พริบตาที่เม็ดยาเม็ดสุดท้ายหล่นลงกลางกลุ่มศิษย์ของฝ่ายศัตรูใบหน้าของศัตรูก็เริ่มเปลี่ยนไปชายหญิงเริ่มมีใบหน้าที่แดงขึ้นมาหายใจถี่ขึ้น
“นี่มันยาพิษแบบไหนกัน”
“ข้าข้าควบคุมตัวเองไม่ได้” เสียงโหยหวนดังขึ้นชายหญิงเริ่มมองหน้ากันราวกับแม่เหล็กที่กำลังดึงดูดกัน
“ไร้ยางอายกล้าใช้พิษกับศิษย์ในสำนัก จะต้องถูกลงโทษ” ผู้าุโฝ่ายคุมกฎและตำหนักภารกิจร้องคำรามออกมาจากที่ไกลๆ
“ขอแก้หน่อยนั่นไม่ใช่ยาพิษ” ผู้าุโฝ่ายปรุงยายิ้ม
“แต่การประทำของเด็กคนนั้นก็ชั่วร้ายเกินไปนี่ไม่ใช่วิถีของผู้มีคุณธรรม” ผู้าุโตำหนักภารกิจกล่าว
“พวกเ้าที่วางแผนชั่วก่อนไม่มีสิทธิ์พูดเื่นี้”ผู้าุโฝ่ายหลอมอุปกรณ์กล่าว
“เลิกเถียงกันได้แล้วหากปล่อยไว้ศิษย์พวกนั้นคงไม่รอดแน่คงจะทำเื่หน้าอายต่อหน้าผู้คนจำนวนมากแน่”ผู้าุโฝ่ายค่ายกลกล่าว
“ง่ายมากพวกเราก็แค่นำตัวพวกเขามาแล้วก็สลายพลังของยาให้กับพวกเขาแต่พวกเขาก็ต้องถูกตัดสิทธิ์เช่นกัน”ผู้าุโฝ่ายเลี้ยงสัตว์อสูรกล่าวขึ้น
“ข้าเห็นด้วย”ผู้าุโฝ่ายหอตำรากล่าว
“พวกเ้า”สองผู้าุโคุมกฎและภารกิจตัวสั่นด้วยความโกรธทันที
“เช่นนั้นข้าจะลงมือละนะ”ผู้าุโฝ่ายค่ายกลขยับมือกลุ่มศิษย์ที่ถูกเม็ดยาปลุกอารมณ์ก็ถูกปกคลุมไปด้วยค่ายกลก่อนจะถูกส่งมายังตรงหน้าของพวกเขาผู้าุโฝ่ายปรุงยาร่ายวิชาดึงฤทธิ์ยาทั้งหมดออกจากตัวของพวกศิษย์เ่าั้ก่อนจะส่งพวกเขาออกไปถือว่าพวกเขาตกรอบ
“ยาเม็ดเดียวกำจัดไปถึง30 กว่าคนเลยงั้นเหรอ” พวกเหมาเสี่ยวอึ้งทันที
“บัดซบกล้าเล่นลูกไม้สกปรกพวกเ้าจะต้องชดใช้” ซวนหยวนป้าคำรามนำกำลังคนบุกเข้าโจมตี
“ศิษย์น้องเล็กเ้าระวังตัวด้วยอีกฝ่ายหมายหัวเ้าอยู่ดังนั้นคงไม่ปล่อยเ้าเอาไว้แน่ๆ”หลิงซินเองก็เข้าร่วมการต่อสู้หลังจากกล่าวกับจางซวน
“ข้าจะระวังพี่สาวหลิงซินไม่ต้องกังวล”จางซวนกรอกตาก่อนจะมองไปยังกลุ่มของสร้างรากฐานขั้นต้นและกลางกลุ่มหนึ่งแล้วยิ้มออกมา
“ขอเลือกต่อสู้แบบสบายๆแล้วกัน”จางซวนร่างทะยานออกไปจางซวนเลือกที่จะเก็บออมพลังปราณเอาไว้และไม่ได้ใช้หุ่นเชิดเพราะพลังจากที่ใช่หุ่นเชิดติดต่อกันจางซวนก็รู้ว่ามันสิ้นเปลืองพลังมากเกินไปยังไม่อาจนำมาใช้จริงได้ตอนนี้
“เ้าเด็กนั่นอยู่ตรงนั้นรับไปจับตัวมาเร็ว”
“เหอะเป็แค่มดปลวกขั้นกลั่นปราณแต่กลับดวงแข็งจริงๆ” กลุ่มศิษย์จำนวนมากทะยานเข้าหาจางซวนและร่ายวิชาออกมาเพื่อจับจางซวนไป
“ฮี่ฮี่ ด้วยพลังของพวกเ้าคิดจะจับตัวข้ายังอ่อนหัดไปนะ” จางซวนที่เคยต่อสู้กับขั้นสร้างรากฐานขั้นต้นและกลางมาแล้วจึงไม่หวาดกลัวและมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมเข้าต่อสู้กับอีกฝ่ายทันที
จางซวนเคลื่อนไหวด้วยท่วงท่ารวดเร็วหลบการโจมตีของศัตรูทั้งหมดได้แล้วใช้หมัดและฝ่ามือสวนกลับ
“อ๊ากกกกกก”หนึ่งในศัตรูถูกหมัดของจางซวนปะทะกับร่างกายจนเกิดเสียงกระดูกหักล้มลงไปนอนกับพื้นดิ้นไปมาด้วยความเ็ป
“เป็ไปได้ยังไงกันเ้าเด็กนี่เป็ผู้ฝึกฝนเรือนกายขอบเขต2 เท่ากับสร้างรากฐาน”
“อย่าสู้ระยะประชิดให้ร่ายวิชาอยู่ห่างๆ”สีหน้าของศัตรูเปลี่ยนไปและไม่กล้าเข้าใกล้จางซวนทันที
“คิดว่าจะได้ผลหรือไง”จางซวนใช้กำลังกายที่เหนือธรรมดาปาก้อนหินออกไปใส่ศัตรูความเร็วของก้อนหินทำให้พวกศัตรูหลบไม่ทันและถูกก้อนหินปะทะเข้าตามร่างกายโลหิตสาดกระจายไปทั่ว
“ไม่ดีแล้วกำลังกายของเ้าเด็กนี่แข็งแกร่งเกินไปพวกเราไม่ใช่คู่ต่อสู้”
“ถอยไปตั้งหลักก่อน”กลุ่มศัตรูพากันถอยหนีทันทีแต่จางซวนไม่ปล่อยเอาไว้ทะยานร่างเข้าประชิดศัตรูและใช้กำลังดิบเถื่อนเอาชนะศัตรูอย่างต่อเนื่อง
“นั่นคือพลังของศิษย์น้องเล็กงั้นเหรอ”หลิงซินเบิกตากว้างนางไม่เคยเห็นจางซวนสู้มาก่อนและไม่รู้ด้วยว่าจางซวนเก่งขนาดนี้สำหรับพวกหลิงซินต่างก็ไม่รู้ว่าจางซวนนั้นคือผู้ฝึกฝนเรือนกายขอบเขตสองเพราะด้วยวัยและขนาดตัวที่เล็กกว่าปกติทำให้พวกเขาไม่อาจคิดถึงเื่นี้ได้
แต่ว่าเมื่อเห็นภาพของจางซวนที่เข้าปะทะกับศัตรูอย่างกล้าหาญและยังไล่โจมตีจนศัตรูวิ่งหนีอย่างบ้าคลั่งก็ทำเอาไว้เขาอึ้ง
“ตูม!!!!!!!!!!”เหมาเสี่ยวที่ต่อสู้อยู่กับซวนหยวนป้าเห็นภาพนี้ก็ยังใอยู่เหมือนกัน
“บัดซบไม่คิดเลยว่าเ้าเด็กนี่จะไม่ง่าย พวกเ้ารีบไปจัดการซะ” ซวนหยวนป้าหันไปสั่งศิษย์ที่มีขอบเขตสร้างรากฐานขั้นสูงและขั้นสมบูรณ์
“อย่าได้หวัง”เหมาเสี่ยวคำรามและร่วมมือกันกับอสูรหมาป่าขั้น 3เข้าไปขวางแต่ก็ถูกซวนหยวนป้าหยุดเอาไว้
“เหมาเสี่ยวสู้กับข้าอยู่ยังคิดจะไปสนใจคนอื่นอีกหรือ” ซวนหยวนป้ายกยิ้ม
เหมาเสี่ยวกัดฟันเขาไม่คิดเลยว่าซวนหยวนป้าจะแข็งแกร่งขนาดนี้ขนาดเขามีอสูรหมาป่าขั้นสามก็ยังไม่อาจทำอะไรได้ทำได้แค่ถ่วงเวลาเท่านั้น
ส่วนซ่งหยางนั้นกำลังต่อสู้กับจิงเหลียนและเหม่ยหนิงฝ่ายของพวกจางซวนนั้นไม่มีขั้นปราณแท้เลยแม้แต่คนเดียวดังนั้นตอนนี้สถานการณ์จึงเสียเปรียบอย่างมาก
กำคนที่ซวนหยวนป้าออกคำสั่งได้มาถึงตัวของจางซวนก่อนจะเริ่มเปิดฉากการต่อสู้แต่ภาพที่ทำให้ทุกคนต้องใก็เกิดขึ้นอีกครั้งจางซวนใช้เพียงเรือนกายที่น่ากลัวเอาชนะคู่ต่อสู้ได้อย่างต่อเนื่อง
“วิชาหมัดของคนผู้นี้ไม่ใช่มือสมัครเล่นท่วงท่าราวกับคนที่ผ่านการต่อสู้มาอย่างยาวนานเหมือนทหารผ่านศึกนี่ไม่ปกติ”ซ่งหยางกล่าว
“เป็ไปได้ยังไงเด็ก 12 ปีคนหนึ่งจะไปมีประสบการณ์ความสามารถแบบนั้นได้อย่างไร” ซวนหยวนป้าคำรามอยากจะลงมือด้วยตัวเองแต่เหมาเสี่ยวก็ไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายไปหาจางซวนเช่นกัน
“เกรงว่าเด็กนี่จะเป็อัจฉริยะด้านวรยุทธหากเื่นี้ไปถึงหูสำนักหมัดเทพละก็อีกฝ่ายจะต้องมารับตัวเด็กนี่ไปด้วยตัวเองแน่ถึงตอนนั้นด้วยเื้ัของเด็กคนนี้พวกเราจะต้องพบเจอกับความยากลำบากในอนาคตหรือไม่ก็อาจจะถูกสั่งเก็บเลยก็ได้”ซ่งหยางคำราม
“เหอะตอนนี้เริ่มกลัวแล้วงั้นเหรอ” เหม่ยหนิงเค้นเสียง
“ซ่งหยางตอนนี้กลับตัวกลับใจยังทันนะ” จิงเหลียนกล่าว
“ในเมื่อเป็เช่นนี้พวกเ้าทุกคนทุ่มกำลังทั้งหมดไปที่เด็กนั่นซะ”ซวนหยวนป้าคำราม
สำนักหมัดเทพนั้นคือหนึ่งในสำนักที่ยิ่งใหญ่ของพันธมิตรเซียนเป็สำนักที่มีกำลังเหนือกว่าสำนักไผ่น้อยไม่รู้กี่เท่าที่นั่นตัวตนระดับก่อกำเนิดมีมากมาย มีทั้งขั้นหลอมกายาและิญญาเซียนอยู่แต่ในสำนักไผ่น้อยมีแค่ก่อกำเนิดแค่คนเดียวคือเ้าสำนักดังนั้นความแข็งแกร่งของทั้งสองสำนักจึงต่างกันมากราวฟ้ากับเหว
และหากจางซวนได้รับความสำคัญจากสำนักหมัดเทพละก็ด้วยอำนาจของสำนักหมัดเทพหากออกคำสั่งให้ลงมือสังหารพวกตนก็ง่ายเพียงแค่กล่าวคำพูดเบาๆเท่านั้นเ้าสำนักก็จะไม่ลังเลที่จะลงมืออย่างแน่นอน
“ในเมื่อเป็เช่นนี้ก็เล่นงานเ้านั่นก่อน”ศิษย์ที่เหลือพากันมุ่งความสนใจและล้อมจางซวนเอาไว้
“เอ๋ทำไมอยู่ดีๆถึงมาเล่นงานข้าคนเดียวละ” จางซวนที่ตอนแรกกำลังได้ใจที่เอาชนะศัตรูได้แต่เมื่อเห็นคนจำนวนมาก50 กว่าคนเข้ามาโจมตีตนต่อให้เป็จางซวนก็เอาไม่อยู่
“เ้าเด็กบ้าทำอะไรอยู่หนีสิ”เสียงของอี้ดังขึ้น
จางซวนไม่รอช้าเขาทะยานวิ่งหนีทันทีความเร็วของจางซวนนั้นเร็วมากก็จริงแต่ก็ไม่ได้เร็วไปกว่าผู้ที่อยู่ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นสมบูรณ์แต่การที่จับตัวจางซวนยากนั้นเป็เพราะจางซวนมีความคล่องแคล่วราวกับว่าป่าอันตรายรอบๆเป็สวนหลังบ้านของตนการเคลื่อนไหวจึงไม่มีหยุดชะงักเลยแม้แต่น้อยและมักจะใช้ประโยชน์จากพื้นที่ป่าให้เป็ประโยชน์สูงสุด
“บัดซบเ้าเด็กนี่เป็ลูกลิงหรือไงทำไมถึงเร็วขนาดนี้”
“วิ่งตามไปแบบนี้ไม่อาจตามทันแน่พวกเ้ากระจายกำลังออกไปปิดล้อมเส้นทางทั้งหมดซะ พวกเราจะใช้กลยุทธตาข่ายดักจับเ้าเด็กนั่นให้ได้”
จางซวนที่ได้ยินก็แยกเขี้ยวด้วยความโกรธแต่ก็ไม่ได้หยุดและยังะโไปตามต้นไม้อย่างชำนาญและบางครั้งก็จะลงมาวิ่งข้างล่าง
“สถานการณ์นี้มันอะไรกัน”เติ้งอี้ที่ออกมาจากการทะลวงขั้นก็อึ้งไปทันทีพวกเขาคิดว่าซวนหยวนป้าจะต้องได้รับชัยชนะอย่างแน่นอนแต่สถานการณ์กลับไม่เหมือนอย่างที่เขาคิดฝ่ายของพวกเหมาเสี่ยวกลับสามารถต่อสู้กับซวนหยวนป้าได้นานขนาดนี้แถมฝ่ายซวนหยวนป้าดูเหมือนจะสูญเสียคนไปจำนวนมากแล้วด้วย
“ตกลงเื่มันเป็มายังไง”เติ้งอี้หันไปมองคนของตน
“จากที่ข้ามองกูตอนแรกฝ่ายปรุงยาใช้เม็ดยาแปลกๆทำให้ซวนหยวนป้าสูญเสียคนไปสามสิบกว่าคนจากนั้นการต่อสู้ของสองฝ่ายก็เริ่มขึ้นแต่ตัวแปรก็คือเด็กคนนั้นเขากำลังถูกคนกว่าห้าสิบคนไล่ล่าแต่ไม่มีใครตามจับเขาได้เลย”
“อะไรนะขั้นสร้างรากฐานห้าสิบกว่าคนจับตัวขั้นกลั่นปราณไม่ได้ นี่มันเื่ตลกอะไรกัน”เติ้งอี้กล่าว
“เขาไม่ใช่คนธรรมดาเรือนกายของเขาอยู่ขอบเขต 2”
“ขอบเขตสองผู้ฝึกฝนคู่งั้นเหรอ แต่ถึงแบบนั้นด้วยเรือนกายแค่ขอบเขต 2ไม่น่าจะแข็งแกร่งถึงขั้นคน 50 คนต้องไล่ล่าเขาคนเดียว” เติ้งอี้งุนงงเข้าไปอีก
“ศิษย์พี่เติ้งท่านลืมความจริงข้อหนึ่งไปนะ เด็กคนนั้นพึ่งอายุ 12ปีแต่กลับมีวิชาหมัดที่หนักและทรงพลังขนาดนี้ย่อมไม่ธรรมดา”
เติ้งอี้ที่ได้ยินก็สั่นสะท้านเขาลืมข้อเท็จจริงข้อนี้ไปจริงๆหลังจากขบคิดไม่นานก็เข้าใจแล้วว่าทำไมซวนหยวนป้าถึงได้ระดมคนไล่ล่าจางซวนมากขนาดนั้น
“ที่แท้ก็เป็เช่นนี้ซวนหยวนป้าเ้าเองก็มีวันนี้หากเื่นี้ไปถึงหูสำนักหมัดเทพจริงๆเกรงว่าฝ่ายคุมกฎคงจะอยู่ไม่สุขแล้ว” เติ่งอี้หัวเราะหยัน
การต่อสู้ยิ่งรุนแรงขึ้นไม่นานเหมาเสี่ยวก็เริ่มไม่อาจถ่วงเวลาได้อีกาแของอสูรหมาป่าเริ่มหนักขึ้นตัวของเหมาเสี่ยวเองก็ได้รับาเ็เช่นกันถึงอย่างไรเหมาเสี่ยวก็ยังแค่ขั้นสร้างรากฐานยังไม่ทะลวงขั้นปราณแท้
“ชิขืนเป็แบบนี้แย่แน่ๆ” เหมาเสี่ยวกัดฟันมองไปทางพวกเหม่ยหนิงเองก็ตกอยู่ในสถานการณ์ไม่ต่างกัน
“โฮก!!!!!!!!!!”แต่ทันใดนั้นเองแรงสั่นะเืก็ดังขึ้นพร้อมกับราชสีห์เขาทองได้กลับมาพร้อมกับกลุ่มสัตว์อสูรอีกครั้ง
“นี่มัน”สีหน้าของพวกซวนหยวนป้าเปลี่ยนไป
“หรือว่าเ้าสัตว์อสูรนั้นกำลังรอโอกาสนี้อยู่”แววตาของซ่งหยางเบิกกว้าง
ที่ราชสีห์เขาทองยอมถอยกลับเข้าไปในป่าก็เพราะรอให้พวกเขาลงมือต่อสู้กันเองจนได้รับาเ็สองฝ่ายแล้วค่อยลงมืออีกครั้ง
“ถอยกลับขึ้นไปบนยอดเขา”เหมาเสี่ยวคำรามทันที
“บัดซบตามพวกมันไป” ซวนหยวนป้าเองก็ไม่มีที่ให้หนีจึงตามพวกเหมาเสี่ยวไป
“ซวนหยวนป้าเ้าเสียสติแล้วงั้นเหรอหากเ้าตามข้ามาเช่นนั้นวันนี้ก็ต้องตกรอบทั้งคู่แล้ว” เหมาเสี่ยวเผยแววตาเด็ดเดี่ยว