หลังจากเหตุการณ์วันนั้นใบพลูจำแทบไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเก็บของและวิ่งหนีออกมาจากห้องสมุดด้วยท่าทางแบบไหน
ปลายนิ้วที่บังเอิญัักันยังคงทิ้งความรู้สึกวูบวาบไว้ในใจจนถึงเช้าวันถัดมาแต่เมื่อความตื่นตระหนกจางลง สติก็กลับมาเตือนให้เธอรู้ว่า...เื่เมื่อวานมันก็แค่อุบัติเหตุ
'เส้นขนานยังไงก็คือเส้นขนาน'
ใบพลูตอกย้ำความจริงข้อนี้กับตัวเองขณะนั่งกัดแซนด์วิชอยู่ที่มุมอับที่สุดของโรงอาหารคณะ่พักเที่ยงเป็เวลาที่เธอเกลียดที่สุด เพราะมันเต็มไปด้วยผู้คน เสียงดังและความวุ่นวาย แต่แล้วจู่ ๆ บรรยากาศจอแจรอบข้างก็เงียบลงชั่วอึดใจก่อนจะถูกแทนที่ด้วยเสียงซุบซิบและเสียงกรี๊ดเบา ๆ จากโต๊ะของกลุ่มนักศึกษาสาว
"แก! พี่คินมา!"
"โอ๊ย วันนี้หล่อทะลุเสื้อช็อปมากพ่อคุณ!"
ใบพลูเงยหน้าขึ้นจากหนังสือในมือโดยอัตโนมัติที่หน้าประตูโรงอาหาร 'อัคริน' เดินเข้ามาพร้อมกับกลุ่มเพื่อนนักบาสเกตบอลของเขารูปร่างสูงโปร่งโดดเด่น ไหล่กว้างและรอยยิ้มมุมปากที่ดูขี้เล่นแต่แฝงไปด้วยความมั่นใจทำให้เขาเปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ที่มีแรงดึงดูดให้ผู้คนโคจรรอบตัวตลอดเวลา
เขาสว่างไสวเจิดจ้า และอยู่ห่างไกลจากโลกอันมืดมิดของเธอเหลือเกิน
ใบพลูรีบก้มหน้าลงซ่อนตัวหลังปกหนังสืออีกครั้งภาวนาให้่เวลานี้ผ่านพ้นไปโดยเร็วเธอรู้ดีว่าคนอย่างอัครินไม่มีทางจำเด็กแว่นจืดชืดที่บังเอิญเจอในห้องสมุดเมื่อวานได้อย่างแน่นอน
15:00 น. ณ ห้องสมุดกลาง
หลังจากหมดคลาสเรียน่บ่ายใบพลูพาตัวเองกลับมายัง 'เซฟโซน' ของเธอ อีกครั้งมุมลึกสุดบนชั้น 4 ยังคงเงียบสงบเหมือนเคย
วันนี้เธอเลือกหยิบนิยายแปลวรรณกรรมเยาวชนมาอ่านเพื่อผ่อนคลายสมอง ทิ้งตัวลงนั่งพิงชั้นไม้ที่คุ้นเคยและปล่อยให้เวลาไหลผ่านไปอย่างเชื่องช้า
แต่แล้วความสงบก็ถูกทำลายลง
ตึก...ตึก... ตึก...
เสียงฝีเท้าคุ้นหูหยุดลงตรงหน้าใบพลูชะงัก ลมหายใจสะดุดไปชั่วจังหวะกลิ่นน้ำหอมแนวสปอร์ตที่คุ้นเคยลอยมาแตะจมูกก่อนที่เธอจะทันได้เงยหน้าขึ้นมองเสียอีก
"นึกว่าจะไม่ได้เจอซะแล้ว"
เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมกับร่างสูงของอัครินที่ทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิบนพื้นฝั่งตรงข้ามกับเธอพอดิบพอดี วันนี้เขาไม่ได้ใส่ชุดบาส แต่เป็เสื้อนักศึกษาพับแขนลวก ๆ ที่หลุดลุ่ยไม่เรียบร้อยนักทว่ากลับดูดีอย่างน่าหงุดหงิด
"พี่... มาทำไมคะ" ใบพลูถามเสียงแ่ พยายามบังคับสายตาไม่ให้ล่อกแล่ก
"มาหลบภัยน่ะสิ" อัครินถอนหายใจยาว พิงศีรษะกับชั้นหนังสือด้านหลัง
"ข้างนอกวุ่นวายชะมัดทั้งเื่เรียน เื่ชมรม โค้ชก็บ่น แฟนคลับก็ตาม... ปวดหัวไปหมด"
เขาบ่นพึมพำเหมือนกำลังพูดกับตัวเองมากกว่าจะตั้งใจเล่าให้เธอฟัง ก่อนจะหันมาสบตากับใบพลูผ่านเลนส์แว่นหนาเตอะของเธอ
"มุมนี้เงียบดี... ขอพี่นั่งด้วยคนนะสัญญาว่าจะเงียบกริบเหมือนก้อนหินเลย"
ใบพลูอ้าปากค้างเธออยากจะบอกว่า
'ไม่ได้ค่ะ' หรือ 'ตรงอื่นก็มีที่ตั้งเยอะแยะ'
แต่พอเห็นแววตาเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความขี้เล่นนั้นคำปฏิเสธก็กลืนหายลงไปในลำคอ เธอทำได้เพียงพยักหน้าเบา ๆ แทบมองไม่เห็นแล้วรีบยกหนังสือขึ้นมาบังหน้าตัวเองไว้ทันที
"ขอบคุณครับ" เขายิ้ม
สิบนาทีผ่านไป...ยี่สิบนาทีผ่านไป...
อัครินทำตามสัญญาเขาไม่ได้พูดอะไรออกมาสักคำ ไม่ได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นและไม่ได้ทำเสียงดังกุกกัก แต่ปัญหาคือ...
เขาไม่ได้หลับตาพักผ่อนอย่างที่เธอคิด
ความเงียบทำให้ประสาทััของใบพลูทำงานหนักขึ้นเธอรู้สึกได้ถึง 'สายตา' ที่จ้องมองมาตรง ๆอย่างไม่ลดละ มันเป็ความรู้สึกกดดันที่ทำให้ผิวแก้มของเธอเริ่มร้อนผ่าวขึ้นเรื่อยๆ จนตัวอักษรในหนังสือบนตักเริ่มพร่ามัวไปหมด
ทนไม่ไหวแล้ว...
ใบพลูตัดสินใจลดระดับหนังสือลงช้าๆ หวังจะแอบดูว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ แต่เธอก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อพบว่าอัครินกำลังเท้าคางกับหัวเข่า เอียงคอเล็กน้อยและดวงตาคมกริบคู่นั้นก็กำลังจ้องมองตรงมาที่เธอด้วยแววตาขบขัน
ริมฝีปากหยักได้รูปของเขาขยับยิ้มก่อนจะกระซิบด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะทำลายความเงียบ
"นี่เรา... อ่านหนังสือกลับหัวรู้เื่ด้วยเหรอ?"
ใบพลูก้มลงมองหนังสือในมือตัวเองทันที...พระเ้ายกโทษให้ด้วย! เธอถือมันกลับหัวจริง ๆ!