พยัคฆ์อัคคียอมบอกความจริงต่อเทพว่า้าหยกพันปีไปฟื้นฟูพลังกายของบุตรชายตัวน้อย ซึ่งเล่นซนไปสักหน่อยจึงถูกพิษของป๋ายเซี่ย
สัตว์อสูรจำพวกปูั์มีวิถีนักล่าที่แปลกประหลาด ไม่กลืนเหยื่อเข้าไปทว่าจะฝังคมเขี้ยวไว้ รอให้แผลเน่าและถูกพิษกัดกินเสียก่อน ให้เหยื่อทุรนทุราย ร่างกายขยับไม่ได้เมื่อไรค่อยกลับมาจัดการอีกครั้งหนึ่ง
ทั้งปีศาจและอสูรไม่ใช่ทุกเผ่าจะเป็มิตรที่ดีต่อกัน อสูรหลายตนนี้เป็พวกเดียวกับพยัคฆ์อัคคี ซึ่งเป็สัตว์อสูรในตำนาน จัดอยู่ในระดับที่มีพละกำลังใกล้เคียงกับปีศาจ
ส่วนอสูรปักษาซึ่งมาก่อกวนคราวก่อนนั้น้าหยกพันปีไปทำอะไรไม่รู้ได้ ถึงคราวนี้ไม่มาปรากฏตัวแต่คราวหน้าไม่รู้ว่าจะมาหรือไม่
อาเป้ยเห็นสัจธรรมอีกข้อหนึ่งว่ามนุษย์มีการแบ่งแยกเป็หลายชนเผ่า เหล่าปีศาจและอสูรก็เช่นกัน ถึงบนเทวโลกไม่วุ่นวายเท่าโลกมนุษย์ แสนจะวุ่นวายนัก ต่างฝ่ายสู้รบกันเพื่อสนองกิเลส
ยกตัวอย่างเช่นท่านเ้าเมืองหลงอี้จินผู้ส่งเครื่องสังเวยให้แด่เทพด้วยความเชื่อของท่าน ก็ปรารถนา้าอำนาจจากเทพ หวังให้ผู้คนเคารพสยบต่อท่าน
ณ สถานที่แห่งนี้ปีศาจยังอาจกลืนกินปีศาจด้วยกันเองเพื่อสูบพลังเวท
ในขณะที่เทพล้วนฝักใฝ่การบำเพ็ญเพียร ปลีกวิเวกเพื่อสำเร็จผลเป็เซียน ไม่ใคร่สนใจว่าผู้อื่นลำบากเดือดร้อนหรือไม่อย่างไร
ใจนางอยากช่วยเหลือพยัคฆ์อัคคีตนนี้ นางเข้าใจความรักของแม่ว่ายิ่งใหญ่เพียงใด แต่ไม่ทันจะได้เอ่ยปาก เสียงเสียงหนึ่งก็ดังก้องขึ้นบนท้องนภา
"ป๋ายเซี่ยเป็ปูอสูรตระกูลน้ำ หนึ่งในอสูรราตรี ยาถอนพิษอยู่ในเรือนเทพแห่งสายน้ำ"
สายตาทุกคู่มองไปทางเทพในร่างอสรพิษกายายิ่งใหญ่คับฟ้า ั์ตารุธิระเปล่งประกาย กลุ่มควันสีดำสนิทจำนวนมากมายรอบกายเทพปีศาจ บ่งบอกว่าการจำศีลเสร็จสมบูรณ์
เทพอู่เฉินกลับร่างบุรุษสวมอาภรณ์สีดำ แตะปลายเท้าลงพื้นดินอย่างสง่างามน่าเกรงขาม
"ท่านคงต้องรอเสียหน่อย ข้าจะไปนำดอกบัวสีทองในเรือนใต้เท้าจีกงมาแก้พิษให้ลูกชายท่าน"
"ข้ารอไม่ได้"
น้ำเสียงของพยัคฆ์อัคคีเต็มไปด้วยความก้าวร้าว ด้วยนิสัยอย่างพยัคฆ์ แม้ถูกล่ามไว้ด้วยโซ่อักขระสีทองฝีมือของอาเป้ย ซึ่งนางมีสีหน้าไม่สดใสนัก เมื่อไม่สามารถปล่อยพยัคฆ์อัคคีให้เป็อิสระ
สัตว์อสูรตัวเล็กที่ซ่อนเร้นกายอยู่ในกระเป๋าเวทของมารดาผู้เหนื่อยล้าอ่อนกำลัง บริเวณข้างใต้ท้องพยัคฆ์ทำให้มันไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ถนัด ในที่สุดก็ต้องยอมรับความพ่ายแพ้
"ท่านต้องยอมลดศักดิ์ศรีลงหาก้าความช่วยเหลือจากเทพ ตัวข้าไม่ได้โกหกท่านเื่หยกพันปี ข้าหาได้รู้ไม่ว่ามันอยู่ที่แห่งใดบนเกาะเทพอุดรนี้ แต่ถ้าท่านไม่อยากจะรอนาน ไปกับพวกข้า..." ในน้ำเสียงเด็ดขาดราวคำสั่งประกาศิต อาเป้ยหน้าตาเบิกบานเพราะว่านางจะได้ไปชมดอกบัวสีทอง นางถูกหยุดเอาไว้ด้วยั์ตาสีแดงฉานในบัดดล
"เ้าอยู่ที่นี่ อาเป้ย"
อาเป้ยโวยวาย "โธ่! เทพอู่เฉิน ขอข้าไปด้วยซี ข้าเป็ผู้กระทำผิด หลอกลวงเหล่าปีศาจให้หัวเสียอยู่ตั้งหลายวันหลายคืน ข้าควรจะต้องไป"
"ให้นางไปด้วยเถิดท่าน แล้ว... เชือกนี้อยู่ในมือนางด้วยกระมัง"
นางล่ามพยัคฆ์อัคคีเหมือนเป็สัตว์ตัวหนึ่งเท่านั้น เทพแห่งสายน้ำคนพี่เห็นพ้องต้องกัน ตามมาสมทบ เหยียบลงบนพื้นดินแล้วจึงเร่งเร้า
"รีบไปกันเถอะพวกท่าน ชักช้าไป จะไม่ทันการ"
อาเป้ยหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส เพียงได้รับอนุญาตให้ติดตามไปเรือนเทพแห่งสายน้ำด้วย นางส่ายคอมองไปทั่วท้องฟ้ายามค่ำคืนมืดมิดไร้แสงดาว
หนึ่งก้านธูปไม่สามารถใช้บอกเวลาในเทวโลก นางบอกไม่ได้ว่าเป็ยามจื่อหรือว่ายามโฉ่ว หนึ่งราตรีช่างแสนยาวนาน แต่บางวันนางรู้สึกว่ามันไม่นานนัก แสงอรุณก็ส่องหัวนางเสียแล้ว
อาเป้ยกระชับเชือกสีทองในมือแน่น นั่งคุกเข่าลงข้างหนึ่งเพื่อทรงตัวอย่างมั่นคง ในอุ้งมือหยาบของอสรพิษกายายิ่งใหญ่ผู้ขึ้นชื่อว่าเป็เทพ พร้อมกันนั้น เสียงร้องแหลมเล็กของสัตว์อสูรตัวน้อย ฟังดูแล้วแสนเ็ปทุกข์ทรมานทำให้นางก้มหน้าลงมองบริเวณใต้ท้องของมารดาพยัคฆ์ มันเอามือบังร่างตนไว้ ส่งเสียงคำรามเอ็ดลูกว่าไม่ให้ร้อง จากนั้นนางก็ไม่ได้ยินสุ้มเสียงใดอีก พวกมันต่างเงียบสนิทไม่มีเสียงใดหลุดรอดออกมา
ด้วยความสงสารเวทนา นางจึงพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"เ้าพยัคฆ์ตัวน้อย... อดทนอีกสักนิดเถิด ข้าเชื่อว่าเทพอู่เฉินต้องหาสักหนทางช่วยชีวิตเ้าให้ได้"
เทพอู่เฉินคอยเงี่ยหูฟังนางพูดคุยกับอสูรพยัคฆ์ ขณะทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
ที่ผ่านมาเทพอู่เฉินไม่เคยให้ความช่วยเหลือใด ๆ แก่ปีศาจหรืออสูร ยังนึกรังเกียจความอ่อนแอของตนยามเป็ปีศาจ และเขาไม่เคยนึกชื่นชอบปีศาจ
กระนั้นยังไม่ใช่วิสัยของเทพอู่เฉิน จะยอมให้ผู้ใดใช้เขาเป็พาหนะในการเดินทางไปไหน แม้กระทั่งการนำเครื่องสังเวยจากโลกมนุษย์เดินทางกลับมายังเทวโลก เขาไม่ใคร่สนใจว่ามนุษย์แสนอ่อนแอเ่าั้จะตายเพราะพิษจากคมเขี้ยวและน้ำลาย
ไม่รู้ด้วยเหตุอันใด เขาถึงได้โอนอ่อนยอมตามใจนาง วาดเท้าัทั้งสามข้างที่เหลือ อีกหนึ่งนั้นให้เป็ที่นั่งพักพิงของนางและสองอสูร
ฝ่าเท้าัแห่ง์เยื้องย่างในเวหาดังวิหคั์ ร่างสีดำทะมึนปกคลุมด้วยไอปีศาจทำให้การเดินทางผ่านสายลมแรงกรรโชก อุปสรรคจากแม่น้ำและเทือกเขาทอดยาว ไม่ใช่ปัญหาต่อเทพปีศาจ
อย่าว่าแต่เทวโลกเลย การข้ามเขตในภพภูมิเดียวกันหรือคนละภพภูมิ เทพอู่เฉินไปไหนมาไหนได้โดยไม่ลำบากแม้แต่น้อย เขาเพียงเป็เทพอยู่ติดเรือน ไม่ใคร่จะชอบการเดินทางนัก
"เทพอู่เฉินท่านแข็งแกร่ง มีเมตตากรุณาถึงเพียงนี้ ท่านช่วยเหลือผู้ใดได้ท่านก็จะช่วย เชื่อข้าเถิดว่าท่านไม่ได้โกหกเื่ที่ท่านจะต้อนรับปีศาจเช่นกัน ข้าไม่อยากให้พวกท่านทั้งหลายทะเลาะกัน ข้าจึงยินดีเอาหัวเป็ประกัน"
"คำพูดของเ้ามีความจริงแค่สองส่วน อีกแปดส่วนล้วนแล้วแต่เป็คารม ระวังให้ดี สักวันศีรษะเ้าจะกระเด็นจากบ่าเพราะปากของเ้า"
บุรุษเทพในร่างอสรพิษแลดูเกรี้ยวกราด นางพูดอะไร ก็จะเห็นเป็ตรงกันข้ามไปเสียหมด ทว่านางกลับเอาอกเอาใจท่านเทพเสียเหลือเกิน