หลังจากไล่มารดาไปแล้วหูหลิ่วิก็กวาดตามองกระดูกหมูและหนังหมูบนแผง จากนั้นกล่าวกับพวกนางว่า“เสียมารยาทกับพวกท่านแล้ว ของพวกนี้ท่านยัง้าอยู่หรือไม่?”
นางซูลังเลเล็กน้อยแล้วพยักหน้าพวกนางยังมีเื่สำคัญที่ต้องทำ ไม่ควรเสียเวลาเพราะเื่ที่ไม่เป็เื่แต่คราวหน้าคงไม่มาที่นี่อีกแล้ว
หูหลิ่วิชั่งน้ำหนักให้แล้วกล่าวว่า“สองชั่งสองตำลึง สิบห้าอีแปะขอรับ” หนังหมูเหล่านี้ก็ถือว่าให้เปล่าแล้วกัน
ใช่ว่าของถูกจะถูกใจคนเสมอไปนางซูยืนกรานที่จะให้เขาสิบแปดอีแปะ จากนั้นก็ถือของแล้วพาเย่ชิงชิงกลับบ้าน
การเคี่ยวน้ำแกงกระดูกหมูเป็กระบวนการที่กินเวลานานระหว่างนั้นนางซูได้ล้างหัวไชเท้าและผักกาดขาวจนสะอาดและยังใช้อีกเตาทำอาหารเย็นที่หอมกรุ่นชวนน้ำลายสอ
นางหารู้ไม่ว่าผักสดใบเขียวจานนั้นมาจากมิติของเย่ชิงชิงซึ่งการเจริญเติบโตของพืชผักภายในมิตินั้นรวดเร็วกว่าที่คาดไว้มากเพียงหนึ่งสัปดาห์ก็สามารถนำมาทานได้แล้ว
“กับข้าวที่บ้านเรานี่สิน่ากินที่สุด!”
นางซูถือชามข้าวยิ้มอย่างพึงพอใจ นางเคยลิ้มรสอาหารดีๆ มามากมาย แต่ไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อนคาดว่าคงเป็เพราะอดอยากมาทั้งปี ทำให้รสชาติอาหารเปลี่ยนไป
เย่จื้อเฟิงพยักหน้าอย่างซื่อๆและกล่าวเสริมว่า “อร่อย”
เย่ชิงชิงที่รู้สาเหตุหัวเราะคิกคักนางยกมือป้องปากแล้วหัวเราะเบาๆ น้ำจากบ่อน้ำที่บ้านผสมน้ำวิเศษในมิติลงไปรสชาติจึงหวานชื่น เอามาทำอะไรก็อร่อยไปเสียหมด!
่นี้ทั้งสามคนกินอิ่มนอนหลับสบายจิตใจก็เบิกบาน ใบหน้าจึงอิ่มเอิบขึ้นมาก เย่จื้อเฟิงก็สูงขึ้นเล็กน้อยเมื่อตัดเย็บเสื้อผ้าใหม่ให้ เขาก็เปลี่ยนเป็คนละคนกับเมื่อก่อน
ยิ่งกว่านั้นใบหน้าของเย่ชิงชิงก็ค่อยๆ ดูดีขึ้นผู้ที่เห็นนางอยู่ทุกวันจึงไม่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลง แต่เมื่อใดที่พบนางชาวบ้านต่างพากันกล่าวว่านางสวยขึ้นมากทำให้นางเบิกบานถึงขั้นกินข้าวเพิ่มได้อีกสองชาม!
หลังจากทานอาหารเย็นเรียบร้อยน้ำแกงที่เคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ ในครัวก็ได้ที่แล้ว
จุดเด่นของน้ำแกงกระดูกหมูคือ‘ความสดใหม่’ สีขาวนวลน่ารับประทานกลิ่นหอมฟุ้งชวนให้น้ำลายสอ!
“ข้าคิดว่าเราควรแบ่งเป็แบบเผ็ดกับไม่เผ็ดเ้าค่ะ” เย่ชิงชิงกลืนน้ำลายการนำผักมาต้มกับน้ำแกงนี้จะหวานสดชื่นเพียงใดกันนะ!
นางซูพยักหน้าเห็นด้วยจากนั้นนำหัวไชเท้าและผักกาดขาวใส่ลงในหม้อทั้งสองใบในหม้อที่แยกทำรสเผ็ดก็ใส่เครื่องเทศนานาชนิด พริกไทย และฮวาเจียวลงไปจากนั้นก็เทน้ำแกงกระดูกหมูลงไปพอท่วมผัก และใช้ไฟอ่อนเคี่ยวจนเข้าเนื้อส่วนหม้อที่ไม่เผ็ดก็ใส่เครื่องเทศน้อยลง เพื่อไม่ให้รสชาติของเครื่องเทศกลบรสชาติความสดใหม่ของน้ำแกง
เพื่อไม่ให้ผักเละจนเกินไปจึงไม่ควรเติมน้ำแกงนานนักสุดท้ายแล้วก็จะเหลือเพียงน้ำแกงเข้มข้นที่ซึมซาบเข้าสู่เนื้อผักเมื่อยกขึ้นจากเตา
ด้วยวิธีนี้แม้ว่าน้ำแกงกระดูกหมูจะใช้ไก่และกระดูกหมูเป็ต้นทุนแต่ก็สามารถต้มผักได้จำนวนมาก ทำให้ต้นทุนเฉลี่ยไม่แพงนักดังนั้นผักเสียบไม้จึงตั้งราคาไว้ที่สามอีแปะต่อไม้
ผลลัพธ์ที่ได้นั้นดีเกินคาดหัวไชเท้าและผักกาดขาวธรรมดาๆ ปรุงออกมาอร่อยไม่แพ้อาหารคาว รสชาติสดชื่นหวานละมุน และยังคงรสชาติติดปากไม่รู้ลืม!
“พรุ่งนี้แม่จะนำไปให้คุณชายเ้าของห้าง ท่านจะต้องชื่นชอบเป็แน่” นางซูกล่าวด้วยความยินดี พลางนำผักทั้งหมดขึ้นจากหม้อและยังบ่นพึมพำว่าจะต้องไปซื้อหม้อดินเผาเพิ่มอีกสักสองสามใบ
เย่ชิงชิงและเย่จื้อเฟิงนอนแผ่หลาอยู่บนลานบ้านไม่ขยับเดิมทีก็กินอิ่มหนำแล้ว พอลองชิมหัวไชเท้าและผักกาดขาวอีก ผลคืออิ่มจนท้องแทบแตก
พอฟ้าสางนางซูตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อเปิดประตู แล้วนำโจ๊กข้าวฟ่างไปเคี่ยวรถของห้างร้านไท่หรานจะมาขนสินค้าแต่เช้าตรู่ นางจะส่งหม้อดินหลายใบไปเมื่อเสร็จงานแล้วโจ๊กข้าวฟ่างก็จะสุกพอดี
หัวไชเท้าผัดไข่รสเค็มรสกลมกล่อมเข้ากันได้ดีกับโจ๊กข้าวฟ่างแถมยังมีซาลาเปาลูกใหญ่อีกสองลูก รับรองอิ่มแปล้!
ทั้งสามคนทานอาหารเช้าเสร็จก็เข็นรถลากมุ่งหน้าเข้าเมืองเพื่อไปยังตลาดเช้าพร้อมกับต้อนรับแสงตะวันรุ่งอรุณ
เมื่อมาถึงแผงลอยประจำอย่างที่เคยเป็มาวันนี้กลับไม่เหมือนเดิม ที่นั่นถูกจับจองด้วยแผงขายซาลาเปาไส้เนื้อแล้ว
ถนนเส้นนี้เป็แหล่งรวมผู้คนหลากหลายชนชั้นการควบคุมไม่เข้มงวดนักและไม่ต้องเสียค่าเช่าแผงลอยพ่อค้าแม่ค้าต่างจับจองพื้นที่กันเองโดยยึดหลักมาก่อนได้ก่อนด้วยเหตุนี้นางซูจึงไม่สะดวกที่จะเข้าไปกล่าวหาว่าอีกฝ่ายยึดแผงลอยของตน
นางมองซ้ายมองขวาแล้วหาที่ว่างแห่งหนึ่งเพื่อจัดวางตะกร้าและหม้อดินเผาพื้นที่ว่างนั้นเล็กกว่าที่เคยทำให้เย่ชิงชิงและเย่จื้อเฟิงนั่งแล้วค่อนข้างจะขยับตัวลำบากแต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น พวกเขาไม่สามารถไปไกลเกินไปได้ด้วยเกรงว่าลูกค้าที่มาซื้อล่าช่วนจะหาร้านไม่เจอ
เพื่อเป็การแนะนำสินค้าใหม่เย่ชิงชิงจึงนำจานและไม้แคะฟันออกมาอีกครั้ง แล้วเริ่มเชิญชวนให้ผู้คนลองชิม
หลังจากได้ลองชิมผักกาดขาวกับหัวไชเท้ารสเผ็ดก็ได้รับคำชื่นชมเป็อย่างมากลูกค้าต่างพากันชมไม่หยุด รสชาติเผ็ดร้อนที่แฝงไปด้วยความสดชื่นจากผักทำให้พวกเขาหลงใหลในรสชาตินั้นเสียแล้ว
ส่วนหม้อที่ไม่เผ็ดสีสันจืดชืดไปบ้าง มีผู้ที่มาลองชิมน้อยกว่า และการขายก็เป็ไปอย่างเชื่องช้า
การย้ายแผงลอยไม่ได้ส่งผลกระทบมากเพราะพวกเขามีลูกค้าประจำมากมาย เพียงเหลือบตามองก็หากันเจอได้ทั้งวันเย่ชิงชิงเหนื่อยแทบหมดแรง ปกติแล้วจะขายยามเช้าและยามบ่าย แบ่งเป็่ละสองหม้อแต่วันนี้เพิ่มผักกาดขาวกับหัวไชเท้าอีกสองหม้อ จึงรวมเป็ทั้งหมดแปดหม้อ!
แม้จะขายไม่หมดแต่ก็นับว่าเป็การสร้างสถิติใหม่ใน่หลายวันที่ผ่านมาอีแปะสีทองแดงจำนวนมากหลั่งไหลมาไม่ขาดมือ จนรับเงินแทบไม่หวาดไม่ไหว!
เดิมทีนึกว่าการถูกยึดแผงลอยเป็เื่บังเอิญแต่ใครจะไปคิดว่าอีกสองวันถัดมา ไม่ว่าพวกนางจะเปลี่ยนไปที่ใดวันถัดมาก็จะถูกจับจองที่ตรงนั้นไปทุกครั้งนางซูจึงเข้าใจแล้วว่าอีกฝ่ายจงใจหาเื่
คนขายซาลาเปาไส้เนื้อดูเหมือนคนที่อาศัยอยู่ในเมืองไม่ว่าพวกนางจะไปถึงเร็วแค่ไหน เขาก็จะอยู่ตรงนั้นอย่างมั่นคงเห็นได้ชัดว่าเขาจงใจ เดิมทีคนหนึ่งขายซาลาเปา อีกคนขายของเสียบไม้ไม่เกี่ยวข้องกันเลย นางไม่เข้าใจเลยว่าไปทำให้เขาขุ่นเคืองได้อย่างไร!
“พี่ชายท่านนี้ ท่านทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร?” หลังจากเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาสามวันติดต่อกันในที่สุดนางซูก็จำต้องวางตะกร้าลงและเดินเข้าไปสอบถาม