โปรแกรมสร้างนักรบ

    นักเวทย์ผู้เก่งกาจ 3 – คนมันจนก็ต้องดิ้นรนกันไป!

            ‘ทักษะการต่อสู้

            - ท่าเท้าท่องไพร (เชี่ยวชาญ)

            - ย่างก้าวแปดทิศ (เรียนรู้)

            - ธนูยิงสายลม (ชำนาญ)

            - หอกอสรพิษ (เข้าใจ)

            - ดาบลมกรด (เข้าใจ)


            ทักษะเวทย์

            - ธนูสายฟ้า (เข้าใจ)

            - วารีบำบัด (เข้าใจ)

            - กายหินผา (เรียนรู้)’


            ออสการ์เปิดหน้าต่างทักษะของตัวเองขึ้นตรวจสอบเป็๲ครั้งสุดท้าย มันถึงเวลาที่จะต้องบุกเข้าถ้ำทมิฬเสียที ไม่อาจยื้อไปนานกว่านี้ได้อีกแล้ว เขามี 104 วันกับ 23 ถ้ำที่ต้องฟันฝ่า เวลาไม่มากไม่น้อยเกินไปนัก เมื่อวิเคราะห์จากข้อมูลที่รวบรวมมาได้ทั้งหมด


            ในไพรทมิฬเด็กหนุ่มแทบจะเอาตัวถูผาหินเพื่อหา ‘ดันเจี้ยน’ แต่ไม่พบเลยสักแห่ง ที่นี่เขาไม่ต้องหา เพราะบอสทุกตัวอยู่ในดันเจี้ยน และเป็๲ดันเจี้ยนแบบปิดตาย ถ้าสังหารบอสไม่ได้ก็น่าจะจบชีวิตอยู่ในนั้น


            ที่ต้องใช้คำว่า ‘น่าจะ’ ก็เพราะไม่มีใครรู้ชะตากรรมของผู้ที่ไม่ได้กลับออกมา แค่รู้ว่าเขาหรือเธอผู้นั้นจะไม่ได้กลับออกมาตลอดกาลเท่านั้น


            ความยากของดันเจี้ยนถูกแบ่งออกเป็๲ 3 ระดับตามความสูงบนหน้าผาที่มันอยู่ ถ้าไม่นับรวม ‘ถ้ำทมิฬ’ ของจริงที่อยู่บนจุดสูงสุดเข้าไปด้วย


            มันไม่มีลำดับการเข้าสำหรับดันเจี้ยนที่อยู่ในระดับเดียวกัน จะเข้าถ้ำไหนก่อนก็ได้ใน 12 ถ้ำชั้นล่างสุด แต่ถ้ายังผ่านมันไม่ได้ทั้งหมด ก็จะไม่สามารถผ่านบาเรียโปร่งแสงขึ้นไปยังชั้นสูงกว่าได้ ส่วนใหญ่แล้วคนที่ผ่านระดับนี้ไปได้จะใช้เวลาไม่เกิน 20 วัน โดยนับรวมเวลาพักผ่อนด้วยแล้ว


            การเคลียร์ดันเจี้ยนในชั้นที่ 2 ต้องใช้เวลานานมากกว่าเป็๲เท่าตัว ทั้ง ๆ ที่มีถ้ำอยู่เพียงครึ่งเดียวของชั้นแรกเท่านั้น แต่ระยะเวลาที่ใช้ต่อถ้ำจะมากถึง 4-5 วัน และเงื่อนไขลำดับการเข้าดันเจี้ยนยังเหมือนเดิม ไม่มี! จะเข้าถ้ำไหนก่อนในจำนวนทั้งหมด 6 ถ้ำก็ได้ ขอแค่ให้มันว่างอยู่เท่านั้น


            10 วัน! คือเวลาเฉลี่ยในการผ่านดันเจี้ยนแต่ละแห่งในชั้นที่ 3 หรือประมาณ 40 วันสำหรับการจัดการบอสในถ้ำทั้ง 4 ถ้ำได้สำเร็จ มันกินเวลายาวนานพอสมควร ยิ่งถ้าคิดว่าต้องสู้แบบไม่ได้พักผ่อนติดต่อกันเป็๲เวลา 10 วัน ดีไม่ดีอาจจะไม่ได้โดยบอสฆ่า แต่หมดแรงตายไปเองก็ได้ ใครจะไปรู้!


            สิริรวมเวลาที่ใช้ในการผ่านดันเจี้ยนทั้ง 3 ระดับชั้นจะเกือบ ๆ 100 วัน


            และไม่มีใครรู้อีกว่าจะต้องใช้เวลาเท่าไรในการผ่านด่านสุดท้าย ไม่ว่าจะเป็๲ผู้ที่ประสบความสำเร็จหรือผู้ที่ล้มเหลว ทุกคนเข้าไปแล้วก็ไปลับ ไม่มีใครเคยได้กลับออกมา


            อย่างน้อยที่สุดจึงต้องเผื่อเวลาเอาไว้ประมาณ 30 วัน! ให้เป็๲ 3 เท่าของการผ่านดันเจี้ยนในชั้นที่ 3 ซึ่งมันก็สมเหตุสมผลดี ‘ถ้ำทมิฬ’ ชื่อของมันไม่อนุญาตให้ใครประมาทได้เลย


            ออสการ์มีอยู่ 104 วัน! เขาต้องทำเวลาบนชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 ให้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย เพื่อสะสมจำนวนวันที่เหลือเอาไว้ใช้ในชั้นที่ 3 และ ‘ถ้ำทมิฬ’ ซึ่งเป็๲ด่านสุดท้าย ถ้าผ่านถ้ำบนชั้นที่ 1 ได้โดยใช้เวลาเพียงถ้ำละ 1 วัน เวลาที่เหลืออยู่ก็จะเพียงพออย่างแน่นอน


            ข้อมูลทั้งหมดนี้ออสการ์ได้มาจากการพูดคุยกับเพื่อน ใช่! เขามีเพื่อน ไม่ได้เป็๲นักล่าผู้โดดเดี่ยวเดียวดายจนต้องคุยกับหอกเหมือนเดิมแล้ว และไม่ได้มีเพียงคนเดียวเท่านั้น เด็กหนุ่มมีเพื่อนอยู่ทั้งหมดด้วยกัน 3 คน


            ‘นิซาซุ’ มนุษย์สิงโต! ‘โวเดน’ มนุษย์ปักษา และ ‘คลีโอ’ มนุษย์หมี พวกเขาทั้ง 3 คนคือเพื่อนที่ออสการ์เพิ่งทำความรู้จักมาเมื่อ 5-6 วันก่อน

    ที่นี่ไม่ได้มีออสการ์เป็๞ ‘ผู้เล่น’ คนเดียวเหมือนในไพรทมิฬ จะมีคนใหม่ ๆ ถูกส่งเข้ามาอย่างน้อยวันละ 1 คน สูงสุดคือ 3 คน และทั้งหมดมาจากเผ่าพันธุ์ที่แตกต่างกัน


            ทุกคนเป็๞มนุษย์! ถ้าใช้คำจำกัดความว่ามนุษย์คือสิ่งมีชีวิตที่ไม่ได้เคลื่อนตัวตามแนวขวาง แต่เคลื่อนตัวด้วยลำตัวที่ตั้งตรง ออสการ์ไม่รู้ว่าพวกเขามาจากที่ไหน? โลกอื่น กาแล็กซี่อื่น หรือภพภูมิอื่น สิ่งที่เด็กหนุ่มเข้าใจและยอมรับได้ก็คือ ถ้ามนุษย์โลกวิวัฒนาการมาจากลิงไร้หางได้ ทำไมจะมีมนุษย์ที่พัฒนามาจากสิงโต เสือ เก้ง กวาง นก หรือหมีไม่ได้กันล่ะ? จักรวาลมันกว้างใหญ่จะตาย


            และแม้ว่าจะมีหน้าใหม่ปรากฏตัวขึ้นมาทุกวัน แต่จำนวนของคนที่นี่ไม่ได้มีมากมายเลย เพราะถ้าไม่ตาย พวกเขาก็จะถูกบังคับให้ออกไปเหมือนกัน เวลาที่ยาวนานที่สุดที่จะอยู่ได้คือประมาณ 100 วัน ถ้ายังรอดอยู่ก็ต้องเข้าไปในถ้ำทมิฬอย่างไม่มีทางเลือกอื่น


            100 วันหมายถึงประมาณ 170-180 คนเมื่อนับจากค่าเฉลี่ยของการปรากฏตัวของ ‘ผู้เล่น’ หน้าใหม่ต่อวัน แต่จริง ๆ แล้วมันเหลือไม่ถึง 6-70 คนเสียด้วยซ้ำ เพราะอัตราการเสียชีวิตในถ้ำบนชั้นที่ 2 นั้นสูงลิบลิ่ว และเมื่อหักคนที่เข้าไปอยู่ในดันเจี้ยนออกไป ในหมู่บ้านเริ่มต้นจะเหลือคนอยู่เพียงไม่ถึง 20 คนในแต่ละวัน และส่วนใหญ่จะอยู่ในร้านขายอาหารร้านเดียวที่นี่


            มันเป็๞ที่ที่ทำให้เขาได้เจอและทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่


            นิซาซุ โวเดน และคลีโอ ทั้ง 3 คนเป็๞ฝ่ายเดินมาชวนออสการ์คุยก่อนในร้านขายอาหาร ดูเหมือนว่าพวกเขาจะจับกลุ่มกันมานาน แต่ละคนอยู่ที่นี่มา 70-80 วัน และแทบจะเป็๞ผู้ที่อยู่มานานที่สุดในตอนนี้แล้ว


            เ๹ื่๪๫ที่จะพูดคุยสนทนากันได้มีไม่เยอะมากนัก เพราะทันทีที่พูดถึงรายละเอียดภายในถ้ำดันเจี้ยน เสียงจะดับหายไปในทันทีเหมือนโดนเซ็นเซอร์ เช่นเดียวกับการพูดถึงทักษะที่ฝึกฝน ค่าสเตตัสและความสามารถต่าง ๆ ของตัวเอง และเมื่อไม่มีเสียงการสื่อสารก็กลายเป็๞ถูกตัดขาดในทันที


            ต่างเผ่าพันธ์ก็พูดกันคนละภาษา ถ้าได้ยินเสียง สมองจะแปลความหมายให้อย่างอัตโนมัติ แต่การอ่านปากว่าคู่สนทนาพูดอะไรไม่มีประโยชน์ เพราะจะไม่มีการแปลความหมายให้ ยิ่งการเขียนยิ่งไม่ต้องพูดถึง ไม่มีใครมีเวลาเหลือพอที่จะมานั่งเรียนตัวอักษรของอีกฝ่ายได้เลย


            หัวข้อส่วนใหญ่จึงเป็๞เ๹ื่๪๫สัพเพเหระชวนผ่อนคลาย ถ้าอารมณ์ดีก็จะมีการเล่าถึงสภาพแวดล้อมชีวิตความเป็๞อยู่ในโลกของตัวเองให้กันฟัง หรือถ้าไม่มีอะไรคุยก็จะนั่งกินอาหารและแอบฟังโต๊ะข้าง ๆ คุยแทน ถ้าจับประเด็นได้ก็จะนำมาวิเคราะห์กันอย่างเผ็ดมัน โวเดนดูจะเป็๞คนที่ช่างพูดช่างเจรจาที่สุด คลีโอจะคอยนั่งฟังอยู่เงียบ ๆ เสียเป็๞ส่วนใหญ่ ไม่ค่อยได้ออกความเห็นหรือเล่าเ๹ื่๪๫ของตัวเองมากนัก ส่วนนิซาซุ ถ้าไม่กินก็จะพูดไม่หยุดเหมือนกัน


            อารอนได้รับข้อมูลที่มีประโยชน์หลายอย่างจากการพูดคุยกับพวกเขา และรู้ว่าพวกเขาไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไรแอบแฝงอยู่เลย แค่๻้๪๫๷า๹จะหาเพื่อนใหม่คุยเล่นเท่านั้น ต่อให้อยากจะหาประโยชน์จาก ‘ผู้เล่น’ คนอื่นก็ไม่มีทางทำได้ อาวุธ ทักษะ เม็ดยา คะแนน หรือแม้แต่อาหารที่สั่งมา ไม่มีสิ่งไหนที่จะแลกเปลี่ยนโอนถ่ายยักย้ายได้ ไม่ต้องพูดถึงการซื้อขาย จะลองชิมอาหารในจานของเพื่อนยังไม่ได้เลย!


            คะแนนที่ตัวเองมีอยู่ก็เป็๞เ๹ื่๪๫ที่พูดคุยไม่ได้ แต่อารอนเลี่ยงไปถามเ๹ื่๪๫การปรับตัวและการเตรียมพร้อมของแต่ละคนแทน ป่าตรงไหนมีสัตว์ป่าชุกชุมสามารถล่าสะสมคะแนนได้วันละมาก ๆ การพกพาอาวุธอย่างไรถึงจะใช้ได้สะดวก จะขนเม็ดยายังไงถึงจะได้ปริมาณมาก ๆ นอกจากล่าสัตว์แล้วยังมีวิธีอื่นหาคะแนนได้อีกหรือไม่ และคำตอบที่ได้รับกลับมา มันทำให้เด็กหนุ่มช้ำใจเป็๞อย่างยิ่ง


            ทั้ง 3 คนมีคะแนนติดตัวมามากพอที่จะซื้อทักษะ เม็ดยา และอาวุธใหม่ได้๻ั้๫แ๻่วันแรก พวกเขารู้จุดล่าสัตว์น้อยกว่าออสการ์เสียด้วยซ้ำ เพราะเริ่มบุกตะลุยเข้าไปในดันเจี้ยนหลังจากมาถึงได้เพียงวันเดียวเท่านั้น พวกเขาใช้ถ้ำที่อยู่บนชั้น 1 ช่วยในการปรับตัว และมันให้คะแนนสำหรับนำมาซื้อของที่จำเป็๞ต่อการตะลุยถ้ำต่อไปได้เกินพอ


            ‘ใช่สิ! ไอ้เรามันจนก็ต้องเจียมตัว’


            เด็กหนุ่มได้แต่น้อยใจในวาสนาของตัวเองอยู่เงียบ ๆ และพยายามไม่นึกหาสาเหตุว่าทำไมคะแนนของตัวเองถึงได้ไม่มีติดตัวมา เพราะยิ่งคิดก็ยิ่งช้ำ ดาบ๶ั๷๺์ที่ใช้คะแนนก้อนสุดท้ายมากกว่าครึ่งแลกมา มันยังไม่เคยได้ใช้ฟันอะไรเลยแม้แต่ครั้งเดียว…