การจุมพิตที่หน้าผากราวกับมีพลังวิเศษทำให้แก้มของนางร้อนผ่าว และร้อนไปทั้งตัว
อวิ๋นอี้มองไปที่ห้องว่างๆ กัดฟันด้วยความโกรธ
ไอ้หรงซิว!
ผู้ใดให้เขาจูบนางกะทันหันเช่นนี้!
เรื่องที่จะต้องอธิบายยังมิได้พูดด้วยซ้ำเขาเอาเปรียบนางได้อย่างไรกัน!
คนเลว!
คนชั่ว!
อวิ๋นอี้ใช้มือถูใบหน้าอย่างโกรธเคืองพลันลุกขึ้นออกจากเตียง
เพราะอย่างไรก็นอนไม่หลับแล้วจึงลุกขึ้นเดินไปรอบๆ
อากาศในเดือนห้าเดือนหก ค่อยๆ อบอุ่นขึ้นช่วงกลางวันยาวนาน แม้จะหลับไปนาน ทว่าเมื่อออกไปดู ดวงอาทิตย์กลับยังไม่ตก
แสงตะวันยามอัสดงเคลื่อนผ่านหมู่เมฆมองราวกับแสงสีทองโค้งๆ เฉกเช่นรังสีของดวงอาทิตย์ ย้อมบนท้องฟ้าและหมู่เมฆให้เป็นสีแดงโลกถูกปกคลุมไปด้วยสีเหลืองทอง
อวิ๋นอี้ถอนหายใจสบายๆจากหางตานางได้เหลือบไปเห็นเซียงเหอ
ทั้งสองนิ่งเงียบมองหน้ากัน
“......”
“......”
อวิ๋นอี้เห็นนางไม่ขยับใดๆ จึงกระแอมเบาๆ"มานี่สิ!"
เซียงเหอรู้ว่าเหตุใดนางถึงปั้นหน้าเช่นนั้นจึงวิ่งไปทันที ก่อนที่นางจะเอ่ยปากกระไร นางชิงอธิบายก่อน "พระชายาเพคะองค์ชายยืนกรานที่จะบุกเข้าไปเองนะเพคะ ข้าเป็นเพียงทาสตัวเล็กๆ จะกล้าดีขัดฝ่าบาทอย่างไรเล่าเพคะ!"
"เจ้ามิกล้าขัดเขา!คือกล้าขัดข้าใช่หรือไม่!เขาเป็นเจ้านาย แล้วข้ามิใช่หรือไร ”อวิ๋นอี้จงใจทำให้นางพูดไม่ออก
เซียงเหอมุ่ยปาก พูดด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย“พระชายาอย่าทำให้ข้าจนมุมสิเพคะ”
เมื่อเห็นท่าทีที่เกือบจะร้องไห้ของนางอวิ๋นอี้พลันหยุดได้ทัน พูดปลอบนางเล็กน้อย แล้วบอกให้นางไปทำของทานมา
ก่อนหน้านี้เพราะข่าวลือข้างนอกทำให้โกรธมากจนทานข้าวไม่ลง ตอนนี้กลับรู้สึกหิวมาก
หรงซิวต้องผีเข้าแน่ๆ ที่ไปค้างจวนหว่านฉือคงจะลืมสถานะตนเองไปแล้วว่าเป็นผู้สูงศักดิ์ หากข่าวลือนี้ลามออกไปมันจะลามไปอีกนานแน่!
เซียงเหอกับนางฟังคำด้านนอก บ้างก็ว่านางขี้เหร่บ้างว่านางไร้ฝีมือ และบ้างก็ว่านางแก่งอมทุกอย่างเป็นเพียงเรื่องไร้สาระที่พูดขึ้นมามั่วๆ เท่านั้น
นางเป็นสาววัยเยาว์วัยที่สง่างามเช่นนี้แท้ๆกลับถูกคนพูดจาด่าทอลับหลัง เป็นผู้ใดถึงจะอารมณ์เย็นอย่างไรก็คงทนมิไหวใช่หรือไม่?
อารมณ์โกรธที่เอามาลงกับหรงซิวนับว่าเบาแล้ว!
ไทเฮารีบเรียกเขาเข้าวังเช่นนี้คงเป็นเพราะข่าวลือเรื่องนี้แน่
อวิ๋นอี้เดาไม่ผิด
หลังจากที่หรงซิวออกจากจวนไปขันทีพลันเร่งเขาอย่างมาก กลุ่มคนมิได้หยุดพัก ไปถึงพระราชวังในลมหายใจเดียว
เขาตรงไปพบไทเฮา
แม้ว่าไทเฮาจะมิใช่ย่าแท้ๆ ของเขาแต่เขาก็โตมาในวังตั้งแต่เด็กๆ ไทเฮาชื่นชมเขาและปฏิบัติต่อเขาอย่างดี
เพียงแต่ว่าครานี้ สีหน้าของนางมืดมนนัก
หรงซิวเข้าไปในห้องโถงใหญ่ เคารพตามปกติจากนั้นก็ยืนขึ้นพลันได้ยินไทเฮาพ่นลมอย่างเย็นชาว่า "ซิวเออร์เจ้าทำเรื่องแย่จริงๆ!"
เขาไม่กล้าปฏิเสธ ได้แต่ก้มหัวพูด"ใช่พ่ะย่ะค่ะ! ซิวเออร์ผิดเองพ่ะย่ะค่ะ!”
“เหตุใดเจ้าจึงไม่คิดให้ดีก่อนทำการใด!เจ้ามีสถานะกระไร หว่านฉือนางเป็นผู้ใด นางเป็นสาวบริสุทธิ์มิผ่านบุรุษใดกลับเกิดเรื่องเช่นนี้ อนาคตนางจะแต่งออกไปได้อย่างไร?”
หรงซิวพยักหน้ารอให้ความโกรธของไทเฮาสงบลงเล็กน้อย เขาถึงได้พูดค่อยๆ “ท่านย่าพูดถูกพ่ะย่ะค่ะหลานหุนหันพลันแล่นเกินไป จึงทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้หากแต่ท่านย่าวางใจได้พ่ะย่ะค่ะ หลานได้ส่งคนไปจัดการแล้วเชื่อว่าข่าวลือจะหายไปในไม่ช้าพ่ะย่ะค่ะ”
“เหอะ!” ไทเฮาเย้ยหยัน“เจ้าช่างเก่งนัก! ข่าวลือถูกระงับไว้ได้ แล้วทุกคนจะคิดว่าไม่มีกระไรเกิดขึ้นแล้วงั้นหรือ?เขาแค่ไม่พูดมันออกมาต่อหน้า ลับๆ ยังคงพูดกันมิหยุดชื่อเสียงของหว่านฉือเสื่อมเสียไปหมดแล้วเจ้าจะทำอย่างไรก็กอบกู้ชื่อเสียงของนางกลับมามิได้หรอก!”
หรงซิวเม้มปากเขาฟังออกว่าไทเฮายังมีเรื่องที่ยังพูดไม่จบ
ไทเฮาชำเลืองมองเขา "เช่นนี้แล้วกันข้าเห็นว่าอย่างไรเรื่องมันก็เกิดแล้ว เจ้าอภิเษกหว่านฉือไปด้วยเถิด!"
"ท่านย่าการอภิเษกมิใช่เรื่องเด็กเล่นนะพ่ะย่ะค่ะ" หรงซิวพูดอย่างไร้ความมั่นใจ
“เรื่องเด็กเล่นหรือ? เจ้าจะบอกว่าที่ข้าให้อภิเษกเป็นเรื่องเด็กเล่นงั้นหรือ?” ไทเฮาสีหน้าเย็นชาขึ้นอีก “นี่มันเป็นเรื่องที่เจ้าทำเองมิใช่หรือ?เดิมทีข้ายังคิดว่าจะหาสามีดีๆ ให้หว่านฉือ ทว่าจู่ๆก็เกิดเรื่องเช่นนี้ บุรุษใดจะกล้าแต่งงานกับนาง? เจ้าจะให้หว่านฉืออยู่เช่นนี้ไปตลอดชีวิตงั้นหรือ?”
“หลานมิกล้าพ่ะย่ะค่ะหลานรู้ว่าตนเองทำผิด หลานพยายามแก้ไขอย่างดีที่สุดอยู่พ่ะย่ะค่ะกล้ารับรองว่าระหว่างหลานและหว่านฉือไม่มีกระไรเกิดขึ้นจริงๆ”
"ผู้ใดจะสนกันว่ามีกระไรเกิดขึ้นหรือไม่ เจ้าจะป่าวประกาศออกไปว่ามิมีกระไรเกิดขึ้นงั้นหรือ? และหากเป็นเช่นนั้น แล้วจะมีผู้ใดเชื่อ?”
ไทเฮาพูดถูกเพราะเช่นนั้นหรงซิวจึงหงุดหงิดกว่าเดิม
ตอนนั้นสมองเขาโดนสุนัขกินไปแล้วจริงๆเขาทำเรื่องโง่ๆ เช่นนี้ได้อย่างไรกัน!
ไม่น่าแปลกใจเลยที่อวิ๋นอี้จะโกรธและโวยวายกับเขา
ควร!
เขาสมควรโดนจริงๆ !
หรงซิวสูดหายใจเข้าลึกๆ คิดมิได้หยุด แล้วพูดช้าๆว่า “ท่านย่าพ่ะย่ะค่ะ เรื่องการอภิเษกยังคงต้องคิดให้ถี่ถ้วนพ่ะย่ะค่ะอย่างน้อยควรจะถามความคิดเห็นของหว่านฉือ”
“หว่านฉือจะคิดกระไร?” ไทเฮาพูดอย่างเหยียดหยามว่า “นางถูกเจ้าทำร้าย เพลานี้นางออกจากเรือนต้องโดนคนพูดจาลับหลังหากเจ้าจะมีสติสักหน่อยในตอนนั้น...”
“เป็นความผิดของหลานเองพ่ะย่ะค่ะ”
ทันใดนั้นเอง จู่ๆพลันมีเสียงของขุนนางชั้นในรายงานขึ้น “รายงานพ่ะย่ะค่ะ!ท่านหญิงหว่านฉือขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ!”
ไทเฮาและหรงซิวมองหน้ากัน ให้คนเชิญนางเข้ามา
หว่านฉือรีบเข้ามา หน้าแดงระเรื่อสังเกตได้ว่านางรีบร้อนมาตลอดทาง ผมเผ้ายุ่งเล็กน้อยท่าทีสง่างามในเวลาปกติของนางลดน้อยลงแต่กลับดูจริงจัง
นางเดินผ่านหรงซิวไป เงยขึ้นมองพลันก้มหัวลงอย่างรวดเร็ว เคารพไทเฮาและก็พูดอย่างอ่อนโยนว่า “ท่านย่าเพคะเรื่องอภิเษกเป็นไปมิได้เพคะ”
ไทเฮาจ้องนางด้วยสายตาลึกล้ำ มีรอยยิ้มบางๆโผล่ขึ้นมาบนใบหน้า
หว่านฉือพูดต่อว่า“องค์ชายเจ็ดทรงเมตตาและมีความชอบธรรม จะเป็นคนในข่าวลือนั่นได้อย่างไรเพคะ? ฝ่าบาทช่วยเหลือข้าอย่างใจจริงทว่าข้ากลับบังคับให้เขามาแต่งงานกับข้า นี่คือการตอบแทนความดีของเขาหรือเพคะ?”
“เดี๋ยวสิพวกเจ้า...”
เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างหว่านฉือและหรงซิวไทเฮาปิดตาข้างเดียวมาตลอด
นางยังไม่ทันพูดจบ ก็ถูกหว่านฉือขัดไว้ด้วยรอยยิ้ม“ท่านย่าเพคะ นั่นมันเป็นอดีตไปแล้ว เรื่องตอนนี้ควรจะพูดด้วยเหตุผลมิควรทำเช่นนี้เพคะ ระยะหนึ่งข่าวลือจะหายไป ตราบใดที่ข้าไม่สนใจ ตราบใดที่ข้าเปิดใจให้กว้างจะทำร้ายข้าได้อย่างไรเพคะ?”
อย่างไรเสียหว่านฉือก็เป็นสาวงามมากความสามารถและยังเป็นที่รักใคร่ของไทเฮา ภายใต้การโน้มน้าวและการไกล่เกลี่ยของนางคำชี้แนะให้ทั้งสองแต่งงานกันนั้นถูกปัดลง
หลังจากออกจากวัง หรงซิวกับนางก็เดินเคียงคู่กันไปอากาศมืดลงดูค่ำ แสงไฟสลัวมาแต่ไกล หน้านางถูกแสงและเงาซ่อนอยู่ดูโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์
เขาไม่มีใจจะเชยชมนาง เพียงแค่เหลือบมองผ่านๆและพูดกับนาง “วันนี้ขอบใจเจ้ามาก”
“มิต้องเกรงใจเพคะเดิมทีเรื่องนี้เป็นข้าที่ต้องขอโทษท่าน ท่านช่วยข้าไว้ แต่กลับทำปัญหาให้มากมายเป็นปัญหาที่เกิดจากข้า ข้าจึงต้องจัดการด้วยตนเอง” หว่านฉือยิ้ม
หรงซิวโค้งริมฝีปากอย่างสุภาพ“เป็นเพราะข้ามิได้คิดให้รอบคอบ เป็นข้าเองที่ทำผิดต่อเจ้า”
ทั้งสองหัวเราะ และเพื่อป้องกันข่าวลือต่อไป พวกเขาจึงบอกลากันไป
หรงซิวนั่งอยู่ในรถม้า ดึงคอเสื้ออย่างหงุดหงิดหลังจากบอกให้กลับจวนแล้ว ก็เอนตัวพิงกำแพงรถม้าพลันหลับตาลง
ไทเฮาไม่พอใจอวิ๋นอี้เสมอก่อนหน้านี้ก็ให้เขาอภิเษกกับซูเมี่ยวเออร์ หว่านฉือกลับมาก็จะให้แต่งกับหว่านฉือพูดกระไรไม่ออก...จริงๆ
จากนี้ไปเขาต้องระวังตัวในทุกเรื่อง!
เมื่อหรงซิวกลับมาถึงจวนก็คิดว่าจะไปเจออวิ๋นอี้ก่อนแต่พ่อบ้านบอกเขาว่ายาชิงกำลังรอเขาอยู่ที่ห้องหนังสือ
ดูเหมือนว่าจะตรวจสอบได้แล้ว
เขาต้องการรู้ว่าผู้ใดอยู่เบื้องหลังการบิดเบือนความเห็นของผู้คน!