บทที่ 8
สิ่งใดเรียกว่ามดปลวก
คำสั่งที่เปล่งออกจากปากของชายชรา ดังก้องสะท้อนท่ามกลางหิมะขาวโพลน
เสียงนั้นแทรกซึมเข้าไปถึงห้วงจิตสำนึกดึงสติของสตรีชุดแดงที่ยืนอยู่นิ่งสงัดกลางหิมะกลับมา
นางขยับศีรษะอย่างเชื่องช้า ค่อย ๆ หันหน้ากลับมามองพวกมันทีละคนดวงตาคู่นั้นนิ่งสงบ เย็นเยียบ ราวผืนน้ำแข็งที่สะท้อนแสงจันทร์
ทั้งใบหน้า และดวงตานั้น คือของไป๋ซือเหนียงโดยแท้
แต่เมื่อพวกมันจ้องมองเข้าไปลึกถึงขั้วิญญา
กลับรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
สายตาคู่นั้น…
หาใช่ดวงตาของหญิงสาวที่เคยอ่อนโยนและอ่อนแอไม่
แต่เป็ดวงตาที่ราวกับสัตว์ร้ายอันสูงส่งกำลังจับจ้องเหยื่อก่อนจะตัดสินใจกลืนกิน
เสี้ยววินาทีนั้น พวกมันทุกคนแข็งทื่อโดยไม่รู้ตัวเหงื่อเย็นไหลซึมเต็มแผ่นหลัง แม้กระทั่งการขยับนิ้วก็ยังยากเย็น
ชายชราผู้นำกลุ่มที่แบกร่างของเถาเถาอยู่ ยังคงกัดฟันแน่นดึงสติของตนกลับมาในชั่วพริบตา
เสียงะโของเขาทะลุผ่านความตื่นตระหนกฟาดลงบนโสตประสาทของทุกคนอย่างเฉียบขาดอีกครั้ง
"ลงมือ!"
เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ที่เหลือ ต่างดึงสติของตนกลับมาด้วยแรงกัดฟันจนเืซึม
พลังปราณในร่างของพวกมันทุกคนถูกเร้นขึ้นพร้อมเพรียงคลื่นพลังอันเกรี้ยวกราดปะทุออกมาจากจุดตันเถียนในกายอย่างรวดเร็ว
แผ่นดินบริเวณรัศมีรอบหนึ่งร้อยจั้งพลันแปรเปลี่ยนอากาศบิดเบี้ยวเหมือนคลื่นมรสุมใหญ่กำลังกระหน่ำกระแทก
พลังปราณหมุนวนพล่านไปทั่วเสียงคำรามต่ำของพลังทั้งหลายดังก้องจนหิมะที่โปรยปรายกระจายสะบัดออกเป็วงกว้าง
พวกมันกำลังจะลงมือสังหาร!
ทว่า...
ก่อนที่ใครจะได้ขยับ พลังอันมหาศาลที่พวกมันอุตส่าห์เรียกเร้นขึ้นมาอย่างเต็มกำลัง
กลับราวกับถูกพลังลึกลับบางอย่างกดทับไว้
เหมือนกระแสปราณทั้งหมดตกอยู่ใต้แรงกดอันหนักอึ้งราวกับมีค้อนเหล็กั์หล่นกระแทกลงมาทับจุดตันเถียนอย่างจัง
ปราณของพวกมันหยุดชะงักกลางอากาศ คล้ายสายธาราที่ถูกตรึงด้วยน้ำแข็งหนาในชั่วพริบตาเดียว
แม้แต่การขยับปลายนิ้วก็กลายเป็สิ่งที่ยากยิ่งกว่าปีนภูผาสูงหมื่นจั้ง
สตรีชุดแดงที่ยืนอยู่กลางหิมะขาว
นางขยับฝ่ามือข้างหนึ่งขึ้นช้า ๆ
มือเรียวงามเปื้อนเื... กดลงบนอากาศเบา ๆ
ไม่มีเสียงคำราม ไม่มีเสียงปราณปะทะ
มีเพียงแรงกดดันอันหนาวเหน็บและหนักหน่วงที่ถาโถมเข้าครอบงำพวกมัน
คลื่นพลังที่พวกมันเพิ่งปลดปล่อยออกมาราวกับตกลงไปในบ่อโคลนลึกสุดหยั่ง ไม่อาจกระเพื่อมขึ้นมาได้แม้แต่น้อย
ริมฝีปากของนาง ค่อย ๆ ยกยิ้มเหยียดเย้ยที่มุมปากดวงตาของนางเหมือนกับมองมดปลวก
เสียงของนางแ่เบา แต่กลับชัดเจนในหูของทุกคนราวกับคำสั่งสังหารจาก์
"มดแมลงไร้ค่าคิดจะขยับต่อหน้าข้า?"
ดวงตาคู่นั้นสว่างวาบด้วยแสงปราณแดงฉาน เสียงยังคงแฝงความเหยียดหยัน
"ถ้าเป็ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตปฐี ข้าตอนนี้อาจลำบากอยู่บ้าง… แต่พวกเ้าเชื่อหรือไม่... เพียงข้าดีดนิ้วเดียว พวกเ้าก็สิ้นแล้ว"
คำพูดของนางดั่งสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อม
พวกมันทั้งหมดอดกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ไม่ได้แม้แต่คนที่มีขอบเขตสูงสุดก็ััได้ถึงแรงกดดันที่อัดแน่นเกินรับไหว
เหงื่อเย็นชุ่มทั่วแผ่นหลังแววตาแต่ละคนเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นไม่ปกปิด
ทว่า สิ่งที่ทำให้พวกมันสั่นสะท้านยิ่งกว่านั้นก็คือสิ่งที่ได้เห็นต่อจากนี้
สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังตำแหน่งกลางอกของสตรีนางนั้น
ตรงจุดที่เมื่อครู่... หัวใจของนางถูกคว้านออกจนเป็โพรงโล่ง
าแขนาดใหญ่ที่ยังคงมีรอยโลหิตเกาะกรังอยู่กลับเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง
เนื้อเยื่อสีแดงสดเริ่มก่อกำเนิดขึ้นจากความว่างเปล่า
มันค่อย ๆ ประสานเข้าหากันทีละน้อย
ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังปั้นแต่งอวัยวะใหม่ให้กำเนิดขึ้นอีกครั้ง
แผลฉกรรจ์ที่ควรจะทำให้นางตายสนิท... กลับสมานแนบสนิทภายในชั่วพริบตา
นั่นเอง ที่ทำให้พวกมัน... ถึงกับสะท้านเงียบอยู่ในจิตใจ
ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตปฐี ก็ยังมิอาจกระทำเช่นนี้ได้
แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขต์ การจะสร้างหัวใจใหม่ขึ้นมาเช่นนี้...
เป็เื่ที่พวกมันไม่เคยเห็น หรือแม้แต่จะได้ยินมาก่อนในชีวิตนี้
เบื้องหน้าพวกมันตอนนี้...
คืออสูรมาร หรือเทพเซียนกันแน่?
ไม่มีผู้ใดรู้คำตอบ
แต่สิ่งที่พวกมันรู้แน่ชัดก็คือ
การมาเยือนของพวกมันในค่ำคืนนี้... อาจไม่ใช่ล่าเหยื่อแต่กลับกลายเป็การเดินเข้าสู่แดนสังหารโดยไม่รู้ตัว
และแล้ว...
ความเงียบงันอันกดดันก็ปกคลุมทั่วทั้งลานหิมะอีกครั้ง
ผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าพวกมันในตอนนี้ คือผู้ใดกันแน่?
ยังจะใช่สตรีไร้ค่าแห่งตระกูลไป๋ผู้นั้นจริงหรือ?
ชายชราผู้นำกลุ่มที่ยังแบกร่างของเถาเถาอยู่บนหลังกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะก้าวออกมาครึ่งก้าวดวงตาคมกริบมองตรงไปยังสตรีชุดแดงเบื้องหน้า
เสียงของมันทุ้มต่ำ คล้ายต้องข่มแรงสั่นไหวในอก
"ไม่ทราบว่าท่านเป็ผู้ใด… แล้วรู้หรือไม่ว่าพวกข้าเป็ใคร?"
คำถามนั้นเปี่ยมไปด้วยแรงกดดันของตระกูลสูงศักดิ์และชื่อเสียงของพวกมันที่เคยสะท้านยุทธภพ
แต่หญิงสาวกลับเพียงปรายตาเหลือบมองพวกมันอย่างเฉยชา
ดวงตาคู่นั้นทอแสงเย็นเยียบในยามค่ำคืน
นางเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงแ่เบา… แต่เจือความหยอกเย้าอย่างชัดเจน
"อ๋อ... คิดจะใช้สถานะของพวกเ้ามาข่มขู่ข้าอย่างนั้นหรือ?"
น้ำเสียงของนางเบาและอ่อนโยน แต่กลับยิ่งทำให้ความกดดันทวีคูณ
ชายชรากำมือแน่นจนเส้นเอ็นโปนพองความตึงเครียดระหว่างหัวคิ้วขมวดลึกขึ้นเรื่อย ๆ
สตรีตรงหน้ามันไม่เพียงแต่ไม่หวาดกลัว ตรงกันข้าม...ดูเหมือนจะเย้ยหยันเสียยิ่งกว่าเดิม
ฉือเยียนยกยิ้มเย็นรอยยิ้มที่แม้แต่หิมะยามราตรีก็ไม่อาจทำให้ดูอบอุ่นขึ้น
"ในตอนแรก... ตอนที่พบเ้า ข้าเองก็ไม่รู้หรอกนะว่าเป็ผู้ใด"
นางกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงแววเหยียดหยันชัดเจน
"ทว่าเมื่อเห็นพวกเ้าสวมชุดคลุมเช่นนี้..."
นางยกมือเรียวงามแตะที่ปลายคางตนเองเบา ๆ ดวงตาทอดมองไปยังกลุ่มคนชุดดำที่ยังคงยืนแข็งทื่อ
"...ก็จำได้ขึ้นมาในทันที"
เสียงหัวเราะเบา ๆ ของนางดังขึ้น
"ไอ้พวกหนอนแมลงน่าสงสาร... ที่ชอบหลบซ่อนอยู่ในมุมมืด"
คำพูดของนางจงใจเอ่ยอย่างเฉื่อยชา คล้ายคนเล่านิทานให้เด็กฟัง
แต่ทุกคำกลับบาดลึกดั่งคมกระบี่ จนหัวใจของทุกคนในที่นั้นตึงเครียดถึงขีดสุด
ทันใดนั้นเอง
หนึ่งในกลุ่มคนเ่าั้ก้าวเท้าออกมา มันเป็ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่สวมชุดคลุมลวดลายเมฆทองเช่นเดียวกับคนอื่น
ใบหน้าคมเข้ม ขากรรไกรแข็งแรง แต่ในดวงตามีเพลิงโทสะปะทุรุนแรง
มันตวาดเสียงดังลั่นกลางหิมะโปรยปราย
"สามหาว!"
เสียงของมันเพิ่งหลุดออกจากปากได้เพียงเท่านั้น
ลำแสงสีแดงฉานสายหนึ่งก็พุ่งวูบขึ้นจากปลายนิ้วของฉือเยียนรวดเร็วจนไม่มีผู้ใดตั้งตัวทัน
เพียงพริบตาเดียว ศีรษะของมันก็ถูกสายพลังนั้นสะบั้นขาดจากบ่า
เืสดพุ่งทะลักออกจากคอหอยที่เปิดโล่งอย่างน่าสยดสยอง
ศีรษะกลมกลิ้งตกลงบนพื้นหิมะขาว สายตาค้างคาอยู่ในความตกตะลึงก่อนจะกลิ้งไถลลงไปท่ามกลางเกล็ดหิมะที่ถูกย้อมเป็สีแดงฉาน
พวกมันที่เหลืออีกหลายสิบชีวิต มองเห็นภาพนั้นด้วยสายตา
ทุกคนสะท้านเงียบในอก จิตใจปั่นป่วนจนแทบควบคุมไม่อยู่
ใบหน้าของแต่ละคนซีดเผือดไปในบัดดล เหงื่อเย็นไหลซึมเต็มแผ่นหลัง
พวกมันล้วนเป็ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตตะวันและจันทราแต่กลับเห็นเพื่อนร่วมกลุ่มถูกสังหารในชั่วอึดใจเดียว...ไม่มีแม้แต่โอกาสได้ต่อต้าน
ฉือเยียนที่อยู่ในร่างของไป๋ซือเหนียง ยกยิ้มที่มุมปากอย่างเบิกบาน
นางยกนิ้วเรียวยาวขึ้นเบา ๆ มองเล็บของตนเองพลางเขี่ยปลายนิ้วอย่างแช่มช้า
ราวกับเพิ่งสังหารมดปลวกตนหนึ่งโดยไม่ได้ตั้งใจ
นางกล่าวออกมาอย่างผ่อนคลายแต่ถ้อยคำกลับกรีดลึกลงกลางหัวใจของทุกคนในที่นั้น
"อันใด... ไม่พอใจกันหรือ?"
ดวงตาคู่สวยคล้ายอัญมณีสีแดงฉาน สะท้อนแสงหิมะยามค่ำคืนเป็ประกายเจิดจ้า
"ถ้าอยากพิสูจน์ว่าพวกเ้า... มิใช่หนอนแมลงไร้ค่า"
เสียงของนางขาดห้วนลงเล็กน้อย ก่อนจะฉีกยิ้มกว้าง เ็า
"ก็ลองดูสิ... ว่าจะรอดจากมือข้าในตอนนี้ได้หรือไม่"
นางหมุนกายเล็กน้อย ท่วงท่าดุจนางเซียนโบราณอันงดงาม
เสียงหัวเราะแ่เบาของนางปะปนกับสายลมหนาว
"แต่หากรอดไปไม่ได้... ก็คงไม่ต่างจากหนอนแมลงจริง ๆ ล่ะนะ"