สามเดือนผ่านไป
"ย่าจ๋า กิ่งเรียนจบแล้วนะ"
"เก่งจังเลยหลานย่า"ย่าสมศรียกมือไปลูบศีรษะหลานสาวที่นั่งยิ้มอยู่ใกล้ๆ เตียงนอน
"วันนี้ย่าไม่ค่อยสบาย อยู่บ้านพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวกิ่งทำขนมไปขายเอง"
"อืม.. เดี๋ยวย่ากินยานอนพักสักหน่อยก็คงจะดีขึ้น ไม่ต้องเป็ห่วงนะ"หญิงสูงวัยนอนหลับตาพูด ท่าทีหมดแรง เพราะอายุมากแล้วและยังตื่นมาทำขนมแต่เช้าทุกวันไม่เคยหยุดพัก ทำให้ร่างกายทรุดโทรมไวกว่าเดิม
"กิ่งวางข้าวไว้ตรงนี้นะจ๊ะย่าต้องกินข้าวด้วยนะกิ่งออกไปขายขนมก่อนนะจ๊ะย่า เดี๋ยวจะรีบกลับมา"
กิ่งดาวทำขนมเสร็จก็ออกไปที่ตลาดทันทีโดยมีลุงทัศน์คนปั่นสามล้อรับจ้างเ้าประจำมารอที่หน้าบ้าน
"อ้าว! วันนี้กิ่งไปขายแทนยายสมศรีเหรอ"
"ใช่จ้ะลุง ย่าไม่ค่อยสบาย กิ่งเลยให้พักผ่อนอยู่ที่บ้าน"
"มาๆ ลุงช่วยยก รีบขายจะได้รีบหมดแล้วกลับมาดูแลย่านะ"
"ขอบคุณจ้ะลุงทัศน์"เมื่อขึ้นรถเรียบร้อยแล้วลุงทัศน์ก็ปั่นสามล้อคู่ใจมุ่งหน้าพาไปที่ตลาดทันที
"อ้าวกิ่ง วันนี้มาขายแทนยายสมศรีเหรอลูก"ยายน้อยร้านดอกไม้สดติดกันทักทายกิ่งดาวที่หิ้วตะกร้าขนมเดินเข้ามาที่แผง
"สวัสดีจ้ะยายน้อย"กิ่งดาวยกมือไหว้หญิงชราที่กำลังจัดดอกไม้อย่างคล่องแคล่ว
"ย่าไม่ค่อยสบาย กิ่งเลยให้พักผ่อนอยู่ที่บ้านจ้ะ"
"เรียนจบรึยังหลาน"
"เรียนจบแล้วค่ะยาย อีกหน่อยถ้ากิ่งหางานทำได้ คงไม่ให้ยายมาขายขนมแล้วล่ะกิ่งสงสารยาย"
"ดีแล้วลูก คนแก่ควรจะพักผ่อนมากๆ แล้วสมศักดิ์มันไม่มาช่วยเลยเหรอยายไม่เห็นหน้านานหลายเดือนแล้วนี่" ยายน้อยถามออกมาทำให้กิ่งดาวนึกประหลาดใจอีกครั้ง เพราะปกติผู้เป็พ่อจะมาขอเงินย่าตลอดแต่่ระยะหลังๆ พ่อก็หายหน้าไปเลย ไม่เห็นแม้แต่เงา
"กิ่งก็ไม่เห็นพ่อเหมือนกันจ้ะ ไม่รู้ว่าหายไปไหน" คิดหาเหตุผลต่างๆ นานาแต่เมื่อมีลูกค้ามาซื้อขนมไม่ขาดสายก็ทำให้กิ่งดาวเลิกคิดไปเองโดยอัตโนมัติ
"เอาขนมอย่างละหนึ่งชุดครับ"กิ่งดาวเงยหน้าขึ้นมามองลูกค้าหนุ่มที่เพิ่งเคยเห็นหน้าครั้งแรก
"เอาหมดนี่เลยเหรอคะ"
"ใช่ครับ เอาอย่างละหนึ่งชุด วันนี้คุณยายไม่มาเหรอครับ"กวินถามพลางมองหายายสมศรี แม่ค้าที่เคยซื้อขายกันประจำ
"ยายสมศรีไม่ค่อยสบาย เลยให้หลานสาวมาขายแทนน่ะ"ยายน้อยร้านดอกไม้ข้างๆ ตอบแทนกิ่งดาวด้วยความคุ้นเคยกับลูกค้าขนมรายนี้ เพราะเห็นมาซื้อกับยายสมศรีเป็ประจำ
"อ๋อ..ใช่ค่ะ" กิ่งดาวพยักหน้าเห็นด้วย พร้อมกับยื่นถุงขนมที่จัดเรียบร้อยให้ลูกค้าหนุ่มที่เพิ่งเคยเห็นหน้าครั้งแรก
"นี่เงินค่าขนมครับ ไม่ต้องทอนนะ"กิ่งดาวรับมาพร้อมกับยกมือไหว้ขอบคุณ
"ขอบคุณนะคะ" หญิงสาวส่งยิ้มหวานไปให้อีกครั้ง กวินมองรอยยิ้มนั้นด้วยความรู้สึกที่อบอุ่นภายในใจ
"วันนี้หลานคุณยายมาขายแทนครับ บอกว่าคุณยายไม่ค่อยสบาย"กวินเล่าให้เ้านายหนุ่มฟังหลังจากจัดขนมใส่จานให้เรียบร้อยแล้ว
"อืม อร่อยเหมือนเดิมนะ ฝีมือไม่ต่างกันเลย" ศตวรรษกินไปเรื่อยๆ แล้วพยายามแยกแยะรสชาติที่แตกต่างกันเล็กน้อย
"ครับเฮีย นี่ถ้าผมไม่เห็นกับตาคงไม่เชื่อนะครับว่าเฮียชอบกินขนมไทยขนาดนี้"
"เคยชินมาั้แ่เด็กน่ะ ที่บ้านชอบทำให้กิน ก็เลยติดมาเรื่อยๆจนมาเจอเ้านี้ อร่อยจนไร้ที่ติจริงๆ"
"ครับเฮีย" กวินยิ้มรับคำสั้นๆเป็ครั้งแรกที่เ้านายพูดเื่ส่วนตัวกับเขาเยอะมากที่สุดั้แ่มาทำงานที่นี่
"วันนี้มีลูกหนี้คนไหนที่ครบกำหนดชำระหนี้บ้าง ตรวจสอบดูดีๆ นะ"
"มีนายสมศักดิ์ครับ ไม่เคยส่งต้นส่งดอกมาสามเดือนแล้ว"กวินตรวจสอบในระบบและรายงานเ้านายหนุ่ม
"ผมจำได้ ยอดเยอะอยู่นะ พยายามติดต่อไปรึยัง?"
"ยังเลยครับ"
"งั้นวันนี้ต้องตามด่วนเลย ลองไปหาที่บ้าน เอาเอกสารแจ้งเตือนไปด้วย"
"ครับเฮีย" กวินรีบเตรียมเอกสารต่างๆ จนครบ
"เออกวิน คุณอยู่ที่สำนักงานนี่แหละ เดี๋ยวผมจะออกไปธุระข้างนอกเอาเอกสารของนายสมศักดิ์มาให้ผม เดี๋ยวผมจัดการเอง"
"ครับเฮีย" กวินยื่นเอกสารให้เ้านาย และหันกลับไปทำงานต่อ
ศตวรรษขับรถวนหาบ้านนายสมศักดิ์อยู่สักครู่ก็เจอตามเอกสารที่ระบุไว้
"นี่มันบ้านคุณยายคนที่เราเคยมาส่งนี่ มีใครอยู่มั้ยครับ"ชายหนุ่มส่งเสียงเรียกหาคนในบ้าน เขาเดินวนอยู่หน้าบ้านสักพักกิ่งดาวที่กลับจากตลาดพอดีจึงเอ่ยถามออกมา
"มาหาใครเหรอคะ" เสียงของหญิงสาวทำศตวรรษหันมาหาต้นเสียงด้วยความใเป็นักศึกษาสาวคนนั้นที่เคยนั่งตักเขานี่เอง
"คุณอยู่บ้านหลังนี้เหรอ?" ชายหนุ่มถามเพื่อความแน่ใจ
"ใช่ค่ะ ฉันเป็หลานย่าสมศรี" หญิงสาวตอบด้วยน้ำเสียงชัดเจนใบหน้าสวยของเธอทำเอาชายหนุ่มที่มองผ่านแว่นกันแดดต้องตกตะลึงแม้จะไม่ได้แต่งหน้าแต่ความสวยของกิ่งดาวก็สะดุดตาไม่ใช่น้อยต่างจากสาวๆ ในสังคมที่เขาพบเจอ
"ผมมาหานายสมศักดิ์ เขาอยู่มั้ย?" ศตวรรษทำน้ำเสียงให้เป็ปกติ
"มาหาพ่อ มีเื่อะไรคะ?" กิ่งดาวทำสีหน้างุนงงเพราะเธอก็ไม่เจอหน้าพ่อมาหลายเดือนแล้วเหมือนกัน
"กิ่งใครมาเหรอลูก"ยายสมศรีได้ยินเสียงคนคุยกันที่หน้าบ้านจึงลุกจากที่นอนออกมาดูทั้งกิ่งดาวและศตวรรษที่กำลังยืนคุยกันอยู่จึงหันไปหาต้นเสียงทันที
"ย่าเป็ยังไงบ้างจ้ะ" กิ่งดาวรีบวิ่งเข้าบ้านไปประคองผู้เป็ย่าทันที
"มีคนมาถามหาพ่อจ้ะ ย่านั่งตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวกิ่งจะไปเอาน้ำมาให้"
"เข้ามาก่อนสิพ่อหนุ่ม มาหาสมศักดิ์เหรอ มันไม่อยู่หรอกไม่เห็นหน้ามันหลายเดือนแล้ว"ยายสมศรีบอกศตวรรษที่กำลังเดินเข้ามาบริเวณม้านั่งหน้าบ้าน
"สวัสดีครับคุณยาย" ศตวรรษยกมือไหว้หญิงสูงวัย
"เอ้า! คุณเองหรอกเหรอ นั่งก่อนสิ"
"ครับ พอดีว่านายสมศักดิ์เค้าไม่ติดต่อใช้หนี้เลย ผมก็เลยต้องมาตามหา"
"หนี้! หนี้อะไรเหรอพ่อหนุ่ม?" ยายสมศรีอุทานออกมาด้วยความใเพราะลูกชายก็หายหน้าไป ไม่กลับมาบ้านเลย
"นี่เอกสารครับ" กิ่งดาวถือแก้วน้ำมาวางให้ย่าและแขกที่มาตามหาพ่อ เสร็จแล้วจึงรับซองเอกสารมาเปิดอ่านทันที
"สามล้าน!" กิ่งดาวไล่อ่านไปเรื่อยๆ จนเจอกับยอดเงินที่พ่อของตนเป็หนี้ก็ใจนอุทานออกมาใบหน้าร้อนผ่าว ตาเริ่มแดง
"อะไรลูก ไหนอ่านให้ย่าฟังซิ"ย่าสมศรีที่เห็นอาการของหลานสาวเริ่มใจคอไม่ดี
"นายสมศักดิ์เอาโฉนดที่ดินแปลงนี้ไปกู้เงินจากผมสามล้านบาทครับ"ศตวรรษสรุปใจความออกมาให้หญิงชราฟัง
"โฉนดที่ดินเหรอ!"ย่าสมศรีรีบลุกเข้าไปในบ้านเปิดตู้เสื้อผ้าที่เอาโฉนดไปซุกซ่อนไว้แต่หายังไงก็หาไม่เจอ ย่าหาอะไรจ๊ะกิ่งดาวที่วิ่งตามเข้ามา ถามผู้เป็ย่าด้วยน้ำเสียงสั่นๆ
"โฉนดที่ดินหายไปจริงๆ ด้วย"หญิงสูงวัยค่อยๆ นั่งลงที่หน้าตู้เสื้อผ้าหมดเรี่ยวแรงจะยืนไหว น้ำตาค่อยๆ ไหลออกมา จนทำให้กิ่งดาวใเพราะั้แ่เกิดมาเธอไม่เคยเห็นผู้เป็ย่าร้องไห้เลยสักครั้ง
"ย่าอย่าร้องไห้เลยนะ เดี๋ยวกิ่งจะหาเงินใช้หนี้เค้าเอง"กิ่งดาวกอดผู้เป็ย่าที่นั่งน้ำตาไหลเงียบๆ ย่าสมศรีคนที่เลี้ยงดูเธอมาเป็คนที่แข็งแกร่งที่สุดในสายตาของกิ่งดาว เป็คนที่สอนให้เธอเข้มแข็งแต่บัดนี้ย่ากำลังอ่อนแอเพราะสมบัติชิ้นสุดท้ายที่ตั้งใจจะเก็บเอาไว้ให้หลานเพียงคนเดียวกลับถูกลูกชายที่ผีพนันเข้าสิงผลาญไปจนหมดสิ้นแล้ว
"ย่าตั้งใจจะยกที่ผืนนี้ให้กิ่ง แต่มันก็ไม่ทันแล้ว...."หญิงสูงวัยสะอื้นออกมาความรู้สึกอดสูจากลูกชายที่ก่อเื่ทำให้ย่าสมศรีหมดคำที่จะพูด
ศตวรรษที่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างทำตัวไม่ถูก ได้แต่ยืนมองอยู่อย่างนั้นเงียบๆ เพราะไม่รู้ว่าจะทำตัวแบบไหนจะพูดยังไง เขาไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนเลย