เหล่าสมาชิกชมรมฟุตบอลบอลชายทยอยกันเดินเข้าสนามหญ้า ต่างทยอยยืดเหยียดตัวตามกิจวัตรประจำวันทว่าเพิ่มเติมมาคือเสียงโอดโอยดังระงมอย่างเจ็บปวดรวดร้าว เมื่อถูกเหล่าเจ้าหน้าที่กายภาพบำบัดกดคลายเส้นจากการวิ่งมาตลอดช่วงเย็น
ในบรรดาทีมเจ้าหน้าที่นั้นหัวหน้าหนุ่มใบหน้าสวยผู้มีเรือนผมสีทองดูจะได้รับความนิยมที่สุดเด็กหนุ่มชมรมฟุตบอลมากมายเข้าแถวต่อคิวเพื่อรับบริการคลายกล้ามเนื้อกลายเป็นว่าแถวของคริสนั้นยาวเหยียดจนเกือบจะล้นออกนอกสนามหญ้าด้วยซ้ำในขณะที่เจ้าหน้าที่คนอื่นมีคนต่อเข้าคิวบ้างเพียงประปราย
ร่างสูงเพรียวในชุดเสื้อกาวน์ขาวสะอาดและเลกกิ้งขายาวรัดรูปสีดำนั้นมีสีหน้ามู่ทู่อารมณ์เสียแต่เช้าหากแต่ยังคงภาพลักษณ์นักวิชาชีพวางตัวดีพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจจึงไม่มีใครสังเกตเห็นความขุ่นข้องหมองใจที่เกิดขึ้นกระมัง
มือเรียวดันฝ่าเท้านักกีฬาที่ได้รับบาดเจ็บยืดเหยียดเสียเต็มแรงจนผู้ที่โดนเข้าไปถึงกันสั่นงันงก เจ็บปวดรวดร้าวส่งเสียงทรมานทุรนทุรายเจียนตาย
ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลมองค้อนหลังจากเหน็ดเหนื่อยจากกิจกรรมบนเตียงอย่างต่อเนื่องสองวันสามคืนกับเต้ยังไม่ทันได้พักฟื้นสภาพร่างกายดีก็ต้องรีบกลับคลินิกเพื่อเคลียร์ไฟล์เอกสารจำนวนมากแล้วไหนจะต้องนำทีมกลับมาทำกายภาพที่มหาลัยอีก วุ่นๆทั้งวันจนคริสไม่ได้มีช่วงเวลาพักผ่อนกายใจเลยแม้แต่นิดเดียว
สภาพจิตใจวันนี้ของเขาเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้าคนงามทำได้เพียงระบายอารมณ์หงุดหงิดทั้งหมดนี้กับเด็กสมาชิกชมรมฟุตบอลทั้งหลายที่โดนยืดเส้นกรีดร้องอย่างเจ็บปวดเท่านั้น
...น่าเบื่อจัง ที่ผ่านมาเราใช้ชีวิตแบบไหนกันนะ ทำไมช่วงถึงรู้สึกชีวิตจำเจน่าเบื่อหน่ายได้ถึงขนาดนี้กัน?...
คริสเฝ้าตั้งคำถามกับตนเอง แต่ไม่ว่าจะคลางแคลงใจเพียงใด ก็หาคำตอบที่แน่ชัดไม่เจอ
ในห้วงคำนึงนั้นปรากฏใบหน้าอันหล่อเหลาอ่อนเยาว์ของเด็กหนุ่มผิวแทนผู้แสนจะปราดเปรียวเจ้าของวงแขนใหญ่ที่โอบกอดมอบสัมผัสทางกายให้เขาอย่างเร่าร้อนตลอดช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
คริสไม่เคยเจอะเจอคู่นอนที่ให้ความรู้สึกแสนสบายปลอดภัยยามที่ได้ใช้เวลาร่วมกันแบบนี้มาก่อนทุกครั้งที่ถูกมือใหญ่นั้นกุมเรือนร่างของเขาไว้ก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจทุกครั้งไปรู้ตัวอีกทีหนุ่มหน้าสวยก็เผลอคำนึงถึงเต้ตลอดทั้งวันเสียแล้ว
สมาชิกชมรมฟุตบอลเริ่มทยอยกลับบ้านไปเรื่อยๆเหลือเพียงโค้ชฝึกสอนและสมาชิกอีกเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น ร่างเพรียวในชุดเสื้อกาวน์ไล่นิ้วมือไปตามมัดกล้ามเนื้อต้นขาด้านในของเด็กหนุ่มกัปตันทีมฟุตบอลซึ่งบัดนี้ใบหน้าแดงแปร๊ดดูท่าจะตกใจกับสัมผัสนั้นแต่คริสไม่ได้พูดอะไรเพียงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติก็เท่านั้น
“คลายกล้ามเนื้อไม่จำเป็นต้องจับสูงขนาดนั้นก็ได้มั้งครับ”
เสียงอันไม่สบอารมณ์ดังขึ้นจากทางเข้าสนามฟุตบอล
คริสหันไปก็พบเด็กหนุ่มผิวกายสีน้ำผึ้งในชุดบาสเกตบอลยืนกอดอกด้วยใบหน้าเคร่งเครียดไม่พึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง
นัยน์ตาสีฟ้าใสที่ขุ่นมัวมาตลอดทั้งวันพลันกลับฉายสดใสอีกครั้งความรู้สึกห่อเหี่ยวประหนึ่งดอกไม้แห้งร่วงโรยอย่างไร้ชีวิตชีวาพลันกลับมาแช่มชื่นยินดีทันควันอกเย็นวูบวาบดั่งมีน้ำทิพย์ชโลมใจให้รู้สึกสบายปลอดโปร่งใจกว่าที่เคย
คริสมองเด็กหนุ่มทรงผมสกินเฮดที่อยู่ในห้วงคำนึงมาโดยตลอดอย่างไม่เชื่อสายตาแม้นใจจะเต้นระรัวที่ได้เจออีกฝ่ายมากเพียงใด หากแต่หนุ่มคนงามกลับเลือกที่จะแสร้งทำเป็นไม่สนใจอีกฝ่ายเสียอย่างนั้น
ใบหน้าสวยทรงเสน่ห์พรายรอยยิ้มยั่ว ตอบโต้อีกฝ่ายกลับไป
“เธอมาผิดวันแล้ว คิวกายภาพบำบัดชมรมบาสเกตบอลมันวันศุกร์วันนี้เป็นคิวของชมรมฟุตบอล”
“ผมไม่ได้มาเพื่อให้คุณทำกายภาพบำบัดซะหน่อย” เต้โต้ตอบเสียงแข็ง
“แล้วเธอมีธุระอะไรไม่ทราบ”
“คุณก็รู้ดีอยู่แล้วนี่นา”
เด็กหนุ่มร่างสูงกล่าวขณะวางกระเป๋าเป้ลงบนทางขึ้นสแตนเชียร์แน่นอนว่ามาเพื่อเฝ้าไม่ให้อีกฝ่ายทำเกินเลยกับผู้ชายคนอื่นนั่นเอง
“ทำไมต้องจับต้นขาสูงขนาดนั้นด้วยยืดกล้ามเนื้อทำท่าอื่นก็ได้ตั้งเยอะ” เด็กหนุ่มกระแทกเสียง
“นี่มันงานของฉัน เธอมีสิทธิ์อะไรมาออกคำสั่งไม่ทราบ”
“ผมไม่มีสิทธิ์หรอกครับ แค่เป็นห่วงเฉยๆ...ว่าแต่ร่างกายคุณโอเครึเปล่า?”
“ฉันเป็นผู้ชาย เธอไม่ต้องมากังวลหรอก” คริสสะบัดหน้าหนี
“...เข้าใจแล้วครับ”
เต้พยักหน้า เขาเพียงนั่งรอบนสแตนเชียร์ข้างสนามอย่างเงียบงันไม่เข้าไปขัดขวางการทำงานของอีกฝ่ายอีก
เสียงกระซิบกระซาบจากรอบข้างดังขึ้นเซ็งแซ่ดูเหมือนข่าวลือเรื่องหนุ่มสวยแอบแซ่บกับนักกีฬาชมรมบาสเกตบอลจะกลายเป็นหัวข้อเม้าท์มอยทั่วรั้วมหาลัยไปเสียแล้วแต่เต้ก็หาได้สะทกสะท้านแต่อย่างใด เขาเตรียมตัวเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องโดนสายตาเช่นนี้จากคนรอบข้างเป็นแน่แต่หากได้ใช้เวลาอยู่กับบุคคลที่เขาหลงใหลได้ปลื้มแล้วก็ถือว่าคุ้มที่จะแลก
เด็กหนุ่มสกินเฮดถอดถอนใจนั่งรอจนกว่าอีกฝ่ายจะปฏิบัติหน้าที่เสร็จสิ้นอย่างใจเย็นระหว่างรอหยิบมือถือขึ้นมาเล่นเกมฆ่าเวลาไปพลางๆ
เจ้าหน้าที่ในชุดกาวน์สีขาวคนอื่นเดินเข้ามาทักทายเต้เป็นระยะ ต่างก็เฟรนลี่ทักทายเขาด้วยรอยยิ้ม
“เธอนี่เองที่ทำให้หัวหน้าอ่อนลงขนาดนี้ตั้งแต่รู้จักกันมานานไม่เคยเห็นหัวหน้าแฮ๊ปปี้อย่างนี้มาก่อนเลยนะ!” หญิงสาวในทีมกายภาพคนหนึ่งกระซิบกระซาบ
“แฮ๊ปปี้เหรอครับ... เกลียดผมล่ะมากกว่าอยู่ด้วยกันคุณคริสมีแต่พูดทำร้ายจิตใจผมอยู่เรื่อย”
“ฮุฮุ ใครบอกล่ะจ๊ะ ปกติหัวหน้าไม่พูดกันเองแบบนี้ในเวลางานหรอกนะ!ด้วยเนื้องานต้องวางตัวให้มีความเป็นมืออาชีพน่าเชื่อถือมีแต่ตอนอยู่กับเธอเท่านั้นแหละที่แอ๊บหลุดยอมแสดงตัวตนแท้จริงออกมาเธอคือคนพิเศษแตกต่างจากคนอื่นนะ!” สาวเจ้าพูดเสียงตื่นเต้น
“จริงเหรอครับ...ฟังพี่พูดแล้วผมรู้สึกมีความหวังขึ้นมาเลยครับ”เด็กหนุ่มใจฟูจากคำพูดนั้นเป็นอันมาก
“พวกพี่เชียร์น้องอยู่นะ สู้ๆ เอาชนะใจหัวหน้าให้ได้ล่ะ!” นักกายภาพบำบัดชายอีกคนกล่าวให้กำลังใจ
“ขอบคุณมากครับ พี่ๆ” เต้กล่าวอย่างมีหวัง
ภายหลังคูลดาวน์และสอนวิธีใช้เทปพยุงกล้ามเนื้อที่ได้รับบาดเจ็บแก่นักฟุตบอลเป็นที่เรียบร้อยทีมเจ้าหน้าที่กายภาพต่างก็ทยอยเก็บข้าวของ โบกมือลาเตรียมแยกย้ายกันกลับบ้าน
เด็กหนุ่มผิวสีน้ำผึ้งเดินไปหาหนุ่มสวยซึ่งปิดกล่องอุปกรณ์ปฐมพยาบาลร่างสูงเพรียวทรงเสน่ห์นั้นยืนหันหลังให้เต้ขณะกำลังมัดเรือนผมสีทองยาวถึงกลางหลังของตนเองอยู่เสื้อกาวน์สีขาวเลิกขึ้นสูงเผยบั้นท้ายกลมกลึงภายใต้เลกกิ้งรัดรูปสีดำที่อวดสรีระทรวดทรงอย่างเปิดเผยเสียจนเต้อยากจะเอาเสื้อไปคลุมปิดไว้ด้วยไม่อยากให้ชายอื่นได้มีโอกาสเพ่งพินิจมองเรือนร่างอันสวยงามเลอค่านี้เลย
“ตามฉันมาต้องการอะไรไม่ทราบ” คริสกล่าวท่าทีเย่อหยิ่งแต่แสนสบาย
“แค่เป็นห่วงน่ะครับ คือที่ผ่านมาเรา...เอ่อ ทำกันเยอะมากคุณไม่ได้บาดเจ็บตรงไหนใช่มั้ย”
“ตอนทำไม่คิด ทีงี้ละจะมาเป็นห่วงเป็นใย”
“ตอนทำก็คิดครับ แต่คุณร้องขอผมก็ต้องสนองสิ”
“ฉันเป็นผู้ชายไม่มีอะไรให้บุบสลายหรอกน่า”
“...งั้นก็ดีแล้วครับ”
เสียงทุ้มถอดถอนใจอย่างโล่งอก หนุ่มนักกีฬาเดินผละจากไปแต่โดยดี
คริสเหลียวมองอีกฝ่ายอย่างงุนงง
“นี่เธอมาถึงที่นี่เพียงเพื่อถามสภาพร่างกายฉัน แค่นี้งั้นเหรอ?” ใบหน้างามกะพริบตาปริบๆ
“ใช่ครับ ผมบอกแล้วนี่ว่าเป็นห่วงคุณมาก”
“ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้นแล้วงั้นเหรอ?”
“ไม่มีครับ หรือว่าคุณมี?”เด็กหนุ่มได้ทียอกย้อนกลับบ้าง
“เชอะ อย่าพูดจาหลงตัวเองไปหน่อยเลย!” ชายหนุ่มคนงามสะบัดหน้ากลับ
“กลับถึงที่พักแล้วยังไงไลน์บอกผมหน่อยนะครับ”
“ฉันจะไปไหนก็เรื่องของฉัน เธอไม่เกี่ยวอะไรด้วยซะหน่อย”เสียงทรงเสน่ห์พูดตอกให้เจ็บแสบ
“อย่างน้อยผมสารภาพรักคุณไปก่อนหน้าแล้วคุณก็ไม่มีทีท่าจะปฏิเสธผมนี่นา”
“แต่เธอก็ไม่มีสิทธิ์มาแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของฉัน” คริสพูด
“...ไม่ใช่ในฐานะเจ้าของแต่ในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่รักคุณครับผมรู้ดีว่าคุณยังไม่เปิดใจรับรักผม บอกไว้แล้วนี่แต่ขอแค่อย่าปิดประตูใส่ผมก็พอ...ยังไงถึงที่พักแล้วรบกวนไลน์มาด้วยนะครับ”
น้ำเสียงอบอุ่นอ่อนโยน และคำพูดที่แสดงออกถึงความห่วงใยเอาใจใส่อย่างตรงไปตรงมาจากเด็กหนุ่มร่างกำยำนั้นราวกับเป็นหมัดฮุกที่ทำเอาหัวใจอันแข็งกระด้างของคริสหลอมละลายเหลวเป๋วยิ่งกว่าน้ำแข็งละลายกลายเป็นน้ำเสียอีก
“...” คริสเงียบ ไม่ตอบอะไร
“ถึงพี่พักแล้ว ไลน์บอกผมหน่อยนะครับ ผมขอร้องละนะ”เต้อ้อนวอนเสียงอ่อน
“...ไว้จะไลน์บอกก็แล้วกัน”
“ขอบคุณมากครับ วันนี้ผมไม่รบกวนเวลาแล้ว”
เต้เดินออกจากสนามฟุตบอลไปโดยไม่หันกลับมามองอีกแม้นใจจริงจะอยากตะโกนออกไปว่าได้โปรดกลับหอพร้อมผมในค่ำคืนนี้ด้วยเถอะ! หากแต่ก็เป็นห่วงสภาพร่างกายของอีกฝ่ายจึงไม่กล้าที่จะเอ่ยถ้อยคำอันเห็นแก่ตัวเช่นนั้นออกจากปากไปได้อย่างน้อยวันนี้ได้เห็นใบหน้าอันงดงามที่เขาเฝ้าคิดถึงมาตลอดวัน แม้นเพียงระยะสั้นๆก็ถือว่าดีแค่ไหนแล้ว
มุมหนึ่งเด็กหนุ่มก็สัมผัสได้ถึงนิสัยสุดแสนจะรักอิสระของอีกฝ่ายหัวรั้นเอาแต่ใจยิ่งกว่าใคร หากจะจีบคนลักษณะนิสัยเช่นนี้ต้องเว้นสเปซ การเข้าไปบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวในระยะประชิดเกินไปเห็นจะไม่เป็นผลดีแน่มีแต่จะทำให้คุณคริสอึดอัดใจเสียเปล่าๆ ดีไม่ดีเขาอาจจะหลุดออกจากตำแหน่งคู่นอนชั่วคราวเสียด้วยซ้ำไป
เต้มองว่าการประกาศตัวชัดเจนว่าชอบ แต่ไม่ก้าวล้ำความรู้สึกอีกฝ่ายที่ทำอยู่ตอนนี้คือดีที่สุดเท่าที่เขาจะพึงกระทำได้แล้วที่เหลือเป็นเรื่องของกาลเวลาแล้ว
เด็กหนุ่มผิวสีน้ำผึ้งเดินกลับหอด้วยความรู้สึกกึ่งดีใจระคนเซื่องซึม ลึกๆก็อยากใช้เวลากับคุณคริสมากกว่านี้อยู่หรอก
ริมฝีปากหนาถอดถอนใจระหว่างเหม่อมองท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มีเมฆปกคลุมบางส่วนที่เริ่มเผยให้เห็นพระจันทร์เสี้ยวเลือนรางสวยงามอยู่ห่างไกลเกินจะไขว่คว้า พลันนึกถึงความรู้สึกแอบรักข้างเดียวของตนว่าแม้นความหวังจะแลดูริบหรี่เลือนรางแต่ก็เหมือนจะมีความเป็นไปได้อยู่บ้างเช่นเดียวกันใช่มั้ย?
...ผมไม่ใช่เด็กน้อยอย่างที่คุณคิดหรอกนะ จะมีสักวันที่คุณพอจะหันกลับมามองผมในฐานะผู้ชายคนหนึ่งบ้างมั้ยนะคุณคริส...
เด็กหนุ่มเฝ้ามองพระจันทร์นวลผ่องที่เปล่งแสงเจิดจรัสบนท้องฟ้าจากบนพื้นโลกที่อยู่ห่างไกลเขาบ่นรำพึงรำพันกับตนเองถึงความสัมพันธ์ที่แทบเป็นไปไม่ได้นี้และแน่นอนว่าต่อจะเอ่ยถามจันทร์เจ้าออกไปสักที่ครั้ง ก็ไม่มีคำตอบใดๆ ตอบกลับมา
ตกคืนนั้นเต้กลับมายังห้องของตน อาคารหอพักรวมซึ่งผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งการสอบมิดเทอมไปกลับมาครึกครื้นโหวกเหวกเฉกเช่นทุกครั้ง
เสียงเจี๊ยวจ๊าวดังขึ้นเป็นระยะจากห้องข้างๆเต้พลันนึกขึ้นได้ว่าคืนนี้มีนัดแข่งบอลเปิดฤดูกาลนี่เองห้องเพื่อนบ้านคงพาเพื่อนมาก๊งเชียร์บอลตลอดทั้งคืนเป็นแน่
เด็กหนุ่มนักบาสฯ ในชุดนอนคือกางเกงบ็อกเซอร์เพียงตัวเดียวสวมหูฟังเปิดเพลงเฮฟวี่เมทัลเขาเตรียมโยกหัวตามจังหวะบีทหนักหน่วง หากแต่วันนี้บทเพลงโปรดกลับไม่นำมาซึ่งความพึงพอใจอย่างที่เคย
เข็มบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือเตือนว่าใกล้ถึงเวลาที่นัดแก๊ง ROV ตีป้อมในค่ำคืนนี้แล้ว
เต้ถอดหูฟังพลางปิดเพลงที่ไม่เข้าหูเขาเลยแม้แต่นิดเดียวเด็กหนุ่มร่างกำยำเข้าห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัว เมื่อออกมาเป็นต้องชะงัก เมื่อพบว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญนอนเอกเขนกอยู่บนเตียงนอนของเขา
“เฮ้ย! นี่คุณมาได้ยังไงเนี่ย!”
“ประตูไม่ได้ล็อกฉันก็เข้ามาได้สิ”
เสียงทรงเสน่ห์เย้ายวนของคริสเอ่ยขึ้นเรือนร่างนั้นนอนคว่ำเล่นมือถือบนเตียงอย่างสบายอารมณ์ หนุ่มคนงามในตอนนี้ถอดเสื้อกาวน์สีขาวออกแล้วเหลือเพียงเสื้อโปโลสีดำและกางเกงเลกกิ้งรัดรูปขายาวสีดำเท่านั้นเจ้าตัวนอนคว่ำไขว้ขาไปมาด้วยท่าทีแสนสบายประหนึ่งอยู่บ้านตัวเองเลยทีเดียว
“อ่า ผมนึกว่าคุณจะกลับไปบ้านตัวเองแล้วซะอีก”
“ทำไม? ฉันแวะมาเธอไม่ดีใจรึยังไง?”
“ดีใจสิครับ นึกว่าคุณจะไม่ยอมกลับมาที่ห้องนี้แล้วซะอีก...”
แขนหนาโอบกอดรอบเรือนร่างอันงดงามนั้นไว้อย่างโล่งอกเด็กหนุ่มไม่นึกไม่ฝันเลยว่าคนที่เขาหลงรักสุดหัวใจจะกลับมายังห้องของเขาในค่ำคืนนี้เพียงเห็นอีกฝ่ายเท่านั้นเขาแทบจะหยุดหายใจด้วยความปลาบปลื้มยินดีอย่างที่สุดนึกว่าหัวใจจะหยุดเต้นไปแล้วซะอีก
“ฉันไปได้ทุกที่แหละน่า ถ้าฉันอยากจะไป”
“คุณมีที่ให้ไปตั้งเยอะแยะแต่คุณก็ยังเลือกที่จะกลับมาที่นี่...ยังไงก็ขอบคุณนะครับ” เสียงทุ้มอ่อนระทวย
“ฉะนั้นคืนนี้เธอก็อย่าลืมบริการฉันให้ถึงใจด้วยล่ะ เด็กน้อยคิกคิกคิก” นัยน์ตาสีฟ้าใสปรายตามองอย่างเย้ายวน
“โธ่ ก็บอกแล้วว่าผมชื่อเต้ เลิกเรียกเด็กน้อยซะทีเถอะครับ”
“เด็กก็คือเด็กวันยังค่ำอยู่ดีนั่นแหละ ต่อให้จะเรียกอะไรก็ช่าง”คริสแหย่
“คุณนี่มันเอาแต่ใจซะจริงๆ” เด็กหนุ่มถอนหายใจ “ผมจะทำให้คุณสำนึกดีมั้ยนะว่าผมไม่ใช่เด็กน้อยอย่างที่คิด”
“คิดว่าทำได้ก็ลองดู คิกคิก”
มือเรียวดึงหลังคอหนาลงมาประกบจูบอย่างเร่าร้อนในทันที ริมฝีปากทั้งสองแลกลิ้นกันเป็นพัลวันเด็กหนุ่มวัยสิบเก้าเริ่มไม่มั่นใจแล้วสิว่าตนกำลังถูกล่อลวงให้ติดกับดักบ่วงเสน่หานี้หรือไม่แต่ที่แน่ๆ จะให้ถอนตัวตอนนี้ก็คงไม่ทันการเสียแล้ว
เสียงข้อความไลน์จากสมาร์ตโฟนดังขึ้นเป็นระยะจนน่ารำคาญ เจ้าของเครื่องเอื้อมมือไปปิดเสียงนั้นซะด้วยไม่อยากให้อะไรก็ตามมาขัดขวางช่วงเวลาแห่งความสุขในเวลานี้
เรือนร่างแสนสวยของคริสบัดนี้เปลือยเปล่าไร้ซึ่งอาภรณ์ใดๆ ปกปิดแม้นสักชิ้นเดียวผิวพรรณนวลผ่องที่มีร่องรอยสีกุหลาบพร่างพรายประดับเต็มตัวยังคงงดงามน่าค้นหาเฉกเช่นเคยเอวบางที่ก่อนหน้านี้ถูกมือใหญ่ใช้กำลังบีบตรึงรองรับการกระแทกกระทั้นอย่างต่อเนื่องบังเกิดเป็นรอยช้ำจ้ำๆอยู่บ้างเด็กหนุ่มร่างสูงมองตามรอยช้ำนั้นอย่างรู้สึกผิดว่าตนไม่น่ารุนแรงกับอีกฝ่ายถึงเพียงนี้เลย
บทรักในค่ำคืนนี้ต่างจากก่อนหน้าที่ดุร้ายป่าเถื่อนลิบลับกลับเต็มไปด้วยความอ่อนหวานนุ่มนวลเสียจนคริสตั้งตัวไม่ถูก
เริ่มจากรสจูบแสนละมุนละไมแต่ปลุกเร้าอารมณ์อย่างค่อยเป็นค่อยไปความใคร่เบื้องลึกถูกปลุกเร้าอย่างเชื่องช้าทีละนิดประหนึ่งน้ำพุที่พวยพุ่งจากพื้นดินไต่ทะยานขึ้นเรื่อยๆ ไม่ตะกละตะกลามแต่ค่อยๆ ไต่เต้าไล่ระดับความรัญจวนขึ้นไปทีละเล็กละน้อยอย่างใจเย็น
หนุ่มหน้าสวยเตรียมพร้อมรับการรุกรานเมื่อถูกสองมือหนาแหวกบั้นท้ายงามของตนออกจากกันคริสลงไปคลานเข่าบนเตียงแอ่นสะโพกขึ้นสูงเพื่อรองรับการสอดใส่ทว่าสิ่งที่สอดแทรกเข้ามาไม่ใช่ความแข็งกร้าวใหญ่โตแต่เป็นปลายลิ้นอุ่นแสนอ่อนโยนแทน
ร่างเพรียวบางนั้นสะดุ้งกับรสสัมผัสแปลกใหม่นี้เนื้อตัวสั่นเทาแต่ก็น้อมรับสัมผัสขรุขระของลิ้นสากที่ไล่ไปตามรอยจีบของดอกตูมโดยรอบทีละนิดราวกับจะสำรวจทำความรู้จักกับร่างกายของเขาทุกส่วนอย่างอ้อยอิ่ง ความอ่อนหวานจนหลอมละลายนี้ทำเอาคริสแทบคลั่ง
“แฮ่ก...พอแล้ว... ไม่ต้องใช้ลิ้นตรงนั้นแล้วก็ได้...”มือขาวดันศีรษะอีกฝ่ายออกหากแต่ไม่เป็นผลใดๆ
“ตรงนี้ยังบวมอยู่เลย ขอโทษนะครับที่ผ่านมาผมไม่ทันสังเกตเห็นเลย”
“ก็ปกติเธอเอาแต่ใส่...อ๊ะ...พอ...บอกว่าพอแล้ว...ไง...”
เสียงเชิดที่ออกคำสั่งนั้นเริ่มขาดช่วง แปรเปลี่ยนเป็นเสียงหวานซึ้งเร้าอารมณ์แทนจนกลายเป็นเสียงครางอันสุขสมดังถี่ขึ้นเรื่อยๆ
“อ๊ะ... อ๊ะ... อ๊ะ...อ๊างง...”
“ไม่เคยรู้เลยว่าตรงนี้ของคุณอ่อนไหวเหลือเกินจากนี้ผมจะเลียปากทางให้เรื่อยๆ นะครับ”
“ไม่ต้อง!...อื้อ...ก็บอก...ว่าไม่...อ๊า...อ๊า...อื้อ...”
เสียงหวานสูงอันกระตุ้นเร้านั้นดังก้องตามจังหวะการฉกลิ้นไปมาอย่างสุดทนเด็กหนุ่มแทบสิ้นสติเมื่อช่องทางสีกุหลาบนั้นตอดรัดดูดกลืนลิ้นอุ่นของเขาที่ฉกเข้าไปภายในอย่างเย้ายวนรัญจวนใจ
เมื่อได้รับการตอบรับกระตุกเกร็งเป็นจังหวะเช่นนี้ก็ทำให้เต้อดใจไม่ไหวเขาเร่งฉกลิ้นหนารุกรานเข้าออกปลายลิ้นแหวกเข้าซอกซอนผนังด้านในโดยรอบบังเกิดเป็นเสียงดังจ๊วบๆจากการบีบรัดน่าละอาย
คริสเองที่ผ่านการร่วมรักกับผู้ชายมามากหน้าหลายตาแต่กลับไม่เคยรู้สึกวาบหวามเช่นนี้มาก่อนบทรักอันร้อนแรงตลอดสองวันสองคืนที่ผ่านมาจัดว่าดุเด็ดเผ็ดมันแล้วแต่กลับเทียบไม่ได้กับการกระตุ้นช่องทางคับแคบแสนละมุนละไมในคืนนี้เป็นครั้งแรกที่ถูกโอบกอดอย่างทะนุถนอมอ่อนโยนถึงปานนี้จนทั่วทั้งร่างสั่นเทาราวกับลูกนกเปิดใหม่ร่างของคริสยังคงกระตุกเกร็งไม่หยุดจนแทบจะเสร็จสำเร็จโดยไม่ถูกแตะต้องเบื้องหน้าด้วยซ้ำ
ร่างเพรียวเอื้อมไปกอบกำส่วนกลางลำตัวของตนที่กำลังตื่นตัวเต็มที่อย่างอดรนทนไม่ไหวแต่ก็ถูกมือใหญ่รวบไว้ไม่ให้แตะต้องส่วนสงวนนั้น
“อ๊ะ...ไม่เอา...อยาก...ถึงแล้ว...อ๊ะ...”
“ถึงเลยสิครับ”
“อ๊ะ...อีก...ใช่...อ๊า...อั๊ง...”
และแล้วลิ้นที่ฉกนั้นก็เกร็งแข็งพร้อมสอดเข้าไปลึกยิ่งขึ้นจนชนกับต่อมรับประสาทสัมผัสภายในปลายลิ้นพลิ้วไหวไปมาอย่างเชี่ยวชาญราวกับเชือกเล่นกล ความสากขรุขระของลิ้นอุ่นที่ลากผ่านผนังภายในกระตุ้นหมู่มวลความเสียวสะท้านจนหนุ่มผมทองถึงกับกรีดร้องจากก้นบึ้งความรู้สึกที่เอ่อล้น
“อ๊...อ๊....อ๊า....!!!”
เรือนร่างงดงามนั้นกรีดร้องเสียงหลงกระตุกเกร็งอย่างรุนแรงหยาดหยดแห่งความปรารถนาที่อัดแน่นถูกปลดปล่อยลงบนเตียงคริสไม่นึกไม่ฝันเลยว่าจะมีวันนี้ที่เขาสามารถถึงจุดสุดยอดได้เพียงการถูกกระตุ้นข้างหลังโดยการใช้ปากเพียงอย่างเดียวใครจะไปนึกว่ามันจะเสียวซ่านแสบทรวงถึงปานนี้ จนเขาเดินทางมาถึงที่สุดถึงความเกษมสันต์ได้ในเวลาอันสั้นเท่านั้นริมฝีปากบางหอบกระชั้นปล่อยตัวปล่อยใจลิ้มรสกับสัมผัสแปลกใหม่ที่เพิ่งเคยพบพานเป็นครั้งแรก
มือใหญ่กดสะโพกบางลงนอนพักกับฟูกเตียงนุ่มอย่างอ่อนโยนก่อนริมฝีปากหนาจะไล่จุมพิตร่างอันงดงามดั่งรูปสลักนั้นตั้งแต่ปลายเท้าเลื่อนขึ้นมายังต้นขาหน้าท้องแบนราบไล่ไปถึงเนินอกไหปลาร้า และลากมาจรดจูบกับริมฝีปากบางแผ่วเบา
คริสทำหน้ายู่ยี่เมื่อรับรู้ได้ถึงของเหลวในปากของเต้
“อืม...” เสียงหวานครางในคอ “แฮ่ก... รสชาติแปลกพิลึก...”
“ของคุณเองนะ”
“นี่ฉันกำลังจูบปากที่เลียตูดฉันเมื่อกี้อยู่งั้นเหรอเนี่ย”
“ช่าย รู้สึกดีมั้ย เมื่อกี้คุณถึงแรงมากเลยนะ”
“ดีสิ ดีจนนึกว่าหลุดออกไปนอกโลกแล้วซะอีก”
คำชมเชยนั้นทำเอาเด็กหนุ่มย่ามใจ เต้ยังคงมอบจูบแสนหวานและสัมผัสทั่วเรือนร่างสวยแผ่วเบาอบอุ่นนี้ต่อไป
ทว่าคริสไม่ยอมถูกคุมเกมแต่โดยดีอีกแล้ว ยอมอยู่ฝ่ายเดียวก็ไม่ใช่เขาน่ะสิ
มือบางฉีกซองถุงยางอย่างเร่งรีบสวมใส่ให้แก่นกายใหญ่โตเบื้องหน้าด้วยตนเองเต้ห้ามปรามแต่ก็โดนปัดมือออก
“ไม่ไหว! ฉันอยากได้ของเธอแล้ว”
“แต่ข้างหลังคุณยังบวมอยู่เลยนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็เดินไม่ไหวหรอกครับ...”
“ช่างมัน! ตอนนี้แทงอันแข็งๆใหญ่ๆ ของเธอให้มิดด้ามเร็ว!”
ร่างเพรียวขึ้นคร่อมสะโพกหนาที่นอนราบบนที่นอน มือขาวเนียนกอบกุมความแข็งแกร่งที่ตื่นตัวเต็มที่ให้จดจ่อกับช่องทางคับแน่นแสนเซ็นซิทีฟในคืนนี้ก่อนที่เอวบางจะบดขยี้กลืนกินตัวตนที่ขยายใหญ่นั้นเข้าไป
“อ๊า! ดี...อ๊ะ...อ๊า...”
คริสกดสะโพกลงเพื่อรับท่อนเอ็นหนาเข้ามาภายในแต่ก็ไม่อาจรับเข้ามาทั้งหมดได้เพราะความโอ่อ่าใหญ่โตเกินมนุษย์มนาทั่วไปช่องทางหวานฉ่ำตอดเกร็งพร้อมกันกับร่างงดงามนั้นแอ่นกายรับสัมผัสแสนสะท้านด้วยใบหน้าเหยเกทรมาน
เด็กหนุ่มผิวสีน้ำผึ้งพยายามอดทนอดกลั้นต่ออารมณ์กำหนัดที่ทะยานสูงด้วยเกรงว่าจะทำอีกฝ่ายบาดเจ็บแต่เมื่อถูกกลืนกินด้วยความแน่นขนัดที่แสนร้ายกาจนี้เข้าไปก็ไม่อาจประคองสติสัมปชัญญะได้อีกมือหนาบีบเอวบางตรงหน้าแน่นก่อนจะแทงสะโพกสวนเข้าไปสุดลำในครั้งเดียว
“อ...อ๊า...!!”
เสียงกรีดร้องดังลั่นจากการกระแทกรุนแรงจนความเป็นชายมโหฬารนั้นสอดแทรกเข้าช่องทางน้อยๆ ได้หมดจรดนัยน์ตาสีฟ้าเต็มตื้นไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งอารมณ์หวั่นไหวผนังนุ่มภายในดูดกลืนความแข็งแกร่งอย่างหิวกระหายเป็นที่สุดยิ่งถูกตอดรัดกระชับแน่นขึ้นอารมณ์เด็กหนุ่มร่างสูงก็ลุกเป็นไฟ เต้ตรึงเอวบางก่อนจะกระหน่ำแทงสวนอย่างต่อเนื่องราวกับปืนกลในสนามรบ
“อ๊ะ! อ๊า! อื้อ! อย่า! อ๊ะ! ดี! อ๊ะ! อ๊ะ!”
เสียงกรีดร้องอย่างสุดทนนั้นดังต่อเนื่องยาวนานร่างบอบบางถูกจับนอนหงายบริเวณปลายเตียงทั้งที่กายยังเชื่อมโยงกันอยู่ร่างกำยำของหนุ่มนักกีฬายืนอยู่ปลายเตียงจัดท่าทางพร้อมกระหน่ำจ้วงไม่หยุดสองขาเรียวหนีบเข้าหากันอย่างทรมานเมื่อถูกพายุแห่งความปรารถนากระหน่ำทิ่มแทงรุนแรงแทบขาดใจ
“จะถึง! แล้ว! อ๊ะ! อ๊า! อีกสิ! อีก!!!”
คริสรู้สึกประหนึ่งกำลังถูกตอกเสาเข็มจุกๆ อยู่ ความแข็งแกร่งที่รุกรานเข้ามาทั้งร้อนทั้งใหญ่เสียดแทงจนช่องทางนั้นหลอมละลายประหนึ่งเนยเหลวยามเมื่อเจอความร้อนฉ่าเข้าไปมือขาวทั้งสองกำแน่นจิกเล็บกับฝ่ามือตนเองเพื่อระบายความเสียวซ่านทั่วทั้งกายจนแทบระเบิดกระแสไฟฟ้าแล่นปราดไปทั่วเรือนร่างขาวผ่องเมื่อคนด้านบนกระหน่ำตอกแก่นกายเข้ามาถี่ยิบระรัว
“อ๊....อ๊ะ...อ๊า....!!!”
“ซีดส์... คุณคริส!!”
หยาดหยดแห่งความรัญจวนท่วมทะลักช่องทางสวาทจนล้นเอ่อความเกษมสันต์ท่วมท้นเมื่อทั้งสองล่วงถึงนทีแห่งความสุขสมพรั่งพร้อมกันความร้อนระอุยังคงค้างคาไว้ภายในช่องทางคับแคบที่ดูดกลืนตัวตนเขาไว้แน่นจนเกือบลืมหายใจสองกายประสานรวมเป็นหนึ่งร่างกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อนั้นทิ้งตัวลงบนเตียงประคองกอดคนงามอย่างรักใคร่
ร่างขาวนวลนั้นเกร็งกระตุกอยู่เนิ่นนานนัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลเหม่อลอยไปไกลแสนไกลราวกับหลุดไปอีกจักรวาลอันไกลโพ้นนอกโลกเสียแล้ว
“อึก... อย่ารัดผมแบบนั้น...” เสียงทุ้มต่ำระบายความอัดอั้นเมื่อแก่นกลางลำตัวยังคงถูกดูดดื่มเร้าใจ
“คืนนี้เธอเป็นอะไรขึ้นมา...อ๊ะ... ทำไมจู่ๆ ก็อ่อนโยน...แบบนี้ล่ะ...”เสียงหวานระทวยถามขึ้น
“คุณดูชอบนี่นา เวลาผมอ่อนโยนด้วย”
“ใครบอก ฉันชอบรุนแรงแบบครึ่งหลังต่างหาก”
“ปากแข็งจัง ร่างกายคุณออกจะซื่อสัตย์ตรงไปตรงมากกว่านี้แท้ๆ “
หน้าผากขาวนวลที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อถูกพรมจูบทั่วถ้วนไม่มีส่วนไหนในร่างกายงดงามที่ไม่ถูกเด็กหนุ่มนักกีฬาสัมผัส
“ต่อยกสองกันเถอะ” คริสปากเก่ง ทั้งที่ไม่มีกระทั่งเรี่ยวแรงจะลุกจากเตียงด้วยซ้ำ
“ให้มันน้อยๆ หน่อย ขาคุณสั่นไปหมดแล้วพักผ่อนเถอะครับเรายังมีโอกาสทำกันอีกตั้งเยอะ”
เด็กหนุ่มตัดสินใจถอดถอนกายออก เขานำผ้าสะอาดชุบน้ำมาเช็ดทำความสะอาดร่างกายอีกฝ่ายก่อนจะห่มผ้านวมพร้อมเบาแอร์ให้
“เด็กน้อย ฉันไม่ใช่ผู้หญิงนะ เธอจะดูแลประคบประหงมฉันโอเว่อร์ไปละ”
“ผมไม่เคยเห็นคุณเป็นผู้หญิงสักครั้งนะผมทำเพราะทั้งหวงทั้งห่วงคุณต่างหาก ...แต่ก็เพราะเป็นคุณนั่นแหละถ้าเป็นคนอื่นผมคงไม่ดูแลเอาใจในถึงขั้นนี้หรอก”เต้กล่าว
จากที่ตั้งใจจะปั่นหัวเด็กหนุ่มต่ออีกสักหน่อยแต่เมื่อได้ยินคำพูดที่เต็มไปด้วยรักแสนสัตย์ซื่อนั้นเข้าไปหนุ่มคนงามก็พลันเปลี่ยนใจยอมนอนซุกแขนแกร่งของอีกฝ่ายนอนต่างหมอนแต่โดยดี
คริสเข้าสู่นิทราในเวลาไม่นานด้วยความอ่อนล้า เด็กหนุ่มเจ้าของห้องมองใบหน้าสวยที่หลับใหลพ่นลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอออกมารอยยิ้มอย่างเป็นสุขเปื้อนใบหน้าเด็กหนุ่มนักบาสฯ เมื่อรับรู้ว่าอย่างน้อยอีกฝ่ายก็เห็นเขาเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สามารถทิ้งตัวพักกายได้ในยามค่ำคืน
เด็กหนุ่มผิวสีน้ำผึ้งเกลี่ยเรือนผมสีทองที่ประใบหน้างามออก เขาจูบหน้าผากนั้นอีกครั้งอย่างทะนุถนอมก่อนจะเข้าสู่ภวังค์นิทราตามอีกฝ่ายไปติดๆพร้อมความรู้สึกสงบสุขอย่างหาที่เปรียบไม่ได้