ไม่นานนัก อาหารก็ถูกยกมาเสิร์ฟต้องขอชมว่าพ่อครัวใหญ่ของร้านอาหารรัฐบาลฝีมือไม่ธรรมดาหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงเป็รสชาติหมูตุ๋นแท้ๆ อร่อยกลมกล่อมรสชาติต้นตำรับเนื้อนุ่มละลายในปาก หมูผัดซอสเปรี้ยวหวานััเหนียวนุ่มรสชาติเข้มข้น แม้แต่ซาลาเปาธรรมดาก็ยังอร่อยมาก
ชีเยวี่ยรู้สึกว่าอร่อยกว่าอาหารในซูเปอร์มาร์เก็ตในมิติเสียอีก
หานชีเยวี่ยกำชับลู่จิ่งิว่า “คุณาเ็อยู่หมูผัดซอสเปรี้ยวหวานมันเผ็ดนะคะ”
ลู่จิ่งิไม่ใช่ไม่เคยได้รับความห่วงใยจากใครแต่คำพูดของหานชีเยวี่ยในตอนนี้กลับทำให้เขารู้สึกอบอุ่นหัวใจ
ชีเยวี่ยกินไม่ค่อยอยากอาหารกินหมูตุ๋นแดงสองชิ้น หมูผัดเปรี้ยวหวานสองชิ้น เกี๊ยวสี่ห้าลูกก็อิ่มแล้ว
“สหายหานชีเยวี่ย คุณกินน้อยเกินไปแล้ว” ลู่จิ่งิขมวดคิ้ว
เด็กสาวตัวน้อยที่มีความอยากอาหารเพียงนิดเดียวกินได้น้อยจริงๆ เพราะกินแค่นี้เอง มิน่าถึงได้ผอมแห้งแรงน้อยเหมือนขาดสารอาหาร
หานชีเยวี่ย: …
เพราะกินน้อยมานานจนกระเพาะเล็กลงแล้วน่ะสิ!
“ไม่งั้นลองกินผักเพิ่มอีกหน่อยไหมครับ?” ลู่จิ่งิแนะนำ
ทันใดนั้น ตู้ฉาก็เดินเข้ามากับชายคนหนึ่ง
เมื่อตู้ฉามองเห็นหานชีเยวี่ยก็ทำหน้ารังเกียจและเต็มไปด้วยความเคียดแค้นใบหน้ายังคงร้าวระบมอยู่
นางสารเลวนี่ทำให้ลูกชายของหล่อนหลงหัวปักหัวปำแล้วยังมานั่งกระหนุงกระหนิงกับผู้ชายสองคนในร้านอาหารรัฐบาลอีกไม่รู้ว่าลูกชายหัวอ่อนของหล่อนไปหลงเสน่ห์นางนี่ตรงไหนถึงได้ปักใจตั้งมั่นอยากแต่งงานกับมันนัก
คอยดูเถอะเดี๋ยวหล่อนจะจัดการสั่งสอนมันให้เข็ดหลาบ
ชีเยวี่ยก็เห็นตู้ฉาเช่นกันรวมถึงผู้ชายที่อยู่ข้างๆ ตู้ฉาด้วย มุมปากของเธอยกยิ้ม ตู้ฉานี่ช่างกล้าจริงๆ!
เธอย่อมไม่รู้ว่า ตู้ฉามีความคิดสกปรกอยู่ในใจ
ถ้าหากรู้เธอคงจะพูดว่าคนที่ใจสกปรกมองอะไรก็สกปรก
เห็นตู้ฉาแล้วยิ่งทำให้ไม่มีความอยากอาหารเลยชีเยวี่ยจะกินเพิ่มอีกคำก็กินไม่ลง
โชคดีที่ลู่จิ่งิกับอู๋เจี่ยฟั่งกินเก่งเนื้อและผักทั้งหมดบนโต๊ะถูกกวาดเรียบลงกระเพาะไม่เหลืออะไรเลย
อู๋เจี่ยฟั่งลูบท้องป่องๆอย่างพอใจแล้วหลับตาพริ้ม นี่แหละคุณค่าของชีวิต!
หลังจากกินอิ่มแล้ว ชีเยวี่ยก็ไม่อยากเสียเวลาทั้งสามคนแยกย้ายกันที่หน้าร้านอาหาร ต่างคนแยกไปทำธุระของตัวเอง
ตู้ฉาเห็นชีเยวี่ยออกไปถึงได้รู้สึกโล่งใจขึ้นบ้าง
เธอหันไปพูดกับผู้ชายข้างๆ ว่า “นี่แหละนางสารเลวนั่น”
“มิน่าล่ะเหวินหลินถึงชอบ เธอสวยไม่หยอกเลยทีเดียว!” หลินข่ายเหอหรี่ตามอง
เมื่อเห็นสีหน้าของผู้ชายตู้ฉาก็รู้สึกถึงสัญญาณแปลกๆ ทันที
“ผู้อำนวยการหลิน…”
หลินข่ายเหอยิ้มแล้วพูดว่า “เธออย่าคิดเยอะเลยไม่ว่าจะเป็เด็กสาวบ้านนอก หากลูกชายชอบพอต้องใจละก็ฉันจะต้องทำให้เขาสมหวังแน่นอน”
ตู้ฉากลับรู้สึกอึดอัดจนหายใจไม่คล่องเธอไม่อยากให้หานชีเยวี่ยเป็สะใภ้ เพียงแค่อยากจะทำลายหานชีเยวี่ยมากกว่า
ไม่ต้องพูดถึงความคิดในใจของตู้ฉาเอาเป็ว่าหลังจากหานชีเยวี่ยออกมาจากร้านอาหาร เธอก็ตรงไปที่ร้านรับซื้อของเก่า
เป้าหมายของชีเยวี่ยชัดเจนมากเธอ้าหนังสือ ‘แบบเรียนคณิต ฟิสิกส์เคมีด้วยตนเอง’
คนรวยในเมืองเล็กๆ มีไม่เยอะของที่จะหลงมาถึงร้านรับซื้อของเก่าก็ยิ่งน้อย โอกาสที่จะเจอของดีคงมีไม่มาก
เธอสามารถอ่านหนังสือในมิติได้แต่ต้องหาอีกชุดหนึ่งให้พวกพี่ชายไม่งั้นก็ต้องคัดลอกเนื้อหาในหนังสือซึ่งเป็เื่ที่ยุ่งยากมาก
ร้านรับซื้อของเก่าในอำเภอฉางหนิงเป็โกดังเก่าที่ถูกดัดแปลงมีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง
ชีเยวี่ยพูดคุยกับคุณยายที่อยู่หน้าประตูสักพักก็เดินเข้าไปโกดังขนาดหลายร้อยตารางเมตรเต็มไปด้วยกองของเก่าต่างๆ มีกลิ่นอับฉุน
หานชีเยวี่ยไม่สนใจกลิ่นไม่อภิรมย์ที่คละคลุ้งอยู่รอบโกดังเธอมุดหัวเข้าไปค้นหาของ
อย่างแรกคือโซนเครื่องเคลือบไม่มีเครื่องเคลือบที่มีค่า ของดีๆถ้าไม่ถูกทุบก็ถูกคนที่มีความรู้เกี่ยวกับของพวกนี้เก็บไปซ่อนแล้วที่เหลืออยู่ส่วนใหญ่เป็ชามดินเผาเคลือบที่บิ่น ซึ่งชีเยวี่ยไม่สนใจ
ถัดมาคือโซนเครื่องเรือนชีเยวี่ยบังเอิญเห็นกล่องใส่เครื่องประดับไม้เวงเก้ [1] สองใบดูเหมือนจะเป็ของปลายราชวงศ์ชิงหรือต้นยุคสาธารณรัฐปล่อยไว้อีกไม่กี่ปีก็จะเป็ของโบราณแล้ว
นอกจากนี้เธอยังเจอปลอกหมอนอีกหนึ่งคู่ปลอกหมอนเป็ของที่หลายบ้านมี ปลอกหมอนที่ชีเยวี่ยเจอนั้นทำอย่างประณีตดูดีกว่าที่ย่าใช้อยู่ เธอจึงเก็บไว้
สุดท้ายชีเยวี่ยก็มาถึงโซนหนังสือเก่ากองหนังสือและกระดาษกองรวมกันเป็ตั้งๆชีเยวี่ยหาอยู่นานก็ไม่เจอหนังสือที่้า เพียงแต่เจอหนังสือเล่มอื่นๆที่ดูแล้วพอใช้ได้ เธอยืดตัวขึ้น นวดเอวที่เมื่อยล้าแล้วคิด ทำไมถึงหาไม่เจอ? หรือว่าเธอมาเร็วเกินไปหนังสือชุดศึกษาคณิต ฟิสิกส์ เคมีด้วยตนเองนี้จึงยังไม่ถูกทิ้งมาที่ร้านรับซื้อของเก่า?
แต่ในเมื่อมาแล้วถ้าไม่หาจนถึงที่สุดก็คงไม่ยอมแพ้ ชีเยวี่ยจึงก้มหน้าก้มตาค้นหาต่อไปจนถึงตอนที่ท้องฟ้าถูกย้อมด้วยความมืด ชีเยวี่ยใตาโตเธอเห็นหนังสือที่้าแล้ว
ชีเยวี่ยหยิบหนังสือเล่มที่คุ้นเคยขึ้นมาเป็หนังสือพีชคณิต
ในเมื่อเจอเล่มหนึ่งแล้วเล่มอื่นก็น่าจะอยู่ที่นี่ด้วยชีเยวี่ยจึงยิ่งก้มหน้าก้มตาตั้งใจค้นหามากขึ้นไปอีก
ครึ่งชั่วโมงต่อมาในที่สุดเธอก็เจอหนังสือครบชุด
เธอดีใจจนกอดหนังสือไว้แน่นแนบอกเหมือนกอดสมบัติล้ำค่า
“หนู หาเสร็จหรือยัง? ยายจะปิดร้านแล้ว!” คุณยายที่อยู่หน้าประตูะโอย่างหงุดหงิด
“มาแล้วค่ะ!” ชีเยวี่ยรีบตอบแล้วถือของที่ตัวเองหาได้เดินไปที่หน้าประตู
“คุณยายขา ขอโทษจริงๆ นะคะหนูหาของเพลินไปหน่อยเลยทำให้คุณยายเสียเวลา นี่เป็สินน้ำใจเล็กๆ น้อยๆเป็ค่าเสียเวลาค่ะ” ชีเยวี่ยที่ใบหน้าเปื้อนยิ้มหยิบเมล็ดทานตะวันกำหนึ่งจากกระเป๋าส่งให้คุณยาย
คุณยายที่หน้าบึ้งอึมครึ้มแต่ชีเยวี่ยรู้จักเอาใจจึงทำให้สีหน้าของหล่อนดีขึ้นมาก
“หนูจะซื้อหนังสือเหรอ?” คุณยายถาม
ชีเยวี่ยรีบพยักหน้า “ทั้งหมดนี้เท่าไหร่คะ?”
“พวกของชิ้นเล็กชิ้นน้อยชิ้นละหนึ่งหยวนหนังสือพวกนี้เล่มละห้าเหมา ส่วนเล่มพวกนี้ถูกหน่อย เล่มละหนึ่งเหมา” คุณยายคำนวณราคาแล้วพูดว่า “ทั้งหมดสิบสามหยวน!”
เด็กสาวคนนี้ดูอายุยังน้อยคุณยายสงสัยว่าเธอจะมีเงินมากขนาดนี้ไหม
ที่จริงแล้วเพราะคงไม่มีครอบครัวไหนจะให้เด็กสาวหนึ่งคนใช้เงินเดือนครึ่งเดือนแบบนี้
หานชีเยวี่ยหยิบเงินจำนวนหนึ่งออกจากกระเป๋าอย่างระมัดระวังนับเงินสิบสามหยวนแล้วยื่นให้คุณยาย
“นี่ค่ะคุณยาย”
หลังจากจ่ายเงินแล้วชีเยวี่ยเหลือเงินแค่สองเหมา ซึ่งไม่ได้สะดุดตามากสักเท่าไร
หลังจากออกมาจากร้านรับซื้อของเก่าชีเยวี่ยถึงเพิ่งรู้ตัวว่าพระอาทิตย์กำลังจะตกดินแล้ว
ถ้ากลับบ้านตอนนี้ คงต้องเดินบนถนนมืดๆ เป็แน่
แต่เธอไม่สามารถพักในตัวเมืองได้การเข้าพักที่โรงแรมต้องใช้ใบแนะนำตัว ซึ่งเธอไม่มี
ถึงไม่ต้องใช้ใบแนะนำตัวแต่ถ้าไม่กลับบ้านตอนกลางคืน คนที่บ้านคงจะเป็ห่วง
ไม่แน่ว่าตอนกลางคืนอาจจะออกมาตามหาเธอที่ตัวเมืองก็เป็ได้
ชีเยวี่ยรีบเดินออกนอกเมืองทันใดนั้นเธอก็นึกขึ้นได้ว่าในมิติของเธอมีจักรยานอยู่หนึ่งคัน เธอตีหน้าผากตัวเองเมื่อเช้าออกจากบ้านก็น่าจะนึกถึงเื่นี้ เสียเวลาเดินมาตั้งเยอะ
เธอหาซอกเล็กๆ แล้วหลบเข้าไปในมิติ
ในมุมหนึ่งของมิติ มีจักรยานเก่าๆ อยู่หนึ่งคัน
นี่เป็จักรยานของตู้ฉาตอนที่บ้านของจวงเหวินหลินกลายเป็มิติ จักรยานก็ติดมาด้วย ชีเยวี่ยไม่รอช้าคว้าจักรยานแล้วออกมาจากมิติแล้วปั่นกลับบ้าน
ระหว่างทางชีเยวี่ยพลางคิดว่าต่อไปคงต้องมาที่ตัวเมืองบ่อยๆถ้าทำให้จักรยานคันนี้กลายเป็ของที่ถูกซื้อมาแบบปกติได้ต่อไปการเดินทางจะสะดวกขึ้นมาก
แต่การหาเหตุผลนั้นไม่ง่าย ต้องวางแผนระยะยาว
ชีเยวี่ยปั่นจักรยานออกนอกเมืองบังเอิญเจอลู่จิ่งิเข้า
ชีเยวี่ยรีบทักทายลู่จิ่งิแล้วปั่นออกไปโดยไม่ลงจากรถ
เป็ครั้งแรกที่ลู่จิ่งิถูกเมินแบบนี้จึงทำให้เขารู้สึกแปลกๆ อยู่ไม่น้อย
เชิงอรรถ
[1] ไม้เวงเก้ (Wenge wood) เป็หนึ่งในไม้เนื้อแข็งที่ได้รับความนิยมสูงในวงการเฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งบ้านด้วยลวดลายที่เป็เอกลักษณ์และสีสันที่งดงาม ไม้ชนิดนี้ไม่เพียงแต่มีความสวยงามถือเป็สัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งและความมั่นคง เนื่องจากมันมีเนื้อไม้ที่ทนทานมากจึงมักใช้ในการก่อสร้างบ้านเรือนและในพิธีกรรมต่าง ๆเพื่อให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองและป้องกันสิ่งชั่วร้ายในวัฒนธรรมแอฟริกัน