บทที่ 7 นางเซียน
พ่อซ่งและแม่ซ่งกลับมาด้วยสีหน้าปิติยินดี
ในตอนนั้นเอง ซ่งเส้าเส้าก็ยกปลาม่ายซุ่ยและไข่ตุ๋นที่เพิ่งทำเสร็จออกมาจากครัว
"ท่านพ่อ ท่านแม่มีเื่อะไรหรือถึงได้ดีใจกันเช่นนี้?" ซ่งเส้าเส้าวางปลาม่ายซุ่ยและไข่ตุ๋นบนโต๊ะ จากนั้นก็เดินเข้าไปในครัวเพื่อหยิบหมั่นโถวออกมา
"เมื่อครู่ข้ากับท่านพ่อของเ้าออกไปข้างนอก ชาวบ้านพอได้ยินว่าเสี่ยวเส้าของพวกเรามีฝีมือทำอาหารเช่นนี้ ต่างก็อยากจะให้เสี่ยวเส้าแต่งเข้าบ้านของพวกเขา" แม่ซ่งเดินตามซ่งเส้าเส้าเข้าไปในครัวพลางพูดไปด้วย
"ท่านแม่ พูดเื่นี้ทำไมกัน" ซ่งเส้าเส้าเกิดอาการเขินอาย ทำตัวไม่ถูก
"ใช่แล้วท่านแม่ ดูสิน้องหญิงของข้าเขินแล้ว" พี่ชายซ่งมองใบหน้าแดงระเรื่อของซ่งเส้าเส้าก็อดหยอกล้อไม่ได้ "แต่ว่าน้องหญิงของข้าหากต้องแต่งงาน ก็ต้องแต่งกับเส้าชิงหยวนสิ บางทีน้องหญิงของข้าอาจจะได้เป็ฮูหยินขุนนางในอนาคตก็ได้"
"พี่ใหญ่ ท่านก็เอากับเขาด้วยหรือ" ซ่งเส้าเส้าถูกหยอกล้อจนหน้าแดงยิ่งกว่าเดิม
เห็นท่าทางของซ่งเส้าเส้า ทั้งสามคนก็หัวเราะออกมา
"ทำไม? หรือเ้าไม่อยากแต่งงานกับเส้าชิงหยวนแล้ว? ข้าจำได้ว่าตอนเด็กๆเ้าเอาแต่พูดว่าจะแต่งงานกับเขา"
ซ่งเส้าเส้าในอดีตทำตัวไม่เรียบร้อยเช่นนั้นหรือ?
คำพูดของพี่ชายซ่งทำให้ซ่งเส้าเส้าทำตัวไม่ถูก
"บางทีเขาอาจจะไม่อยากแต่งงานกับข้าก็ได้"
"เป็ไปไม่ได้ ตอนที่เส้าชิงหยวนจากไป เขาพร่ำบอกกับเ้าให้รอเขากลับมาไม่ใช่หรือ"
ได้ยินคำพูดของพี่ชายซ่ง ซ่งเส้าเส้าก็ย้อนนึกกลับไปใน่ก่อนที่นางจะตกลงไปในน้ำ หลังจากที่นางข้ามเวลามา ความทรงจำในอดีตก็ค่อยๆ กลับคืนมานางจำได้ว่าเส้าชิงหยวนเคยพูดแบบนี้จริงๆ
ในตอนนั้น ซ่งเส้าเส้าก็รู้สึกสับสนไม่เข้าใจ ว่าทำไมเส้าชิงหยวนที่ดูจริงใจในตอนนั้นถึงได้เปลี่ยนไปหลังจากที่ไปสอบจอหงวน ...
"เอาล่ะท่านแม่ พี่ใหญ่ เรากินข้าวกันเถอะ"
"ใช่แล้วภรรยาข้า เื่ของเด็กๆก็ปล่อยให้พวกเขาตัดสินใจเอง ส่วนพวกเรามีหน้าที่กินข้าวมื้อนี้ให้อิ่มหนำสำราญ" พ่อซ่งมองออกว่าซ่งเส้าเส้ามีอะไรแปลกไปจึงช่วยพูด
"งั้นกินข้าวก่อนก็ได้ เสี่ยวเส้าของพวกเราเขินแล้ว ท่านพี่ ท่านดูสิวันนี้เสี่ยวเส้าทำกับข้าวน่ากินมาก" แม่ซ่งก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ สายตาของทั้งสามคนจ้องไปที่อาหารที่ซ่งเส้าเส้าทำ
"เส้าเส้า ปลาในชามนี้น่ากินนัก ว่าแต่เ้าไปหามาจากส่วนไหนของเขาหลังหมู่บ้านหรือ" แม่ซ่งมองปลาในจาน ทั้งๆที่มันน่ากินมาก แต่นางเริ่มระแคะระคายอะไรบางอย่าง
"ท่านแม่ ปลานี่เรียกว่าปลาม่ายซุ่ยเ้าค่ะ"
"ปลาม่ายซุ่ย?"
"ปลาม่ายซุ่ย?"
"ปลาม่ายซุ่ย?"
ทั้งสามคนทำท่าทีสงสัย คาดว่าคงไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน
"เส้าเส้า เ้าไปเอาปลานี่มาจากตรงไหนของป่าหลังหมู่บ้านหรือ" แม่ซ่งถามย้ำอีกครั้ง
ซ่งเส้าเส้าส่ายหน้า "ไม่ใช่เขาหลังหมู่บ้าน แต่เป็ ‘ลำธาร’ ข้างๆ เขาหลังหมู่บ้านเ้าค่ะ"
"ลำธารข้างๆหลังหมู่บ้าน!? แต่ในลำธารนั้นมีปลาแค่ชนิดเดียว และเ้าปลาตัวนั้น ..."
พี่ชายซ่งพูดได้ครึ่งหนึ่งก็หยุด มองซ่งเส้าเส้าด้วยความใ
ซ่งเส้าเส้าพยักหน้ารับรู้ "ใช่แล้วปลาตัวนั้นแหละ"
"แต่ปลาตัวนั้นมีพิษ!"
"ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่ นางเซียนบอกข้าว่านี่คือปลาม่ายซุ่ย มันกินได้แถมยังแพร่พันธุ์เร็วมาก ถ้าพวกเราไม่รีบกินมัน มันจะส่งผลกระทบต่อปลาชนิดอื่น นี่จึงเป็สาเหตุที่ลำธารในหมู่บ้านของเราถึงไม่มีปลาชนิดอื่นอยู่เลย"
"..."
ซ่งเส้าเส้าอธิบายให้ทั้งสามคนฟัง แม้ว่าทั้งสามคนจะฟังไม่ค่อยเข้าใจ แต่ก็พอจะจับใจความได้ว่าปลาในลำธารแท้จริงแล้วไม่ได้มีพิษอย่างที่คิด
"สาวน้อย ถ้านางเซียนของเ้าพูดเื่จริง พรุ่งนี้ข้าจะเอาปลาม่าย อ่า ... ปลาม่าย ... ปลา ..." พ่อซ่งนึกชื่อปลาไม่ออก
"ท่านพ่อ ปลาม่ายซุ่ยเ้าค่ะ"
"อ้อใช่แล้วปลาม่ายซุ่ย ดูสิสมองเลอะเลือนนัก พรุ่งนี้ข้าจะไปบอกชาวบ้านว่าปลานี้ที่จริงแล้วกินได้"
เมื่อได้ยินคำพูดของพ่อซ่ง ซ่งเส้าเส้าก็รู้สึกซาบซึ้งในใจ ครอบครัวของนางแม้จะไม่ใช่ตระกูลที่ร่ำรวย บางครั้งก็ยากจนจนไม่มีข้าวกิน แต่ทุกคนล้วนเป็คนดี
"ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่ลองชิมปลาม่ายซุ่ยดูสิ แล้วบอกข้าหน่อยว่ารสชาติเป็อย่างไรบ้าง"
ทั้งสามคนต่างลองคีบเนื้อปลาเข้าปาก ซ่งเส้าเส้ามองพวกเขาด้วยความตื่นเต้น
"อืมอร่อย!" พี่ชายซ่งร้องออกมาด้วยความพอใจ แล้วก็รีบคีบเนื้อปลาอีกชิ้น
"อร่อยจริงๆ เสี่ยวเส้าของพวกเราเก่งมาก" เวลาที่ชมซ่งเส้าเส้า พ่อซ่งไม่เคยตระหนี่คำชมเลย
"แล้วท่านแม่เล่า?"
แม่ซ่งเคี้ยวอย่างละเลียด เนิ่นนานไม่ยอมพูดคำใด
"เนื้อปลานุ่มเด้ง รสชาติหวานอร่อย"
ได้ยินคำพูดของแม่ซ่ง ซ่งเส้าเส้าก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
"ท่านแม่ น้องหญิงยังทำไข่ตุ๋นด้วยนะ หน้าตาน่ากินกว่าที่ท่านแม่ทำเยอะเลย" พี่ชายซ่งไม่ยอมหยุดกิน แม้ปากเต็มไปด้วยอาหารแต่ก็ยังไม่ลืมที่จะพูด
ครอบครัวซ่งกินอาหารเย็นอย่างมีความสุขสนุกสนาน บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น
...
ตกดึก แม่ซ่งนอนพลิกไปพลิกมาบนเตียงไม้ เกิดอาการกระสับกระส่าย นอนไม่หลับ
"เป็อะไรไป มีเื่ไม่สบายใจหรือ" พ่อซ่งรู้สึกได้ว่าภรรยาอยู่ไม่สุข จึงลุกขึ้นนั่ง
"ข้าว่าเสี่ยวเส้าดูแปลกๆ ไปนะ"
"แปลก? แปลกตรงไหน"
"ั้แ่นางตกลงไปในน้ำ ท่านลองนึกดูสิที่นางทำมันไม่แปลกหรือ"
"แปลกไหมมันก็แปลกอยู่บ้าง แต่เด็กคนนั้นไม่ได้ทำอะไรผิดไม่ใช่หรือ" พ่อซ่งรู้ว่าภรรยากังวล แต่เขาคิดตามแล้ว และรู้ว่าที่ซ่งเส้าเส้าทำล้วนมีเหตุผล
"สามีข้า ท่านว่านางเซียนที่เสี่ยวเส้าพูดถึงมีตัวตนจริงหรือไม่"
"ข้าว่ามีจริงนะ เ้าลองนึกดูสิ วันนี้นางทำอาหารอย่างต้นหอมป่าผัดไข่ ตันปิ่งผักป่า ไข่ตุ๋นแล้วก็ปลาม่าย ..ปลาม่าย ... ปลา ..."
"ปลาม่ายซุ่ย"
"ใช่ ใช่ แล้วก็ปลาม่ายซุ่ย ทุกจานทำออกมาได้ดี แถมเด็กคนนั้นยังรู้เื่ที่พวกเราไม่รู้อีก ถ้าเด็กคนนั้นไม่บอก พวกเราจะรู้หรือว่าปลาในลำธารข้างเขาหลังหมู่บ้านกินได้ ไหนจะต้นหอมป่า ..." พ่อซ่งปลอบภรรยาอย่างอดทน
"แต่ว่า ..."
"อย่าแต่ว่าเลย ไม่ต้องพูดถึงเื่อื่น เอาแค่ไข่ตุ๋น หากมิใช่นางเซียนสอน แล้วจะมีใครสามารถบอกเสี่ยวเส้าว่าควรทำอย่างไรถึงจะอร่อย? ดูอย่างเ้าสิ ทำอาหารมาตั้งนาน ก็ไม่เคยทำไข่ตุ๋นให้อร่อยแบบนี้ได้เลย"
พอได้ยินแบบนั้น แม่ซ่งก็ถีบพ่อซ่งตกเตียง แสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน
แต่นางก็ยังคงเป็ห่วงลูกจึงบ่นต่อ
พ่อซ่งลูบหลังภรรยาเบาๆ "เ้าก็สบายใจเถอะ ข้าเชื่อว่าเสี่ยวเส้าทำได้ และข้าก็เชื่อว่านางเซียนที่เสี่ยวเส้าพูดถึงมีตัวตนจริง พวกเราก็ปล่อยให้เสี่ยวเส้าลองทำดู"
เมื่อได้ยินคำพูดของพ่อซ่ง แม่ซ่งก็รู้สึกสบายใจขึ้น พยักหน้ารับรู้แต่ก็ยังคงครุ่นคิด
"เอาล่ะนอนเถิด ไว้ค่อยคิดภายหลัง พรุ่งนี้ยังต้องทำงานอีก"