บทที่ 28
การลงมือของิญญาทมิฬ
งานเลี้ยงที่ถูกจัดขึ้นกลางทะเลสาบยามราตรี
คุณชายที่รวมตัวกันมีมากมายหลายสิบคน ทุกคนมีฐานะที่ไม่ธรรมดาในดินแดนรกร้างทางเหนือ
ด้วยดินแดนรกร้างทางเหนือถือว่าเป็ดินแดนที่ไม่ได้ยิ่งใหญ่
เช่นนั้นเลยทำให้ตระกูลใหญ่ภายในดินแดนรกร้างทางเหนือ ก็ไม่ได้ใหญ่โตเทียบเท่ากับตระกูลใหญ่ในดินแดนต่างๆของราชวงศ์ต้าเฉิน
และด้วยดินแดนที่ถือว่าไม่ได้เจริญมากอย่างเช่นนี้ ดินแดนรกร้างทางเหนือแห่งนี้ มันก็ทำให้มีตระกูลใหญ่อยู่เพียงแค่ไม่กี่ตระกูลเท่านั้น
เพราะแบบนั้นคุณชายที่อยู่ที่สถานที่แห่งนี้ มันเองก็เกือบจะเป็คุณชายจากตระกูลที่มีชื่อเสียงของทั้งหมดในดินแดนรกร้างทางเหนือแล้ว
ทุกคนพูดคุยเกี่ยวกับเื่ต่างๆ แต่ว่าเื่ที่พวกเขานั้นพูดคุยกันมากที่สุด เห็นที่แล้วก็คงจะเป็เกี่ยวกับเื่ผู้ฝึกตนแล้วก็สาวงาม
คุณชายเหล่านี้เติบโตในดินแดนรกร้างทางเหนือ ฐานะของพวกเขาเองก็ไม่ธรรมดา พวกเขาเลยไม่เหมือนกับคนธรรมดาทั่วไปที่ไม่ค่อยรู้ข่าวของพวกผู้ฝึกตนของสำนักเซียน
คนพวกนี้รู้จักพวกเทพเซียนบนูเาเป็อย่างดี ในฐานะผู้ที่เป็ผู้ฝึกตนมีอายุยืนยาว
เพราะแบบนั้นเลยทำให้พวกเขาเองก็ชอบพูดคุยเกี่ยวกับเื่เทพเซียน
เป็ทั้งความชื่นชมแล้วก็ความอิจฉา มีคุณชายหลายคนที่เคยอยากจะเริ่มฝึกตนแต่ว่าตัวเองไม่มีพร์
เพราะแบบนั้นเลยไม่ได้เข้าสำนักเซียนต่างๆ เลยทำให้พลาดโอกาสในการเป็ผู้ฝึกตนไป
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็คุณชายที่มีฐานะ แต่ว่าในสายตาของพวกเทพเซียนแล้วพวกเขาจะเป็อะไรได้
พวกผู้ฝึกตนล้วนแล้วอยู่บนจุดสูงสุด พวกเขาไม่ต้องสนใจพวกคุณชายที่มาจากตระกูลของดินแดนเล็กๆ
แม้แต่ทางด้านของราชวงศ์ต้าเฉินเองก็ต้องให้เกียรติพวกสำนักฝึกตนเช่นเดียวกัน
เพราะแบบนั้นพวกเขาที่แม้ว่าไม่มีพร์แต่อยากฝึกฝนก็ทำอะไรไม่ได้
พวกเขาพูดคุยเกี่ยวกับเื่เทพเซียน ที่ตอนนี้เป็ผู้ที่พูดถึงกันมากมาย เห็นว่าทางใต้ของทวีปเทียนหยางเหนือแห่งนี้ มีอัจฉริยะมากมายปรากฏขึ้นในปีนี้
ได้ยินว่าพวกเขาอายุเพียงแค่ไม่กี่สิบปี แต่ว่าในตอนนี้ขอบเขตของพวกเขานั้นกลับสูงทะยานเหนือเมฆา
บางคนถึงกลับไปถึงขอบเขตหก หรือขอบเขตเจ็ดแล้ว
เกี่ยวกับชื่อของอัจฉริยะเ่าั้ที่พูดถึงกัน เจียงเฟิงได้จดจำชื่อของพวกเขาไว้ในใจ
แน่นอนว่าเขาเพิ่งกลับมาที่โลกใบนี้
เมื่อก่อนตัวของเขาก็ค่อนข้างจะชื่นชอบในการรวบรวมข้อมูลและฟังเื่เล่าต่างๆ
แต่ว่าเมื่อหลับไหลไปหลายปีข่าวสารของเขาเองก็ยังถือว่าล้าหลังเป็อย่างมาก
แม้ว่าอยากจะให้ทางด้านของจวนแม่ทัพออกไปสืบข่าวเกี่ยวกับเื่ต่างๆ
แต่ว่าตัวของเขาก็เกรงกลัวว่าถ้าเกิดว่าเขาใช้คนภายในจวนแม่ทัพ ข่าวลือเกี่ยวกับที่ตัวของเขานั้นฟื้นขึ้นมาแล้วจะแพร่กระจายออกไป
มันเลยทำให้ตัวของเขาต้องสะกดความอยากรู้ของตนเองเอาไว้
ในตอนนี้ได้ยินพวกคุณชายพวกนี้เล่าถึงเทพเซียนที่มีความสามารถเป็เทพเซียนรุ่นเยาว์ เจียงเฟิงก็นั่งฟังอย่างเพลิดเพลิน
แล้วเขาก็จดจำชื่อพวกนั้นเอาไว้เผื่อว่าในวันข้างหน้าพบเจอแล้วจะลองดูว่าอีกฝ่ายนั้นมีพร์จริงหรือไม่
แต่ในบรรดาผู้คนที่หยิบยกขึ้นมาทั้งหมด เจียงเฟิงก็ได้ยินอัจฉริยะผู้หนึ่งที่ทำให้เขานั้นประหลาดใจ
คนผู้นั้นเป็อัจฉริยะจากสำนักแห่งหนึ่งทางใต้เป็สำนักที่มีชื่อเสียง
อีกฝ่ายอายุไม่ถึงห้าสิบปีตอนนี้ก้าวเข้าสู่ขอบเขตที่เจ็ดของผู้ฝึกปราณแล้ว
เมล็ดพันธุ์เช่นนี้ไม่ว่ามองอย่างไรก็เป็อัจฉริยะอย่างแน่นอน
แม้จะไม่ได้ไปเห็นกับตาของตนเองแต่ว่าเจียงเฟิงก็มั่นใจได้
ถ้าเกิดว่าคนพวกนี้ไม่โดนฆ่าตายไปซะก่อน ยังไงซะความยิ่งใหญ่ของสำนักแห่งนั้นก็ต้องเพิ่มขึ้นอีกอย่างมาก
หลังจากที่พูดคุยเกี่ยวกับเื่เทพเซียนแล้ว พวกเขาเองก็พูดคุยเกี่ยวกับเื่สาวงาม มีสาวงามมากมายถูกพูดถึงเต็มไปหมด
เจียงเฟิงที่ตอนนี้นั่งฟังอยู่ก็รู้สึกถึงระฆังที่ดังขึ้นในหัว
ชื่อพวกนั้นที่พูดออกมาเขาแทบจะไม่รู้จักเลยสักชื่อนึง
ดูเหมือนว่าตัวของเขานั้นหลับไปนานจริงๆ เลยทำให้ทุกอย่างรอบกายนั้นเปลี่ยนแปลงไปรวดเร็วขนาดนี้
งานเลี้ยงนั้นดำเนินผ่านพ้นไป
ดูเหมือนว่าคุณชายแต่ละคนจะพึงพอใจกับการพบเจอในครั้งนี้เป็อย่างมาก
พวกเขาส่วนใหญ่พูดคุยเกี่ยวกับเื่ต่างๆอย่างสนุกสนานในงานเทศกาลวันนี้
การเฉลิมฉลองของคุณชายที่รวมตัวมากมายเช่นนี้ไม่ได้มีบ่อยนัก
มีเพียงแค่งานเลี้ยงของเมืองเฟิงเฉินไม่กี่ครั้งเท่านั้น ถึงจะสามารถนำพาพวกคุณชายพวกนี้มารวมตัวกันได้
ในขณะที่เวลานั้นผ่านไป
ในยามนี้เป็เวลากลางราตรีแล้ว แน่นอนว่างานเทศกาลเองก็ยังคงมีผู้คนเดินไปมาเต็มไปหมด
เพียงแต่ว่าเมื่อเทียบกับเวลาหัวค่ำแล้ว จะเห็นได้ชัดเจนว่ามีผู้คนเบาบางลงไปบ้าง
ในขณะเดียวกันงานเลี้ยงภายในศาลา คุณชายหลายคนเองก็เริ่มขอตัวจากไป บางคนเองก็เมาจนขนาดที่โดนบ่าวของตนเองหามกลับไปที่ที่พัก
ส่วนเจียงเฟิงยังคงนั่งอยู่ในศาลา ในตอนนี้ทางด้านของเฉินอวี้อยู่ด้านนอกศาลา ส่วนใหญ่แล้วเหล่าผู้ติดตามหรือข้ารับใช้พวกเขาจะยืนอยู่บริเวณด้านนอกศาลาเป็ริมฝั่งแม่น้ำ ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับบริเวณด้านในงานเลี้ยง
เจียงเฟิงพูดคุยกับแขกในงานบ้างสองสามคำ แต่ส่วนใหญ่แล้วเขาจะนั่งฟังที่คนอื่นพูด จากนั้นก็จิบสุราเล็กน้อยปรากฏว่ากำลังรับฟังเื่เล่าที่น่าสนุก
ตอนนี้แขกภายในศาลาเหลือไม่ได้มากแล้ว
คุณชายส่วนใหญ่ขอตัวกลับไปที่พักของตนเอง เพราะว่าในยามนี้มันเองก็ดึกมากแล้ว
เจียงเฟิงที่นั่งอยู่ยังไม่มีท่าทีที่จะลุกขึ้น
ในตอนนี้ภายในศาลาเหลือคุณชายไม่ถึงสิบคน
แต่ทุกคนเองก็ยังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
เจียงเฟิงที่กำลังยกจอกสุราดื่มอย่างผ่อนคลายอยู่ ในขณะนั้นเองที่ไม่มีผู้คนสามารถสังเกตเห็นได้ มุมปากของเจียงเฟิงกำลังยกยิ้มขึ้น
ในตอนนี้ในมุมมืดที่ทุกคนไม่เห็น เงาสีดำปรากฏขึ้น แล้วมันใช้เวลาเพียงแค่พริบตาเดียวพุ่งตรงเข้าไปภายในศาลากลางน้ำ
การเคลื่อนไหวของมันรวดเร็วเป็อย่างยิ่งผู้คนที่อยู่บริเวณริมฝั่งที่เป็ ผู้คุ้มกันไม่มีผู้ใดสามารถสังเกตเห็น
แต่ว่ามันไม่มีทางรอดสายตาของเฉินอวี้ไปได้
นางมองเห็นการเคลื่อนไหวของิญญาร้ายตัวนั้นอย่างชัดเจน
เพียงแต่ว่านางกลับนิ่งเฉยดวงตาสงบนิ่งแล้วไม่ได้คิดจะลงมือทำอันใด
นางยืนอยู่ที่เดิมใบหน้ายังคงเป็ปกติ จ้องมองไปในศาลาและดูว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น
ในขณะนั้นเองภายในศาลาเกิดบรรยากาศที่แปลกประหลาดขึ้นมา
อากาศที่อยู่ๆก็เย็นตัวขึ้น พร้อมกับเหล่าสาวใช้นางรำหรือแม้กระทั่งคุณชายอีกหลายคนที่รู้สึกแปลกประหลาด
พวกเขารู้สึกว่าภายในหัวนั้นหนักขึ้น ก่อนที่ร่างกายจะค่อยๆเอนไปมาเหมือนกับโลกกำลังหมุน
และในพริบตานั่นเองพวกเขาทุกคนก็ค่อยๆล้มแล้วก็สลบไป
คนที่ยังนั่งอยู่ได้ภายในศาลา มีเพียงแค่เจียงเฟิงและคุณชายจางผู้นั้นเท่านั้น
เจียงเฟิงสงบนิ่ง
ใช้ดวงตาของตนเองมองประเมินิญญาทมิฬที่อยู่ด้านหน้า
ิญญาทมิฬที่อยู่ด้านหน้าของเขาในตอนนี้มีรูปร่างคล้ายคลึงกับมนุษย์ แต่สภาวะรอบๆร่างกายเหมือนมีกลุ่มหมอกล้อมวนอยู่
เจียงเฟิงรู้ได้ในทันทีว่ามันเป็ิญญาทมิฬขอบเขตสาม
แถมยังเป็พวกิญญาทำเป็แท้ที่ไม่ใช่เป็ิญญาทมิฬที่แปลงมาจากิญญาร้ายอีกด้วย
ด้วยความแข็งแกร่งของิญญาทมิฬขอบเขตสาม ที่เป็ิญญาทมิฬแท้แบบนี้ เทียบได้กับผู้ฝึกตนขอบเขตสี่ เพียงแต่ว่าสภาพของมันในตอนนี้กำลังาเ็