“น้ายุ้ยครับผมอยากมีแฟนจังเลย” ผมส่งข้อความหาเธอไปแบบนั้นตอนพักเที่ยง เหตุใดวันนี้ผมถึงรู้สึกเหงาเป็ที่สุดทำไมกันนะในหัวของผมเวลาเห็นคนอื่นเดินเคียงคู่กันถึงนึกถึงตัวเองกับน้ายุ้ย ถ้าขอเธอเป็แฟนแม่ผมจะด่าไหมนะ แม่จะรังเกียจหรือเปล่าที่ผมมีแฟนอายุมากกว่าแถมยังเป็เพื่อนเธออีก เื่นี้ผมคิดไม่ตกจริง ๆ แล้วเธอก็ตอบกลับมา
“อ้าวมาบอกน้าทำไมล่ะ อยากมีก็หาสิ ทำไมจะให้น้าหาสาวให้เหรอ”
“น้ายุ้ยเคยมีแฟนหรือยังครับ”
“ก็เคยนะแต่เลิกกันไปหลายปีแล้วตอนนี้ก็ใช้ชีวิตโสดสนุกดีไม่ต้องผูกมัดใคร ไม่ต้องคิดมากไม่ต้องกังวลว่าเขาจะนอกใจหรือเปล่า”
“แฟนเก่าเคยทำให้น้าเสียใจเหรอครับ”
“ก็ไม่เชิงหรอกแต่น้าเป็คนขี้ระแวงเวลามีความรักเลยไม่ค่อยมีความสุข”
“แล้ว...น้าไม่อยากมีอีกสักครั้งเหรอครับ”
“ใครล่ะ ไม่มีใครกล้าจีบน้านะ วัน ๆ น้าทำแต่งาน หนุ่ม ๆ ที่ตำแหน่งสูสีกันเขาก็มีครอบครัวหมดแล้ว”
“ตำแหน่งอื่นล่ะครับ”
“เด็กเสิร์ฟเหรอ ไม่ไหวหรอกั้แ่ทำงานที่นี่เห็นมีเล่นผัวเล่นเมียกันก็ไม่น้อยแบบนั้นน้าไม่เอา”
“คนอื่นล่ะ”
“ใคร!?”
ผมเงียบเลี่ยงที่จะไม่ตอบ เธอถามผมมาอีกสองสามข้อความแต่ผมก็เงียบและผมรู้สึกว่าความเงียบของผมทำให้น้ายุ้ยกระวนกระวายในใจ
ตกเย็นในขณะที่คนอื่นกลับบ้านหมดแล้วแต่ผมยังเคลียร์งานไม่เสร็จน้ายุ้ยเดินผ่านมาทางออฟฟิศที่ผมอยู่พอดี เธอหยุดหันมองชั่วครู่เมื่อเห็นผมยังอยู่เธอก็เดินเข้ามาโน้มตัวก้มค้ำแขนบนโต๊ะทำงานเผยให้เห็นร่องอกเล็กน้อยใต้เสื้อเชิ้ตสีขาว
“ทำไมไม่ตอบข้อความน้าล่ะ”
“อ้าวน้าส่งมาเหรอครับ พอดีผมยุ่งผมยังไม่ได้อ่านเลย” ผมแกล้งบอกไปอย่างนั้น ความจริงผมอ่านแล้วทุกครั้งที่มันเด้งขึ้นมาผมเห็นแต่ผมไม่เปิดเข้าไปดู
“แล้วทำไมยังไม่กลับ”
“ผมยังเคลียร์งานไม่เสร็จครับ”
เธอเหยียดตัวขึ้นยืนกอดอกมองผมหันซ้ายแลขวาแล้วดวงตากลมโตที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอย่างเป็ธรรมชาติไปสะดุดอยู่ที่มุมหนึ่งของห้องก่อนหันมามองผมอีกครั้งด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยยกข้อมือซ้ายขึ้นมาดูเวลา
“แล้วจะกลับบ้านยังไง”
“คงนั่งรถไฟฟ้าไปเหมือนปกติแหละครับ”
“ถ้างานไม่เสร็จแล้วรถหมดล่ะ”
“ก็นั่งแท็กซี่ไปครับ” ผมตอบทั้งที่ยังก้มหน้าก้มตาทำสื่อประชาสัมพันธ์ ผมยังไม่มีรถยนต์เพราะบอกกับแม่ว่ารบกวนมาเยอะแล้วขอทำงานเก็บเงินดาวน์เอง
“ถ้างั้นเข้าไปหาน้าในออฟฟิศนะเดี๋ยวน้าไปส่ง”
“แต่ผมไม่อยากรบกวนน้ายุ้ยครับผมไม่รู้จะเสร็จงานตอนไหน”
“รบกวนอะไรกัน ไปหาน้านะ”
“เอ่อ ครับผม”
หลังผมเคลียร์งานเสร็จผมก็เข้าไปหาเธอตามที่เธอบอก ตอนแรกก็ไม่นึกว่าเธอจะรอแต่เพื่อไม่ให้ผู้ใหญ่รอเก้อหรือผมเสียคำพูดกับผู้ใหญ่เลยเดินไปดูว่าเธอรอหรือเปล่าก็เห็นว่าเธอรอผมอยู่จริง ๆ ผมเคาะประตูอยู่หลายครั้งแต่เธอไม่ได้ยิน มองเข้าไปเห็นเธอใส่หูฟังผมจึงถือวิสาสะเปิดประตูกระจกเข้าไปยืนอยู่ข้างโต๊ะสิ่งที่ทำให้ผมตะลึงคือเธอนั่งดูหนังโป๊แต่ทว่าเธอไม่ลืมตา นั่นแสดงว่าเธอหลับอยู่และดูเหมือนว่าผมจะเปิดเข้ามาเจอจังหวะเหมาะ
ผมเข้าใจว่าในวัยของน้ายุ้ยทั้งเป็ผู้หญิงที่ค่อนข้างจะทันสมัยและเปิดกว้างคงไม่น่าเกลียดหากเธอจะทำอะไรประมาณนั้นเพราะในออฟฟิศมีเธออยู่คนเดียว เธอคงรอผมแหละแต่ผมดันทำงานนานไปหน่อย
ผมลังเลอยู่พักใหญ่ว่าจะปลุกดีไหม เธอจะอายผมหรือเปล่าถ้ารู้ว่าผมเห็นว่าเธอกำลังดูอะไร เพื่อเป็การไม่เสียมารยาทผมจึงไปดึงเก้าอี้มานั่งอยู่ตรงข้ามเธอแล้วเรียก
“น้ายุ้ยครับ น้ายุ้ย น้ายุ้ยได้ยินผมหรือเปล่าครับ” ผมเรียกอยู่หลายครั้งแต่เธอไม่ขานรับ ดูแล้วคงจะหลับสนิทจริง ๆ
ผมแกล้งยันเท้ากับพื้นทำเก้าอี้ล้อเลื่อนของเพื่อนร่วมงานที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามไปกระแทกโต๊ะเธอโดยมีผมนั่งอยู่ เสียงหัวเข่าที่กระแทกเข้ากับโต๊ะโลหะทำให้เธอสะดุ้ง
“ดินเองเหรอ น้าใหมด” เธอมองหน้าผมแล้วหันไปมองมือถือจ้องอยู่ชั่วครู่กัดริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนถอดแจ็คเชื่อมออกทั้งที่อินเอียร์ยังคาอยู่ที่หู ทันใดนั้นเสียงครางของนักแสดงก็ดังขึ้นก่อนเธอจะดึงอินเอียร์ออก แล้วดวงตากลมก็เบิกโตหันมองหน้าผมยิ้มเอียงอายแล้วรีบปิดมัน ไม่อยากจะเชื่อคนอะไรดูหนังโป๊แล้วหลับ มิหนำซ้ำยังมาดึงสายออกโดยไม่ปิดเสียก่อน ปล่อยให้ผมฟังเสียงเสียวของนักแสดงชายหญิงชาวญี่ปุ่นครวญคร่ำรสสวาทกันเฉย นั่นทำให้เกิดคำถามขึ้นในใจของผมว่า เธอแกล้งกันหรือเปล่า
“เห็นอะไรหรือเปล่า”
‘หึ ยังมีหน้ามาถามอีกมาทั้งภาพทั้งเสียงขนาดนั้น ใครจะบอกกันล่ะว่าผมเห็นน้าดูหนังโป๊อยู่ แต่แกล้งตีมึนให้ก็ได้’ ผมนึกกระหยิ่มยิ้มย่องในใจก่อนตอบเธอด้วยคำถาม
“อะไรเหรอครับ”
“ก็…” เธอลังเลผมจึงเอ่ยแทรก
“ผมเห็นแค่น้านั่งหลับครับ ดูท่าว่าน้าจะเหนื่อยไหนจะทนนั่งรอผมอีกก็เลยไม่กล้าปลุก แต่น้าดูอะไรอยู่เหรอครับเสียงเมื่อครู่คืออะไร” ผมรู้สึกสะอิดสะเอียนตัวเองที่แกล้งใสซื่อยังไงไม่รู้
“อ๋อ เปล่าหรอกเรากลับกันเถอะแต่ขอแวะบ้านก่อนนะ วันนี้แม่โทรตามไปกินข้าวหรือเปล่า”
“ไม่ครับผมโทรบอกแม่แล้วว่าผมเคลียร์งานยังไม่เสร็จ”
“ดีเลย หิวไหม”
“นิดหน่อยครับ แต่ดีเื่อะไรเหรอครับ” เธอหันมายิ้มให้ผมแล้วก็เดินนำหน้าไปก่อนจะหันกลับมาล็อกออฟฟิศเมื่อผมเดินออกพ้นประตู
“เราไปหาอะไรกินก่อนนะ”
“ได้ครับผม”