอาหารที่เตรียมไว้ส่งให้ทุกคนในกลุ่มก่อนแยกย้ายกันเดินไป
เสือน้อยติดใจคำพูดของเพื่อน “ที่นี่เขารับสอนมวยมั้ย?” ความจริงแล้วถ้าเปิดสอนมวยให้คนที่อยากเรียนมันก็จะเป็รายได้พิเศษแต่อารมณ์ครูเด่นชัยค่อนข้างสุดโต่งไปสักหน่อยถ้าเงินไม่ดีแบบเขาหรือไม่สนิทกันก็จะไม่สอนให้ ไม่ถ่ายทอดวิชาให้
ครูเด่นชัยแกหวังเงินชกบนเวทีและแทงมวยเสียมากกว่าโดยเฉพาะตอนเขาขึ้นชกยังจำได้ครูเล่นแทงเขาหมดตัวพ่อมาบอกทีหลังทำเอาเขา…ใจหายแวบแต่ปรากฏว่าแกหอบเงินก้อนใหญ่กลับมาทุกที
……
พอตอนเย็น ๆพ่อผันก็ชวนเสือน้อยคุยเื่เกี่ยวกับเหมือนฝัน
บอกว่า“ถ้าชอบก็ลองไปสารภาพเขาเลยถ้าเขาไม่ชอบก็อย่าเสียใจขอเป็เพื่อนกันไปก่อนเพราะว่าถ้าผู้หญิงไม่มีใจก็ไม่สู้ไปจีบคนอื่นเสียดีกว่าอย่าไปตื๊อผู้หญิงเขาจะรำคาญเอา…ส่วนถ้าเขาบอกว่ายังไม่พร้อมเราก็ไปลองจีบคนอื่นก่อนดีมั้ย?เรียนรู้ที่จะคบหากันก่อน”
พ่อนิยาม่นี้ว่า “ลองคบหาดูใจ…ถ้าไม่ถูกใจถูกจริตกันก็บอกเลิกกันด้วยดีและควรพูดกันให้เข้าใจเป็อย่างแรก ที่สำคัญ เอออย่าลืมหันมามองคนรอบ ๆตัวที่ติดต่อด้วยบ่อย ๆ”
พ่อผันพูดปลุกใจเสือน้อยอย่างจริงจังสอนวิธีรับมือความผิดหวัง
เสือน้อยที่ถูกพ่อปลุกใจความจริงเขาก็อยากถามความในใจแบบที่พ่อบอกฟังผู้รู้ไว้ไม่ผิดถ้าจีบไม่ติดก็ไปลองคบกับคนอื่นดูก็เท่านั้น
วันรุ่งขึ้นเขาจึงโทรไปหาเหมือนฝันนัดกันมาเจอเลยเพราะเขากลัวว่าถ้าผ่านไปอีกหลายวัน ความกล้าที่สะสมไว้จะหมดไปเขาจึงปลุกหัวใจแห่งความกล้าเตรียมคำพูดพรรณนา มานับร้อยพัน พวกมุขเสี่ยว ๆที่เคยส่งไปจีบเขาตัดทิ้งไปได้เลย
เสือน้อยนัดเจอเธอที่บ่อน้ำพุตรงหน้าโรงเรียนที่เขาเจอเธอเป็ครั้งแรก…
รอจนเหมือนฝันมาหาตามที่นัดไว้เธอก็พูดขึ้น“เสือเรามาแล้ว! มีอะไรเหรอ?” พร้อมกับส่งยิ้มหวานให้
เสือน้อยสีหน้ายิ้มแย้มทว่าภายในใจรวบรวมความกล้าหัวใจเต้นระรัว มือไม้สั่นจนต้องเอามือไพล่หลังเพื่อกลบเกลื่อน นั่นเป็เพราะดวงตาอันสุกสกาวคล้ายกับดวงดาราที่ยืนอยู่ตรงหน้ากำลังจ้องมองมาที่เขาและสะกดตรึงเด็กหนุ่มให้ต้องมนตร์ทุกทีที่ได้เจอะเจอ…
หลังจากมนตร์ที่สะกดค่อยๆ คลายลง เด็กสาวโบกมือไปมาตรงหน้าเขา เพื่อดูอาการเหม่อลอยของเสือน้อยหลังจากเธอเอ่ยปากทักทาย กว่าเสือน้อยจะได้สติก็นานไม่ใช่น้อย…
“เอ่อ…เรามีเื่จะถามเกี่ยวกับเื่ฝันนั่นแหละ!”เขารวบรวมความกล้าพูดออกไป
เหมือนฝันััได้ถึงบรรยากาศที่จริงจังต่างไปจากปกติของเด็กหนุ่ม จึงพอจะเดาได้คร่าว ๆว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าเธอกำลังคิดอะไรอยู่?
ก่อนจะได้ยินคำถามดังขึ้น“เหมือนฝันมีคนในใจอยู่แล้วหรือยัง?”
เธอก็ยิ้มจาง ๆไม่ผิดจากที่เธอคาดไว้นัก เหมือนฝันยิ้มตอบไปว่า“เรายังไม่มีหรอก...มีแต่คนมาจีบน่ะ!”
“แล้วคิดจะมี...อื้ม...คนสนิทคนดูใจหรือแฟนบ้างหรือยัง?” เด็กหนุ่มเน้นเสียงตรงคำว่าแฟน
เหมือนฝันตอบด้วยความจริงใจ...และออกมาจากใจเธอ“คนสนิทถ้าหมายถึงเพื่อน ๆ ก็มีอยู่แล้ว...ส่วนคนดูใจยังไม่มียิ่งแฟนก็ยิ่งไม่มี!” เธอพูดจาฉะฉาน
เสือน้อยถามต่ออีกว่า“แล้วถ้าเราจะขอฝันเป็แฟนล่ะ?” เขาเริ่มรุกต่ออย่างรวดเร็ว
เหมือนฝันยิ้มจาง ๆดวงหน้าแสดงออกว่าเขินอายอยู่ใช่ย่อย “ต...ตอนนี้เรายังไม่พร้อมมีแฟนแต่ถ้าถามว่ามีคนที่ชอบมั้ย...ก็มีอยู่แต่ว่า...”
เสียงแ่เบาก็แทรกขึ้น“แต่…ไม่ใช่เราใช่มั้ย?” เสือน้อยยิ้มเจื่อนเขาเตรียมใจที่จะรับความผิดหวังมาไว้แล้ว เธอเป็ถึงดาวเด่นมีคนมารุมล้อมมากมายแล้วทำไมต้องมาเลือกเขาด้วย
“ใช่!”เธอปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมา…ทั้งเหตุผลจากที่บ้านของเธอเองก็ตาม หรือคนในใจก็ตามแต่เธอหุบยิ้มไปนานแล้วก่อนก้มหน้าปฏิเสธ
“เอ่อ...มันคงจะดีกว่าที่เราจะเป็เพื่อนกันไปก่อน…ฝันว่าดีมั้ย?”เสือน้อยยังไม่ลืมคำกำชับของพ่อเพราะว่าวันนี้กับวันพรุ่งนี้มันอาจต่างกันไปก็ได้อย่าได้เสียความเป็เพื่อนไปเปล่า ๆ
เสียงสดใสดังขึ้นมาจากเธออีกครั้งและเงยหน้าสบตาเด็กหนุ่ม “ดีเลย! เราสองคนเป็เพื่อนกันก่อน...”
แต่เธอก็ตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้เพื่อไม่ให้เพื่อนชายตรงหน้า เสียใจมากนัก “ส่วนถ้าเสือจะไปจีบใครก็ตามแต่ถ้าวันไหนเราทั้งคู่ไม่มีใคร...ไม่แน่เราอาจจะได้เป็แฟนกันก็ได้ ใครจะไปรู้ใช่ไหม?”เธอคลี่ยิ้มสดใสออกมา
เสือน้อยยิ้มรับ“ดีเลย เพราะฉะนั้นถ้ามีอะไรก็ปรึกษาเราได้นะ!” เขาชวนเดินไปคุยไป คุยเื่โน้นคุยเื่นี้จนไปส่งเธอที่โต๊ะนั่งประจำ
เหมือนฝันหันมามองแล้วถามว่า “ผิดหวังมั้ย?”
เสือน้อยหันไปสบตา“แน่นอนผิดหวัง...แต่ไม่มาก คงเพราะไม่ได้คาดหวังว่าจะสมหวังั้แ่แรกอยู่แล้ว”ตอนนี้การพูดจาของเสือน้อยลื่นไหลกว่าแต่ก่อนมากตอนคุยก็มีสอดแทรกความคิดของตัวเองตลอดทาง
ทั้งคู่พูดเื่ ‘ดูใจกันไปก่อน’ เสือน้อยยังเล่าติดตลกว่าพ่อแนะนำมาแบบนี้อย่าปิดกั้นตนเอง
เหมือนฝันก็ถามต่อว่า“ถ้าสมมติได้เป็แฟนกันแล้ว เราทั้งคู่จะออกมาในรูปแบบไหน?”
เสือน้อยก็ตอบไปตามที่ใจคิดพร้อมแนวทาง“พ่อบอกว่าเราทั้งคู่เป็ความรักแบบปั๊ปปี้เลิฟ เป็ความรักแบบเด็ก ๆที่ยังไม่มั่นคงอะไรทำนองนั้นเช่นว่า…” เขาก็บรรยายไปเรื่อย
เหมือนฝันก็ััได้กลายๆ ว่านี่คือตัวตนที่แท้จริงต่างหากเพราะตลอดทางั้แ่รู้ว่าถูกปฏิเสธเขาก็ไม่มีท่าทีอะไรมากกลับเปิดใจพูดในส่วนที่เธออยากรู้ ซึ่งที่เสือน้อยหรือพ่อเขาสอนมาตรงกับครอบครัวเธอมาก
“พ่อแม่คงเหมือน ๆกันหมดสินะ!” เธอแอบคิดในใจ
“งั้นเราไปก่อนนะ…ไว้เจอกัน!”เสือน้อยโบกมือลา
“อย่าหายหน้าไปล่ะ!เจอก็เข้ามาทักเราได้นะ...” เธอไม่อยากเสียเพื่อนคนนี้ไปจึงพูดดักทางไว้ก่อนทางด้านเด็กหนุ่มก็ยิ้มและพยักหน้ารับ
คนที่เธอชอบก็คือนายพีถ้าจะให้ระบุเพราะนายพีคือสเปคของเธอเลย ส่วนนิสัยก็คงต้องดู ๆ ใจกันไปก่อน...
เสือน้อยพอรู้คำตอบก็โล่งใจเหมือนกับว่าก้อนหินที่วางกดทับอยู่ในหัวใจ ก็พลันสลายหายไปเป็ความสบายอย่างบอกไม่ถูก ถ้าปล่อยคำถามนี้ไว้มันคงจะทำให้เขาอึดอัดจนทำอะไรไม่ถูก
ครู่ต่อมาก็เดินมาเจอมะปรางที่โรงอาหารพอดีจึงถือโอกาสชวนนั่งโต๊ะเดียวกันเลย
เสือน้อยพูดไปกินไปจนกระทั่งมาถึง‘เื่ที่วันนี้สารภาพรักกับเหมือนฝัน’ พอมะปรางได้ยินก็อึ้ง
ก่อนที่เธอจะถามขึ้นว่า“สำเร็จมั้ย?”
พอเห็นหน้าเสือน้อยที่มีรอยยิ้มประดับประดาเธอก็คิดไปต่าง ๆ นานา แสดงว่าสำเร็จแล้วหรือ?
แต่ผลปรากฏว่า“ไม่สำเร็จ” เสือน้อยหัวเราะแก้เขิน หลังจากนั้นก็บอกเล่าเหตุการณ์ให้มะปรางฟัง
มะปรางพูดขึ้น“คนที่ฝันมันชอบน่าจะเป็นายพีห้องแปดนั่นแหละ!”
เสือน้อยตกตะลึงแต่ไม่มากนักหากแต่ก็บ่นอุบ “ไอ้กุ๊ยพีเนี่ยนะ?”
เขาอดส่ายหน้าไม่ได้…สงสัยหน้าตาดีมีชัยไปกว่าครึ่งสินะ!