เมื่อพวกเราทั้ง4คนได้ตื่นมาในตอนเช้าหลังจากที่จัดแจงตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้วพวกเราจึงได้รีบพากันทะยานเข้าไปในป่ามายาทมิฬทันที เพราะเหลือเวลาแค่ 1วันเท่านั้นในการเดินทางไปให้ถึงสำนักเทพกระบี่
เมื่อพวกเราเข้ามาถึงด้านในก็ได้พบว่าภายในป่านั้นก็เหมือนกับป่าที่พวกเราได้ผ่านมา มีเพียงแต่กลิ่นอายที่แผ่ออกมานั้นต่างกันลิบลับ ภายในป่ามายาทมิฬนั้นมีกลิ่นอายของความอันตรายมากกว่าป่าที่อยู่ด้านนอกเป็อย่างมากและภายในป่าก็เต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าสีแปลกๆ จนดูน่ากลัวในตอนนี้ในมือของทุกคนต่างจับอาวุธไว้แน่นพร้อมกับก้าวเท้าเดินอย่างระแวดระวัง
" ภายในป่านี่น่ากลัวกว่าป่าด้านนอกจริงๆ " เป็จินหวงที่พูดขึ้นพร้อมกับทำท่าทีหวาดหวาด
" เ้ากลัวหรืองั้นมาอยู่ใกล้ๆ ข้า " อี้เซียวพูดขึ้นมาอย่างเป็ห่วง?
ผมกับเย่หลิงที่ได้ยินทั้งสองคนคุยกันก็หันมามองหน้ากันด้วยสีหน้าปลาตาย
เ้าสองคนนี้หนิจะจีบกันก็ให้ดูสถานการณ์ซะบ้างเซ้ ผมคิดขึ้นในใจและในขณะที่ผมกำลังคิดอยู่นั้นก็มีเสียงดังแว่วมาคล้ายกับว่าเป็เสียงการต่อสู้และอยู่ไม่ไกลจากจุดที่พวกเราอยู่มากนัก
" นั่นเสียงอะไรน่ะ " เย่หลิงพูดขึ้นมา
" คล้ายกับว่าเป็เสียงการต่อสู้พวกเราไปดูกันเถอะเผื่อจะเป็กลุ่มศิษย์ใหม่เช่นเดียวกันกับพวกเรา "
อี้เซียวพูดขึ้นจากนั้นพวกเราก็ได้ทะยานออกไปตามทิศทางของเสียงนั้นทันทีแล้วเมื่อไปถึงพวกเราก็เจอกับกลุ่มศิษย์ใหม่ที่เข้าร่วมทดสอบรอบที่ 2 ของสำนักเทพกระบี่พร้อมกับพวกเรานั้นกำลังต่อสู้อยู่กับสัตว์อสูรมายาตัวหนึ่งเป็สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิ
" นั่นมันเสือดาวปีศาจระดับจักรพรรดิ หนิ " เป็อี้เซียวที่ร้องขึ้นด้วยความใ
" อะไรนะสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิ ในป่าแห่งนี้มีสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิงั้นหรอ " จินหวงและเย่หลิงร้องถามขึ้นมาด้วยความใ
" พวกเรารีบเข้าไปช่วยพวกนั้นกันเถอะยังไงก็เป็ศิษย์ใหม่เหมือนกันกับเรา "
ผมพูดขึ้นก่อนจะทะยานออกไปทันทีและตามมาด้วยทั้ง 3 คนเมื่อมาถึงพวกเราก็เริ่มลงมือโจมตีทันทีด้วยที่ว่าระดับของทั้ง 3 คนนั้นขึ้นสู่ระดับราชันย์แล้วทำให้ความรุนแรงของพลังที่ปล่อยออกมาก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
" ดาบเทวะอัคคี สะบั้น " เสียงของอี้เซียวะโขึ้นก่อนที่จะเกิดเป็คลื่นดาบฟาดฟันไปที่เสือดาวปีศาจระดับจักรพรรดิตัวนั้น แต่ด้วยระดับที่ห่างกันเกินไปจึงไม่สามารถทำอะไรเสือดาวปีศาจตัวนั้นได้ทำได้เพียงแค่ให้มันนั้นกระเด็นถอยออกไปเท่านั้น และนั่นก็ได้สร้างความโกรธให้กับเสือดาวปีศาจตัวนั้นเป็อย่างมากที่มีคนเข้ามาขวางทางการล่าเหยื่อของมันมันจึงได้คำรามออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว
โฮ๊กกก โฮกก แฮ่
ก่อนที่มันจะตั้งท่าและกระโจนเข้าไปหาอี้เซียวในทันทีแต่ก่อนที่จะเข้าถึงตัวของอี้เซียว เย่หลิงก็ได้ใช้แส้ของนางฟาดไปที่เสือดาวปีศาจตัวนั้นจนกระเด็นไปชนกับต้นไม้ที่อยู่ใกล้ๆ เสียงดัง
ฟิ้วว ฟิ้วว ฟิดดด ตู๊มมม โฮ่กก
ทางด้านของจินหวงก็ได้เริ่มลงมือเช่นเดียวกันเขาได้ชักกระบี่ออกมาและใช้วิชากระบี่ที่ไป๋ชิงถ่ายทอดให้เข้าไปโจมตีเสือดาวปีศาจตัวนั้นพร้อมกับใช้เพลงกระบี่ควบคู่กับพลังธาตุของตนเองจึงทำให้อานุภาพของกระบี่นั้นส่งขึ้นมาอีกเป็เท่าตัว
ชิ้งงง พรึบ ชิ้งง ฟิ้ววว ชิงงง ชิงงง
การต่อสู้ของทั้ง 3 คนนั้นได้สร้างความใให้กับกลุ่มศิษย์ใหม่ที่ต่อสู้อยู่กับเสือดาวปีศาจอยู่ก่อนหน้านี้เป็อย่างมาก
" นี้มันอะไรกันทำไมพวกเขาถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้ "
ศิษย์ใหม่หนึ่งคนในนั้นเอ่ยขึ้นมาอย่างตกตะลึง
" ใช่แข็งแกร่งมากที่สามารถต่อสู้กับเสือดาวปีศาจจนมันสะบักสะบอมได้ขนาดนี้ทั้งยังไม่เปิดโอกาสให้มันได้ใช้พลังอีกด้วย "
ศิษย์ใหม่อีกคนพูดเสริมออกมา
ทางด้านเสือดาวปีศาจที่กำลังต่อสู้กับทั้ง 3 คนเท่านั้นเห็นว่ามันไม่อาจสู้ทั้งสามคนนี้ได้จึงได้คิดหาทางหนีมันจึงได้ใช้พลังมายาของมันเปลี่ยนร่างของตัวเองให้เป็เงาและหายไปในทิศทางหนึ่งทันที
แต่ผมที่ใช้ทักษะของหอแก้ว 9 สมบัติยืนสังเกตอยู่นานแล้วนั้นสามารถสังเกตเห็นได้ว่ามันกำลังจะไปทางไหนจึงได้ะโไปขวางหน้ามันไว้ด้วยความรวดเร็วและใช้แส้อ่อนฟาดไปที่เสือดาวปีศาจตัวนั้นโดยไม่ทันให้มันตั้งตัวอย่างเต็มกำลัง จนมันกระเด็นตกลงพื้นเสียงดังสนั่นและแน่นิ่งไปในทันที ก่อนที่ผมจะลอยลงมาอยู่บนพื้นอย่างสง่างาม
เหตุการณ์นั้นยิ่งสร้างความใให้กับกลุ่มศิษย์ใหม่ที่ได้ยืนมองอยู่เป็อย่างมากแต่สำหรับเพื่อนทั้ง 3 คนนั้นก็ใอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ใเท่าไหร่เพราะเคยเห็นฝีมือของไป๋ชิงมาแล้ว
" นะนั้นมันอะไรกันข้าไม่สามารถมองเห็นพลังธาตุและระดับการฝึกฝนของเขาได้แต่ทำไมเขาถึงสามารถจัดการกับเสือดาวปีศาจตัวนั้นได้โดยไม่ใช้พลังธาตุเลยเขาทำได้ยังไงกัน "
หนึ่งในกลุ่มศิษย์ใหม่ร้องขึ้นมาอย่างใ
ในระหว่างที่อี้เซียวกำลังจะเข้าไปจัดการกับเสือดาวปีศาจตัวนั้นก็ได้มีเสียงหนึ่งดังขัดขึ้นด้านหลังว่า
" เสือดาวปีศาจตัวนี้เป็ของข้าเ้าจงถอยออกมาจากตรงนั้นซะ "
เมื่อพวกเราทั้งหมดหันไปตามเสียงนั้นก็เจอกับกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งมีประมาณ 20 คนกำลังลอยลงมายืนอยู่ตรงหน้าของพวกเราระดับของคนในกลุ่มนั้นมีระดับราชันย์ 4 คนที่แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่หรูหราเกินกว่าที่จะเห็นคนที่เข้าป่าเขาใส่กันแล้วที่เหลืออยู่ในระดับ์ทั้งหมด และคาดว่าคนที่มีระดับการฝึกฝนระดับราชันนั้นคงจะเป็หัวหน้าอย่างแน่นอน เเละมองดูจากภายนอกแล้วน่าจะเป็ลูกหลานของคนตระกูลใหญ่ของแคว้นใดแคว้นหนึ่งเป็แน่
" พวกเ้าเป็ใคร " เป็อี้เซียวที่ถามออกไป
" หึ คนชั้นต่ำเช่นพวกเ้าไม่สมควรที่จะรู้จักนามข้า ส่งเสือดาวปีศาจตัวนั้นมาให้ข้าแล้วไสหัวไปได้แล้ว "
หนึ่งคุณชายในกลุ่มคุณชายหลงป่าพูดขึ้นด้วยท่าทีเหยียดหยามแล้วดูถูกผมที่ได้ยินอย่างนั้นจึงพูดขึ้นมาลอยๆ ว่า
" หึ สูงส่งเสียจริงแต่ก็ไม่มีปัญญาจัดการเสือดาวปีศาจตัวนี้ต้องรอให้คนอื่นจัดการก่อนแล้วค่อยออกมาแย่งชิงทีหลัง หน้าด้านจริงๆ "
" นี่เ้าว่าใครห้ะ!เ้าขยะ กล้าดียังไงมาว่าข้า เบื่อการมีชีวิตอยู่แล้วหรือยังไง "
ชายคนนั้นพูดจบก็ปลดปล่อยพลังระดับราชันย์ขั้น 2 ออกมาทันทีหมายจะกดดันให้ไปชิงรู้สึกกลัว
" หึ มีพลังแค่นี้หรอคิดจะมาจัดการข้า "
ผมพูดออกไปพร้อมมองต่อไปด้วยสายตาเหยียดๆ เมื่อคนพวกนั้นเห็นว่าไป๋ชิงไม่ได้รับผลกระทบจากแรงกดดันที่ปลดปล่อยออกมาจากผู้ฝึกตนระดับราชันย์ก็ใแต่พอตรวจสอบดูไป๋ชิงอีกทีก็เห็นว่าไปสิ่งนั้นไม่มีพลังธาตุแล้วก็ไม่มีระดับการฝึกตนจึงได้ยิ้มออกมายังเหยียดหยาม โดยพวกเขาลืมไปเลยว่าคนที่ไม่มีระดับพลังที่ไหนจะสามารถทนรับแรงกดดันของผู้ฝึกตนระดับราชันย์ได้
ส่วนทั้ง 3 คนเมื่อเห็นว่าสหายของตนโดนคนอื่นคุกคามจึงได้ปลดปล่อยแรงกดดันระดับราชันย์ออกไปเช่นกัน
" ระดับราชันย์ถึง 3 คน " พวกนั้นอุทานขึ้นมาอย่างใ
แต่แล้วก็มีหนึ่งในคุณชายคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า
" พวกเ้าจะกลัวไปทำไมเรามีระดับราชันย์ตั้ง 4 คนแล้วที่เหลือเราก็อยู่ในระดับ์ส่วนพวกมันมีระดับราชันย์แค่ 3 คนแล้วที่เหลือก็มีแต่พวกขยะ "
" ใช่ๆ พวกเ้าไม่ต้องกลัวรีบเข้าไปจัดการมันฆ่าพวกมันให้หมดแล้วเอาเสือดาวปีศาจตัวนั้นมาเดี๋ยวนี้ "
คุณชายที่ถือพัดอยู่ในมือเคยสั่งลูกน้องในทันที
" ขอรับคุณชาย "
เมื่อลูกน้องเรานั้นรับทำเสร็จก็ได้ปลดปล่อยพลังระดับ์ออกมาและกระโจนเข้ามาหากลุ่มของไป๋ชิงทันทีโดยพุ่งตรงมาที่ไป๋ชิงก่อนเพราะเห็นว่าไป๋ชิงนั้นไม่มีพลังธาตุ
" หึ อาศัยแค่พวกเ้าน่ะหรือจะจัดการข้า นี้พวกเ้าน่ะจัดการไอ้พวกคุณชายทั้ง 4 คนนั่น ส่วนพวกลูกน้องที่เหลือข้าจะจัดการเอง "
ผมพูดออกมาก่อนที่จะฟาดแส้ออกไปในอากาศทำให้เกิดพลังปราณสาย 1 ขึ้นซัดกลุ่มคนที่กำลังกระโจนเข้ามาหาเขานั้นกระเด็นออกไปคนละทิศละทาง
ฟิ้วว เพี๊ยะ ตูมมม อ๊ากกก อั่ก อั้ก
" ห้ะ ได้ยังไงกัน ผู้ฝึกตนระดับ์ถูกจัดการทั้งหมดภายในการโจมตีเดียวโดยที่ไม่ใช้พลังธาตุหรือระดับพลังอะไรเลย เ้าเป็ใครกันแน่ "
คุณชายที่ถือพัดในมือร้องถามด้วยความใ
" ข้าจะเป็ใครคนชั้นต่ำเช่นพวกเ้าไม่จำเป็ต้องรู้ "
ผมพูดตอบออกไปอย่างยียวนพร้อมกับยอกย้อนคำพูดของหนึ่งในกลุ่มคุณชายนั้นที่ได้พูดออกมาก่อนหน้า
" นี้เ้า หึ แค่จัดการลูกน้องของพวกข้าได้คิดว่าข้าจะกลัวเ้าอย่างนั้นหรอ "
คุณชายถือพัดพูดขึ้นด้วยความโกรธที่โดนไป๋ชิงพูดจายอกย้อน
" หึ เ้าจะกลัวหรือไม่กลัวข้านั้น ข้าไม่รู้ ข้ารู้แต่ว่าคนที่เ้าควรพูดด้วยไม่ใช่ข้าแต่เป็เพื่อนข้า 3 คนนั้น "
พูดจบผมก็ชี้มือไปที่เพื่อนของผมทั้ง 3 คนที่กำลังทะยานเข้ามาหากลุ่มคุณชายทั้ง 4 คนนั้น ส่วนลูกน้องของคุณชายทั้ง 4 คนนั้นเมื่อเห็นว่าคุณชายของตนกำลังโดนโจมตีจึงจะเข้าไปช่วย ผมที่เห็นเช่นนั้นจึงได้เข้าไปขวางไว้พร้อมกับพูดออกไปว่า
" คู่ต่อสู้ของพวกเ้าคือข้า "
พูดจบผมก็ได้ใช้แส้ฟาดไปที่ก้อนหินที่อยู่ข้างๆ ให้มันลอยขึ้นไปบนอากาศแล้วฟาดให้มันแตกกระจายเป็ชิ้นเล็กๆ และบังคับให้มันพุ่งตรงไปหากลุ่มลูกน้องของคุณชายทั้ง 4 คนนั่นทันทีด้วยพลังปราณภายนอก ที่ผมยังใช้แส้อ่อนนี้เพราะผมยังไม่อยากเปิดเผยพลังที่แท้จริงออกไปจนเร็วเกินไปเอาไว้เปิดตอนที่พวกที่มีระดับสูงกว่านี้มาจะดีกว่า และแส้อ่อนนีก็ถือว่าเป็อาวุธสุดท้ายของผมแล้ว อาวุธทุกอย่างในมิติของผมได้หลอมรวมกันเป็อาวุธให้กับทั้ง 3 คนนั้นไปแล้วและผมก็ตั้งใจอีกว่าถ้าหากแส้อ่อนอันนี้โดนทำลายลงไปผมก็จะหันกลับมาใช้พลังิญญายุทธอย่างเต็มตัว หุหุหุ
ฟิ้วว ฉึก อ้ากก ฟิ้วว ชี้ววว ตุบบ อ้ากกก อ๊ากก
ด้วยความเร็วและความรุนแรงของเศษหินเ่าั้ทำให้ผู้ฝึกตนระดับ์พวกนั้นไม่สามารถปัดป้องได้โดยหลบหลีกได้อย่างทันท่วงทีจึงโดนเศษหินที่ไป๋ชิงฟาดออกไปนั้นเข้าไปอย่างเต็มๆ คนพวกนั้นต่างก็โดนเศษหินของไป๋ชิงปักทะลุตามส่วนต่างๆ ของร่างกายแต่ละส่วนจนสลบไป ด้วยการจัดการเพียงแค่ครั้งเดียว
เหตุการณ์การต่อสู้นั้นอยู่ในสายตาของเหล่าบรรดาศิษย์ใหม่ของสำนักเทพกระบี่และเหล่าผู้าุโในสำนักทั้งหมดนั้นสร้างความใให้กับทุกคนเป็อย่างมาก
กลับมาทางด้านเหล่าคุณชายทั้ง 4 คนและพวกเขาทั้ง 4 คนเองก็ได้พ่ายแพ้ให้กับเราเพื่อนๆ ของไป๋ชิงทั้ง 3 คนเช่นเดียวกันและเมื่อได้เห็นว่าลูกน้องของตนนั้นโดนจัดการไปจนหมดด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวก็รู้สึกใเป็อย่างมาก
" น่ะนี้ มันเป็ไปได้ยังไงกัน ทั้ง4 คนอุทานขึ้นมาในใจ "
" หึครั้งนี้เห็นแก่สำนักเทพกระบี่และเห็นแก่พวกเ้าที่ก็คงจะเป็ศิษย์ใหม่เช่นเดียวกันครั้งนี้จะเป็เพียงแค่การสั่งสอน หากว่ายังมีครั้งหน้าพวกเ้ายังทำเช่นนี้อีกแม้ว่าเ้าจะได้เข้าไปเป็ลูกศิษย์ของสำนักพวกกระบี่แล้วก็ตามหรือแม้แต่เ้าจะเป็ลูกหลานของตระกูลใหญ่ในแคว้นใดแคว้นหนึ่งก็ตามข้าก็จะจัดการพวกเ้าทั้งหมดโดยไม่ปราณีเช่นนี้อีก " ผมพูดขึ้นมาเสียงเรียบ
" เ้าคิดว่าจะจัดการกับพวกข้าได้อย่างนั้นหรอ ข้าเป็ถึงองค์ชายของแคว้นหู่ ถ้าเ้าทำอะไรข้าท่านพ่อข้าไม่ปล่อยเ้าไว้แน่"