การต่อสู้ระหว่างซูเก๋อและมารนอกพิภพอีกาดำสองหัว ได้รับความสนใจของทุกคนในค่ายกลโล่เกราะอยู่ตลอดเวลา เสียงเคลื่อนไหวจากการร่วงตกลงสู่พื้นของร่างมารนอกพิภพอีกาดำสองหัว ก็สะกิดความสนใจของทุกคนในค่ายกลโล่เกราะเช่นกัน
ซุนกวนฟันกระบี่ผลักมารนอกพิภพพยัคฆ์ทมิฬตัวใหญ่ั์ออกไป พลางใช้สายตาเหลือบมองไปทางทิศที่ซูเก๋ออยู่
ทว่าทันใดนั้น ซุนกวนก็พลันตกตะลึงงัน ในดวงตาฉายประกายความไม่อยากจะเชื่อออกมา
"อย่าเสียสมาธิ!" โจวเหยียนตวาดดุพร้อมตวัดกระบี่ใหญ่เฉียงเข้าใส่ เพื่อข่มมารนอกพิภพพยัคฆ์ทมิฬที่พุ่งเข้ามาอีกรอบจนต้องถอยฉากออกไป
ซุนกวนได้สติกลับคืนมา เขาสบสายตาแสดงความไม่พึงใจของโจวเหยียน พลางอ้าปากเอ่ยว่า "ไม่ใช่ขอรับ ซูเก๋อ เขา..."
"มารนอกพิภพอีกาดำสองหัวตายแล้ว!" จู่ ๆ เสียงของจีเสี่ยวเสวี่ยก็ดังขึ้น ทำเอาทุกคนจิตใจฮึกเหิมขึ้นมาทันที
"ซูเก๋อสังหารมารนอกพิภพอีกาดำสองหัวลงแล้ว!"
โจวเหยียนไม่อยากจะเชื่อ เขาเอ่ยออกมาโดยสัญชาตญาณ "เป็ไปไม่ได้ ต่อให้เป็ยอดฝีมือขั้นหยวนตันระดับเก้าก็ไม่มีทาง..."
ทว่าเอื้อนเอ่ยได้เพียงครึ่งเดียว โจวเหยียนก็พลันตะลึงค้างไป ณ จุดที่สายตาของเขาจับจ้องไปนั้น ซูเก๋อถือกระบี่ยืนตระหง่านอยู่ ปลายกระบี่พันหลอมเล่มนั้นยังคงมีเืสีดำหยดไหลลงมาไม่ขาดสาย
ตรงตำแหน่งห่างจากข้างกายซูเก๋อราวหนึ่งจั้ง ซากร่างไร้หัวของมารนอกพิภพนอนสงบนิ่งอยู่ อีกด้านหนึ่งของซากร่างไร้หัว หัวอันแหลมเล็กสองหัวจมอยู่ในชั้นดิน ดวงตาที่เบิ่งกว้างเท่าไข่ห่านคล้ายกำลังบอกเล่าถึงความตื่นใและความไม่ยินยอม
ตายแล้วจริง ๆ !
การต่อสู้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น มารนอกพิภพอีกาดำสองหัวก็ตายเสียแล้ว
"ข้ามาช่วยพวกเ้าแล้ว"
ซูเก๋อออกแรงที่ฝ่าเท้า ผืนดินใต้เท้าแตกกระจาย ร่างกายพุ่งทะยานเข้าสู่ฝูงมารนอกพิภพประหนึ่งลูกปืนใหญ่
ยามที่เขาเงื้อกระบี่และตวัดกระบี่ลง ประกายกระบี่วูบวาบภายในถ้ำมาร เสียงกระบี่แหวกอากาศอันใสกระจ่างผสานเสียงเนื้อผ่าออกจากกันดังขึ้นไม่ขาดสาย
เพียง่เวลาสั้น ๆ ไม่กี่สิบอึดใจ บนพื้นก็เต็มไปด้วยซากศพของมารนอกพิภพหลากหลายชนิด จำนวนของมารนอกพิภพลดน้อยลงอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ฟุบ! ฟุบ!
เรือนร่างของซูเก๋อพลิ้วผ่านฝูงมารนอกพิภพ แต่ละกระบี่ล้วนปลิดชีพมารนอกพิภพไปหนึ่งตัว ตัวเขายามนี้ประหนึ่งยมทูตที่เก็บเกี่ยวชีวิตของเหล่ามารนอกพิภพอย่างเ็า มารนอกพิภพที่กำยำและหนังเหนียว เมื่ออยู่ต่อหน้าซูเก๋อกลับเปราะบางประหนึ่งต้นหญ้า ไร้ซึ่งการต้านทานกระบี่ของเขาได้แม้แต่กระบี่เดียว รอจนทุกคนได้สติกลับคืนมา ภายในถ้ำมารก็ไม่มีมารนอกพิภพมีชีวิตเหลืออยู่เลยแม้แต่ตัวเดียว
ณ ใจกลางถ้ำมาร ซากศพของมารนอกพิภพกองพะเนินเป็ูเา เืสีดำคาวจัดแทบจะย้อมผืนดินครึ่งหนึ่งของถ้ำให้กลายเป็สีดำทึบ
ซูเก๋อถือกระบี่ยืนตระหง่านอยู่ใจกลางกองซากศพมารนอกพิภพ เมื่อเทียบกับสภาพแวดล้อมโดยรอบ อาภรณ์ยาวสีขาวบริสุทธิ์นั้นดูโดดเด่นและชวนมองอย่างยิ่ง
พอมองดูเงาร่างสีขาวอันสงบผ่อนคลายนั้น โจวเหยียน จีเสี่ยวเสวี่ย ซุนกวน หลิ่วชิง และมั่วชิงอู่ต่างก็โง่งมไปตาม ๆ กัน
"จบแล้วหรือ?" โจวเหยียนสมองมึนงงไปหมดแล้ว
แม้ไม่อยากจะเชื่อ แต่ซากศพมารนอกพิภพเต็มสถานที่แห่งนี้ต่างก็กำลังบอกเล่าความจริงประการหนึ่งว่า การต่อสู้ครั้งนี้สิ้นสุดลงแล้วจริง ๆ
ชั่วขณะนั้นไม่มีผู้ใดเอื้อนเอ่ยวาจา สายตาเพียงจับจ้องไปยังซากศพมารนอกพิภพอัดแน่นเ่าั้ ในใจเปี่ยมไปด้วยความะเืขวัญ ทั่วทั้งถ้ำมารตกอยู่ในความเงียบสงัด เงียบเสียจนแม้เข็มเล่มเดียวตกพื้นก็ยังได้ยิน
ซูเก๋อหยิบกระบอกน้ำออกมาล้างคราบเืสีดำที่ติดอยู่บนตัวกระบี่ จากนั้นจึงเก็บกระบี่เข้าฝัก ตอนนี้เองที่เขาเพิ่งสังเกตเห็นสายตาของทุกคน
"พวกท่านเป็อะไรกันไปหรือ?" ซูเก๋อมองทุกคนด้วยความสงสัย
โจวเหยียนอ้าปากค้างอยู่นานครู่หนึ่งจึงค่อยเอ่ยว่า "เ้า... เ้าขอบเขตการบำเพ็ญเพียรขั้นใดกันแน่?"
ซูเก๋อตอบตามตรง "ขั้นหยวนตันระดับเก้าขอรับ"
"เป็ไปไม่ได้ ขั้นหยวนตันระดับเก้าไม่มีทางสังหารมารนอกพิภพอีกาดำสองหัวในกระบี่เดียวได้เด็ดขาด" โจวเหยียนไม่เชื่อ
"เขาอยู่ขั้นหยวนตันระดับเก้าจริง ๆ ขอรับ" ซุนกวนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยว่า "เพียงแต่ว่า ความแข็งแกร่งแท้จริงของเขาไม่ด้อยไปกว่าขั้นเทียนกังระดับหนึ่งเลย"
คนของสำนักทหารรับจ้างรู้ขอบเขตการบำเพ็ญเพียรของซูเก๋อดี เพียงแต่พวกเขาเพิ่งเคยเห็นซูเก๋อเข่นฆ่าสังหารมารนอกพิภพเช่นนี้เป็ครั้งแรก จึงถูกสะกดจนนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ
ครั้นได้สติกลับคืนมา แล้วหวนนึกถึงความแข็งแกร่งของซูเก๋อ พวกเขาก็ไม่รู้สึกประหลาดใจอีกต่อไป
"ความแข็งแกร่งเทียบได้กับขั้นเทียนกังระดับหนึ่ง ทั้งยังเยาว์วัยถึงเพียงนี้..." โจวเหยียนจิตใจเลื่อนลอยเล็กน้อย
"์! สำนักทหารรับจ้างสั่งสอนสัตว์ประหลาดประเภทใดออกมากันแน่!"
แม้พวกรอบตัวซุนกวนจะยอดเยี่ยมมากเช่นกัน แต่โจวเหยียนอย่างมากก็แค่ทอดถอนใจกับพร์ของพวกเขา ทว่าความแข็งแกร่งที่ซูเก๋อแสดงออกมา กลับทำให้โจวเหยียนใกลัวเสียแล้ว
รองแม่ทัพผู้นี้เคยพบเห็นอัจฉริยะมามากมาย แต่กลับไม่มีผู้ใดเทียบเคียงซูเก๋อได้เลยสักคน
จีเสี่ยวเสวี่ยเบ้ปากพลางบ่นพึมพำกับตนเองว่า "พวกท่านจะไปรู้อะไร? จุดที่น่าพรั่นพรึงอย่างแท้จริงของเ้าหมอนี่ ไม่ได้อยู่ที่ขอบเขตและความแข็งแกร่งของเขา แต่อยู่ที่การควบแน่นของปราณต้นกำเนิด รวมถึงการควบคุมอันสมบูรณ์แบบต่างหาก"
"จะว่าไปแล้ว พวกเราส่งมอบภารกิจกลับไปได้แล้วหรือยังขอรับ?" ซูเก๋อเอ่ยถาม
โจวเหยียนแสดงสีหน้าซับซ้อน และเอ่ยว่า "ย่อมได้แน่นอน"
เมื่อเหลียวมองซากศพมารนอกพิภพเต็มสถานที่ และแน่ใจว่ามารนอกพิภพทั้งหมดตายเกลี้ยงแล้ว โจวเหยียนจึงหมุนตัวนำพาทุกคนเดินทางกลับสู่ค่ายทหารต่อต้านมาร
"ฮ่า ๆ ! ซูเก๋อ เ้ามันยอดเยี่ยมเกินไปแล้ว!"
"นั่นถึงขั้นมารนอกพิภพขั้นหยวนตันระดับหกเชียวนะ! แต่กลับถูกเ้าสังหารในกระบี่เดียวเสียได้!"
"สมแล้วที่เป็ศิษย์เกียรติยศแห่งสำนักทหารรับจ้างของพวกเรา!"
ตลอดเส้นทางเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ทุกคนต่างไม่ตระหนี่คำชมเชย เอ่ยชมซูเก๋อด้วยความกระตือรือร้นอย่างยิ่ง
จะว่าไปแล้ว พวกเขายังต้องขอบคุณซูเก๋อ เพราะพวกเขาแทบไม่ได้ออกแรงหรือใช้กำลังอันใดก็สำเร็จภารกิจแล้ว กระทั่งพวกซุนกวนและมั่วชิงอู่ก็พากันกลมกลืนเข้ากับกลุ่มคน สลายความถือตัวเ็าในอดีตลงไป
อย่างไรเสียพวกเขาก็นับว่าเคยร่วมสู้ศึกในสนามรบ และเคยผ่านพ้นความเป็ความตายมาด้วยกันในฐานะสหายศึก บางทีพวกเขาอาจไม่สามารถสร้างมิตรภาพอันแน่นแฟ้นได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่ถึงกับเ็าห่างเหินเหมือนในอดีตอีกต่อไป
ชั่วครู่ต่อมา พวกซูเก๋อก็หวนกลับคืนสู่ค่ายทหารต่อต้านมาร
"พวกเ้าเหตุใดจึงกลับมาเร็วถึงเพียงนี้?" แม่ทัพโจวประหลาดใจเล็กน้อย
"หรือว่ามารนอกพิภพอีกาดำสองหัวจะย้ายถิ่นฐานไปแล้ว?"
พวกซูเก๋อไม่ได้เอื้อนเอ่ย แต่หันไปมองโจวเหยียน
หลังโจวเหยียนทำความเคารพแบบทหารอย่างนอบน้อมก็เอ่ยรายงานว่า "เรียนท่านแม่ทัพ มารนอกพิภพอีกาดำสองหัวถูกสังหารลงแล้วขอรับ ภารกิจของพวกเขาเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว"
เมื่อได้ยินดังนั้น โจวหย่วนก็พลันเลิกคิ้วขึ้น
"พวกเ้าสังหารมารนอกพิภพอีกาดำสองหัวลงได้แล้วหรือ?"
โจวเหยียนพยักหน้า และเอ่ยเน้นย้ำอย่างจริงจังว่า "ไม่ใช่เพียงแค่มารนอกพิภพอีกาดำสองหัวเท่านั้น แต่พวกลูกน้องมารนอกพิภพใต้บังคับบัญชาของมันก็ถูกสังหารแล้วทั้งหมด ไม่รอดชีวิตแม้แต่ตัวเดียว ท่านแม่ทัพสามารถส่งคนไปตรวจสอบได้ทันทีขอรับ"
"ไม่จำเป็ต้องตรวจสอบแล้ว ข้าเชื่อใจเ้า" แม่ทัพโจวเชื่อมั่นในตัวโจวเหยียนอย่างยิ่ง
"ข้าเพียงอยากรู้อยิ่งนักว่าพวกเ้าทำได้อย่างไรกัน?"
ต่อให้ตัวเขาออกศึกด้วยตนเอง ก็ยังไม่กล้าเอ่ยปากว่าจะสามารถกวาดล้างมารนอกพิภพอีกาดำสองหัว รวมถึงบริวารจำนวนมากของมันลงได้ในเวลาอันสั้นถึงเพียงนี้
"เป็ซูเก๋อขอรับ"
เมื่อนึกถึงความแข็งแกร่งของซูเก๋อ โจวเหยียนก็ยังคงทอดถอนใจด้วยความตื่นตะลึงไม่หาย
"เขาฟันกระบี่เดียวสังหารมารนอกพิภพอีกาดำสองหัว ภายหลังยังช่วยทุกคนสังหารมารนอกพิภพที่เหลือจนสิ้น..."
แม่ทัพโจวชะงักไป "หากข้าจำไม่ผิด มารนอกพิภพอีกาดำสองหัวเป็มารนอกพิภพขั้นหยวนตันระดับหกไม่ใช่หรือ? ซูเก๋อ เขา... ฟันกระบี่เดียวสังหารมารนอกพิภพอีกาดำสองหัวลงได้หรือ?"
โจวเหยียนย่อมรู้ดีว่าเหตุใดแม่ทัพโจวจึงประหลาดใจถึงเพียงนี้ เขามองซูเก๋อแวบหนึ่ง จากนั้นจึงหันไปเอ่ยกับแม่ทัพโจวว่า "ซูเก๋อมีความแข็งแกร่งทัดเทียมขั้นเทียนกังระดับหนึ่งขอรับ"
เมื่อคำกล่าวนี้ แม่ทัพโจวก็ยืนตะลึงค้างอยู่กับที่ และจ้องมองซูเก๋อด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
เ้าเด็กน้อยที่ขนยังขึ้นไม่ครบคนนี้มีความแข็งแกร่งทัดเทียมตัวเขาเชียวหรือ?
"เ้าเป็อัจฉริยะยิ่งกว่าที่ข้าจินตนาการไว้เสียอีก"
แม่ทัพโจวผ่านพ้นคลื่นลมมหาศาลมานาน จึงข่มความตื่นใในใจลงได้อย่างรวดเร็ว เขามองซูเก๋อด้วยสายตาชมเชย พร้อมทอดถอนใจว่า "ผู้ที่สามารถกลายเป็ศิษย์เกียรติยศของสำนักทหารรับจ้างได้ ย่อมไม่มีผู้ใดธรรมดาเลยจริง ๆ เมื่อเห็นเ้า ข้าก็คล้ายจะมองเห็นท่วงท่าสง่างามยามเยาว์วัยของท่านผู้าุโมั่วปู้อวี่ และท่านผู้าุโเจียงเยี่ยน"
หลังสั่นศีรษะเบา ๆ แม่ทัพโจวก็กลับคืนสู่ความสงบเยือกเย็น
"ลำบากพวกเ้าแล้ว เื่ค่าตอบแทน ข้าจะส่งคนนำไปส่งให้ที่สำนักทหารรับจ้างในภายหลัง พร้อมแจ้งผลลัพธ์ของภารกิจให้ทราบ"
ซูเก๋อพยักหน้าและเอ่ยถามว่า "ยามนี้พวกเราเดินทางกลับได้แล้วใช่หรือไม่ขอรับ?"
"ในเมื่อเดินทางมาแล้ว ไม่คิดจะรับภารกิจทหารรับจ้างเพิ่มอีกสักสองสามภารกิจหรือ?" แม่ทัพโจวยิ้มเอ่ยรั้งไว้
"ภารกิจทหารรับจ้างที่กองทัพต่อต้านมารของเราประกาศ ค่าตอบแทนสูงลิบลิ่วมาโดยตลอดนะ"
"ไว้มีโอกาสค่อยมาใหม่เถิดขอรับ ทางบ้านยังมีธุระต้องไปจัดการ" ซูเก๋อเอ่ยปฏิเสธอย่างนุ่มนวล
ยามนี้เขามีใจอยากกลับบ้านประหนึ่งลูกศรพุ่งออกจากคันธนู จะมีกะจิตกะใจอยู่นานเพื่อทำภารกิจทหารรับจ้างได้อย่างไร
แม่ทัพโจวเสียดายอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้รบเร้าดึงดัน ก่อนจะเอ่ยว่า "ในเมื่อเป็เช่นนี้ก็คงได้แต่ตั้งตารอคอยความร่วมมือในครั้งต่อไปแล้ว"
เมื่อซูเก๋อจะไป คนอื่น ๆ จากสำนักทหารรับจ้างก็ไม่มีเหตุผลใดให้รั้งอยู่ต่อเช่นกัน ดังนั้นไม่กี่่จิบชาต่อมา คนทั้งหมดจากสำนักทหารรับจ้างก็พากันเดินออกจากกระโจมและค่ายทหารต่อต้านมารไป