ในยามราตรีอันเงียบสงัด จวนตระกูลเซี่ยถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกบางเบา แสงจันทร์สาดส่องผ่านช่องหน้าต่าง ทอดเงายาวลงบนพื้นหิน
เซี่ยเหลียง คุณชายหนุ่มแห่งตระกูล ผู้มีใบหน้าหล่อเหลาดุจหยกขาวและดวงตาคมกริบราวดาวเหนือ ก้าวย่างอย่างเงียบเชียบสู่ห้องลับอันซ่อนอยู่ในส่วนลึกของจวน ห้องนี้เป็ที่เก็บสมบัติต้องห้าม มันคือภาพวาดโบราณที่บันทึกฉากรักอันเร่าร้อน ซึ่งเขาเก็บซ่อนไว้เพื่อระบายความอัดอั้นในใจที่มิอาจเปิดเผยแก่ผู้ใด
เหตุการณ์ในรถม้ายามค่ำยังคงวนเวียนในห้วงความคิดของเซี่ยเหลียง ภาพรอยยิ้มเ้าเล่ห์ของฉินซิว บ่าวรับใช้คนใหม่ แววตายั่วเย้าที่ราวกับจะเจาะทะลุจิตใจ ทำให้อกของเขาร้อนรุ่มราวถูกไฟเผา
เขานั่งลงบนเก้าอี้ไม้เก่าแก่ในห้องลับ แสงตะเกียงสลัวสาดส่องร่างกายอันงดงาม ผิวขาวละเอียดดุจหิมะแรก มัดกล้ามชัดเจนราวสลักจากหยก และยอดอกสีแดงเข้มที่ตึงตัวจากความหนาวเย็นของยามค่ำ เสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้มถูกปลดออกช้า ๆ เผยให้เห็นแผ่นอกกว้างที่ขึ้นลงตามลมหายใจหนักหน่วง
เซี่ยเหลียงหลับตาลง มือหนาลูบไล้จากหน้าท้องแบนราบลงสู่ส่วนล่าง ร่างกายของเขาร้อนผ่าว
ลมหายใจของเขาสั่นระริก
“อือ”
เสียงครางแ่เบาหลุดออกจากริมฝีปากเมื่อจังหวะของมือเร่งเร็วขึ้น
ภาพวาดต้องห้ามบนผนังราวกับมีชีวิต กระตุ้นอารมณ์ให้พุ่งสูงยิ่งขึ้น
ร่างกายของเขาเกร็งแน่น น้ำอุ่นพร้อมจะพรั่งพรู ความเสียวซ่านแผ่ออกไปทั่วทุกอณู ขณะที่เขากำลังจะถึงจุดหมาย ประตูไม้เก่าส่งเสียงแอ๊ดเบา ๆ
ฉินซิวผลักประตูเข้ามา ร่างบางในชุดผ้าฝ้ายสีขาวยืนตระหง่านในกรอบประตู
แสงตะเกียงส่องใบหน้าหวานที่แฝงแววเ้าเล่ห์
ดวงตากลมโตของเขาจ้องมองเซี่ยเหลียงด้วยความห่วงใยปนสงสัย
“เ้านาย ข้าได้ยินเสียงครางจากด้านนอก กลัวท่านจะได้รับอันตราย จึงรีบเข้ามาดู”
น้ำเสียงของฉินซิวนุ่มนวลราวสายลม แต่แฝงด้วยความยั่วเย้าที่ไม่อาจมองข้าม
เซี่ยเหลียงสะดุ้งสุดตัว หัวใจเต้นรัวราวกลองศึก ความเสียวที่พุ่งถึงขีดยังคงรุนแรงจนร่างกายสั่นสะท้าน
เขาพยายามข่มใจให้สงบ มือที่กำแน่นอยู่ที่ส่วนล่างหยุดชะงัก แต่ความรู้สึกนั้นมิอาจยับยั้งได้
น้ำอุ่นพุ่งทะลักออกมาอย่างสุดกลั้น ไหลเปรอะเปื้อนต้นขาและพื้นไม้
เซี่ยเหลียงกัดฟันแน่น ใบหน้าหล่อเหลาแดงก่ำด้วยความโกรธและอับอาย เขากลั้นลมหายใจ พยายามรักษาความน่าเกรงขามของตนไว้
“ออกไปเดี๋ยวนี้!”
เสียงของเขาดังเข้มราวคำสั่งในสนามรบ แต่สั่นสะท้านเล็กน้อยจากความตื่นตัวที่ไม่อาจซ่อนได้
ฉินซิวมองเ้านายด้วยสายตาที่ราวกับมองทะลุจิตใจ รอยยิ้มบางปรากฏที่มุมปาก ราวกับเขารู้ความลับอันมืดมิดของเซี่ยเหลียง
“ข้าขออภัยที่รบกวนเ้านาย”
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ก้มศีรษะเล็กน้อย แต่แววตานั้นยังคงยั่วเย้า ดุจแมวที่เล่นสนุกกับหนูตัวน้อย
ฉินซิวก้าวถอยหลังช้า ๆ มือบางจับบานประตู แล้วปิดมันลงด้วยเสียงดังกริ๊ก
ทันทีที่ประตูปิดลง ความกดดันที่เซี่ยเหลียงพยายามกลั้นไว้พังทลายราวเขื่อนแตก
ร่างกายของเขาสั่นสะท้านรุนแรงยิ่งกว่าเดิม มือของเขากลับมาขยับอย่างไม่รู้ตัว ความเสียวซ่านพุ่งทะยานราวพายุ
พลังหยางอุ่นพรั่งพรูออกมาอีกครั้ง
“อะ อะ อา อ้าา”
เชีี่ยเหลียนพยายามสะกดเสียงทุ้มต่ำในลอคอของตน
แต่คราวนี้้าที่เขาเพิ่งปลดปล่อยออกมารุนแรงยิ่งขึ้น มันไหลย้อยลงเก้าอี้และพื้นไม้เป็สาย เขาครางออกมาดังลั่น หัวใจเต้นแรงจนแทบะเิ
ร่างกายเกร็งแน่นราวคันธนูที่ถูกดึงสุด ความรู้สึกนั้นยังไม่จางหาย เมื่อคลื่นความกำหนัดซัดเข้ามาอีกครั้ง
ััอุ่นพุ่งออกมาเป็ครั้งที่สาม เปรอะเปื้อนร่างกายที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ
เซี่ยเหลียงนอนพิงเก้าอี้ ร่างกายอ่อนระทวยราวใบไม้ที่ร่วงหล่น ลมหายใจหอบถี่
เหงื่อไหลย้อยจากหน้าผากลงสู่คาง ใบหน้าหล่อเหลาแดงระเรื่อด้วยความเหนื่อยล้าและความสับสน
ในห้วงจิตที่ว้าวุ่น เซี่ยเหลียงนึกถึงรอยยิ้มของฉินซิว แววตาที่ราวกับรู้ทุกอย่าง
คุณชายเซี่ยกำหมัดแน่น ความโกรธและปรารถนาผสมปนเปในอก พยายามข่มความรู้สึกที่พุ่งพล่าน แต่ภาพของฉินซิวที่อาจจะรู้ถึงความลับนี้ยังคงติดตรึงในใจราวคำสาป