ตอนที่ 3 แผลเป็
เมื่อถึงเวลาที่กำหนดใน่เที่ยงคืน
ภายในหมู่บ้านซาน ่เวลาเที่ยงคืนนั้น ท้องฟ้ามืดไร้แสงดาว อากาศหนาวเย็น เหมาะแก่การเรียกจิติญญา
เหล่าผู้เยาว์วัย 13 ถึง 15 รวมตัวกันประมาณ 50 คน
พวกเด็กกลายเป็คนที่รอคอยอย่างตื่นเต้นที่สนามหญ้า
โดยหมู่บ้านมีกฎห้ามไม่ให้มีผู้ใหญ่คนใดติดตามหรือเข้ามาสังเกตการณ์
ที่สนามหญ้า ณ ลานกว้างของหมู่บ้าน มีตะเกียงแสงไฟสว่างไสว และมีเสียงพูดคุยกันด้วยความตื่นเต้น หวังว่าตนจะกลายเป็ผู้โชคดี
ณ ลานกว้างที่กลางหมู่บ้านซาน
พวกเด็กใจสั่นะเืเมื่อเห็นตะเกียงแสงไฟสว่างไสว
และเสียงพูดคุยที่เป็เสียงความคิดตื่นเต้นของเพื่อนร่วมกลุ่ม
พวกเขาทำตามกฎและทำตามข้อห้ามที่เคยตกลงกัน ไม่มีผู้ใหญ่คนใดติดตามหรือเข้ามาสังเกตการณ์ของพวกเขา
ทำให้สภาพบรรยากาศอยู่แบบลับๆ ไม่มีใครรู้เลยว่าในที่นี้จะมีสิ่งสกปรก และความลับที่รอคอยให้เกิดขึ้นกลายเป็เื่จริงหรือไม่
เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้นต้องเป็ความลับห้ามเปิดเผย
เซียงหยุน (祥云) (Xiang Yun) ก็อยู่ในกลุ่มนั้นด้วย
แม้พวกเด็กทุกคนเห็นเขา แต่ไม่มีใครกล้าทักทาย เพราะกลัวจะไม่มีปัญหากลับลูกชายผู้นำหมู่บ้าน
ทันใดนั้นเสียงหัวเราะก็ดังขึ้น มาจากเงาที่กำลังเดินเข้ามาในกลุ่มที่สนามหญ้า
ปรากฏร่างของเด็ก 10 คน เ้าหมูอ้วนซานมิงเป็หัวหน้าเดินนำขบวนเข้ามา
โดยไม่ต้องผ่านการทดสอบใดๆ เด็ก 10 คน ยิ้มพร้อมกับเสียงหัวเราะอย่างสดใส
“ข้าเชื่อว่าจะโชคดีได้จิติญญาอสูรที่ร้ายกาจสักตัว แน่ๆ”
กลุ่มลูกน้องที่ติดตามพูดเป็เสียงเดียวกัน
“แน่นอนครับนายน้อย ด้วยโชคลาภ วาสนาเหนือผู้คนของท่าน
สัตว์อสูรต้องมาเป็สัตว์รับใช้ของท่านอย่างแน่นอน”
พวกมันไม่พลาดโอกาสประจบว่าที่ผู้นำหมู่บ้าน
ซานมิง หรี่ตาสังเกตเห็น คนหน้าคุ้นเคย
นั้นเ้าเซียงหยุน “เ้าโง่ ข้าบอกแล้วไม่ให้เข้าร่วมงานนี้ เ้ามาทำไม เห็นเ้าแล้วมันทำให้ข้าอารมณ์เสีย"
“ออกไปให้พ้น” เสียงลูกน้องของซานมิงประสานเสียงพร้อมกัน” ออกไปให้พ้น เ้าโง่"
เซียงหยุนรีบเดินเข้าไปทำความเคารพ และตอบทันที
“นายน้อย แม้ตัวข้าเป็ผู้สอบได้อันดับต้นๆ จึงได้เข้ามาร่วมงานนี้
แต่ท่านอย่าได้โกรธ ข้ามาเพียงแค่เพื่อดูท่านกลายเป็ผู้ใช้สัตว์อสูรที่ยิ่งใหญ่ มันช่างเป็บุญตาข้ายิ่ง”
แม้คำพูดจะยอมอ่อน แต่ใจเขาก็เก็บความรู้สึกโกรธทุกอย่างเอาไว้ในใจ
ซานมิง หัวเราะชอบใจ “พูดได้ดี ดีๆ วันนี้วันดี ข้าจะยอมให้เ้าอยู่ร่วมได้”
“เพราะยังไง คนผอมบางแบบเ้า คง แบบไร้บุญวาสนา ไม่มีทางได้รับจิติญญาอสูรสถิตร่างแน่ๆ”
ในใจของซานมิงคิดว่า วันนี้ คืนนี้ไม่ควรมีเื่ ทุกสายตาพวกเด็กจ้องมองมาที่มัน
ยังไงพรุ่งนี้ค่อยแกล้งมันใหม่ “ไปไกลๆ ข้าได้แล้วเ้าโง่”
เซียงหยุน ตอบรับคำ “ครับนายน้อย ขอให้ท่านโชคดี”
แล้วเขาก็รีบเดินหายเข้าไปในกลุ่ม เพื่ออยู่ให้ห่างจากกลุ่มเด็กเกเรซานมิง
กลับมาที่พวกเด็กหนุ่มเด็กหญิงทั้งหมด เริ่มใช้โอกาสนี้ทำความรู้จักกันให้มากขึ้น
พวกเขาเป็เพื่อนวัยเดียวกัน ซึ่งทำให้พวกเขาสามารถเห็นความฝัน ความคิดที่มีอยู่ในใจของกันและกัน พวกเขาฝันอยากเป็นักผจญภัยและผู้ที่รักการสำรวจ
ในเวลาเดียวกันก็มีความตื่นเต้นและกังวลเกิดขึ้น
การเรียกจิติญญาเป็เื่ที่ท้าทายและมีความลับ
เื่ราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเปิดตัวของจิติญญา ที่ปรากฏให้เห็นโดยอยู่ในกายของพวกเขา
พวกเขาทุกคนเป็ผู้ถูกคัดเลือกโดยต้องผ่านการทดสอบทางร่างกาย ไหวพริบความฉลาด และจิตวิทยาที่ยากลำบาก
*** ยกเว้นกลุ่มพิเศษของซานมิงเท่านั้นที่ได้รับสิทธิ์พิเศษ ***
ผู้าุโด้านจิติญญาอสูร "ฉางฉุ่ย" ของหมู่บ้านเดินเข้ามาเปิดงาน
เขาเป็เพียงชายแก่ใส่ชุดคลุมสีเทา มือขวาถือไม้เท้าอันใหญ่
แต่ข้างกายมีจิตสัตว์อสูรลิงคอยพยุงมือซ้ายเขาอยู่
"ทุกคนเงียบและตั้งใจฟังสิ่งที่ข้าจะเล่าต่อไปนี้"
"การประสานจิติญญาอสูร คือ การเรียกจิติญญาสัตว์อสูร"
"วิชานี้เป็วิชาที่ได้รับการสืบทอดมาั้แ่ยุคโบราณฯ"
"จิติญญาอสูร คือ สัตว์อสูรที่ตายไปแล้ว คงเหลือเป็จิติญญาล่องลอยอยู่กลางอากาศโดยไม่ยินยอมไปเกิดใหม่"
บางตัว คือ ิญญาอาฆาตรอการแก้แค้น และบางตัว คือ ิญญาผูกพันเื่ทางโลก
ผู้าุโด้านจิติญญาอสูรชื่อ "ฉางฉุ่ย" ของหมู่บ้านซาน กล่าวเปิดงาน
ท่ามกลางเสียงเหล่าเด็กในชุมชนกำลังย้อนกลับไปสู่ความเป็ไปในอดีต
ในมือขวาของผู้าุโเขาถือไม้เท้าที่ตั้งตรงดูใหญ่โต ซึ่งแสดงถึงประสบการณ์และพลังที่เก็บรักษาไว้ในร่างของเขา
ผู้าุโฉางฉุ่ยตั้งเสียงพูด "ทุกคนเงียบและตั้งใจฟังสิ่งที่ข้าจะเล่าต่อไปนี้"
ซึ่งทำให้่เวลาเที่ยงคืนแสนเงียบ ของหมู่บ้านนี้ลึกลับมากกว่าที่ผ่านมา
เสียงของผู้าุโฉางฉุ่ยส่งผ่านเสียงโบราณเล็กๆ "การประสานจิติญญาอสูร คือ การเรียกจิติญญาสัตว์อสูรรวมกับจิตใจเรา"
ผู้าุโฉางฉุ่ยกล่าวคำว่า 'โอม (om) นั้นเป็คำพูด โอม มณี ปัทเม หุม และจิตใจสัตว์อสูร' อย่างน่าขนลุก
ทุกคนรู้สึกว่ามีสัญญาณของจิตฯเข้ามาสอดแนมมือซ้ายของพวกเขา
มีจิตฯสัตว์ที่ล่องลอยเริ่มเข้ามาเสริมสร้างพลังให้กับผู้าุโฉางฉุ่ย
"วิชานี้เป็วิชาที่ได้รับการสืบทอดมาั้แ่ยุคโบราณ"
เด็กทุกคนตื่นตัวจ้องมองที่ฉางฉุ่ย
กลุ่มเด็กตั้งใจฟังเพราะมันเป็ครั้งแรกที่พวกเขาได้ยินถึงวิชาสูตรแสนลึกลับนี้
ผู้าุโฉางฉุ่ยตั้งเสียงพูดอย่างมั่นใจ "จิติญญาอสูร คือ สัตว์อสูรที่ตายไปแล้ว คงเหลือเป็จิติญญาล่องลอยอยู่กลางอากาศโดยไม่ยินยอมไปเกิดใหม่"
ความสนใจของพวกเขาถูกดึงดูดในสิ่งที่เขาได้กล่าวมา ตามความคิดของพวกเขา
ความลึกลับของจิตฯอสูรและแรงบันดาลใจนี้ให้กำลังใจให้กับพวกเขา
"เมื่อเราทำสมาธิ พร้อมท่องวิชาตามที่ข้าสอน จิตฯสัตว์ที่ล่องลอยผ่านไปผ่านมาจะเริ่มเข้ามาสำรวจพวกเ้าว่าเหมาะสมจะเป็เ้านายของพวกมันหรือไม่"
โดย จิตมนุษย์นั้นสามารถเปลี่ยนแปลงกายเนื้อ คำพูด และจิตใจที่แปดเปื้อนมีมลทินไปเป็กายเนื้อ คำพูด และจิตใจอันบริสุทธิ์ผสานรวมกับจิตสัตว์อสูรได้ แสดงถึงความเชื่อของฉางฉุ่ย
และการทดสอบที่คัดเลือกให้เพียงคนที่มีความพร้อม
ขณะที่ผู้าุโด้านจิติญญาอสูร "ฉางฉุ่ย" กำลังเล่าเื่ราวสำคัญ
จิติญญาลิงที่อยู่ข้างๆ ฉางฉุ่ยก็กำลังเต้นหันก้นส่ายไปส่ายมา ล้อเลียนเหล่าเด็กๆ ที่ฟังอย่างตั้งใจ
เสียงคำแนะนำของฉางฉุ่ยเปรียบเสมือนว่าเปิดใจของหมู่คณะ
ทุกคนต้องเตรียมพร้อมเสมอและให้สังเกตเพื่อให้มีพลังงานมากพอที่จิตสัตว์อสูรจะเข้ามาหาพวกเขาเอง
"เมื่อเราทำสมาธิ พร้อมท่องวิชาตามที่ข้าสอน โอม มณี ปัทเม หุม
จิตฯสัตว์ที่ล่องลอยผ่านไปผ่านมาจะเริ่มเข้ามาสำรวจพวกเ้าว่าเหมาะสมจะเป็เ้านายของพวกมันหรือไม่"
"แน่นอนว่าต้องมีหินหยกเป็ตัวกลางเชื่อมระหว่างจิตฯกับร่าง หินเหล่านี้เป็พลังธรรมชาติที่จะเกิดขึ้นทุก 3 ปี"
"หากพวกเ้าได้รับการยอมรับจากพวกมันตนใดตนหนึ่ง
จิตฯสัตว์เ่าั้จะเปลี่ยนเป็พลังงานเข้ามาหลับใหลอยู่ในร่างของพวกเ้า
จิติญญาจะนำเซลล์ของพวกเ้ามาสร้างร่างกาย ปรากฏกายและหลับใหลในร่างตามใจนึก"
"แล้วถ้าได้รับการยอมรับจากจิตสัตว์หลายตนขึ้นไป
พวกมันก็จะให้จิตสัตว์อสูรที่มีพลังงานมากที่สุดเป็ผู้เลือกเข้าสถิตร่างก่อน
ร่างคนหนึ่งร่างรับจิตสัตว์ได้เพียงหนึ่งตน"
เสียงคำที่ข้าสอนส่งต่อถึงรายละเอียดการแบ่งเกรดของการคัดเลือกสูตรในการเรียกจิตสัตว์อสูร
ในกรณีที่พวกเขามีพลังใจที่แข็งแกร่งเป็อาวุธธรรมชาติ จิตสัตว์อสูรที่มีพลังงานมากที่สุดจะมีสิทธิ์เลือกเข้าสถิตร่างก่อน
เสียงคำของฉางฉุ่ยให้กับความหมายว่าไม่ใช่ทุกคนที่สามารถเปิดความตั้งใจ และรับความสามารถในการเรียกจิตสัตว์อสูร
หากมีเพียง 10% เท่านั้นของคนที่สามารถสอดคล้องกับการเรียกจิตสัตว์อสูร ก็คงเป็สิ่งที่ให้ความน่าสนใจในการเปิดใจ และเตรียมพร้อม "
แสดงว่าในอดีตคนบนโลกนี้ มีเพียง 10% เท่านั้น ที่จิตฯสัตว์อสูรยอมรับ"
"ดังนั้นถ้าพวกเ้าใน 50 คนนี้ มี 5 คนที่เรียกจิตฯสัตว์ได้ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว"
ผู้าุโกล่าวเสริมขึ้นว่า "จงทำใจให้สงบ จิติญญามนุษย์ของพวกเ้าล้วนมีพลังงาน
หากพลังงานนั้นเป็พลังแห่งธรรมชาติที่สูง จิตสัตว์อสูรก็จะเข้ามาหาพวกเ้าเอง"
"จิตสัตว์อสูรจะอยู่รวมกับพวกเ้าผู้ได้รับเลือกจนกว่าจะสิ้นลมหายใจ"
และอนาคตที่สดใสตำแหน่งผู้าุโประจำหมู่บ้านซาน ยังรอพวกเ้าผู้ถูกเลือก
ฉางฉุ่ยเสริมความหมาย พร้อมใช้มือลูบร่างจิตลิงที่อยู่ข้างๆ
*** การทำสมาธิจำเป็ต้องเสริมสร้างพลังงานที่ส่งผลให้พวกเขามีความพร้อมในการเรียกจิตสัตว์อสูร
การเตรียมพร้อมและความสงบใจ ***
"ทุกคนมารับหินหยก แล้วหามุมสงบนั่งลงทำสมาธิ จงอมหินหยกนั้นไว้ในปาก
และท่องคำในจิตใจตามข้าไปเรื่อยๆ ซ้ำไปซ้ำมา" "เมจิน คำเรียว โงเรง เงเคียว"
เสียงเด็กสาวคนหนึ่งพูดขึ้น “ท่านผู้าุโ มันสกปรก มันคงไม่ทำให้ข้าท้องเสียนะคะ”
เสียงเด็กชายพูดต่อ “ข้าไม่อมมันได้ไหม”
ขณะที่ผู้าุโด้านจิติญญาอสูร "ฉางฉุ่ย" ส่งยิ้มปนหัวเราะให้เหล่าเด็กน้อย
“ตอนนั้นข้าก็คิดเหมือนพวกเ้า” “คือ” “ระยะเวลา 3 ปี การผลิตด้วยน้ำค้างหิมะบนูเาสูง หินหยกธรรมชาติ มันก็เหมือนลูกอม”
ผ่านมาครึ่งชั่วยามผู้าุโ ประกาศ “ภายในสามก้านธูปนี้ที่ข้าจุดขึ้น”
"ใครที่หินหยกแตกละลายไม่ต้องใ แสดงว่ามีจิตฯสัตว์ยอมรับเ้าแล้ว"
"ส่วนใครที่หินหยกไม่ละลายจงบ้วนมันทิ้งออกไป อย่าได้คิดกลืนกิน เพราะหากไร้จิติญญาอสูร พลังแห่งธรรมชาติมันจะไปทำลายดวงจิตของพวกเ้า"
หมดเวลาสามก้านธูป เด็กหลายคนเริ่มร้องไห้เพราะพวกเขาได้รับจิติญญาใดๆ
เสียงหนึ่งดังขึ้น “ข้าไม่ยอม” “ทำไมข้าซานมิง ผู้เกิดมาเป็ผู้นำ ทำข้าไม่ได้ไร้การยอมรับจากิญญาสัตว์อสูร ไม่มันต้องมีอะไรผิดพลาด” “เอาหินหยกมาให้ข้าอีกก้อน เดียวนี้”
ผู้ช่วยาุโรีบเดินเข้ามาปลอบ ."เราไม่สามารถให้หินหยกท่านได้นายน้อย" “ทุกคนสามารถใช้มันได้เพียงหนึ่งครั้ง” .
“นายน้อยโปรดอย่าคิดมาก บิดาของท่านก็ไม่มีสัตว์ิญญา
แต่พวกท่านยังเป็ตระกูลผู้ปกครองหมู่บ้าน อยู่เหนือคนทั้งหมดในหมู่บ้าน เพียงแค่ท่านออกคำสั่งเพียงคำเดียว ผู้ใช้งานสัตว์ิญญาก็อยู่ภายใต้การปกครองของท่านทั้งหมด”
ที่สนามหญ้า ณ ลานกว้างคงเหลือเพียง 3 คนที่ยังนั่งสมาธิอยู่ หนึ่งในนั้น คือ เซียงหยุน คนที่เหลือเป็หนึ่งเด็กสาว นาม "ฟางหง" และอีกหนึ่งเด็กชาย นาม "หลี่จาง" วัย 14 "ข้าทำได้แล้ว จิติญญาอสูรของข้าคืออสูรกวางสีเหลือง"
เด็กหนุ่ม"หลี่จาง"ที่นั่งอยู่ตื่นขึ้นพร้อมเกิดจิตรูปร่างเป็อสูรกวางอยู่ข้างกาย เมื่อหลี่จางเกิดจิตรูปร่างเป็อสูรกวางสีเหลืองขึ้นมา เริ่มััจิตฯอสูรของตนเอง จิตฯสัตว์ของเขาต่างก็ช่วยเื่ด้วยการััให้ความเป็อิสระในอากาศเช่นกัน นับเป็การแสดงให้เห็นถึงการประสบความสำเร็จในการเรียกจิติญญาอสูรแล้ว
ผ่านมาไม่นานอีกเสียงก็ดังขึ้นสดใส นั้น ฟางหง "ข้าก็ทำได้แล้ว ข้างกายของข้าเกิดร่างจิตเป็อสูรนกพิราบสีฟ้าครามบินวนอยู่รอบตัว" สาวน้อยฟางหงเสียงใสะโขึ้นด้วยความดีใจ
ผู้าุโด้านจิติญญาอสูรฉางฉุ่ยเริ่มมีความหวังที่คนอื่นๆ จะได้เข้าสู่ชั้นของเ้านายอสูร และรับ่ผู้าุโต่อในอนาคต “แม้ไม่ถึงตามที่คาดหวัง แต่ก็ดีที่ยังมีความสำเร็จ”
เซียงหยุนยังคงนั่งอยู่ในท่าสมาธิที่สงบเงียบ
โลกในใจของเขากำลัง้าความสงบและความจริงใจในการเรียกจิติญญาอสูรของเขา
แม้ว่าจะมีจิตสัตว์อสูรหลายตัววนเวียนรอบกาย
แต่เซียงหยุนรู้ดีว่าต้องให้เวลาและพยุงความสงบในใจให้เต็มที่ เพื่อให้กระบวนการประสานิญญาเกิดขึ้นได้สำเร็จอย่างถูกต้อง ดูเหมือนว่ายังไม่มีจิตใดจะกล้าเข้ามาผสาน
ทุกคนล้วงจ้องมองเด็กหนุ่ม ล้วนคาดหวังและปนเปไปกับความอิจฉา
ความสนใจและคาดหวังของคนในหมู่บ้านต่างก็เริ่มเปลี่ยนไปจากการเฝ้าคอยเหตุการณ์
ส่วนมากมาััจิตฯเพื่อเปิดตารู้สึกตัว
แต่ทว่าเซียงหยุนก็ยังคงอยู่ในสถานะเดิม
แม้ว่าภายในกายของเขาหินหยกจะละลายเข้าไปแล้วก็ตาม จิตฯิญญาก็ยังไม่ปรากฏตัว
เซียงหยุนบ่นออกมาเสียงเบา “ร่างกายของข้าร้อนดังไฟเผา”
“นั้นในจิตข้าเริ่มเคลื่อนไหว” “
ิญญาอสูรพยัคฆ์ูเากำลังเข้ามาหาข้า”
“มันบอกกับข้าว่ามันคือพยัคฆ์ูเาที่ปกครองูเาแห่งนี้ในอดีต”
...
...
ซานมิ่ง ที่เฝ้ามองอยู่นานก็เกิดความไม่พอใจ หมดความอดทน
“ข้าทนต่อไปไม่ไหวแล้ว จะให้พวกข้ารอเ้าโง่นี้เพียงคนเดียวได้ยังไง”
ด้วยความอิจฉาจึงต้องเข้าไปเตะเด็กหนุ่มที่นั่งสมาธิอยู่
จนเซียงหยุนล้มตัวลงกับพื้น การทำสัญญาผูกจิติญญากับิญญาอสูรพยัคฆ์ูเาล้มเหลว
เซียงหยุนจึงเริ่มเปิดตารู้สึกตัว และเริ่มอ้วกหินหยกที่ละลายเป็ของเหลวที่ฟ้าครามออกมา
ไม่ได้เป็เพราะขาดแคลนจิตสัตว์อสูรที่ประสานิญญากับเขา แต่เป็เพราะกระบวนการถูกขัดขวางอย่างรุนแรง
การเตะเด็กหนุ่มที่กำลังนั่งสมาธิอยู่จากทางของซานมิ่งเป็การกระทำที่ไม่ค่อยถูกต้อง
ซานมิ่งไม่มีความอดทนเพียงพอก็เลยมาทำเช่นนั้น
แม้หินหยกจะละลายเข้าร่างไปแล้วก็ยังไม่มีจิตฯิญญาใดๆ เกิดขึ้น
ิญญาอสูรพยัคฆ์ูเาสลายหายไป เพราะกระบวนการถูกขัดขวางระหว่างการประสานิญญา
สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ผู้าุโใสุดขีด แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรมาก เพราะรู้ดีกว่าซานมิ่งคือลูกของใคร
มีเพียงจิตอสูรลิงข้างกายผู้าุโ ที่แสดงอารมณ์โกรธแทน ด้วยการะโไปะโมา
จิตอสูรลิงะโด่าเป็ภาษาสัตว์อสูรที่มนุษย์ทั่วไปฟังไม่ออก
เซียงหยุนเขาอ้วกจนหมดแรง
เขาล้มตัวลงไปที่พื้นหลังจากการถูกเตะจนหายใจไม่ออก ก่อนหน้านี้ ก็ได้รับความไม่พอใจ
แต่ครั้งนี้อารมณ์โกรธของเขารุนแรงมาก
เซียงหยุนเขาเริ่มท่องวิชาในหอสมุดอย่างเงียบๆ เพื่อเรียกสติ
เซียงหยุนล้มตัวลงและเปิดตารู้สึกตัวตื่นตนกลับสู่สติอย่างช้าๆ
ตามตำรากล่าวว่า ด้วยการนำเสียงััที่สงบเงียบกลับเข้าสู่ใจ จะกลับเข้าสู่ความคิดและร่างกายของตนเอง
-----------------------------------------------------------------------
จากตอนเริ่มเปิดงานเวลาได้ผ่านมาแล้ว 1 ชั่วยาม
ผู้าุโได้ประกาศจบงานคัดเลือกแล้ว "จาก 50 คนมีเพียง 2 คนที่ทำได้" "
"ฟางหงนกพิราบสีฟ้าคราม กับหลี่จางกวางสีเหลือง
ต่อไปจากนี้ นายพรานหยู่ฉาง จิติญญาหมาป่า จะเป็อาจารย์ของพวกเ้าฟางหงกับหลี่จาง
การปกป้องหมู่บ้านซานนี้คือหน้าที่ใหม่ของพวกเ้าผู้ถูกคัดเลือก"
ทั้งสองคนจงอยู่กับข้าเพื่อกับค่าตอบแทน 1 เหรียญทอง และเรียนรู้วิชาก่อน
"ส่วนเหล่าผู้เยาว์ทุกคนแยกย้ายกันกลับบ้านไปนอนเดียวนี้"
เหล่าผู้เยาว์ที่แยกย้ายกลับบ้านนั้น แม้อาจไม่พูดคุยกัน แต่ก็ไม่อยากให้ใครมาดูถูก
ทุกคนมีสิ่งที่ต้องเผชิญหน้าและความสับสนในหน้าที่ของตน เป็เื่ธรรมชาติของชีวิต
ทุกคนล้วนเงียบไม่พูดคุยเดินคอตกผิดหวังกลับบ้าน
เซียงหยุนเองก็เช่นกัน สำหรับเขา มันเ็ปที่สุดที่เขาทำได้แต่ถูกคนไม่ดีทำลายเหยียบย้ำ
มันเพราะความอิจฉา ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างเซียงหยุนกับซานมิ่ง
ทุกคนต่างทำมองไม่เห็นและแกล้งทำเป็ว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ผู้าุโกับผู้ช่วยเองก็ถอนหายใจผิดหวังในชะตากรรมของหมู่บ้านซาน ที่มีเ้าหมูอ้วน "ซานมิ่ง" จะขึ้นเป็ผู้ปกครองรุ่นต่อไป
ซึ่งทุกคนรู้จักความเลวของซานมิ่งมันเป็อย่างดี
ผู้าุโด้านจิติญญาอสูรฉางฉุ่ยบ่นกับตัวเอง "
รอมา 3 ปี ในหมู่บ้านซานก็ไม่มีใครที่โดดเด่น "ผ่านมา 30 ปี จัดงานที่นี้มา 10 ครั้ง
อสูรกวาง อสูรนกพิราบ ล้วนเห็นได้ทั่วไป"
ผู้ใช้จิตสัตว์อสูรในหมู่บ้านซาน ผู้ฝึกหัดเริ่มต้นที่ได้เป็นายพราน เมื่อออกไปฝึกล่าสัตว์อสูรก็เสียชีวิตอยู่นอกหมู่บ้านตั้งหลายคน
ตอนนี้หมู่บ้านซานเหลือผู้ใช้จิตสัตว์อสูรเพียงแค่ 5 คน กับอีก 2 คนที่มาใหม่ รวม 7 คนเท่านั้น ช่างน่าเศร้าใจเหลือเกิน"
*** (หมายเหตุ 7 คน คือ หลี่จางมีนก , ฟางหงมีกวาง , ข้าฉางฉุ่ยมีลิง , เซียงซื่อมีกิ่งก่า , หยู่ฉางมีหมาป่า , ผู้าุโที่หนึ่งมีแมวป่า , ผู้าุโที่สองมีค้างคาวดำ) ***
เขาบ่นกับตัวเอง “ถึงเวลาที่ข้าต้องออกไปจากที่นี้แล้วสินะ”
-------------------------------------------------------------
*** หมายเหตุ เซียงซื่อ เป็ชื่อตาแก่ ผู้เลี้ยงดูเซียงหยุน (祥云) (Xiang Yun) และเซียงซื่อเป็ญาติเพียงคนเดียวของเซียงหยุนในหมู่บ้านซาน ***
เซียงซื่อมีบทบาทที่สำคัญในการส่งเสริมและแนะนำเื่ราวให้กับเซียงหยุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน่เวลาที่เซียงหยุนมีความสับสนและอยู่ใน่ที่ยากลำบาก เซียงซื่อเขาเป็ผู้ให้คำแนะนำและเสนอแนะเพื่อให้เซียงหยุนสามารถแก้ไขสถานการณ์และผ่านพ้นปัญหาได้
* เื่ราวนำเสนอเกี่ยวกับความผูกพันที่แข็งแรงระหว่างเซียงซื่อและเซียงหยุน ซึ่งเป็ตาแก่และพระเอก
* เื่ราวทำให้ก้าวข้ามสิ่งกีดขวางและความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นในชีวิตของพระเอก
* เซียงซื่อเป็กำลังใจให้กับเซียงหยุนในการต่อสู้กับอุปสรรค อีกทั้งเซียงซื่อยังเป็ผู้ที่มีส่วนสำคัญในการต่อสู้กับความโกรธและความเ็ปที่อยู่ในใจของเซียงหยุน ทำให้เซียงหยุนเปลี่ยนแปลงและเติบโตขึ้นไปอย่างมั่นคงกว่าเดิม ...