“เื่ของความรักเื่ของความรู้สึกจะบังคับกันได้อย่างไรและข้าก็มั่นใจว่าเจียงสือหานไม่มีทางกระทำไม่ดีกับเ้า แต่เติ้งอวี้ซี…”
“เติ้งอวี้ซีชอบพอคุณชายเจียงสือหานมากมายถึงเพียงนั้นข้าเกรงว่าในอนาคตข้างหน้านี้นางจะกลาย…”
“เติ้งอวี้ซีผู้นี้หาได้ชอบเจียงสือหานเพียงผู้เดียวเสียหน่อยเจียงสือหานเป็แค่เพียงชายหนุ่มที่นางหมายปองเป็อันดับสองและคนอย่างเจียงสือหานไม่มีทางชอบผู้หญิงอย่างนางแน่นอน และต่อให้นางจะใช้วิธีให้ผู้ใหญ่บีบบังคับข้าก็มั่นใจว่าเจียงสือหานจะคว้าผู้หญิงที่ดีมาครองคู่ได้อย่างแน่นอน”
“แล้วชายหนุ่มที่เติ้งอวี้ซีหมายปองเป็อันดับหนึ่งคือใครหรือ”
“บุตรชายคนโตของเหวินเจา แม่ทัพอันหยางโหว[10]อันหยางโหวซื่อจื่อ[11] เหวินเจี๋ย”
“อันหยางโหวซื่อจื่อ เหวินเจี๋ยมารดาของเขามีศักดิ์เป็ลูกผู้น้องของหวงโฮ่วพระมารดาของท่าน และดูเหมือนว่าเขา…”
“ความรู้สึกของข้าที่มีต่อเหวินเจี๋ยก็เหมือนความรู้สึกของเ้าที่มีต่อสือหาน ไม่ได้รู้สึกรักใคร่ชอบพอเลยสักนิดและไม่มีวันที่ข้าจะชอบพอเขา”เมื่อได้ยินคำตอบหลิวจื่อหรงเสิ่นเยว่จึงคลี่ยิ้มให้นางอย่างเข้าใจ
“หมายความว่าน้องสาวของเ้ายังคงอยู่ที่นี่อยู่ที่ตำหนักคุนหนิงในฐานะสหายขององค์หญิงหย่งเล่ออย่างนั้นหรือ”ชายหนุ่มเอ่ยถามเพื่อนสนิทที่เดินอยู่เคียงข้างด้วยสีหน้าที่แปลกใจ
“ถูกต้อง”
“สหายที่ถูกคัดเลือกเข้ามาเป็สหายขององค์หญิงหย่งเล่อถูกคัดออกไปจนเหลือแค่เพียงคนเดียว หรือว่าน้องสาวของเ้าจะเป็สตรีผู้นั้นหน้าตาของนางคล้ายกับเ้ามาก ข้าคิดไว้แล้วว่าจะต้องเป็เสี่ยวเยว่เยว่ครั้งล่าสุดที่ข้าเจอนาง ตอนนั้นนางอายุแค่แปดขวบ มาเห็นอีกทีตอนนางอายุสิบเอ็ดตอนนี้นางอายุสิบหกปีโตเป็สาวแล้ว ถึงว่านางถึงได้รู้จักข้าั้แ่ครั้งแรกที่ได้พบกันที่แท้นางก็เป็เสี่ยวเยว่เยว่นี่เองนางจำข้าได้แต่ข้ากลับจำนางไม่ได้เสียอย่างนั้น แต่อย่างไรเสียองค์หญิงหย่งเล่อเก็บนางเอาไว้ใกล้ตัวอยู่ตลอดเดี๋ยวใจดีกับนางบ้างเดี๋ยวใจร้ายกับนางบ้างแต่ถึงอย่างไรองค์หญิงหย่งเล่อก็คอยปกป้องดูแลนางไม่มีใครกล้ามาทำอะไรไม่ดีกับนางอย่างแน่นอน”
“พอได้ยินอย่างนี้ข้าก็ค่อยโล่งใจหน่อย”
“ตอนนี้ไท่โฮ่ว เหยียนไท่ฟูเหริน[12] และเหยียนฟูเหรินคงรอคอยเ้าอยู่ รีบไปกันเถอะอย่าปล่อยให้พวกนางต้องคอยนาน”เมื่อได้ยินเสียงของชายหนุ่มผู้เป็สหายกล่าวเสิ่นอวี้จึงพยักหน้าตอบรับทันที ก่อนที่ทั้งสองคนจะเดินเข้าไปด้านในตำหนักคุนหนิง
“เ้าปฏิเสธเสียงแข็งยืนยันว่านี่ไม่ใช่ฝีมือของเ้าใช่หรือไม่เติ้งอวี้ซี”น้ำเสียงและดวงตาอันเ็าของหลิวจื่อหรงทำให้คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าตัวสั่นขึ้นมาเล็กน้อยพลางเชิดหน้าฝืนใจเผชิญกับอีกฝ่ายราวกับว่าไม่ใช่คนผิด
“หม่อมฉันยืนยันว่าเื่นี้ไม่เกี่ยวข้องกับหม่อมฉันภาพวาดของเสิ่นเยว่ตั้งอยู่กลางศาลาริมน้ำ อาจจะโดนลมพัดจนปลิวตกน้ำก็ได้”เติ้งอวี้ซีเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่ยี่หระก่อนที่จะชะงักขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาของหลิวจื่อหรงที่จ้องมองนางราวกับว่ากำลังสูบเืไปจากตัว
“เ้าบอกว่าภาพวาดนี้อาจจะโดนลมพัดจนปลิวตกน้ำปลิวตกน้ำ แสดงว่าภาพวาดนี้มันมีขาใช่หรือไม่ ถึงได้เดินกลับมาตั้งอยู่บนฉากเหมือนเดิมแล้วน้ำที่เปื้อนภาพนี้เป็น้ำเปล่าอย่างนั้นหรือ ถึงได้เปรอะเปื้อนโคลนราวกับว่าโดนน้ำโคลนสาดขนาดนี้”
“หม่อมฉัน…หม่อมฉันแค่คาดเดาเพคะเื่นี้ไม่เกี่ยวข้องกับหม่อมฉันเสียหน่อยแล้วหม่อมฉันจะรู้ได้อย่างไรกัน”สีหน้าของเติ้งอวี้ซีเลิ่กลั่กขึ้นมา พลางพูดกลบเกลื่อนออกไป
“แล้วเ้าช่วยอธิบายให้ข้าฟังสักหน่อยจะได้หรือไม่ว่าเหตุใดชายกระโปรงของสาวใช้ของเ้าถึงได้เปื้อนสีและเปื้อนโคลนแบบนี้”
เติ้งอวี้ซีขมวดคิ้วขึ้นมาเมื่อได้ยินสิ่งที่หลิวจื่อหรงกล่าวเติ้งอวี้ซีจึงหันไปมองชายกระโปรงของสาวใช้ของตัวเองทันทีนางเบิกตากว้างขึ้นมาเมื่อเห็นรอยเปื้อน พลางมองสาวใช้ด้วยสายตาตำหนิก่อนที่อีกฝ่ายจะก้มหน้าหลบสายตาของเติ้งอวี้ซี
“ตอนนี้เ้าคิดคำอธิบายให้ข้าฟังได้แล้วหรือยังเติ้งอวี้ซี ว่าเหตุใดชายกระโปรงของสาวใช้ของเ้าถึงได้เปื้อนสีและโคลนเหมือนภาพวาดนี้”เมื่อได้ยินสิ่งที่หลิวจื่อหรงกล่าวเติ้งอวี้ซีจึงฝืนใจหันไปมองหลิวจื่อหรง
“แล้วหม่อมฉันจะทราบได้อย่างไรกันเพคะกระโปรงตัวนั้นหาใช่กระโปรงของหม่อมฉันเสียหน่อย”
“หมายความว่าเ้าของกระโปรงตัวนั้นคือคนที่กระทำใช่หรือไม่เพราะว่าภาพวาดนี้ข้าเห็นเสิ่นเยว่วาดด้วยตาของข้าเองสียังไม่แห้งดีเลยเสียด้วยซ้ำ ข้าจึงให้นางวางไว้กลางศาลาแต่ใครจะคาดคิดว่าจะมีมือปีศาจชั้นต่ำ มาทำลายภาพวาดนี้”เมื่อหลิวจื่อหรงกล่าวจบนางจึงวางถ้วยชาลงบนโต๊ะก่อนที่จะลุกขึ้นยืนพลางมองสาวใช้ส่วนตัวของเติ้งอวี้ซีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็น
“เอานางไปโยนลงในแม่น้ำ”ดวงตาของสาวใช้ของเติ้งอวี้ซีเบิกตากว้างขึ้นมาด้วยความตื่นตระหนกร่างกายของนางสั่นเทาจนทรุดตัวลงบนพื้นพลางหันไปมองเติ้งอวี้ซีเพื่อร้องขอความเมตตา หยดน้ำตาของนางไหลรินลงมาเรื่อยๆแล้วกอดขาของเติ้งอวี้ซีไว้แน่น
“คุณหนูต้องช่วยข้าน้อยนะเ้าคะ! เื่นี้คุณหนูเป็คนออกคำสั่งให้ข้าน้อยทำไม่ว่าอย่างไรคุณหนูจะต้องช่วยข้าน้อยนะเ้าคะ ข้าน้อยไม่อยากถูกโยนลงแม่น้ำแม่น้ำหนาวเย็นเสียขนาดนั้น ข้าน้อยคงจะทนไม่ได้”สาวใช้ของเติ้งอวี้ซีร้องโอดครวญจนทำให้เผลอพูดความลับบางอย่างออกมา
“เ้าพูดอะไรของเ้ารู้ตัวบ้างหรือไม่!”เติ้งอวี้ซีกล่าวตำหนิสาวใช้ของตัวเองทันทีหลังจากที่สาวใช้ได้เผลอพูดความลับที่นางปกปิดเอาไว้ ก่อนที่นางจะััได้ถึงสายตาที่มองนางมาจากด้านหลัง
“ตอนนี้สาวใช้ของเ้าได้รับสารภาพอย่างหมดเปลือกแล้ว”หลิวจื่อหรงเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉยพลางยื่นพัดให้แก่นางกำนัลผู้หนึ่ง ก่อนที่จะเดินเข้าไปหาเติ้งอวี้ซีอย่างช้าๆ
“แล้วตอนนี้เ้าจะยอมรับได้แล้วหรือยังว่าเป็ฝีมือของเ้า!”ดวงตาอันแข็งกร้าวและน้ำเสียงหวานแต่กลับแข็งกระด้างดังขึ้นมาจนทำให้เติ้งอวี้ซีสะดุ้งโหยงและล้มลงบนพื้นทันทีร่างกายของนางสั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเห็นแววตาของหลิวจื่อหรง
“อย่าลืมนะเพคะว่าหม่อมฉัน…”
“เป็น้องสาวของเติ้งอวิ๋นเหยาไท่จื่อเฟยแห่งแคว้นซีิ ถึงแม้ว่าเ้าจะเป็น้องสาวของไท่จื่อเฟยแต่เ้าไม่มีสิทธิ์มาแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว รังควานหาเื่คนของข้าภายในตำหนักคุนหนิงตำหนักคุนหนิงเป็ที่พำนักส่วนตัวของข้า เ้าอยากจะหยาบคายก็ไปทำที่อื่นไม่ใช่ที่นี่!”หลิวจื่อหรงมองเติ้งอวี้ซีราวกับกินเืกินเนื้อก่อนที่จะเหลือบไปมองสาวใช้ของเติ้งอวี้ซีที่นั่งลงอยู่ข้างๆ
“พวกเ้ามัวยืนรอทำอะไรอยู่ ลากตัวนังปีศาจชั้นต่ำ…สาวใช้คนนี้ไปโยนน้ำเร็วเข้า!”
“พ่ะย่ะค่ะองค์หญิง”เสียงของเหล่าขันทีขานรับเมื่อได้ยินคำสั่งของหลิวจื่อหรงก่อนที่จะลากสาวใช้ผู้นั้นไปยังท่าน้ำด้านหน้าหลิวจื่อหรงยังคงมองเติ้งอวี้ซีอย่างไม่กะพริบตา เช่นเดียวกับอีกฝ่ายที่มองนางด้วยความหวาดกลัวจนหยดน้ำตาที่เอ่อนองค่อยๆไหลลงมา
________________________________________________
[9]ไท่จื่อเฟย (太子妃) คือตำแหน่งองค์หญิงพระชายา พระชายาเอกในองค์รัชทายาทซึ่งสามารถแต่งตั้งได้เพียงคนเดียว
[10]โหว (列侯) เป็ตำแหน่งที่องค์จักรพรรดิมักพระราชทานให้กับองค์ชายที่ไม่ได้เป็ผู้สืบทอดตำแหน่งหวางทุกคนรวมถึงพระญาติฝ่ายนอก (เครือญาติฝั่งพระมารดาและจักรพรรดินี)ราชบุตรเขยขององค์จักรพรรดิ และข้าราชสำนักที่มีความดีความชอบทางด้านการทหาร สามารถสืบทอดตำแหน่งเลี่ยโหวให้ลูกหลานได้
[11]โหวซื่อจื่อ (侯世子) เป็คำเรียกทายาทผู้สือทอดบรรดาศักดิ์เลี่ยโหว
[12] ไท่ฟูเหริน(太夫人) เป็ตำแหน่งสำหรับภริยาเอกในเลี่ยโหวคนก่อนหน้านับขึ้นไป1-2 ขั้นซึ่งอาจจะมีฐานะเป็มารดาแท้ๆ หรือมารดาเลี้ยงของเลี่ยโหวคนปัจจุบันก็ได้ บางครั้งมารดาของเลี่ยโหวซึ่งไม่ได้เป็ชายาเอกหรือภริยาเอกก็สามารถมีตำแหน่งนี้ได้เช่นกัน