รุ่งเช้าที่เงียบสงบมาเยือน เทพแห่งการปรุงยาที่นอนนิ่งอยู่ก็ค่อยๆขยับตัวอย่างปวดเมื่อยดวงตาสีมรกตยังดูง่วงงุนแต่เมื่อถึงเวลาตื่นแล้วเขาก็หลับต่อไม่ลงที่นอนด้านข้างว่างเปล่า ไร้วี่แววมหาเทพนอนอยู่ข้างกายเช่นทุกครั้งมือเรียวบีบนวดเอวเบาๆ
แม้มหาเทพจะอ่อนโยนกับเขามากแต่กระนั้นมันก็ยังเจ็บอยู่ดี
“ตื่นแล้วรึ” เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยถามพร้อมทั้งปรากฏเ้าของเสียงมหาเทพเดินเข้ามาพร้อมถ้วยยาที่ไอร้อนกระจายคุกรุ่นพระองค์นั่งลงข้างเทพผู้น้อยพลางเอื้อมมือไปบีบนวดที่เอวเล็กเบาๆ
“ยังปวดอยู่รึ” ถึงจะเป็เทพแต่ใช่ว่าจะหายได้ในคืนเดียวเสียหน่อย
“ดีกว่าเมื่อคืน”แต่อย่างน้อยก็ไม่เจ็บเท่าเมื่อคืน
“ดื่มยาเสียหน่อยเราจะพาไปอาบน้ำ” คนงัวเงียรับถ้วยยานั้นมาดื่มรอยแดงตามตัวยังคงมีให้เห็นอยู่หลายจุด มหาเทพมองอย่างชอบใจรอยแดงๆตัดกับผิวขาวๆดูแล้วงามยิ่ง
เมื่อเห็นว่าเทพผู้น้อยดื่มยาเรียบร้อยมหาเทพก็อุ้มไปอาบน้ำแม้เทพแห่งการปรุงยาจะบอกว่าเขาเดินเองได้ก็ตาม แต่ก็ไม่อาจขัดมหาเทพได้จึงได้แต่ปล่อยเลยตามเลยให้มหาเทพช่วยอาบน้ำแต่งตัวให้
แม้จะเขินอายอย่างไรแต่ถ้านิ่งเอาไว้อย่างไรเสียก็กลบเกลื่อนอาการเขินนั้นได้
“วันนี้ไม่มีอะไรให้ทำนอนอยู่ที่เรือนเฉยๆเถอะ” ในระหว่างที่กำลังแต่งตัวมหาเทพก็เอ่ยขึ้นเขาไม่เจ็บถึงขนาดต้องนอนพักเสียหน่อย
“ข้าไม่ได้ปวดถึงขนาดนั้น”
“เราเป็ห่วง” มหาเทพเอ่ย ร่างโปร่งไม่อยากจะขัดใจจึงพยักหน้ารับ มหาเทพยกยิ้มน้อยๆ่สองปีมานี้มีเื่ให้ทำมากมาย หยุดว่างสักวันไม่เห็นจะเป็อะไร
่สายๆแดดร่มลมตกมหาเทพนอนอยู่บนแคร่ไม้โดยที่ถือตำราสมุนไพรอ่านเล่นฆ่าเวลา ในขณะที่บนตัวมีเทพผู้น้อยนอนทับอยู่มือหนาที่ไม่ได้จับตำราลูบเรือนผมสีดำขลับเบาๆ สายตาก็อ่านตำรานั้นไปด้วยมนุษย์รู้จักที่จะบันทึกความรู้ต่างๆเป็ตำราส่งมอบความรู้เ่าั้ให้กับมนุษย์รุ่นต่อไป น่าชื่นชมเสียนี่กระไร
“มหาเทพ”
“หืม?” มหาเทพก้มลงมองคนที่อยู่ในอ้อมแขน เทพผู้น้อยเงยหน้าขึ้นมาถาม
“กลับไปแดนเทพแล้วท่านจะทำอะไร”มหาเทพเงยหน้ามองท้องฟ้า เมื่อกลับแดนเทพอย่างนั้นรึ
“แล้วเ้าอยากทำอะไร”เทพแห่งการปรุงยาขมวดคิ้ว เขาเองก็ยังไม่ได้คิดว่าอยากจะทำอะไรเดิมทีเขาอยากอยู่แดนมนุษย์ไปเรื่อยๆไม่ต้องกลับแดนเทพสักระยะแต่กระนั้นก็ไม่อยากรั้งมหาเทพให้อยู่ที่แดนมนุษย์นานเกินไป
“ข้ายังไม่ได้คิด”
“เช่นนั้นเราจะรอเ้าคิดได้แล้วรอทำสิ่งที่เ้าอยากทำพร้อมกับเ้า” ริมฝีปากหนากดจูบลงบนหน้าผากมนพลางกระชับอ้อมกอด ใบหน้าเ็าซุกหน้าอยู่กับอกนั้นเอื้อมมือเรียวไปโอบเอวมหาเทพเอาไว้ก่อนจะหลับตาลงป่านนี้แล้วจะมีใครรู้หรือยังนะว่ามหาเทพไม่ได้อยู่ที่แดนเทพแต่กลับมาเที่ยวเล่นที่แดนมนุษย์ ท่านอวิ่นหลิวอาจจะกำลังปวดหัวกับเื่ที่แดนเทพอยู่ก็เป็ได้
มหาเทพก้มลงมองคนที่หลับตาอยู่หลังจากกลับไปที่แดนเทพเทพผู้น้อยอาจจะต้องรอพระองค์ไปอีกสักร้อยปีถึงจะพามายังที่แดนมนุษย์ได้อีกหนอีกไม่นานจะถึง่เวลาที่พระองค์ต้องพำนักพักผ่อนอยู่ที่แดนพำนักไม่ได้พบเจอกับผู้ใดแต่กระนั้นพระองค์ก็ยังหวังว่าเทพผู้น้อยจะยังอยู่ข้างๆพระองค์
มหาเทพแม้จะอยู่บนจุดสูงสุดของสรรพสิ่งแต่กระนั้นโลกก็ยังมอบกฎที่มองไม่เห็นให้กับพระองค์กฎที่แม้จะเป็มหาเทพก็ยังไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
มือหนาวางตำราลงโอบกอดเทพผู้น้อยของพระองค์เอาไว้สูดกลิ่นหอมอ่อนๆของสมุนไพรที่ติดอยู่บนเรือนผมสีดำขลับเพื่อสงบจิตใจเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มีเมฆสีขาวเคลื่อนตัวผ่านดวงตาสีอ่อนคู่นั้นไม่อาจบอกได้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
เวลาผ่านล่วงเลยไป สิบปีผ่านพ้นคนในหมู่บ้านเติบโตขึ้น คนแก่ชราภาพก็โรยราจากไปแต่สิ่งเ่าั้ไม่อาจกล้ำกรายมายังมหาเทพและเทพแห่งการปรุงยาได้เมื่อเป็เช่นนั้น ่เวลาอีกห้าปีที่เหลือที่จะอยู่บนแดนมนุษย์ทำให้พวกเขาไม่สามารถที่จะอาศัยอยู่ที่เดิมได้แล้วั้แ่เข้าสู่ปีที่แปดนับั้แ่มาที่แดนมนุษย์ก็เริ่มมีคนสงสัยแล้วว่าทำไมพวกเขาถึงไม่ได้ดูมีอายุขึ้นหรือว่าชราภาพขึ้นในขณะที่คนในหมู่บ้านเหล่าเด็กน้อยเริ่มเติบโต คนแก่ที่อยู่มานานเริ่มล้มหายตายจากไม่ใช่แค่นั้น ท่านหมอที่พวกเขารู้จักก็อยู่มานานั้แ่ก่อนหน้าที่มหาเทพจะตามมาด้วยยิ่งทำให้ถูกสงสัยว่าเหตุใดพวกเขาจึงไม่ได้เปลี่ยนไปเลย
และเมื่อมีเื่เช่นนี้เกิดขึ้นชาวบ้านจึงคิดที่จะตรวจสอบทั้งสองแม้จะอ้างไปว่าเป็ผู้ฝึกยุทธแต่กระนั้นก็ไม่ได้ทำให้ชาวบ้านเชื่อถือขึ้นมาเลยยิ่งฝีมือการรักษาที่ไม่ว่าจะอาการหนักร้ายแรงปางตายเช่นไรก็ยังสามารถรักษาได้นั่นอีกชาวบ้านเคยคิดถึงเทพเซียนบน์ แต่ความคิดนั้นก็มลายหายไปเมื่อครั้งหนึ่งมหาเทพเกิดพิโรธเพราะเทพผู้น้อยของพระองค์เกือบโดนเ้าหนูคุณชายนั่นขืนใจอีกทั้งยังทำร้ายเทพผู้น้อยจนกระดูกขาหักไปหลายท่อน พระองค์จึงไม่ยั้งมือที่จะสั่งสอนเ้าหนูนั่นด้วยพระองค์เองแค่ฝ่ามือเดียวก็ทำให้กระดูกทั้งร่างของเ้าหนูคุณชายแตกหักไปทั้งร่างจนบัดนี้ผ่านไปเกือบสิบปีแล้วก็ยังไม่อาจฟื้นคืนได้ดังเดิมความหวาดกลัวและความไม่เชื่อใจเริ่มปรากฏให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ
หลังจากพยายามเรียกความเชื่อใจกลับมาอยู่หนึ่งปีเทพแห่งการปรุงยาก็รู้ว่ามันไม่อาจกลับไปเป็ดังเช่นวันวานได้อีกแล้วและเดิมทีตัวเขาก็ไม่เคยที่จะอยู่ที่ไหนนานเกินห้าปีมักจะเดินทางหาที่พักพิงแห่งใหม่อยู่เสมอคงจะมีที่นี่เป็หนแรกที่เขาอยู่นานถึงสิบกว่าปีแบบนี้
มันไม่ใช่ความผิดของมหาเทพที่ทำร้ายคุณชายจนไม่อาจกลับมาเป็ดังเดิมได้หากคุณชายไม่ทำเช่นนั้นกับเขา หรือคิดร้ายต่อเขามาั้แ่แรกมีหรือที่เื่จะเป็เช่นนี้
แต่อดีตไม่อาจหวนคืน พวกเขาจะไปจากที่นี่
“เราขอโทษ” มหาเทพยืนกอดเทพผู้น้อยจากทางด้านหลังพระองค์รู้สึกผิดที่ทำให้เื่กลายเป็แบบนี้ เทพผู้น้อยผูกพันกับที่นี่และรักชาวบ้านเหมือนกับครอบครัวแต่กลับต้องจากที่นี่ไปเพราะพระองค์เป็สาเหตุ
“ไม่ใช่ความผิดของท่านเดิมทีข้าเองก็ไม่อยู่ที่ใดนานๆ ถึงเวลาสมควรต้องย้ายที่อยู่ได้เสียที” มือเรียววางมือลงทาบมือหนาที่โอบเอวเขาเอาไว้ พวกเขาจะไปจากที่นี่ตอนนี้เลยก็ได้แต่เพราะเทพแห่งการปรุงยามีความสนใจในสมุนไพรอีกหลายชนิด จึงคิดที่จะเอามันไปด้วยตอนนี้จึงยังเก็บสมุนไพรหลายอย่างใส่ไว้ในถุงผ้าที่มหาเทพทำให้เขาไม่ว่าจะใส่อะไรลงไปก็ไม่มีวันเต็ม อีกทั้งยังมีความอาวรณ์เล็กๆแฝงอยู่จึงได้จัดเตรียมห่อยารักษาให้คนในหมู่บ้าน จนกว่าคนรุ่นปัจจุบันนี้จะตายจากไปเขาก็ไม่สามารถมาที่นี่ได้
“ยานี้รักษาคนในหมู่บ้านไปได้อีกหลายปีเมื่อถึงตอนนั้นคงจะมีหมอเก่งๆมาอยู่ที่นี่แล้ว พวกเขาจะได้ไม่ลำบาก” ร่างโปร่งมองห่อยาที่ใส่ไว้ในหีบหลายใบตลอดหลายปีเขาศึกษาโรคร้ายที่ชาวบ้านเป็ จัดเตรียมยาที่จำเป็เอาไว้ล่วงหน้ารวมถึงเขียนสูตรยาที่พวกเขาต้องใช้เพื่อรักษาตัวเองนี่คงเป็สิ่งเดียวที่เขาจะมอบให้ได้ก่อนจากไป
“น่าเสียดายที่บอกลาใครไม่ได้สักคน”มหาเทพเอ่ย ผูกพันกันมานาน แต่เมื่อยามต้องจากกลับไม่สามารถที่จะบอกลาผู้ใดได้เลย
เทพผู้น้อยของพระองค์คงจะเ็ปมาก
“เราไปกันเถอะ” ทุกอย่างจัดเตรียมเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ก็ดึกมากแล้วด้วยถึงเวลาที่จะต้องออกเดินทางเสียที
“เราจะไปที่ไหนกันดี?”เทพแห่งการปรุงยานึกเล็กน้อยเขานั้นมาที่แดนมนุษย์บ่อยกว่ามหาเทพก็จริงแต่ระยะห่างที่มาแต่ละครั้งก็ห่างกันถึงสามร้อยปีสถานที่ต่างๆก็จะเปลี่ยนไปตาม่เวลานั้นๆแต่ก็มิใช่ว่าจะจดจำสถานที่ที่เคยไปไม่ได้
“หากเดินทางขึ้นเหนือไปสักสิบวันก็จะเป็เมืองที่ข้าเคยอาศัยอยู่เมื่อนานมาแล้วแม้ที่นั่นจะเปลี่ยนไป แต่อย่างน้อยคงให้เราเริ่มต้นใหม่ได้” เขาเคยไปที่นั่นสักเมื่อหนึ่งพันปีก่อนแต่ก่อนหน้าที่จะมาแดนมนุษย์พร้อมมหาเทพเขาก็ได้แวะไปที่นั่นอยู่ค้างสองสามวันค่อยเดินทางมาที่นี่ สถานที่ต่างๆเปลี่ยนไปมาก แต่ก็เหมาะที่จะเริ่มต้นใหม่หรืออยู่อาศัยใน่เวลาที่เหลือห้าปีนี้
“เช่นนั้นถือโอกาสนี้ท่องไปตามสถานที่ที่เ้าเคยไปดีหรือไม่เราอยากรู้ว่าเ้าเคยไปที่ไหนมาบ้าง” เทพแห่งการปรุงยาพยักหน้าห้าปีต่อจากนี้คงจะไปได้หลายที่เลยทีเดียว
“ออกเดินทางกันเถอะท่านชอบเดินทางแบบมนุษย์ เราใช้เวลานานหน่อยกว่าจะไปถึงที่นั่น” มหาเทพโปรดปรานการเดินทางเช่นมนุษย์ ไม่ว่าจะขี่ม้า นั่งรถม้า ขี่เกวียนพระองค์ล้วนชอบทั้งสิ้น แต่หนนี้พระองค์อยากให้เดินทางเหมือนยามที่อยู่ในแดนเทพเสียมากกว่า
“ตอนนี้ค่อนข้างอันตรายเ้าแค่นึกถึงสถานที่แห่งนั้น เราจะพาเ้าไปเอง”หลังจากนี้จะขี่ม้าขับเกวียนอย่างไรก็ย่อมทำได้อย่างไม่ต้องห่วงกังวลแล้ว
“หากท่าน้าย่อมได้”ร่างโปร่งรู้ว่ามหาเทพเป็ห่วงเขาั้แ่เหตุการณ์ในตอนนั้นมหาเทพก็ไม่ยอมให้เขาไปไหนไกล ต้องอยู่ข้างกายเสมอไม่แม้แต่จะกล้าห่างเกินหนึ่งเค่อเสียด้วยซ้ำซึ่งเขาก็เข้าใจดีจึงไม่ได้ขัดข้องอะไร
“พระจันทร์ขึ้นสูงแล้วไปกันเถอะ” มหาเทพแนบหน้าผากกับคนในอ้อมกอดเทพแห่งการปรุงยานึกถึงสถานที่ที่อยู่ทางเหนือ ฉับพลันทั้งสองก็หายไปจากเรือนนั้น เทียนที่จุดเอาไว้ภายในเรือนมอดดับความเงียบสงบเข้ามาเยือนเรือนแห่งนี้อย่างช้าๆ หน้าต่างทุกบานปิดสนิทไร้ซึ่งการเคลื่อนไหวใดๆภายในเรือนเรือนนั้นมืดสนิทและว่างเปล่าราวกับไม่เคยมีใครอยู่
พวกเขาได้จากมาแล้ว
เมื่อรุ่งเช้ามาเยือน มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งได้แอบมาด้อมๆมองๆอยู่แถวเรือนของท่านหมอแต่ไม่พบการเคลื่อนไหวใดๆภายในเรือน หน้าต่างทุกบานก็ปิดสนิทลานหน้าบ้านที่มักจะเอาไว้ตากสมุนไพรก็ว่างเปล่า ชาวบ้านมองหน้ากันหลังจากที่ชั่งใจกันอยู่สักพักก็ตัดสินใจเปิดประตูเรือนเข้าไป ภายในนั้นแม้จะไม่ได้ว่างเปล่าแต่ดูอ้างว้างเหลือเกินมันดูเงียบเหงาไร้วี่แววคนที่เคยอยู่
ชาวบ้านเดินสำรวจภายในเรือนอย่างระมัดระวังหีบจำนวนหนึ่งถูกวางเอาไว้ภายในครัว พวกเขาไม่รู้ว่าควรเปิดดูดีหรือไม่แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเปิดดู
มันคือยาและสมุนไพรอีกหลายอย่างใส่เอาไว้ในหีบมีตำราสามสี่เล่มวางปะปนอยู่กับห่อยาพวกนั้น คนที่อ่านหนังสือได้ก็บอกว่ามันคือสูตรยาสมุนไพรที่พวกเขาเห็นล้วนแล้วแต่เป็สมุนไพรที่ท่านหมอเคยใช้เพื่อรักษาพวกเขาเป็พืชที่หาได้ภายในป่า ในตำราเขียนถึงวิธีการใช้และวิธีปรุงยาเอาไว้อย่างละเอียดซึ่งท่านหมอเก่งกาจมากอยู่แล้ว ไยต้องเขียนสูตรยาพวกนี้เอาไว้ด้วย
พวกเขาไม่ได้เอาหีบพวกนั้นกลับไปที่หมู่บ้านแม้จะคิดว่าท่านหมออาจไม่ใช่มนุษย์ แต่พวกเขาก็ยังมีความเคารพแก่ผู้มีพระคุณไม่ฉกฉวยเอาสิ่งใดไปจากเรือน พวกเขาบอกเล่าเื่นี้แก่ผู้ใหญ่บ้านผู้ใหญ่บ้านเป็ผู้าุโที่มีอายุมากที่สุด แค่ได้ฟังเื่ที่ชาวบ้านพูดผู้ใหญ่บ้านก็รู้ว่าทำไม
ท่านหมอได้จากไปแล้วจากไปโดยที่ยังเป็ห่วงพวกเขาอยู่
ผู้ใหญ่บ้านสั่งให้เอาหีบยาเ่าั้ออกมาจากเรือนนำไปเก็บไว้ที่คลังของหมู่บ้าน ทันทีที่หีบหลายใบนั้นถูกขนย้ายพ้นตัวเรือนเปลวไฟที่ไม่ทราบที่มาก็ลุกพรึ่บโหมกระหน่ำทั่วเรือนของท่านหมอ มหาเทพวางกลไกเอาไว้ทั่วเรือนหากหีบพวกนั้นถูกขนย้ายออกไปแล้วพระองค์จะทำลายเรือนหลังนี้เพื่อไม่ให้เหลือร่องรอยใดๆเสมือนว่าไม่เคยมีท่านหมออยู่ที่นี่มาก่อน
ชาวบ้านตกตะลึงกับไฟที่กำลังโหมกระหน่ำรีบพากันเอาน้ำมาดับไฟที่กำลังลุกไหม้แต่ไม่ว่าจะสาดน้ำเข้าไปเท่าไหร่ก็ไม่อาจดับไฟนั้นได้ ไม่นานเรือนทั้งหลังก็ถูกเปลวไฟเผาไหม้จนไม่เหลือร่องรอยใดๆ ไม่มีแม้แต่เศษไม้ที่โดนเผาทุกอย่างกลายเป็ว่างเปล่า ไม่มีแล้วซึ่งเรือนที่ท่านหมอและสามีอาศัยอยู่
ในขณะที่ชาวบ้านกำลังตกตะลึงกับภาพที่เห็นท่านหมอและสามีก็กำลังตกแต่งเรือนหลังใหม่ของพวกเขาอยู่
เรือนหลังใหม่นี้ตั้งอยู่ภายในเมืองใหญ่มีทั้งร้านค้า โรงเตี๊ยม หอนางโลม ร้านแพรพรรณ โรงหมอเป็เมืองใหญ่ที่มีผู้คนมากมายหลั่งไหลเข้ามาและมีวัฒนธรรมแปลกใหม่มาให้เห็นอยู่เสมอทั้งสองตัดสินใจเลือกที่นี่เพื่อใช้ชีวิตในแดนมนุษย์ต่อ
ในวันแรกที่มาถึงพวกเขาต้องหาที่พักอาศัยมหาเทพไม่รู้ใช้วิธีไหนถึงซื้อเรือนนี้มาได้ ตัวเรือนทำจากไม้ขัดเงาบริเวณเรือนประดับด้วยสวนหิน มีสระบัวที่ออกดอกบานสะพรั่ง ม่านสีอ่อนพลิ้วไหวเล็กน้อยยามเมื่อต้องลมเป็เรือนที่งดงามมากแม้จะอยู่ภายในเมืองแต่กลับเงียบสงบดี แล้วยังมีพื้นที่ให้เทพแห่งการปรุงยาได้ตากสมุนไพรและเก็บยาถูกใจยิ่ง
แม้จะมีเรือนที่สวยงามอยู่แล้วแต่พวกเขาก็ยังอยากที่จะตกแต่งเพิ่มทั้งสองเดินเลือกซื้อของอยู่ภายในเมืองเหล่าพ่อค้าแม่ขายที่อยู่ที่เมืองนี้มานานต่างรู้สึกสนใจคนทั้งสองเนื่องจากว่าไม่เคยพบเห็นมาก่อน รูปโฉมก็ช่างงดงามหากสานสัมพันธ์ไมตรีเอาไว้อาจมีวาสนาได้จับคู่ให้บุตรสาว
“คุณชายทั้งสองไม่เคยเห็นหน้าเลยมาจากไหนกันรึ” เถ้าแก่ร้านแพรพรรณเอ่ยถามคนทั้งคู่แค่เดินอยู่ในเมืองก็ดึงดูดสายตาผู้คนได้มากแล้ว งามสง่ามีราศีเหลือเกิน
“เราเดินทางมาจากทางใต้เพิ่งจะย้ายมาอยู่ที่นี่ จึงมาซื้อของตกแต่งเรือน” มหาเทพเป็ผู้ตอบมองร่างโปร่งที่กำลังเลือกซื้อผ้านี่คงเป็ครั้งแรกเลยกระมังที่มาเดินเลือกซื้อของกันแบบนี้
“โอ้ เช่นนั้นรึมิทราบว่าคุณชายแต่งงานแล้วหรือยัง” มหาเทพยกยิ้มนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ถูกถามแบบนี้นับั้แ่ที่มาถึงเมืองนี้คำถามนี้ก็ถูกถามมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว
มหาเทพเลื่อนสายตาไปมองเทพผู้น้อยเป็เชิงตอบคำถามนั้นเถ้าแก่มองตาม โอ้์ พวกเขาเป็คู่แต่งงานกันหรอกรึ
“น่าเสียดายจริงคุณชายทั้งสองช่างรูปงาม เหล่าสาวงามเสียใจแล้ว” มหาเทพหัวเราะเทพแห่งการปรุงยาที่กำลังเลือกซื้อผ้าอย่างตั้งใจก็เดินถือผ้ากลับมาสมแล้วที่เป็ร้านแพรพรรณของเมือง มีให้เลือกจนลายตาไปหมด
“เลือกได้แล้วรึ”มหาเทพเอ่ยถาม เทพแห่งการปรุงยาจึงพยักหน้าหลังจากนี้พวกเขาจะกลับไปที่เรือนเพื่อตกแต่งกัน
ในระหว่างที่เดินกลับเรือนทั้งสองก็ถูกทักทายอยู่ไม่ขาดปากเหล่าสาวงามที่ยังไม่รู้ว่าทั้งคู่แต่งงานแล้วก็พากันมองด้วยสายตาหยาดเยิ้มคนที่รู้แล้วต่างแสดงท่าทางเสียอกเสียดายแม้ในความเป็จริงแล้วทั้งสองยังไม่ได้แต่งงานกันแต่ก็อยู่ด้วยกันเช่นสามีภรรยาทั่วไปเป็ชีวิตที่เรียบง่ายที่มหาเทพชื่นชอบนัก
แม้เทพผู้น้อยจะไม่ได้เอ่ยปากออกมาแต่พระองค์รู้ว่าเทพผู้น้อยยอมรับว่าพระองค์เป็สามีของเขา
สิบปีมานี้ไม่ใช่ครั้งเดียวเสียหน่อยที่ััเขาบนเตียง
แต่นานๆทีก็เปลี่ยนบรรยากาศเป็ที่อื่นบ้าง
“อื้อ~” ริมฝีปากหนาขบกัดไปตามไหล่เนียน ่ล่างกำลังขยับขึ้นลงอย่างเป็จังหวะร่างโปร่งนั่งคร่อมตักของมหาเทพเอาไว้ในขณะที่คนทั้งคู่อยู่ในอ่างน้ำ มือเรียวค้างอยู่บนไหล่แกร่งที่เปียกชื้นไหวตัวไปตามแรงกระแทกที่ถูกส่งมาจากคนด้านล่างไม่นานมือหนาก็คว้าคอคนที่อยู่้าให้มารับจูบจากตนอุณหภูมิน้ำที่เย็นก็ไม่อาจดับความร้อนจากร่างกายที่กำลังสอดประสานกันลงได้
“มหาเทพ....” เสียงกระเส่ายามที่เรียกพระองค์ช่างชวนให้อารมณ์ที่มีพุ่งสูงขึ้นไปอีกใบหน้าสวยเชิดขึ้นยามเมื่อกายร้อนโดนจุดกระสันมหาเทพชอบจ้องมองเทพผู้น้อยยามที่เขาตัวสั่นระริกอยู่บนกายของพระองค์จะเมื่อไหร่ก็ตื่นตาตื่นใจไปเสียทุกครั้ง
“อ๊ะๆ! อ๊า~” สะโพกเล็กบดเบียดเข้าหากายใหญ่ที่สวนกายเข้าออกมหาเทพขบกัดไปตามลำคอขาว เร่งจังหวะขึ้นจนคน้าส่งเสียงครางไม่หยุดดวงตาสีมรกตฉ่ำปรือ ร่างทั้งร่างกระตุกเกร็งปลดปล่อยออกมาทุกหยดหยาดก่อนจะซบหน้าอยู่กับซอกคออีกฝ่ายมหาเทพกอดร่างโปร่งเอาไว้พลางกดจูบลงบนขมับชื้นเหงื่อ จากนั้นก็หัวเราะเบาๆ
“เห็นทีเราคงจะได้อาบน้ำกันใหม่อีกรอบแล้ว”มือเรียวตีเพียะไปที่ไหล่แกร่ง เมื่อก่อนเขาไม่กล้าที่จะตีมหาเทพแต่พักหลังๆมาหากไม่ตีทำให้รู้สึกไม่สบายใจ มหาเทพเองก็ยอมให้ตีเสียด้วย
“ใครให้ท่านมาทำตอนอาบน้ำกันล่ะ”เขาอาบน้ำของเขาอยู่ดีๆมหาเทพก็ลงมาแช่กับเขาเสียอย่างนั้นอ่างก็ไม่ได้ใหญ่ยังกล้าเอาตัวเองลงมาแช่ด้วยอีก จากนั้นก็เป็อย่างที่เห็น
“เ้าเชิญชวน” เทพแห่งการปรุงยาทำหน้าตะลึง เขารึเขาจำไม่ได้เลยสักนิดว่าเคยทำแบบนั้นด้วย
“ท่านใส่ร้ายข้า”
“เ้าเชิญชวนเรา ไม่เช่นนั้นเราจะปล้ำเ้ารึ”มหาเทพหอมแก้มคนที่นั่งคร่อมพระองค์ เทพแห่งการปรุงยารู้สึกไม่ปลอดภัยจึงได้รีบลุกขึ้นหากยังอยู่แบบนี้นานๆเกรงว่ารุ่งเช้าก็คงจะไม่ได้นอน
“ข้าไม่อาบพร้อมท่านแล้ว”
“แต่เราอยากอาบพร้อมเ้า”ว่าแล้วก็ฉุดร่างโปร่งเอาไว้จากนั้นก็ช่วยอาบน้ำให้ใหม่พร้อมทั้งช่วยแต่งตัวให้ด้วย
“พระจันทร์ที่แดนมนุษย์สวยกว่าที่แดนเทพเสียอีก”มหาเทพเอ่ย พวกเขานั่งอยู่ที่ชานบ้านที่ทอดตัวยาวออกมาที่สระบัว เทพผู้น้อยพิงอกมหาเทพ
สำหรับข้าจะเป็พระจันทร์ที่ไหนล้วนสวยงามหากได้มองไปพร้อมกับท่าน
“แดนเทพมีแต่สิ่งสวยงามไม่ว่าผู้ใดก็คาดหวังที่จะได้ไปยังแดนเทพสักครั้งแม้แต่มนุษย์ยังมีเื่เล่าเกี่ยวกับแดนเทพ ขับขานผ่านบทกลอนและเสียงเพลงแต่เทพอย่างเรากลับอยากมาที่แดนมนุษย์เสียนี่”เทพแห่งการปรุงยาหลงใหลในตัวมนุษย์ หลงใหลในอายุขัยที่น้อยนิดแต่กลับสรรค์สร้างหลายสิ่งหลายอย่างได้มากมายเขาเองก็เคยมาจุติเป็มนุษย์ ยังคงมีความทรงจำใน่เวลานั้นอย่างครบถ้วนดังนั้นเขาจึงได้หลงใหลมนุษย์และอยากจะมาที่แดนมนุษย์แม้จะยังเป็เทพอยู่ก็ตาม
“แดนมนุษย์ก็สวยงามไม่แพ้กันเราเข้าใจแล้วว่าทำไมเ้าถึงรักมนุษย์มนุษย์สร้างทุกอย่างจากแรงกายแรงใจของตนมิได้มาจากพลังที่ไร้ขีดจำกัดเช่นเหล่าเทพแม้จะไร้พลังแต่ก็ยังสรรค์สร้างสิ่งต่างๆขึ้นมาได้ เราประทับใจในตัวพวกเขามาก”มหาเทพกระชับอ้อมกอดหลังจากมาอยู่ที่แดนมนุษย์สิบปีพระองค์ก็ได้มองเห็นสิ่งต่างๆที่แปลกตาไปจากเดิมได้มองเห็นสิ่งใหม่ๆและได้เห็นโลกเช่นที่เทพผู้น้อยเห็นได้มีความทรงจำร่วมกับเทพผู้น้อย ได้มองเขาอยู่ใกล้ๆ ช่างเป็สุขมากเหลือเกิน
“ข้ารักพวกเขาแค่ได้ช่วยเหลือเพียงเล็กน้อยข้าก็เป็สุขแล้ว”ร่างโปร่งยกยิ้ม มหาเทพชอบรอยยิ้มของเทพผู้น้อยแต่น้อยครั้งนักที่เทพผู้น้อยจะยอมยิ้มหากไม่รู้สึกพอใจมากๆก็แทบจะไม่ยิ้มเลย เป็ภาพที่หาได้ยากยิ่ง
“ป่านนี้สหายข้าคงสงสัยแล้วกระมังว่าข้าหายไปไหน”แม้ตอนนี้จะอยู่ใน่ที่ต้องฟื้นพลังิญญาแต่สหายของเขาก็มักจะแวะเวียนมาที่เรือนอยู่เสมอไม่เจอเขาสิบกว่าปีคงได้สงสัยเป็แน่ว่าเขาไปอยู่ที่ไหน
“เขาไปที่เรือนของเ้าบ่อยหรือ”มหาเทพไม่ชอบเลยที่มีคนมายุ่งย่ามกับเทพผู้น้อยแม้จะเป็สหายคนสนิทก็ตาม
ยิ่งสนิทมากแค่ไหนก็ยิ่งไว้ใจไม่ได้มากขึ้นเท่านั้น
“เรือนของข้ากับเขาอยู่ใกล้กันเขาจึงแวะมาทุกวัน นานๆหนก็จะชวนข้าไปดูสัตว์ที่เขาเลี้ยง เก็บสมุนไพรเทพมาฝากยามที่ข้าฟื้นพลังอยู่ในเรือนเขาก็จะคอยดูแลรอบๆเรือนให้”
“เราไม่ชอบเลย” เทพแห่งการปรุงยาพลิกตัวหันมามองมหาเทพ มือเรียวแตะใบหน้าหล่อจัดนั้น
“ท่านมีข้าท่านจะชอบเขาได้อย่างไร”มหาเทพหลุดยิ้ม เทพผู้น้อยช่างเอาอกเอาใจเก่งจริงแค่คำพูดเดียวก็ทำให้พระองค์อารมณ์ดีขึ้นได้แล้ว
“จริงของเ้า” ว่าแล้วก็โน้มตัวลงหอมแก้มเต็มรักก่อนจะคลอเคลียอย่างพออกพอใจ ร่างโปร่งรู้สึกจั๊กจี้จึงหัวเราะน้อยๆแต่กระนั้นมหาเทพก็ยังไม่ได้ปล่อยผ่านเื่สหายของเทพผู้น้อย
“ถึงอย่างนั้นเราก็ยังไม่ชอบใจอยู่ดีที่เขาอยู่ใกล้เ้า”
“ทั้งข้าและเขาเป็เพียงแค่สหายกันเท่านั้นท่านยังกังวลอีกรึ”
“เ้าคิดว่าเขาเป็สหายแต่เขาอาจจะไม่ได้คิดเช่นเดียวกับเ้า” คนฟังทำหน้าฉงนมหาเทพหมายความว่าอย่างไร
“เขาน่ะรึ”
“ยิ่งอยู่ด้วยกันมานานเรายิ่งไม่ไว้ใจและเราเป็ห่วงเ้า ไม่อยากให้เ้าเจอเื่เช่นก่อนหน้านี้” มหาเทพมีสีหน้าที่หม่นหมองลง แขนเรียวยกขึ้นกอดมหาเทพพลางซุกหน้าอยู่กับอก
กลิ่นหอมนี้ทำให้หายกังวลได้ดีนัก
“หากมีท่านอยู่ด้วยข้าย่อมไม่เป็ไรแต่เขาเป็สหายของข้า ข้าจะระวังระยะห่างกับเขาเพื่อไม่ให้ท่านกังวลใจ ดีหรือไม่”อย่างไรพวกเขาก็เป็สหายกันมานาน ไฉนเลยจะสามารถตัดความสัมพันธ์ได้
“ได้ เราจะปกป้องเ้าอยู่ข้างๆเอง”แขนใหญ่โอบกอดเทพผู้น้อยเอาไว้แม้ว่าจะอยู่ไกลกันพระองค์ก็จะคอยปกป้องอยู่เช่นเดิม
แต่หากใครหมายตาเทพผู้น้อยพระองค์จะไม่ไว้หน้าใดๆทั้งสิ้น