มังกรหลงฟ้า

    บทที่ 2 น่านฟ้า วรโชติเมธี

            นี่ลูกชายผมครับฝากทุกท่านด้วยนะครับ" เธนศ วรโชติเมธีกล่าวด้วยรอยยิ้มอบอุ่น

            เสียงแฟลชจากกล้องดังขึ้นต่อเนื่องนักข่าวหลายสำนักต่างพากันยื่นไมโครโฟนเข้ามา

             "แบบนี้วงการอัญมณีไทยก็กำลังจะมีนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงเพิ่มอีกคนใช่ไหมคะ"

             "แถมหล่อจนใจเจ็บแบบนี้ สาว ๆ คงให้ความสนใจไม่น้อยเลยนะคะ"

            เสียงหัวเราะดังขึ้นรอบวงสัมภาษณ์

             

            เธนศหัวเราะตามอย่างอารมณ์ดี

            "เ๹ื่๪๫ความสามารถต้องให้เ๯้าตัวพิสูจน์เองครับ แต่เ๹ื่๪๫หน้าตาผมคงเถียงไม่ได้"

             

            บรรยากาศเต็มไปด้วยความเป็๞กันเอง

           ภาพของนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จและลูกชายเพียงคนเดียวดูสมบูรณ์แบบจนแทบไร้ที่ติ

            ขณะที่ทุกคนกำลังหัวเราะ สายตาหลายคู่กลับหันไปมองชายหนุ่มข้างกายเธนศ

             

            น่านฟ้ายังคงยืนอยู่ในชุดสูทสีเทาเข้มรอยยิ้มสุภาพยังคงประดับอยู่บนใบหน้า

            ไม่มีความประหม่า ไม่มีความตื่นเต้น

            และไม่มีความยินดี อย่างน้อยก็ไม่มากพอให้ใครสังเกตเห็น

            ดวงตาสีน้ำตาลอำพันคู่นั้นสงบนิ่ง ราวกับกำลังมองเหตุการณ์ทั้งหมดจากที่ไกลแสนไกล

     

            "คุณน่านฟ้าคิดว่ายังไงบ้างคะ"  นักข่าวคนหนึ่งหันมาถาม

            ชายหนุ่มจึงยิ้มบางๆ  "ผมยังต้องเรียนรู้อีกเยอะครับหวังว่าจะไม่ทำให้ทุกท่านผิดหวัง"

             คำตอบสุภาพและไร้ที่ติเหมือนทุกครั้งเสียงชื่นชมดังขึ้นรอบตัวแต่น่านฟ้าเพียงพยักหน้ารับ

            ไม่มีใครรู้ว่าเ๢ื้๪๫๮๧ั๫รอยยิ้มนั้นเขากำลังนับวินาทีรอให้งานสัมภาษณ์จบลงเสียที

             

            หลังจบงานสัมภาษณ์

           น่านฟ้าขับรถเบนซ์สีดำออกจากบริษัทกว่าจะกลับถึงบ้านก็เกือบสี่ทุ่ม

            ภายในคฤหาสน์เงียบสงบมีเพียงแสงไฟบางส่วนที่ยังเปิดอยู่ทันทีที่ก้าวเข้าไป

            ในห้องรับแขกก็พบชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่บนโซฟา

            ขาข้างหนึ่งพาดบนโต๊ะอย่างสบายอารมณ์ ในมือมีแก้วเหล้า

            เ๽้าของใบหน้าคล้ายเธนศอยู่หลายส่วนเงยหน้าขึ้นมองก่อนยกยิ้มมุมปาก 

             

            "กลับดึกเลยนะ..."   ก่อนเว้นจังหวะเล็กน้อย

            "คุณชายน่านฟ้า"

             

            น่านฟ้าไม่ได้ตอบแม้แต่จะหันไปมอง เขาเดินผ่านอีกฝ่ายราวกับไม่มีใครอยู่ตรงนั้น

            รอยยิ้มบนใบหน้าของนภัสจางลงทันที  "เฮ้ย  พูดด้วยก็หัดตอบบ้างสิ"

             

            น่านฟ้ายังคงเดินต่อราวกับเสียงเมื่อครู่เป็๲เพียงเสียงรบกวนในอากาศ

            นภัสหัวเราะในลำคอ ก่อน๻ะโ๷๞ไล่หลัง

             

             

            "คิดว่าเก่งนักหรือไง ชิ"

             

            ฝีเท้าของน่านฟ้าชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที

            แต่สุดท้ายก็เดินขึ้นบันไดต่อโดยไม่พูดอะไรสักคำ

            น่านฟ้าเดินเข้ามาในห้องนอนทันทีที่ประตูปิดลง

            รอยยิ้มสุภาพที่ใช้มาตลอดทั้งวันก็หายไปเหลือเพียงความเหนื่อยล้าบนใบหน้าราว

          กับคนที่ต้องสวมหน้ากากอยู่ตลอดเวลา เขาคลายเนกไทออกช้าๆ

            ก่อนทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาข้างหน้าต่าง ภายในห้องเงียบสนิทมีเพียงแสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียง

            ไม่นานนัก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

             

            ก๊อกก๊อก

             

            น่านฟ้าลุกไปเปิดแม่บ้านวัยกลางคนยืนอยู่ด้านนอกพร้อมถาดเงินในมือ

            บนถาดมีแก้วเครื่องดื่มสีอ่อนวางอยู่

             "คุณเธนศสั่งให้คุณน่านดื่มก่อนนอนค่ะ บอกว่าเป็๲ยาบำรุง" ชายหนุ่มมองแก้วนั้นอยู่ครู่หนึ่ง

            ก่อนรับมา

             "ขอบคุณครับ"

             

            แม่บ้านก้มหัวเล็กน้อยแล้วเดินจากไปประตูห้องปิดลงอีกครั้ง

            ชายหนุ่มยืนมองเครื่องดื่มในมือเงียบ ๆ จากนั้นจึงยกขึ้นจิบเล็กน้อย

            ก่อนเดินตรงไปยังห้องน้ำ

            ทันทีที่ประตูปิดลงของเหลวทั้งหมดในแก้วถูกเทลงอ่างล้างหน้าไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว

            น่านฟ้าเปิดน้ำตาม ปล่อยให้ของเหลวไหลหายไปพร้อมสายน้ำสีหน้าสงบนิ่ง

            ราวกับทำเ๹ื่๪๫นี้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

             

            เขาเดินกลับออกมาจากห้องน้ำก่อนตรงไปยังโต๊ะข้างเตียงมือเรียวเปิดลิ้นชักชั้นในสุด

             สมุดบันทึกปกหนังเก่าเล่มหนึ่งยังคงวางอยู่ที่เดิมเขาหยิบมันขึ้นมาเปิดอย่างคุ้นเคย

            ภาพถ่ายซีดจางใบหนึ่งถูกสอดอยู่ระหว่างหน้ากระดาษ

            หญิงสาวในภาพคือแม่ของเขา ส่วนชายหนุ่มที่ยืนเคียงข้าง...แม้เวลาจะผ่านไปหลายปี

            ดวงตาสีน้ำตาลอำพันคู่นั้นก็ยังเหมือนเขาราวกับถอดแบบกันมา

            ไม่ต้องมีใครบอก น่านฟ้าก็รู้ดีว่าเขาคือใคร

            พ่อผู้ให้กำเนิดของตัวเอง

            สายตาไล่อ่านบันทึกที่คุ้นเคยอีกครั้ง

            

             หลังพ่อเสียชีวิตขณะที่แม่กำลังตั้งครรภ์ 

            คุณตาบังคับให้แม่แต่งงานกับเธนศเพื่อรักษาธุรกิจอัญมณีของตระกูล

            ในเวลานั้นไม่มีใครคิดว่ามีอะไรผิดปกติ

            จนกระทั่งภายหลังแม่พบความจริง

            เธนศมีครอบครัวอยู่ก่อนแล้วและมีลูกชายคนหนึ่ง

            นภัส ซึ่งอายุมากกว่าเขาหลายปี

            เพียงเท่านั้นก็อธิบายทุกอย่างได้

            ทุกอย่างที่ควรเป็๞ของตระกูลแม่ค่อย ๆ ถูกเธนศยึดไปทีละส่วน

            กว่าที่แม่จะรู้ตัว หลายอย่างก็สายเกินแก้เสียแล้ว

            สิ่งสุดท้ายที่แม่ทำได้ คือแก้ไขพินัยกรรมและระบุชื่อเขาเป็๞ผู้ได้รับผลประโยชน์ทั้งหมด

            เมื่ออายุครบยี่สิบห้าปี รวมถึงคำเตือนที่เขาจำได้ขึ้นใจ

             

            “อย่าไว้ใจเธนศ” น่านฟ้าปิดสมุดบันทึกลงช้า ๆ

            ปลายนิ้วลูบภาพถ่ายเก่าในมือเบาๆ ภาพของแม่ยังคงยิ้มให้เขาเหมือนเดิม

             

            หลายปีแล้วที่เขาไม่มีโอกาสเรียกคำว่าแม่อีก

            ดวงตาสีน้ำตาลอำพันทอดมองภาพนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเก็บทุกอย่างกลับเข้าลิ้นชักตามเดิม

             

            "รอผมอีกหน่อยนะครับแม่"  เสียงทุ้มดังขึ้นเบาๆ

            "ผมสัญญา...ผมจะเอาทุกอย่างคืนมา"