เป็นนางร้ายอยู่ดี ๆ ทำไมนางเอกมาชอบฉันล่ะ [YURI]

    บทที่ 11 REVERSE

    REVERSE
    “เจ้าทำอะไรนาง”เสียงของเพื่อนสนิทที่ก่นถามด้วยน้ำเสียงโกรธเคือง หลังจากที่ไอรีนบาดเจ็บค่อนข้างหนัก“ข้าไม่ได้ทำอะไรนางเลย”“อย่ามาโกหก ถึงเจ้าจะใช้เวทหลอกลวงผู้อื่นได้ แต่ลวงหลอกข้าไม่ได้”“ข้าไม่ได้ทำอะไรนางเลยจริง ๆ”“ข้าเห็นว่าเจ้าออกไปกับนาง ไม่มีทางที่เจ้าจะไม่ได้ทำอะไร แล้วเจ้าก็รับปากข้าแล้วว่าจะไม่ทำอะไรนาง ครั้งนี้เจ้าทำเกินไปจริง ๆ” หลังจากสิ้นเสียงสนทนา อลิสเบธก็เดินออกไปจากตรงนั้นทันที
    ตอนแรกข้าตั้งใจแค่จะแกล้งให้นางตกใจนิดหน่อย ไม่คิดว่านางจะตกใจจนพลาดตกลงไปในบ่อจริง ๆ ข้าก็เลยขอแกล้งต่ออีกหน่อย บ่อตรงนี้ไม่ได้ลึกขนาดที่จะปีนขึ้นมาไม่ได้ผู้หญิงร้ายกาจที่ไม่เคยทำอะไรได้เองแบบนาง ต้องแกล้งให้เข็ดหลาบบ้าง นางจะได้รู้สึกถึงความกลัวที่ต้องพยายามออกไปที่แห่งหนึ่ง แล้วมันก็เทียบไม่ได้เลยกับการที่นางแกล้งข้าตอนเด็ก ๆ‘ข้าจะรอท่านนะคะ’ คนในบ่อมองขึ้นมาด้วยสายตาเว้าวอนและคาดหวังในความช่วยเหลือ สิ่งนั้นมันทำให้ข้าเกือบใจอ่อน แต่ข้าเลือกที่จะมองข้ามสิ่งนั้น ใจคิดเพียงอยากแกล้งนางเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทิ้งไว้ตรงนี้แค่ครู่เดียวคงไม่เป็นไรหรอก....ข้าร่ายเวทป้องกันไม่ให้มีใครก้าวเข้ามาแถวนี้ นางจะได้ปีนขึ้นมาเองเพราะไม่มีใครช่วย จากนั้นข้าก็เข้าไปนั่งเล่นแบบเนียน ๆ ในงานเลี้ยง“เอวา เมื่อครู่เจ้าออกไปกับเลดี้ไอรีนนี่ แล้วนางล่ะ”“ข้าทิ้งนางไว้ในสวนน่ะ เดี๋ยวนางก็คงหาทางกลับมาเองแหละ”“เอวา ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ค่อยชอบนาง แต่นางพึ่งหายป่วย เจ้าอย่าแกล้งนางแรงนักล่ะ”“เจ้าเห็นข้าเป็นคนยังไงกันอลิส ข้าก็ไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้น”“....”“โอเค ๆ ข้ารู้แล้วจะไปรับนางเดี๋ยวนี้แหละ ให้เอาเค้กไปง้อนางด้วยเลยมั้ย”“ก็ควรนะ” ไม่พูดเปล่า ยื่นเค้กมาใส่มืออีกฝ่าย“เฮ้อ....ช่วงนี้เจ้าเข้าข้างนางมากกว่าข้าอีกแล้วนะ ข้าชักจะน้อยใจแล้ว”“อย่ามาเพ้อเจ้อ ไปได้แล้ว นางคงตกใจแย่แล้ว”ข้ารับเค้กก้อนนั้นมาอย่างไม่เต็มใจนัก ไม่รู้ไปใช้เล่ห์มารยาอะไรใส่อลิส แตะนิดแตะหน่อยไม่ได้เลย ไม่รู้ป่านนี้จะปีนขึ้นมาได้รึยังเมื่อไปถึงปากบ่อก็พบเด็กน้อย จึงตั้งใจจะแกล้งอีกสักหน่อยโดยมองข้ามสภาพนางตอนขึ้นมาจากบ่อ แต่สิ่งที่ได้กลับเป็นน้ำตาของคนตรงหน้าที่เสื้อผ้าขาดวิ่น ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล....ยังไม่ทันพูดอะไร นางก็ชิงพูดด้วยถ้อยคำตัดพ้อต่าง ๆ นานา พร้อมทั้งหยิบเค้กก้อนน้อยในมือขว้างลงบ่อข้าทำได้เพียงยืนสับสน งุนงง พร้อมทั้งรู้สึกผิดอยู่ตรงนั้น ทำได้เพียงมองตามเด็กน้อยตรงหน้าที่พยายามพาตัวเองที่บาดเจ็บอย่างหนักกลับไปงานเลี้ยง โดยไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากข้าแม้แต่น้อยความผิดในใจนั้นทำให้ข้าไม่กล้าไปสู้หน้าเด็กน้อยอีก ประกอบกับท่าทางและคำพูดของนางที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าไม่มีทางให้อภัยแน่ ๆ สำหรับไอรีนแล้วตอนนี้ข้าคงไม่ต่างอะไรจากปีศาจร้ายอีกทั้งยังผิดใจกับเพื่อนรัก ถึงอลิสจะแค่เคืองที่ข้าแกล้งนางแรงไปหน่อย... หากนางหายดี อลิสก็คงหายโกรธได้ไม่ยาก แต่ถึงอย่างไรตอนนี้อลิสไม่มีทางให้ข้าเข้าใกล้เด็กนั่นเป็นแน่
    ในที่สุดฉันก็จะหลุดพ้นจากนางเอกจอมร้ายกาจแล้วววววว เอวาคงไม่มีทางมายุ่งกับฉันแล้วมันก็ดีอยู่หรอก ติดอยู่อย่างเดียว ฉันต้องมาติดแหง็กอยู่ในวังเนี่ยะซิ แถมวัน ๆ ยังเจอแค่หมอกับองค์หญิงอลิสเบธอีก ยิ่งองค์หญิงนี่มาบ่อยจนฉันคิดว่าไม่มีการมีงานทำรึไงเนี่ยะ“ไอรีน บ่ายนี้อยากกินอะไรเหรอ”“อะไรก็ได้ค่ะ”“อีกแล้ว เจ้าไม่ชอบข้ารึไง ถามคำตอบคำอยู่ได้”“ข้าไม่ได้คิดแบบนั้นนะคะ อะไรก็ได้จริง ๆ ค่ะ”“ถ้าข้าเอาอะไรมา เจ้าต้องกินให้หมดนะ ไม่งั้นข้าไม่ยอมให้เจ้าออกจากวังจริง ๆ ด้วย อย่าหวังจะได้กลับบ้านเลย”“...”เผด็จการแบบสุด ๆ พูดเสร็จไม่รอคำตอบด้วย ลุกออกไปเฉย ที่บอกว่าพระเจ้าเมตตาเลยให้เวลาเพิ่มมาใช้ชีวิตเนี่ย ขอถอนคำพูดนะ กลับมาใช้เวรใช้กรรมต่างหากล่ะ เจ้ากรรมนายเวรโคตรเยอะ ดูท่าทางแล้ว ชาตินี้คงไม่มีวันรอดจากที่นี่แน่นอนนนน
    ข้าจะเอาอะไรให้นางกินดีนะ นางชอบกินของหวานก็จริง แต่มันก็ไม่ดีสำหรับคนป่วย นางควรกินอะไรมีประโยชน์บ้าง“อ้าว องค์หญิงเบล มาทำอะไรที่นี่เหรอ” พลางมองไปที่องค์หญิงต่างเมืองที่ขมักเขม่นทำอาหารอย่างจริงจัง“ไม่เห็นเหรอคะ”“ใครอนุญาตให้เจ้ามาใช้ห้องครัวหลวงล่ะ ข้ามีสิทธิให้คนมาลากเจ้าออกไปได้นะ”“ข้าส่งหนังสือขออนุญาตแล้วค่ะ แล้วฝ่าบาทก็อนุญาตแล้วด้วย เสียใจด้วยนะคะองค์หญ้าอลิสเบธ ท่านคงไล่ข้าไม่ได้”“หึ อาณาจักรข้าดูแลเจ้าไม่ดีเหรอ ถึงต้องให้องค์หญิงเช่นเจ้ามาทำอาหารกินเองเช่นนี้”“....”“สตูเนื้อเหรอ มีเค้กด้วย”“....”“โอ้ย” เบลตีมืออลิสเบธทันทีที่อีกฝ่ายพยายามตักสตูในหม้อขึ้นมาชิม“ข้าทำให้เลดี้ไอรีนค่ะ ท่านไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะชิม”“ข้าเป็นเจ้าของวัตถุดิบพวกนี้ ทำไมข้าจะชิมไม่ได้”“ข้าเป็นคนทำ อีกอย่างวัตถุดิบพวกนี้ข้าซื้อหามาเอง ไม่ใช่ของท่าน”“ข้าไม่อนุญาตให้ใครเข้าไปในห้องของข้าทั้งนั้น แล้วทำไมเจ้าถึงมั่นใจว่าจะเอาของพวกนี้เข้าไปให้เลดี้ไอรีนได้ล่ะ”
    หลังจากนั้นทั้งสองก็ปะทะฝีปากกันอยู่นานไม่น้อย จนเบลจำยอมต้องฝากอาหารและจดหมายไปกับอลิสเบธอย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยที่ไม่รู้เลยว่าอาหารพวกนั้นจะถึงมือไอรีนโดยมีอลิสเบธเป็นเจ้าของแทน“ข้ามาแล้ววันนี้มีอาหารมาเยอะเลย เจ้าต้องกินให้หมดด้วยล่ะ”“ท่านพึ่งส่งอาหารมาให้ข้าเองนะคะ”“เจ้าจะกินได้ยังไงก็ข้าพึ่งเอามานี่ไง” อลิสเบธมองไปตามสายตาของจนเห็นกับสตรอเบอร์รี่สดที่วางตกแต่งอยู่บนน้ำแข็งเกล็ดสีสันสดใส“บิงซูนี่ไงคะ อร่อยมากเลย ท่านให้หญิงรับใช้ที่ชื่ออีฟเอามาให้ข้าเองไม่ใช่เหรอคะ”อลิสเบธรู้ได้ทันทีเลยว่าใครเป็นคนเอาเข้ามาให้ ตอนนี้ไม่มีที่ไหนในอาณาจักรที่จะมีความหนาวเย็นพอจะทำของหวานเช่นนี้ นอกจากคาท แล้วคนที่เอามาให้ก็น่าจะเป็นคนที่รู้จักกันดีอย่างเอวา
    คงใช้โอกาสตอนที่ข้าทะเลาะกับองค์หญิงเบลแอบเข้ามาซินะ เอวาเองก็คงรู้สึกผิดไม่น้อยที่เห็นไอรีนที่เป็นเพียงแค่เด็กน้อยตัวเล็ก ๆ ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้เจ้าคนขี้ขลาดนั่น คงอยากจะขอโทษแต่ไม่กล้าซินะ ถึงได้ลงทุนเอาขนมหวานจากบ้านเกิดตัวเองมาไถ่โทษขนาดนี้ แต่ไอรีนเองก็คงจะไม่รู้ว่าเป็นใคร เอามาให้ด้วยซ้ำ ไม่สมกับเป็นเอวาผู้แสนฉลาดเลย...“ข้าไม่ได้จะเอามาให้เจ้า ข้าจะกินเอง สงสัยหญิงรับใช้คงจะเข้าใจผิดน่ะ” ว่าพลางหยิบขนมหวานเจ้าปัญหามากินหน้าตาเฉย“อ้าว แต่ข้ากินไปแล้วนะคะ”“เจ้ากินของหวานไม่ได้เพิ่งหายป่วย วันนี้ข้าสั่งให้พ่อครัวหลวงทำสตูเนื้อมาให้เจ้าด้วยนะ ลองกินดูสิ”“แต่ข้าไม่...”“เจ้าจำที่ข้าพูดไม่ได้รึไง กินให้หมดด้วยนะ แล้วห้ามกินของหวานทุกอย่าง”“แล้วเค้กนี่ไม่ใช่ของข้าเหรอคะ”“ไม่ใช่ ข้าเอามากินเอง เจ้าก็ดูข้ากินจนกว่าจะหายก็แล้วกัน”“....”“จะกินเองหรือจะให้ข้าป้อน”“เอ่อ ข้ากินเองได้ค่ะ” ไอรีนก้มหน้าก้มตากินอาหารตรงหน้าทันทีที่เห็นอีกฝ่ายทำท่าทีเหมือนจะป้อน
    ดีเลย ไอรีนอยู่ในความดูแลของข้าแบบนี้ คงไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่งวุ่นวายได้ เห็นทีคงจะต้องมีหนึ่งคนอกแตกตายเพราะความคับแค้นใจ ส่วนอีกหนึ่งก็ต้องอกแตกตายเพราะความรู้สึกผิด‘หึ นอกจากข้าจะได้มีหมูน้อยน่ารักอยู่ในความครอบครองแล้ว ยังมีอะไรสนุก ๆ ให้ดูเล่นอีก เป็นข้านี่มันดีจริง ๆ 55555’
    TALK : องค์หญิงอลิสผู้ร้ายกาจ แงงงงงง น้อนหนีเสือปะจรเข้ชัด ๆ พี่ ๆ แม่ ๆ ทั้งหลายต้องมาอุ้มน้อนหนีแล้ววววโถ ๆ ๆ เอวา เธอมันคนใจร้าย จงจมอยู่กับความรู้สึกผิดให้ตายไปเลยยยยยยในส่วนขององค์หญิงเบลนั้นนน น่าสงสารเค้านะคะ 5555555