เกิดใหม่ทั้งทีดันมีเพื่อนเป็นพี่ซะงั้น

    ข้ามเวลามาเป็นน้องเพื่อน : ปรับตัว

    ปรับตัว “อืม”เสียงครางดังขึ้นพร้อมกับเปลือกตาที่เปิดขึ้นอย่างช้าๆด้วยความงัวเงียนี่เราลืมตาได้แล้วเหรอเนี่ย ดีจริงเมื่อคิดได้ดังนั้นแล้วฟางเซียนก็ลุกขึ้นนั่งเพื่อสำรวจสภาพแวดล้อมรอบตัวของเธอ จากการสำรวจพบว่าห้องนี้น่าจะเป็นห้องของเธอกับพี่สาวทั้งสองรวมถึงท่านแม่ด้วยห้องนี้ไม่ใหญ่มากแต่ก็ไม่ได้เล็กถึงขนาดที่คนนอนด้วยกันสี่คนแล้วจะแออัดแต่ก็ไม่ได้ได้สบายมากนัก ภายในห้องประกอบด้วยฟูกนอนเก่าๆ บนเตียงที่เธอกำลังนั่งอยู่กับฟูกนอนอีกผืนที่อยู่บนพื้นมุมห้องไม่ไกลจากเตียง มีผ้าห่มสองผืนและหีบเสื้อผ้าอีกสองหีบเท่านั้นในห้องนี้ไม่มีอย่างอื่นนอนเหนือจากนี้เลยเอี๊ยดๆเสียงบานประตูเปิดออกพร้อมกับร่างของหญิงสาวที่มีอายุน่าจะสามสิบกว่า ใบหน้าเรียวได้รูปรับกับจมูกที่โด่งเป็นสัน ริมฝีปากบาง มีดวงตาที่อ่อนหวานผมยาวสลวยสีน้ำตาลที่ถูกมวยเก็บอย่างเรียบร้อยโดยรวมแล้วผู้หญิงคนนี้ถือว่าสวยหาตัวจับได้ยากเลยล่ะ  ‘ฟางลี่จิ่น’ เธอเป็นลูกชาวบ้านในแถมชนบทที่ครอบครัวถือว่ายากจนเลยที่เดียวและครอบครัวของเธอก็พึ่งตายจากไปก่อนที่ท่านพ่อของร่างนี้จะมาที่นี้เสียอีกทำให้ความเป็นอยู่ก่อนหน้านี้ของเธอเรียกได้ว่าลำบากเลยล่ะ ฟางลี่จิ่นมีธาตุน้ำเป็นธาตุประจำตัวและผู้หญิงคนนี้ก็คือมารดาของฟางเซียนนั้นเอง“เซียนเออร์ตื่นแล้วเหรอลูก”เสียงหวานดังขึ้นอย่างอ่อนโยน“เจ้าคะท่านเเม่”ฟางเซียนเอ่ยตอบรับกลับไปหลังจากที่สำรวจคนตรงหน้าเสร็จแล้ว“งั้นลูกล้างหน้าล้างตาก่อนนะเดี๋ยวแม่ไปยกข้าวต้มเข้ามาให้”เสียงท่านแม่ดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับยกอ่างล้างหน้าที่ถือเข้ามาก่อนหน้านั้นมาไว้วางบนเตียงให้ฟางเซียน“เจ้าคะท่านแม่”หลังจากที่เธอตอบรับกับไปแล้วท่านแม่ก็เดินออกไปจากห้องเพื่อไปเอาถ้วยข้าวต้มมาให้เธอกิน ส่วนตัวฟางเซียนนั้นก็หันมาล้างหน้าล้างตาของตัวเองรอ เมื่อเช็คหน้าเสร็จก็เห็นว่าท่านแม่เดินถือถ้วยข้าวต้มกับถ้วยยาเข้ามาในห้องแล้ว“ลูกกินข้าวก่อนนะแล้วค่อยกินยาเดี๋ยวแม่ออกไปเตรียมสำรับให้คนอื่นก่อนแล้วจะเข้ามาเก็บทีหลังนะ”เสียงท่านแม่เอ่ยขึ้นด้วยความอ่อนโยนพร้อมกับเอามือมาลูบหัวลูกสาวคนเล็กของเธออย่างรักใคร่“ท่านแม่ไปเถอะเจ้าคะข้าดูแลตัวเองได้”ฟางเซียนเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเพื่อให้เเม่สบายใจว่าเธอสามารถดูแลตัวเองได้ ลี่จิ่นที่เห็นดังนั้นก็เดินออกไปจากห้องเพื่อไปเตรียมสำรับให้ลูกและสามีได้กินก่อนจะออกไปที่ไร่ฟางเซียนที่เห็นว่าในห้องเหลือแค่เธอคนเดียวแล้วก็เริ่มลงมือกินข้าวต้มที่อยู่ตรงหน้าทันทีด้วยความหิวโหยเมื่อกินเสร็จเธอก็กินยาที่ขมปี้นั้นเข้าไปรวดเดียวถึงจะไม่อยากกินแค่ไหนก็ต้องกินจะได้หายเร็วๆ หลังจากที่จัดการอาหารและยาเสร็จเธอที่ไม่มีอะไรจะทำและไปไหนไม่ได้ก็เริ่มที่จะสำรวจร่างกายของตัวเองบ้างโดยเริ่มจากขาเจ้าปัญหานี้ก่อนว่าพอจะมีทางรักษาให้หายได้ไหม เธอดึงผ้าห่มที่คลุมขาทั้งสองออกปรากฎว่าขาของเธอลีบและเล็กมากเพราะไม่ได้ใช้งานมานาน เธอเลยลองหยิกขาตัวเองดูเพื่อให้แน่ใจว่าขาตัวเองไม่ได้ตายและมีความรู้สึกอยู่บางจะได้ง่ายต่อการรักษา“โอ้ย”เสียงร้องด้วยความเจ็บดังขึ้นจากปากของฟางเซียนแต่ก็ไม่ได้ดังมากนักเพราะเธอกลัวว่าครอบครัวของเธอจะเป็นห่วง“มีความรู้สึกงั้นก็เเสดงว่าขาทั้งสองข้างยังใช้การได้อยู่แต่แค่ต้องออกกำลังกายให้ขาทั้งสองมีกล้ามเนื้อเสียก่อนค่อยเริ่มขั้นตอนอื่น”เมื่อคิดได้ดังนั้นแล้วเธอก็เริ่มที่จะคิดถึงท่าทางออกกำลังกายที่เคยทำให้คุณยายสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่เพราะท่านต้องนอนติดเตียงนานๆหมอเลยแนะนำให้ทำกายภาพบำบัดตลอดเวลาเธอจึงเริ่มลงมือกายภาพบำบัดตัวเองทันทีเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเพราะวันนี้ยังไงเธอก็ต้องขอให้ท่านแม่ของเธอพาออกไปสูดอากาศข้างนอกให้ได้เพราะถ้าให้เธออุดอู้อยู่แต่ในห้องแบบนี้ไม่น่าจะดีต่อสุขภาพจิตของเธอมากนัก เมื่อทำกายภาพบำบัดเสร็จไม่นานท่านแม่ก็เดินเข้ามาเพื่อเก็บถ้วยข้าวและถ้วยยาที่เธอกินเสร็จแล้ว“ท่านแม่เจ้าคะ ข้าอยากออกไปนั่งที่แคร่หน้าบ้านได้หรือไม่เจ้าคะ”ฟางเซียนเอ่ยจุดประสงค์ของเธอออกไปทันทีที่แม่เดินเข้ามาใกล้เธอแล้ว“แต่ลูกพึ่งจะหายป่วยนะ”เสียงท่านแม่เอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วง“ลูกไม่เป็นไรแล้วเจ้าคะ นะเจ้าคะท่านแม่ลูกไม่อยากอุดอู้อยู่แต่ในห้องแบบนี้”เสียงเธอดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับส่งสายตาออดอ้อนให้ท่านแม่ใจอ่อนลี่จิ่นที่เห็นว่าลูกสาวคนเล็กของเธอส่งสายตาออดอ้อนให้ก็เกิดใจอ่อนขึ้นมาเพราะลูกสาวคนนี้ของเธอนั้นตั้งแต่ที่เกิดเรื่องเมื่อสองปีก่อนก็เอาแต่เก็บตัวและไม่ร่าเริงเมื่อแต่ก่อนอีก“งั้นเดี๋ยวแม่เก็บจานออกไปล้างจะบอกให้พ่อของเจ้ามาอุ้มออกไปนั่งที่แคร่ล่ะกันนะ”เสียงท่านแม่เอ่ยขึ้นอีกครั้งพร้อมกับก้มลงเก็บถ้วยจานและเดินออกไปเรียกสามีให้มาอุ้มบุตรสาวคนเล็กออกไปนั่งเล่นที่แคร่หน้าบ้าน “ท่านพี่เจ้าคะท่านช่วยไปอุ้มเซียนเออร์ออกมานั่งที่แคร่หน้าบ้านทีนะเจ้าคะ”เสียงของลี่จิ่นเอ่ยบอกสามีของตนที่นั่งสานตะกร้าอยู่บนแคร่หน้าบ้านกับลูกๆที่เหลือของเธอที่เล่นกันอยู่ไม่ไกลจากตรงนั้น