เล่มที่ 1 บทที่ 24 หมิงเฉิน
มีภาษิตกล่าวว่าเสือเจ็บอย่าตาม อาเฉินเมื่อเห็นว่าทุกคนรอดพ้นอันตรายแล้ว จึงคลายใจลงหันมาดูคนที่เหลืออยู่ " ท่านจอมยุทธ์เก่งกาจที่สุด ถึงกับใช้ฝ่ามือเปล่าต่อสู้กับกระบี่ของคนร้าย " หยางอี้เหอที่เพิ่งโผล่ศีรษะจากด้านหลังเฒ่าไป๋เซียงถึงกับโห่ร้องชมเชยออกมา " เด็กตัวน้อย ข้าเห็นคนชุดดำใช้กระบี่เหล็กธรรมดาดอก หากมันใช้กระบี่วิเศษข้าย่อมไม่กล้าชะล่าใจปานนี้แล้ว " อาเฉินกล่าวขึ้นอย่างเอ็นดูเมื่อเห็นเด็กน้อยหยางอี้เหอกล่าวชมด้วยน้ำเสียงและแววตาเทิดทูนเขาอย่างที่สุด " เด็กน้อยหน้าแดง เห็นเพียงเท่านี้ก็ตกใจแล้ว อาเฉินของข้าเก่งกาจกว่านี้หลายเท่านัก เพียงไม่อยากแสดงออกมา เกรงเด็กน้อยเจ้าจะตกใจจนหน้าแดงไปมากกว่านี้ " หมิงจื่อได้ทีกล่าววาจาข่มขวัญเด็กน้อยหน้าแดงทันที " หมิงจื่อ ! " อาเฉินถึงกับอดดุขยิบตาใส่หลานของเขาอย่างเสียมิได้ เฒ่าไป๋เซียงและเจี่ยต๋าถึงกับหัวเราะออกมาเบาๆ หลังเห็นทุกอย่างกลับสู่สภาวะปกติ เฒ่าไป๋เซียงจึงถามอาเฉินว่า " เรียนถามจอมยุทธ์ท่านนี้ นามยิ่งใหญ่ของท่านคือ " เขาอยากทราบนามที่ยิ่งใหญ่ของผู้ที่ช่วยชีวิตของทุกคนในที่นี้ไว้ รวมถึงเจี่ยต๋าที่อยู่ด้านข้างก็อยากรู้เช่นกัน ร่างกายของเขาเริ่มดีขึ้นมาก บาดแผลที่เกิดจากพิษศิลากบแดงที่เป็นรอยไหม้ถึงกลับกลายเป็นเพียงรอยแผลสีแดงที่ปรากฏบนผิวภายนอก เจี่ยต๋าคิดว่าตนเองต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บนี้อีกหลายวันจึงจะหายดี แต่เวลานี้แผลที่เกิดจากพิษศิลากบแดงกัดกร่อน อาการกลับดีขึ้นมากกว่าที่เขาคาดไว้นัก จนรู้สึกอัศจรรย์ในประสิทธิภาพหยาดน้ำสีใสที่อาเฉินใช้พรมทาบนบาดแผลของเขา " เรียนท่านผู้เฒ่าไป๋ ผู้น้อยมีนามอันต่ำต้อยว่า หมิงเฉิน เป็นน้องชายของบูรพาจารย์หมิงเย่าเจ้าวิหารโอสถเทพเก้าจักรวาลแห่งมณฑลใหญ่อุดร " หมิงเฉินกล่าวตอบผู้เฒ่าไป๋เซียง " นับถือมานานๆ ข้าเฒ่าผู้ชราไป๋เซียงเพียงเป็นผู้ดูแลโรงครัวของมหาอาศรมหยั่งฟ้า ส่วนที่ท่านผู้ยิ่งใหญ่ได้กรุณาช่วยชีวิตเป็นเจี่ยต๋าศิษย์ที่โดดเด่นสังกัดศาลาเมฆคล้อยของมหาอาศรมหยั่งฟ้าเราเช่นกัน " เฒ่าไป๋เซียงแนะนำตนและเจี่ยต๋า ส่วนหยางอี้เหออาหลานทั้งสองย่อมรู้จักดีอยู่แล้ว เจี่ยต๋าเมื่อได้ยินว่าชายที่ช่วยชีวิตตนชื่อหมิงเฉิน รู้สึกแปลงใจอยู่บ้าง นามหมิงเฉินกลับไม่เป็นที่รู้จักของเหล่าจอมยุทธ์ในแดนฟ้าเมฆินทร์ นับว่ายุทธจักรแดนฟ้าเมฆินทร์มีพยัคฆ์ซ่อนมังกรเร้นตนอยู่อีกมากมายนัก เจี่ยต๋าเพียงเคยได้ยินบูรพาจารย์หมิงเย่าแห่งวิหารโอสถเทพเก้าจักรวาล เป็นบุรุษแท้ที่อายุน้อยที่สุดในสี่สุดยอดหนึ่งคุณธรรมขณะนี้ มีพี่น้องร่วมสายเลือดทั้งสิ้นสามคน หมิงเฉินผู้นี้คงเป็นน้องชายของบูรพาจารย์หมิงเย่าเจ้าวิหารโอสถเทพเก้าจักรวาลแล้ว ความจริงเจี่ยต๋าไม่รู้ว่าบูรพาจารย์หมิงเย่ามีพี่สาวนามว่าหมิงเหลียน และน้องชายหมิงเฉินที่มีพลังฝึกปรือลึกล้ำไม่แตกต่างกันเลย นับเป็นยอดฝีมือระดับต้นๆของแดนฟ้าเมฆินทร์เลยก็ว่าได้ ส่วนชายชุดดำที่เจี่ยต๋าต่อสู้ด้วยหากมันใช้ฝีมือที่แท้จริงออกมาเกรงว่าเจี่ยต๋าต้านทานรับมันได้มิเกินสองกระบวนท่า เพียงหมิงเฉินสามารถมีเปรียบคนชุดดำอยู่บ้างก็จะรู้ว่าหมิงเฉินฝีมือสูงล้ำปานใด หมิงเหลียนและหมิงเฉินจึงเป็นพญาหงส์ราชันมังกรที่เก็บตัวเร้นกายไม่ออกท่องยุทธภพของวิหารโอสถเทพเก้าจักรวาลเท่านั้นเอง หากหมิงจื่อไม่รบเร้าให้หมิงเฉินผู้อาพามาสักการะมหาเจดีย์หยั่งฟ้า เขาก็คงไม่มีทางได้รู้จักหมิงเฉินผู้นี้แล้ว " สมเป็นยาวิเศษของวิหารโอสถเทพเก้าจักรวาล ที่ได้สมญาว่าเป็นราชาโอสถเหนือโอสถทั้งเก้าจักรวาล นับว่าเจี่ยต๋าผู้นี้ได้เปิดหูเปิดตาแล้ว ข้าขอคารวะท่านหมิงเฉินที่ได้ช่วยชีวิตข้าและทุกคนในที่นี้ไว้ " เจี่ยต๋าน้อมกายคารวะลงไปทันที ทำเอาหมิงเฉินรีบฉุดเขาขึ้นมา " ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเป็นเรื่องพึ่งกระทำของชนชาวธรรมะ ใยน้องเจี่ยต้องเห็นเป็นเรื่องใหญ่โต " " เช่นนั้นก็เป็นบุญวาสนาของผู้น้องและชาวยุทธ์ทั่วแดนฟ้าเมฆินทร์แล้ว แต่ผู้น้องก็ขอเก็บความกรุณาของท่านหมิงเฉินนี้ไว้ชั่วชีวิต เอ่อ.. ผู้น้องเพียงสงสัยอีกประการหนึ่ง " เขายังประหลาดใจที่เหตุใดผงสีแดงที่เป็นพิษศิลากบแดงอยู่ๆ ไฉนจึงหมดฤทธิ์กัดกร่อนอันน่าสะพรึงไปได้ " ท่านใช่สงสัยว่าเหตุใดพิษศิลากบแดงจึง.. " เหมือนหมิงเฉินจะรู้ในสิ่งที่เขากำลังสงสัยอยู่ภายในใจ ทันใดนั้นเอง " อะจ้ากก ! อ่า อย่า..อย่า " เสียงหยางอี้เหอถึงกับดังขัดเสียงทุกคนขึ้นมา เป็นหมิงจื่อที่หยิบผงสีแดงที่หล่นตามพื้นมาแกล้งโปรยใส่หยางอี้เหอจนเขาตกใจร้องออกมา " หมิงจื่อเจ้านี้น้า เช่นนั้นเจ้าก็จงเดินให้ทั่วบริเวณที่ผงสีแดงนี้ตกอยู่ " หมิงเฉินสั่งหลานของตนปานพิษศิลากบแดงเป็นเพียงผงแป้งสีแดง แต่ความจริงเขาเจตนาให้หมิงจื่อใช้ไข่มุกสีม่วงที่ห้อยอยู่ตรงคอของนางทำลายฤทธิ์กัดกร่อนของผงพิษศิลากบแดงที่ตกอยู่ทั่วบริเวณให้หมดไปซึ่งหากหลงเหลือไว้เกรงว่าจะเกิดอันตรายกับผู้อื่นได้อีก สุดท้ายเมื่อเห็นหลานของเขาเดินไปจนทั่วบริเวณที่มีร่องรอยถูกพิษศิลากบแดงกัดกร่อนแล้ว เขาจึงกล่าวกับเจี่ยต๋าว่า " เป็นความลับประการหนึ่งของวิหารโอสถเทพเก้าจักรวาลของเรา จึงขอประทานอภัยน้องเจี่ยเป็นอย่างยิ่ง และหากน้องเจี่ยอยากขอบใจก็ขอบใจหลานจื่อของเรา โดยนำข้าและนางไปสักการะมหาเจดีย์หยั่งฟ้าของท่านโดยเร็วแล้ว " เจี่ยต๋าเมื่อได้ยินคำตอบรู้สึกฉงนใจนัก ยิ่งเมื่อเห็นเขาใช้ให้หมิงจื่อเดินจนทั่วบริเวณนี้ปานไม่กริ่งเกรงต่อพิษศิลากบแดง แต่ในเมื่อเป็นความลับของผู้อื่น จึงไม่อาจเสียมารยาทได้ เขามองไปทางหมิงจื่อที่ขณะนี้กำลังคล้ายทำตัวใหญ่โตขึ้นมาทำนองว่าเห็นหรือไม่ข้าเป็นผู้ช่วยทุกคนในที่นี้ไว้ นางเชิดสายตาใส่เด็กน้อยหยางอี้เหอทั้งที่ดูอายุของนางน่าจะอ่อนวัยกว่าเขาด้วยซ้ำ " เจ้า อ่า คุณหนูหมิงจื่อ จะเจ้าถึงกับได้ช่วยชีวิตทุกคนจริงๆ เจ้าถึงกับเก่งกาจปานนี้ ข้าถึงกับดูเจ้าไม่ออกจริงๆ " หยางอี้เหอถึงกับเริ่มนับถือหมิงจื่อขึ้นมาจริงๆ " ฮิๆเช่นนั้นเด็กน้อยหน้าแดง หากคราวหน้าเด็กน้อยหน้าแดงเช่นเจ้าเจอกับข้า เจ้าต้องเรียกข้าว่า‘อาเจ้ใหญ่หมิง’แห่งวิหารโอสถเทพเก้าจักรวาลได้ยินหรือไม่.. " " หลานจื่อพอได้แล้ว " หลงเฉินถึงกับใบหน้าแดงขึ้นมาบ้าง ส่วนหมิงจื่อนางถึงกับเชิดปากน้อยๆของนางขึ้นมา " ทุกท่านได้โปรดอย่าถือสานาง นางมีพี่ชายสามคน ท่านพี่มีนางเมื่ออายุสูงวัย นางจึงถูกท่านพี่และพี่ชายทั้งสามตามใจแต่ไหนแต่ไรมาทำให้เป็นเช่นนี้ "เขากล่าวยังส่ายหัวอยู่ในที นึกถึงบิดาของนางที่ปวดหัวกับเรื่องวุ่นวายที่นางก่อขึ้น และยังพี่สาวของเขาที่ตามใจหลานยิ่งกว่าผู้ใดอีก ตอนแรกคิดว่าหากออกมาท่องเที่ยวภายนอกที่ไม่มีผู้คนคอยเอาอกเอาใจ นางคงดีขึ้นไหนเลยจะคาดนางอายุเพียงเท่านี้ยังข่มผู้อื่นถึงปานนี้ " เป็นเช่นนี้เอง " เจี่ยต๋าผงกศีรษะเห็นด้วยอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เขารู้สึกร่างกายถึงกลับทุเลาเกือบเป็นปกติแล้ว ยาของวิหารโอสถเทพเก้าจักรวาลนับว่ามีประสิทธิภาพเกินกว่าที่เขาคาดคิดไว้เสียอีก " ถ้าเช่นนั้นเชิญท่านหมิงเฉินและคุณหนูหมิงจื่อ ข้าขอนำทางสู่มหาอาศรมหยั่งฟ้า " เจี่ยต๋ากล่าวก่อนเดินนำออกไป ระหว่างที่เดินทางทั้งเฒ่าไป๋เซียงและเจี่ยต๋าต่างก็สงสัยในท่าร่างวิชาตัวเบาที่คล้ายกระบวนท่าแปดเซียนจรวิถีที่คนชุดดำใช้ออก เพียงแต่ศิษย์ฆราวาสของมหาอาศรมหยั่งฟ้าที่อยู่ภายนอก มีอยู่มากหลายจึงยากที่จะระบุว่าคนชุดดำผู้นี้เป็นใคร และเขายังเจตนาจะปกปิดฝีมือที่แท้จริงเอาไว้จึงได้แต่เก็บความสงสัยนี้เอาไว้ในใจ สุดท้ายเจี่ยต๋า ตามด้วยหมิงเฉิน ผู้เฒ่าไป๋เซียง เด็กน้อยหน้าแดง และอาเจ้ใหญ่หมิงแห่งวิหารโอสถเทพเก้าจักรวาล จึงเดินติดตามกันบนเส้นทางขึ้นสู่มหาอาศรมหยั่งต่อไป..