หลินเหมยสะดุ้งตื่นขึ้นมาบนตั่งหินแข็งกระด้างสิ่งแรกที่เห็นไม่ใช่เพดาน ไม่ใช่ผนัง และไม่ใช่์เบื้องบน
แต่เป็ใบแจ้งหนี้
แผ่นหยกสีดำสนิทลอยอยู่เหนือหน้าอกของนาง ราวกับกลัวเ้าของจะมองไม่เห็น มันยังส่งแสงสีแดงกะพริบถี่ยิบไม่ต่างจากป้ายเรียกิญญา
[ยอดหนี้ค้างชำระแก่สำนักอสูร : หนึ่งแสนศิลาปีศาจ]
หลินเหมยจ้องมันอยู่ครู่หนึ่ง
จากนั้นจึงยกมือขึ้นตบหน้าตัวเอง
เพียะ!
เจ็บ
นางตบอีกที
ยังเจ็บ
"..."
ดูเหมือนการตื่นขึ้นมาแล้วเห็นใบแจ้งหนี้ลอยอยู่เหนือหัวจะไม่ใช่ความฝัน
ความทรงจำที่ไม่ใช่ของตนเองค่อย ๆ ไหลเข้ามาในสมอง ดินแดนอสูร หอศาสตราเก้าอัปยศ ช่างซ่อมของวิเศษระดับล่าง เตาหลอมอัคคีทมิฬ
เงินกู้
และสุดท้ายคือ...หนี้หนึ่งแสนศิลาปีศาจ
หลินเหมยนั่งนิ่งอยู่พักใหญ่
คนอื่นทะลุมิติไปเป็คุณหนูตระกูลใหญ่
คนอื่นทะลุมิติไปเป็พระชายา
คนอื่นทะลุมิติไปมีระบบโกง์คอยแจกโอสถ แจกวิชา แจกสมบัติ
ส่วนนาง...
ทะลุมิติมารับ่หนี้
ช่างเป็งานสืบทอดมรดกที่น่าประทับใจเสียจริง
หลินเหมยหยิบแผ่นหยกขึ้นมาดูอีกครั้ง หวังว่าตัวเลขจะลดลงเพราะความสงสาร น่าเสียดาย มันยังคงเป็หนึ่งแสนเหมือนเดิม นางค้นความทรงจำของร่างเดิมต่อ จึงพบว่าหญิงสาวผู้นี้ไม่ได้โง่เขลาจนกู้เงินมาเล่นสนุก
ตรงกันข้าม
ร่างเดิมอยากเลื่อนขั้นเป็ช่างซ่อมระดับกลาง อยากมีชีวิตที่ดีขึ้น
จึงกัดฟันกู้เงินทั้งหมดไปซื้อเตาหลอมอัคคีทมิฬมือสอง ผลลัพธ์คือเตาหลอมะเิั้แ่ใช้งานครั้งแรก
เงินหาย
เตาหลอมหาย
แต่หนี้ยังอยู่
หลินเหมยเงียบไปพักหนึ่ง
ก่อนจะพยักหน้าอย่างเข้าใจ
"หากเป็ข้า..."
"ข้าก็คงกู้"
คนจนจำนวนมากไม่ได้ล้มละลายเพราะฟุ่มเฟือย
แต่ล้มละลายเพราะอยากเลิกจน
น่าเสียดายที่์มักชอบเล่นตลกกับคนประเภทนี้
หลินเหมยถอนหายใจแล้วกวาดตามองรอบห้อง ความทรงจำของร่างเดิมบอกนางว่าที่นี่ไม่ใช่ห้องพัก แต่เป็มุมทำงานเล็ก ๆ ภายในหอศาสตราเก้าอัปยศ ส่วนตั่งหินที่นางนอนอยู่ เดิมทีมีไว้สำหรับพักสายตาระหว่างซ่อมศาสตราเท่านั้น
น่าเสียดายที่เ้าของร่างเดิมแทบไม่มีเวลาพักอยู่แล้ว ั้แ่แบกหนี้หนึ่งแสนศิลาปีศาจเอาไว้บนบ่า หญิงสาวผู้นั้นก็รับงานซ่อมทุกอย่างที่หาได้ ทำงานั้แ่ฟ้ายังไม่สว่างจนดึกดื่น หลายครั้งเหนื่อยเกินกว่าจะเดินกลับห้องพัก จึงนอนคาอยู่ในหอศาสตราเช่นนี้
ส่วนจะเป็ลมตายเพราะทำงานหนักหรือไม่…
ดูเหมือน์จะไม่สนใจนัก
หลินเหมยกวาดสายตามองทรัพย์สินทั้งหมดที่เ้าของร่างเดิมทิ้งไว้ให้ ตั่งหินหนึ่งตัว โต๊ะเก่า ๆ หนึ่งตัว พู่กันซ่อมแซมที่ผ่านการใช้งานมาจนด้ามสึก และหมั่นโถวแข็งจนสามารถใช้เป็อาวุธได้อีกครึ่งลูก
หมดแล้ว
หลินเหมยมองกองทรัพย์สินทั้งหมดอยู่พักใหญ่ เมื่อนำทุกอย่างมารวมกัน มูลค่าก็ยังไม่ถึงเศษเสี้ยวของหนี้
ต่อให้สำนักอสูรนำตัวนางไปขายเป็แรงงาน เกรงว่ายังคงต้องแนบหมั่นโถวครึ่งลูกเป็ของแถมเพื่อจูงใจผู้ซื้อ
หรือไม่ก็แนบตั่งหินไปด้วย เผื่อผู้ซื้อจะสงสาร
“์…”
หลินเหมยยกมือกุมหน้า
“ท่านเกลียดข้ามากถึงเพียงนี้เลยหรือ”
ราวกับ์้าตอบคำถามนั้น
ตึง!
เสียงประตูหอศาสตราถูกผลักเปิดออกอย่างแรงจากภายนอก…
ตึง!
ประตูหอศาสตราถูกผลักเปิดจนกระแทกผนังดังลั่น
หลินเหมยหันขวับไปมอง
เด็กหนุ่มในชุดศิษย์หัดงานคนหนึ่งกำลังยืนหอบอยู่ตรงประตู ผมเผ้ายุ่งเหยิง ราวกับเพิ่งวิ่งหนีสัตว์อสูรมาเป็ร้อยลี้ เหงื่อกาฬไหลท่วมใบหน้าเสียยิ่งกว่าคนกำลังจะถูกปะา
หลินเหมยจำเขาได้ทันทีจากความทรงจำของร่างเดิม
อู๋ซือ
ศิษย์น้องร่วมชะตากรรมแห่งหอศาสตราเก้าอัปยศ
และเป็คนประเภทที่ต่อให้หอศาสตราไฟไหม้ เขาก็ยังมีสติพอจะหอบหมั่นโถวติดมือออกมาด้วย
แต่วันนี้…
ในมือของอู๋ซือไม่มีแม้แต่เศษหมั่นโถว
ดูท่าเื่จะใหญ่จริง
“ศิษย์…ศิษย์พี่หลิน!”
อู๋ซือเกาะวงกบประตูแน่น
ใบหน้าซีดเผือดราวกับเพิ่งเห็นบัญชีหนี้ของนาง
“แย่แล้ว! แย่แล้วจริง ๆ!”
หลินเหมยขมวดคิ้ว
“มีเื่อะไร วิ่งมาเหมือนถูกผีไล่กวด”
“ข้าว่าผีคงไม่น่ากลัวเท่าเื่นี้แล้ว!”
อู๋ซือแทบสำลักลมหายใจตัวเอง เขาวิ่งถลาเข้ามากุมแขนนางแน่นเสียยิ่งกว่าเ้าหนี้ตามทวงเงิน
“เกิดเื่ใหญ่ที่วังหน้า!”
“เ้าช่วยพูดให้รู้เื่ก่อนตายได้หรือไม่”
หลินเหมยพยายามแกะมืออีกฝ่ายออก
แต่ดูเหมือนอู๋ซือจะใจนลืมไปแล้วว่ากำลังจับแขนคนอยู่
เด็กหนุ่มสูดหายใจเข้าลึก
แล้วฝืนเค้นคำพูดออกมา
“โคมอักขระผูกจิติญญา…”
“หือ?”
“โคมอักขระผูกจิติญญาของท่านจอมมาร…”
เขากลืนน้ำลายอึกใหญ่
“…ร้าวแล้ว”
บรรยากาศภายในห้องเงียบลงทันที
หลินเหมยอาจเพิ่งมาถึงโลกนี้ แต่จากความทรงจำของร่างเดิม นางรู้ดีว่าโคมอักขระผูกจิติญญามีความหมายเช่นไร
นั่นไม่ใช่โคมธรรมดา แต่มันผูกพันกับจิติญญาของจอมมารโดยตรงหากเกิดความเสียหายขึ้นมา…
เื่ย่อมใหญ่กว่าหนี้หนึ่งแสนศิลาปีศาจของนางหลายเท่า
ความฝันที่จะค่อย ๆ ซ่อมของ ใช้หนี้ และหอบเงินหนีไปใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ในหุบเขาสักแห่ง เริ่มสั่นคลอนขึ้นมาอย่างน่าเป็ห่วง
อู๋ซือสูดน้ำมูกดังฟืด ก่อนปล่อยโฮออกมาในที่สุด
“ท่านผู้คุมหอเรียกช่างฝีมือดีที่สุดไปดูแล้ว!”
“แล้ว?”
“ซ่อมไม่ได้!”
“…”
“ไม่มีใครซ่อมได้เลย!”
เสียงของอู๋ซือเริ่มสั่น
“ท่านจอมมารพิโรธมาก มีรับสั่งลงมาแล้วว่า…”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง
ราวกับแม้แต่ปากของตนเองก็ไม่อยากกล่าวประโยคนั้น
“…หากตะวันตกดินแล้วโคมยังไม่กลับคืนสู่สภาพเดิม”
“…”
“…ช่างซ่อมทุกคนในหอศาสตราเก้าอัปยศจะถูกปะาชีวิตทั้งหมด”
หลินเหมยนั่งนิ่ง
หนึ่งแสนศิลาปีศาจยังใช้ไม่ทันหมด
ดูเหมือนนางจะมีโอกาสตายก่อนแล้ว