บทที่ ๑
ถึงเพลาของเ้าแล้วใบบัว
"ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยดูแลบ้านนี้อย่างดีมาโดยตลอด"
ว่าที่ภรรยาของเ้านายหนุ่มสุดหล่อเอ่ยขอบคุณ เขาเป็เ้าของผืนที่ดินที่มีเรือนเล็กหลังเก่าเป็เรือนไม้ และเรือนใหญ่อยู่ทางด้านหน้าซึ่งสร้างมาจากไม้สักสมัยโบราณ เธอเอ่ยขอบคุณคนเก่าแก่ที่คอยดูแลเรือนหลังนี้ซึ่งก็คือ 'ลุงมิ่ง' อายุหกสิบปี
"ไม่เป็ไรครับคุณแก้ว ผมอยู่ที่นี่มาั้แ่เด็กพ่อของผมก็คอยดูแลที่นี่อยู่ตลอด"
'แก้วกาญจน์' ว่าที่ภรรยาของเ้าของเรือนไทย เธอมีอาชีพเป็ดาราชื่อดังซุปเปอร์สตาร์เมืองไทย เรียกได้ว่าทั้งคู่เป็คู่จิ้นคู่ขวัญที่ดังกันมากๆในยุคนี้
"ยังไงก็ขอบคุณลุงมิ่งมาก ที่นี่สวยจริงๆ...ผมกับแก้วจะมาจัดงานแต่งกันที่นี่"
'ภูริช' พระเอกหนุ่มชื่อดังวัย ๓๐ ปีถึงคราวที่จะมีครอบครัว เขาคบกับแก้วกาญจน์ว่าที่ภรรยามานานนับสิบปี ทั้งคู่รู้จักกันั้แ่ก่อนเข้าวงการ
"ดีเลยครับ ที่นี่สวยงามเหมาะกับงานมงคลเป็อย่างยิ่ง" ลุงมิ่งพูดเสริมขึ้นแล้วยิ้มมองคู่บ่าวสาวที่ดูเหมาะสมกันเสียยิ่งกว่ากิ่งทองใบหยก
ที่นี่เป็มรดกตกทอดมาั้แ่สมัยคุณปู่ทวดหรืออาจจะนานกว่านั้น ซึ่งภูริชเองก็ไม่ได้รับรู้ประวัติอะไรมากมายเพราะเป็มรดกตกทอดจากทางฝั่งพ่อ และพ่อกับแม่เขาก็แยกทางกันั้แ่ยังเล็กที่สำคัญตอนนี้พ่อก็เสียชีวิตลงแล้ว เขาจึงเหลือเพียงแต่แม่
เรือนไทยแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาซึ่งอยู่ไม่ห่างไกลจากกรุงเทพนัก
"ครับ ไว้ยังไงเดี๋ยวผมจะแวะมาอีกวันนี้ขอตัวกลับก่อน"
ภูริชว่าอย่างนั้นก่อนจะโอบไหล่แฟนสาวหน้าตาสะสวยผมยาวดำขลับไปถึงกลางหลังเดินไปขึ้นรถตู้คันหรูด้วยกันเพื่อที่จะกลับคอนโดที่กรุงเทพ
เขาตั้งใจจะทำงานอยู่ที่กรุงเทพและอยากจะออกมาใช้ชีวิตที่ต่างจังหวัดแต่ภรรยาสาวอย่างแก้วกาญจน์ยืนยันว่าอยากจะทำงานอยู่ที่กรุงเทพและใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงเทพเพราะต่างจังหวัดนั้นไม่สะดวกสบายมากนัก ภูริชจึงตัดสินใจซื้อบ้านอีกหลังไว้ที่กรุงเทพด้วยเพื่อจะใช้เป็เรือนหอ ปัจจุบันทั้งคู่อยู่คอนโดและแวะเวียนมาหากันบ่อยๆ
"ลัล ล้า~"
ในอีกด้านเด็กสาววัย ๒๐ ปี หลานสาวของคุณปู่มิ่งวัยหกสิบปี เธอกำลังรดน้ำต้นไม้พร้อมฮัมเพลงอย่างเริงร่า
"บัว จะรดน้ำเสร็จกี่โมงลูก คุณริชเขากลับกรุงเทพไปแล้ว"
หลานสาวอย่าง 'ใบบัว' เธอกำพร้าพ่อแม่เพราะทั้งสองประสบอุบัติเหตุั้แ่เธอยังเล็ก ใบบัวจึงมาอยู่อาศัยกับปู่มิ่งซึ่งเป็ญาติเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่
"อ้าว งั้นเหรอจ๊ะปู่...เสียดายจังยังไม่ได้เข้าไปไหว้คุณริชเลย"
ภูริชรับรู้การมีตัวตนของเด็กสาวคนนี้แต่ก็ไม่ได้เจอมานานนับสิบปีแล้ว เจอกันล่าสุดก็ตอนใบบัวอายุสิบขวบและภูริชก็ยังช่วยส่งเสริมการศึกษาให้เธอจนจบมัธยมหก
ใบบัวตัดสินใจไม่เรียนต่อเพราะไม่้าให้เ้านายหนุ่มเปลืองเงินไปกับเธอมากกว่านี้ เธอยินดีที่จะอยู่กับปู่เพียงสองคนและทำงานเป็สาวใช้ดูแลเรือนหลังนี้ต่อไป
"อืม ไว้รอบหน้าเขามาก็เข้าไปไหว้ทักทายด้วย เห็นกันมาั้แ่ยังเล็กๆนี่โตเป็สาวแล้วคุณริชยังไม่มีโอกาสได้เจอเลย"
"เดี๋ยวก็ได้เจอกันบ่อยๆแล้วล่ะค่ะปู คุณภูกับคุณแก้วเขาจะย้ายมาอยู่ที่เรือนหลังนี้นี่"
"ไม่หรอก คุณแก้วเธอเคยอยู่สุขสบายในเขตเจริญ จะมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน ไม่มีอะไรที่จะเจริญทัดเทียมย่านหรูใจกลางเมืองในกรุงเทพได้หรอก"
เรียกได้ว่าปู่มิ่งอ่านเกมขาด ไม่มีทางที่ดาราสาวอย่างแก้วกาญจน์จะยอมมาอยู่ที่นี่ ถึงจะสวยหวานใจดียังไงก็ตาม
"งั้นยังไงเดี๋ยวก็ได้เจอกันวันงานแต่งค่ะปู เนี่ยหนูเห็นในทีวีสำนักข่าวเค้าก็ลงข่าวการแต่งงานของคุณภูคุณแก้วกาญจน์ซะใหญ่โต"
ก็อย่างว่า ดาราคู่จิ้นแห่งยุคกำลังจะแต่งงานกัน ไม่เป็ข่าวใหญ่สิแปลก มีแต่คนให้ความสนใจทั้งนั้น
ตกค่ำ
หญิงสาววัยเพียงยี่สิบปีนอนอยู่ภายในเรือนเล็กซึ่งเป็เรือนสำหรับเธอและปู่ที่ภูริชผู้เป็เ้าของเรือนในปัจจุบันอนุญาตให้นอนอาศัยอยู่ที่นี่ได้
ร่างเล็กหลับตาพริ้มซึ่งขณะนี้เป็เวลาสองทุ่ม
แต่ก็ต้องขยับพลิกตัวไปมาเหมือนคนไม่สบายเนื้อไม่สบายตัวเมื่อได้ยินเสียงร่ำร้องบางอย่างอยู่ข้างหู
"ใบบัว~.."
เสียงเรียกชื่อเธอยานคางดังขึ้น ฟังดูน่าขนลุก...
"อื้อ..." ร่างเล็กพลิกตัวไปมาพยายามใช้มือปัดที่ข้างหูเพราะจั๊กจี้เหมือนมีใครมาแกล้ง
"ใบบัว~..."
เสียงยังคงดังยานครางอยู่ข้างหูของเธอ เป็น้ำเสียงผู้หญิงลากยาว...
"อื้อ..." เธอรู้สึกรำคาญจนต้องลืมตาขึ้นแต่แล้วก็ต้องใอย่างสุดขีด
ผู้หญิงผมทรงดอกกระทุ่มในชุดผ้าแถบรัดหน้าอกสีน้ำตาลอ่อนกับโจงกระเบนเก่าๆสีน้ำตาลเข้ม ใบหน้าสวยหวานแต่ดูยังไงก็ไม่ใช่คน
เพราะอะไรน่ะเหรอ? เพราะเธอลอยตัวนอนขนานอยู่บนร่างของใบบัวยังไงล่ะ!
"กรี๊ดดดดดดด!!"
กรี๊ดออกมาด้วยความช็อคที่ได้เห็นภาพตรงหน้าขณะนอนอยู่ เพียงแค่ลืมตาก็เจอกับร่างของหญิงสาวคนนี้นอนอยู่บนตัวของเธอห่างกันแค่คืบ
"ถึงเพลาแล้ว ถึงเพลาของเ้าแล้ว...จงทวงคืน จงทวงคืนสิ่งที่ควรจักเป็!!"
เพียงหญิงสาวในชุดโจงกระเบนตนนั้นพูดจบประโยคจากดวงตากลมโตสวยหวานก็แปรเปลี่ยนสีดำบุ๋มลึกเข้าไปจนหาแววตาไม่เจอ
"กรี๊ดดดดดดดด!!!"
ใบบัวกรี๊ดใจนตัวเองสลบไปกับที่นอน ไม่เคลื่อนไหวร่างกายใดๆเพราะหมดสติไปแล้ว ใบบัวช็อคมากกับภาพตรงหน้าที่ได้เห็น
อยู่ที่นี่มาั้แ่หกขวบ ไม่เคยเจอสิ่งเร้นลับใดๆทั้งสิ้นเลยสักครั้ง มีเพียงครั้งนี้
บางที...อาจถึงเวลาอันเหมาะสม